“เสด็จเตี่ย”ให้”นายยัง”ใช้ผ้าประเจียดหลวงปู่ศุขกระโดดลงไปในทะเลกลางฝูงฉลาม

หากกล่าวถึง พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ หรือที่เรียกกันว่า เสด็จเตี่ย ทรงได้รับการเชิดชูในหมู่ทหารเรือเรียกขานพระองค์ว่า “เสด็จเตี่ย” หรือ “หมอพร” และ “องค์บิดาของทหารเรือไทย” เสด็จในกรม (กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์) ท่านทรงชอบวิชาอาคมและพวกไสยศาสตร์ ท่านเป็นลูกศิษย์พระเกจิอาจารย์หลายท่าน วันนี้ได้นำเรื่องราวของท่านมาให้ทุกท่านได้อ่านศึกษาเป็นความรู้ ไปชมกันเลย

กรมหลวงชมพรเขตอุดมศักดิ์ แม่ทัพเรือของประเทศสยามในอดีต เจ้านายพระองค์นี้มีพระเกียรติประวัติเลื่องลือกันไปทั่วทิศานุทิศในเกียรติคุณของพระองค์ท่าน เกี่ยวกับอภินิหารทางไสยศาสตร์และความกล้าหาญชาญไชย เจ้าเชื้อพระวงศ์องค์นี้สนพระทัยกีฬามวยเป็นพิเศษ พระองค์เองก็มีความชำนาญเชี่ยวชาญการชกมวยอีกด้วย

ข้าพเจ้าจะขอกล่าวกีฬามวยเมื่อสมัยรัชกาลพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวในระยะเวลา ๔๐ ปีเศษก่อนนั้น ครั้งนั้นเป็นยุคแรกที่กีฬามวยไทยกำลังเป็นที่สนใจของประชาชนคนดู ในสมัยนั้นได้จัดให้มีการแข่งขันกีฬามวยไทยขึ้น บนเวทีใหญ่กรุงเทพพระนครหลวงของสยามเพื่อเก็บเงินบำรุงสมทบทุนซื้อปืนให้กับกองเสือป่าทั่วประเทศ

พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวได้มีรับสั่งให้นายแม็กเศียรเสวีย์พระยานนท์ธิเสน สุเรนทรภักดี นายเสือป่าใหญ่เป็นกองหาเงินสมทบทุน จึงได้มีประกาศเรียกนักมวยฝีมือดีจากทุกภาคให้เข้ามารวมกันและพักอยู่ที่สโมสรเสือป่าใกล้เขาดินวนา ในสมัยนั้นมีนักมวยโคราชที่มีฝีมือดีเข้ามาชกในกรุงเทพฯ มีชื่อเสียงโด่งดังนั้นคือ นายทับ จำแกะและนายยัง หาญทะเล สองนักมวยนี้เองที่ได้ทำชื่อเสียงในการชกมวยไว้มาก

ชื่อเสียงของนายยัง หาญทะเล ปัจจุบันนี้ยังมีผู้นำมาพูดกล่าวขวัญถึงอยู่ นายยังคนนี้เป็นชาวบ้านนครราชสีมาเป็นคนบ้านตำบลหัวทะเล เป็นผู้มีฝีมือในการชกมวยชื่อเสียงโด่งดัง เพราะได้ชกมวยจีนชั้นครูตายไปถึงสองคน แต่มีผู้ทราบเรื่องนี้กล่าวว่านายยัง หาญทะเล คนนี้เป็นศิษย์เอกของกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ เพราะนายยังเคยรับราชการเป็นทหารเรือ ซึ่งมีฝีมือเชิงหมัดมวยเป็นสมบัติติดตัวมานั่นเอง เสด็จในกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ จึงทรงโปรดปรานนายยังมาก

ครั้งหนึ่งเสด็จในกรมฯได้ประพาสเรือรบหลวงเกี่ยวกับราชการฝึกภาคทะเล นายยังก็ได้ติดตามไปด้วย ขณะเรือรบแล่นกระแสคลื่นใหญ่ฝ่าออกมหาสมุทรอันสุดแสนกว้างนั้นเสด็จในกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ “พระบิดา” ของชาวดอกประดู่ทั้งผอง ซึ่งมีความเคารพนับถือกันอยู่ทุกวันนี้ ว่าพระองค์ท่านเป็นแม่ทัพเรือของกรุงสยามในอดีตที่มีอภินิหารขลังเวทมนต์พระคาถาทางวิชาไสยศาสตร์เป็นยอดเยี่ยม ในขณะเรือรบหลวงแล่นตัดกระแสคลื่นท่ามกลางมหาสมุทรอันกว้างใหญ่ไพศาล ทหารก็ได้เป่าแตรเรียกทหารที่ประจำอยู่ในกองเรือลำนั้นขึ้นตั้งแถว

พระองค์ท่านได้ดำเนินการตรวจพลอยู่บนเรือ แล้วทอดสมอลอยลำอยู่กลางมหาสมุทร เสด็จในกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ได้ทรงแจกผ้าประเจียดลงเลขยันต์ศักดิ์สิทธิ์ให้แก่ทหารทั่วทุกคน แล้วพระองค์ทรงมีรับสั่งว่า “ผ้าประเจียดที่ข้านำมาแจกให้พวกเจ้าทุกผืนนั้น เป็นของท่าอาจารย์วัดมะขามเฒ่า ซึ่งมีอานุภาพและอภินิหารมหัศจรรย์ยิ่งมีความขลังมาก

ถ้าใครมีความเคารพนับถือเดินอยู่บนพื้นเรือเรานี่แหละจะไม่จมน้ำ เกิดปาฏิหาริย์ให้ประจักษ์เป็นความจริง ไม่ต้องเกรงกลัวหรือวิตกว่าพวกเจ้าจะจมน้ำตายแม้แต่สัตว์นานาชนิดก็ไม่สามารถทำร้ายอะไรกับพวกเจ้าได้ ใครไม่เชื่อในอภินิหารของพระคุณผ้าประเจียดของท่านอาจารย์วัดมะขามเฒ่าที่ข้านำมาแจกกับเจ้าในวันนี้แล้ว จะทดลองกระโดดลงไปในทะเลให้ดูบ้างก็ได้ว่าจะเป็นจริงดังข้าพูดหรือไม่ ”

ทหารทุกคนเงียบกริบไม่มีผู้ใดตอบสนองหรือขันอาสาว่าจะเป็นผู้ลงไปท่องทะเลขณะที่เรือรบกำลังทอดสมอลอยลำอยู่ในมหาสมุทร ขณะนั้นสักคนเดียวยังไม่มีผู้ใดกล้าเสี่ยงกับความตาย ด้วยการทดลองอำนาจมนต์ขลังของผ้าประเจียดที่ได้รับแจกจากพระหัตถ์ของเสด็จในกรมฯ เพราะทหารทุกคนได้มองเห็นเจ้าฉลามร้ายกำลังว่ายเวียนวนครีบกระโดงโผล่อยู่ใกล้กับเรือนั้นตั้งฝูงใหญ่ ใครเล่าจะกล้าลงไปให้ฝูงฉลามแย่งกันกัดเป็นอาหารของสัตว์ร้ายตายในพริบตาเดียว จึงไม่มีผู้กล้าขันอาสาชั้นนายทหารลงมาจนถึงชั้นพลทหาร

นายยัง หาญทะเล (คนขวามือ ชุดมวยไทย)

เสด็จในกรมฯ ทรงไม่พอพระทัย เพราะไม่มีผู้ใดที่จะแสดงความกล้าหาญให้เห็นประจักษ์เลยสักคนพระองค์ทรงดำเนินมาที่ นายยัง หาญทะเล ยืนอยู่แล้วทรงรับสั่งกับนายยังขึ้นว่า “อ้ายยังเอ็งพอจะกล้าลงไปเดินในทะเลให้ข้าเห็นความขลังศักดิ์สิทธิ์ของผ้าประเจียดของท่านอาจารย์สักหน่อยไม่ได้รึ” “เมื่อพระองค์ท่านมีราชประสงค์ของฝ่าพระบาทกระหม่อมก็จะขออาสาพระเจ้าข้า” นายยังยกมือขึ้นพนมทั้งสองข้างและสนองตอบอย่างไม่พรั่นพรึงเสด็จในกรมฯ ทรงรู้สึกดีพระทัยแล้วทรงพระสรวลลั่น

“อ้ายยังมึงกล้าสมชายชาติทหาร จะรอช้าอยู่ทำไม อาราธนาแล้วระลึกถึงท่านอาจารย์วัดมะขามเฒ่าเสียก่อน แล้วกระโดดลงไปเลย” เมื่อเสด็จในกรมฯ รับสั่งเช่นนั้น ยอดนักมวยเมืองท้าวสุรนารีก็รีบออกเดินหน้าสู่กาบเรือแล้วพุ่งตัวลงในทะเลลึก ประหนึ่งกับท้องมหาสมุทรนั้นเหมือนกับแม่น้ำลำคลองธรรมดา ปราศจากสัตว์ร้ายนานาชนิดเหมือนปาฏิหาริย์ นายยัง หาญทะเล ลงไปยืนเด่นอยู่ในผิวน้ำได้เป็นสิ่งมหัศจรรย์ยิ่งนัก เห็นประจักษ์แก่ตาเหล่าทหารหาญที่อยู่บนเรือนั้นทั่วทุกคน ทุกคนพากันกราบไหว้ผ้าประเจียดทั่วทุกคน ลูกราชนาวีเหล่าดอกประดู่ทั้งลำเรือต่างก็มีใจ

ฮึกเหิมตามๆ กัน เรือรบหลวงที่เสด็จในกรมฯ ประทับนั้นได้สงบเครื่องพักทอดสมอแล้ว ส่วนนายยังก็ลงไปอยู่ในท้องทะเลพอสมควรกับฝูงฉลามร้ายที่เวียนว่ายวกวนอยู่ข้างๆกายของนายยัง หาได้ทำอันตรายแก่นายยังไม่ ด้วยอำนาจบารมีของเสด็จในกรมฯและความขลังศักดิ์สิทธิ์ของท่านอาจารย์วัดมะขามเฒ่า ทำให้เหล่าทหารหาญที่ตามเสด็จนั้น เกิดความปีติเลื่อมใสขนลุกขนพอกสยองเกล้าทั่วทุกคน

แล้วนายยังก็ได้ไต่บันไดเรือขึ้นแล้วเดินไปกราบถวายบังคมแด่เสด็จในกรมฯพระองค์ท่านก็ทรงพระสรวลด้วยความพอพระทัย แล้วก้มพระกายลงเอาพระหัตถ์ตบลงบนศีรษะนายยังอย่างเอ็นดู แล้วตรัสพระสุรเสียงดังก้องขึ้นว่า “อ้ายยัง เอ็ง หาญทะเล สมสกุลที่ข้าได้ตั้งไว้ให้ดีแท้” นี่เป็นคำบอกเล่าของชายชราที่ทราบ

ความเป็นมา ว่าเสด็จในกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์เป็นผู้ทรงประทานนามสกุลให้นายยังว่า “หาญทะเล” จึงมีชื่อเสียงรู้จักยอดนักมวยเอก ยัง หาญทะเล ตราบเท่าทุกวันนี้

บทความนี้ เป็นเรื่องราวของเสด็จเตี่ยที่เป็นตำนานเล่าขานกันสืบทอดต่อๆกันมารุ่นสู่รุ่นและได้มีบันทึกไว้ให้คนรุ่นหลังได้ศึกษาเป็นความรู้ วันนี้ได้นำมาเผยแพร่บารมีครูบาอาจารย์เพื่อเป็นวิทยาทานแก่ทุกๆท่าน สาธุ สาธุ เรื่องราวนี้เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน 

⌘ข้อคิดท้ายเรื่อง⌘ รู้หรือไม่ว่าทุกวันนี้คนเรากินศพกับน้ำสกปรกหายใจเอาแต่กลิ่นตดกลิ่นในที่ลับของทุกๆคนมาตลอด⌘

ทุกอย่างล้วนมาจากดินส่วนดินก็มาจากซากพืชซากสัตว์ทับถมกันวันๆหนึ่งคนถุยน้ำลายกันลงพื้นกี่คนเหงื่อหยดลงดินกันกี่คนใบไม้ตกลงกันกี่ใบขี้วันละกี่คนเยี่ยววันละกี่สตรีเป็นเมนส์วันละกี่คนน้ำที่อาบล้างของลับก็ไหลลงดินคนตายวันละกี่คนสัตว์ตายวันละกี่ตัวเมื่อสัตว์ตายแล้วก็เน่ายุ่ยสลายค่อยๆกลายเป็นฝุ่นผงที่ละน้อยส่วนบ้างทีก็ฝังฝนตกมาก็กรองน้ำจากสัตว์คนตายนั้นละมาใช้ส่วนคนที่ตายก็นำไปเผาเมื่อเผากลายเป็นควันขึ้นไปเป็นฝนศพฝนลมตดอีก

ส่วนขี่เถ้าก็ถูกลมผัดไปกระจายไปทับถมกันเป็นดินอีกนี้คือความจริงของโลกทุกอย่างหากย้อนกลับไปในอดีตล้วนมีแต่ต้นไม้กับตัวเปล่าส่วนต้นไม้เองก็ดูดกลืนจากซากพืชซากสัตว์กินน้ำจากลมฝนตดศพลมสกปรกที่เกิดจากควันรถลมคนควันจากการเผาศพลมที่ผัดผ่านประจำเดือนผู้หญิงถังขยะซากศพสัตว์ตาย

พัดผ่านขี้เยี่ยวผัดผ่านขยะบุรี่ควันไฟที่หุงข้าวผ่านของลับคนทั้งโลกกันอีกหลายอย่างฯลฯ ลอยขึ้นไปแตกเป็นละอองกระจายกันเป็นเมฆตกลงมาให้เรามีลักษณะสีสันสวยสดใสแต่จริงๆแล้วสกปรกเหม็นคาวยิ่งนักลองคิดถึงกลิ่นขอทานเหม็นๆที่ลอยขึ้นฟ้าดูสิครับแล้วยิ่งลมบนไม่พัดลงข้างล่างอีกต่างหากนี้ละโลก

ส่วนน้ำที่เราใช้ทุกวันนี้จากที่เกริ่นไว้เริ่มต้นคงจะรู้กันแล้วว่าฝนมาจากไหนแล้วน้ำที่เททิ้งจากการซักผ้าละบ้างก็เป็นเมนส์เททิ้งน้ำเน่าน้ำเสียน้ำที่ซึมจากสัตว์ตายจากสิ่งโสโครกที่เราทิ้งลงบนพื้นไม่เชื่อเพื่อนๆของขับคนดูข้างทางเอาเถิดว่าทุกวันนี้เรากินน้ำที่กรองจากอะไรวันหนึ่งคนเยี่ยวลงพื้นกี่คนยิ่งส้วมทุกบ้านสมัยนี้เป็นส้วมซึมกันคิดดูว่าเราใช้น้ำผ่านขี้กินซากสัตว์กินเสลดเพื่อนบ้านและตัวเองเอาเถิดครับ

ส่วนท่านใดที่ว่ากรองแล้วกรองจากอะไรละถ้าไม่ใช่หินดินทรายที่เกิดจากเสลดที่ถุยลงพื้นแล้วฝุ่นละอองจับตัวกันเป็นก้อนลองนึกถึงหินงอกหินย้อยในถ้ำหรือต้นไม้ที่แช่น้ำอยู่นานๆแล้วกลายเป็นหินดูเอาเถิด

คนทุกคนเองก็เกิดมาจากขี้เยี่ยวซากศพซากสัตว์กันทั้งนั้นของมองลึกลงไปถึงต้นกำเนิดยุคไดโนเสาร์ดูเทคโนโลยีทุกสิ่งล้วนมาจากดินกับต้นไม้ที่ดูดเอาซากศพซากสัตว์ฝนศพและตดที่สะสมจากกลิ่นไม่พึงประสงค์ไปใช้ทั้งนั้นขออภัยนะครับถ้าพ่อแม่เราไม่กินขี้เยี่ยวซากพื้ชซากสัตว์ขี้เยี่ยวสักเจ็ดวันจะมีเเรงผสมพันธุ์กันไหมไม่มีแน่นอนแม่ท้องเราแล้วก็กินซากพืชซากสัตว์ของสกปรกดังกล่าวที่นี้ให้เราโตมาจนถึงทุกวันนี้

บางที่อ้างว่าหินมาจากลาวาจริงๆแล้วก็ใช่แต่มันมีกระบวนการย่อยสลายจากน้ำเสาะผสมขี้เยี่ยวไปหลายล้านปีแล้วไฟฟ้าเองผู้เขียนเคยดูต้องขุดไปถึง ๑๐ กิโลจึงจะพบถ่านหินลิกไนต์ที่นำมาทำไฟฟ้ามีลักษณะเป็นเเอ่งหินมีฟอสซิสหอยอีกต่างหากคงไม่ต้องพูดถึงว่าทุกวันนี้เราใช้น้ำที่กรองจากอะไรใบไม้ซากศพซากสัตว์ทับทมกันทั้งนั้น

ที่เกริ่นและกล่าวมาทั้งหมดนี้เพื่อให้ท่านผู้อ่านได้ถอนอุปปาทานใน รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัสต่างๆของนึกถึงข้าวที่มีน้ำประจำเดือนผู้หญิงขี้เยี่ยวแตกกระจายในปากดูสิครับอย่าลืมมองตัวเองด้วยละว่าเป็นของน่าเกลียดสอิดสเอีัยน

พยายามหาต้นตอที่มาของทุกสิ่งดูลองเปิดคลิปตรวจหาสารในน้ำปะปากรองดูได้เป็นความจริงดิน น้ำ ลม ไฟ รูปรสกลิ่นเสียงล้วนมาจากขี้เยี่ยวซากศพซากสัตว์ทับถมกันส่วนวิธีถอนอุปปาทานนั้นมีหลายวิธีบ้างก็ดูจิตตัวเองตลอดเวลาหากเกิด รัก โลภ โกรธ หลงก็ให้รีบระงับดับมันซะ(ตัวโกรธจะเห็นง่ายสุดให้ข่มใจสยบความโกรธให้ได้ก่อนใจโกรธแต่ทำท่าทางเหมือไม่โกรธสักพักความโกรธก็จะสลายไปเอง)

ส่วนอีกวิธีนั้นก็คือระลึกย้อนกลับไปตอนเราเกิดหรือก่อนอยู่ในท้องให้ทำจิตเป็นทองไม่รู้ร้อนพระพุทธเจ้า พระอินทร์ พระพรหม พระยมต่างๆนาๆฯลฯ เรามาเอาจากโลกทั้งนั้นพ่อแม่ลูกเมียก็เช่นกันจะสามารถดับอุปปาทานลงเสียได้(ผู้ปฏิบัติควรระวังเจ้าสัญญามันจะมาทำหน้าที่รีความชั่วซ้ำๆขึ้นมาในดวงจิตให้ดีให้ใช้วิธีว่าอวิชามันทำไม่ใช่ตัวเราทุกอย่างเรามาเอาจากโลกทั้งสิ้น)

วันหนึ่งคนขี้เยี่ยวตดอาบน้ำซักผ้าวันละกี่คนแล้วน้ำพวกนั้นไปไหนหมดถ้าไม่ใช่ลอยขึ้นฟ้ากลายมาเป็นฝน

ทุกอย่างคือศพขี้เยี่ยวดินจากศพ น้ำจากเมนส์ ลมจากตด ไฟจากแก๊สซากสัตวฺอยู่ในตัวเราทุกอย่างคือตัวเองใครอยากครองโลกอ่านจบก็ได้ครองแล้วครับส่วนฝนและขี้เถ้าศพคนที่เรารักอยู่ในตัวของเราทุกคนเพราะผู้อื่นและเราได้กินฝนศพขี้เถ้าของคนที่เรารักมาเจริญเติบโตทุกอย่างคือตัวเองและทุกคนคือคนที่เรารักปู่ย่าตายายเพราะเพื่อนบ้านและอีกหลายคนได้กินฝนศพขี้เถ้าคนที่เรารักนั้นทั้งสิ้นแลควรมองทุกคนคือคนที่เรารักฯ เรื่องฆ่าทุกคนก็หลีกเลี่ยงไม่ได้แม้แต่วัวควายก็ยังฆ่าพืชรุกขเทวดามากินทุกคนล้วนต่างบริสุทธิ์อยู่ที่เจตนาหรือไม่เท่านั่น**เรื่องนี้ของเอาวิทยาศาสตร์พิสูจน์ดูได้ว่าจริงไหม**

(ก่อนจักวาลและโลกจะเกิดทุกสิ่งคือสมมุติและคำว่าสมมุตินี้ก็คือสมุติเช่นกัน)

#ธรรมะของพระพุทธเจ้านามพระกัสปะหรือพระกัสสปยุคสมัยของพญามาราธิราช

ใส่ความเห็น