เสือหนาน ตำนานหนังเหนียว

ฝากข้อคิดก่อนอ่าน วิชาเหรียญสองด้านของอาจารย์ไพฑูรย์ท่านนั้นมีประโยชน์ยิ่งนักสำหรับใช้พิจารณาทุกสิ่งทุกอย่างที่เห็นมองเป็นสิ่งไม่ดีน่าเกลียดและสวยงามเมื่อลองพิจารณาพลิกดูอีกด้านของเหรียญให้ดีแล้วทุกสิ่งท่านในโลกมีทั้งดีและโทษแฝงไว้อยู่ตรงกันข้ามเสมอ..

วันนี้ได้นำเรื่องราวของ เสือหนาน ตำนานหนังเหนียว นำมาให้ทุกท่านได้อ่านศึกษาไปชมกันเลย

“คนหนังเหนียว” คือผู้อยู่ยงคงกระพันมีผิวกายคงทนต่อคมอาวุธทุกชนิด ฟันแทงไม่เข้า กระสุนปืนไม่อาจทะลุทะลวงผ่านผิวหนังเข้าไปได้เป็นมนุษย์เหนือมนุษย์เพราะมีร่างกายเป็นอัศจรรย์ ความวิเศษดังกล่าวคนทั่วไปมิอาจกระทำได้ ในจำนวนผู้คงกระพันหนังเหนียวเท่าที่ปรากฏ มีเสือปล้นโจรร้ายคนหนึ่งชื่อ “เสือหนาน” เป็นคนหนังเหนียวตราบถึงวันสิ้นลมหายใจ การที่คนผู้นี้มีร่างกายคงทนต่อคมศาสตราวุธ เชื่อว่าเนื่องจากอิทธิฤทธิ์ของวิชาไสยศาสตร์เป็นสำคัญแต่ไม่มีใครรู้ว่าเสือหนานเล่าเรียนไสยเวทอาคมขลังมาจากอาจารย์ใดและวิชาเหล่านั้นคือวิชาอะไร แม้เสือหนานจะเป็นทุรชนคนประพฤติชั่วมีจิตใจโหดเหี้ยมอำมหิตถึงขั้นทำลายชีวิตผู้อื่นมามากมายหลายคน ดำรงตนอยู่ด้วยการเบียดเบียนสุจริตชนเป็นเวลานานแต่ความศักดิ์สิทธิ์ของวิชาไสยศาสตร์กลับไม่เสื่อมคลาย

เสือหนานผู้นี้มีชีวิตอยู่ในช่วงเวลาที่ประเทศไทยยังมีการปกครองในระบบสมบูรณาญาสิทธิราชประมาณก่อนปีพ.ศ. ๒๔๕๘ ประวัติชีวิตโดยละเอียดไม่แจ้งชัดทราบแต่ว่าเป็นชาวสระบุรีแต่กำเนิด บิดามารดาเป็นชาวนาฐานะยากจนตัวเสือหนานไม่มีการศึกษามีชื่อเดิมว่า “สี” ต่อมาเมื่อประพฤติชั่วเป็นโจรจึงเปลี่ยนชื่อมาเป็น“หนาน”และกลายเป็นเสือหนานที่มีคนหวาดกลัวไปหลายจังหวัด เสือหนานผู้นี้มีนิสัยสันดานพาลเกเรและดุร้ายมาตั้งแต่เด็ก พอเป็นวัยรุ่นก็เริ่มออกลายนักเลงอันธพาล ขณะเดียวกันก็สนใจในวิชาไสยศาสตร์อย่างมุ่งมั่นหากรู้ว่ามีครูบาอาจารย์ที่มีวิชาอาคมขลังอยู่ที่ไหนจะดั้นด้นไปฝากตัวเป็นศิษย์ขอถ่ายทอดวิชาเหล่านั้นและวิชาไสยศาสตร์ดังกล่าวจะเป็นวิชาคงกระพันชาตรีและแคล้วคลาด

เมื่อได้วิชาอาคมมาใส่ตัวและทดสอบทดลองแล้วว่ามีความขลังทำให้หนังคงทนต่อคมอาวุธ ฟันแทงไม่เข้า ยิงไม่ออกหรือถึงยิงออกลูกปืนก็ไม่ระคายเนื้อหนัง เสือหนานก็ยิ่งฮึกเหิมลำพองไม่กลัวใคร แม้จะเป็นอันธพาลนักเลงใหญ่แค่ไหนก็ตาม เมื่อไม่ทำงานไม่ทำมาหากินก็ย่อมไม่มีเงินมาใช้จ่ายแต่การจะได้เงินมาโดยสุจริตก็ต้องทำงานเอาแรงเข้าแลกด้วยความเหน็ดเหนื่อยซึ่งวิธีนี้เสือหนานไม่ยอมกระทำ แต่เลือกวิธีหาเงินให้ได้มาด้วยการกระทำทุจริตนั่นคือ จี้ปล้นชิงทรัพย์ผู้อื่นหากเจ้าทรัพย์ขัดขืนหรือต่อสู้เสือหนานก็จะทำร้ายหรือฆ่ าเสีย ระยะแรกๆที่เสือหนานเข้าปล้นชิงทรัพย์ผู้อื่นจะเดินทางข้ามจังหวัดไปปล้นในถิ่นอื่น

ครั้นกระทำการสำเร็จแล้วก็จะกลับมาหลบซ่อนอยู่ในตำบลที่อยู่อาศัยของตน เหตุนี้จึงสามารถปกปิดความผิดไม่ให้คนในหมู่บ้านเดียวกันล่วงรู้พฤติกรรมการเป็นโจรและยังเป็นการอำพรางซ่อนเร้นให้รอดพ้นจากเจ้าหน้าที่บ้านเมืองซึ่งกำลังสืบหาตัว ต่อมามีเพื่อนมาชวนเสือหนานย้ายไปอยู่จังหวัดลพบุรีนอกจากจะให้ที่อยู่ที่อาศัยยังหางานให้ทำอีกด้วย ตั้งแต่ปีพ.ศ.๒๔๕๘–๒๔๖๓ เป็นเวลากว่า๕ปีที่เสือหนานอาละวาดปล้นฆ่ าระยะเวลาอันยาวนานดังกล่าวมิใช่เสือหนานจะแคล้วคลาดไม่เคยปะทะกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเลยก็หาไม่ เสือหนานเคยประจัญบานกับเจ้าหน้าที่บ้านเมืองหลายครั้งหลายหน เปิดฉากยิงต่อสู้กันในระยะกระชั้นชิดเสียด้วยซ้ำ แต่เสือหนานก็สามารถพาลูกน้องบริวารแหวกวงล้อมหลุดรอดไปได้ทุกครั้งโดยปลอดภัย

พวกโจรไม่มีใครบาดเจ็บล้มตายจากกระสุนปืนตำรวจแม้แต่คนเดียว ทั้งที่อาวุธของฝ่ายตำรวจเหนือชั้นกว่าเพราะปืนของพวกโจรเป็นปืนคาบศิลาโบราณ กว่าจะยิงได้แต่ละนัดต้องเสียเวลาใส่ดินปืน บรรจุลูกปืนทางปากกระบอกเป็นที่ยุ่งยากในการยิงสู้กันหลายครั้ง เสือหนานทำให้ฝ่ายตำรวจเกิดความระย่อไม่น้อยเนื่องจากยิงถูกเสือหนานจังๆ หลายนัดแต่กระสุนไม่ระคายผิวของเขาเสียด้วยซ้ำ เป็นที่ประจักษ์แก่สายตาของเจ้าหน้าที่บ้านเมืองว่าเสือปล้นคนนี้คงกระพันหนังเหนียวอย่างเหลือเชื่อ อีกประการหนึ่งที่ทำให้เชื่อว่าเสือหนานมีวิชาอาคมทางแคล้วคลาดและมหาอุดที่ขลังน่าอัศจรรย์นั่นคือระหว่างที่ฝ่ายตำรวจยิงสู้กับพวกโจรปืนของตำรวจมักจะเกิดขัดข้องอย่างไม่น่าเป็นไปได้ เช่น กระสุ้นด้านยิงไม่ออกบ้าง กระสุนขัดลำกล้องบ้าง หรือยิงผิดเป้าบ้าง

แสดงว่าวิชาอาคมของเขาไม่เพียงแต่คุ้มครองตัวเองยังสามารถแผ่อานุภาพปกป้องคุ้มครองบริวารได้อีกด้วย เหตุนี้เสือหนานกับลูกน้องจึงแคล้วคลาดปลอดภัยจากอาวุธของฝ่ายเจ้าหน้าที่บ้านเมืองทุกครั้ง ตอนต้นปี๒๔๖๓เสือหนานคุมบริวารโจรเข้าปิดตลาดจันเสนปล้นอย่างอุกอาจ หลังจากนั้นไม่กี่เดือนก็ยกพวกเข้าปล้นตลาดบ้านหมี่อีกครั้งหนึ่ง กวาดทรัพย์สินไปได้มากกว่าการปล้นตลาดจันเสนเกือบเท่าตัวก่อนจะถอยเข้าป่าหายไป การกระทำของเสือหนานแสดงให้เห็นว่าไม่หวั่นเกรงอาญาแผ่นดินทั้งไม่พรั่นพรึงอำนาจเจ้าหน้าที่บ้านเมืองเอาเสียเลย ทำให้เจ้าเมืองลพบุรีขณะนั้นคือ“พระยากำจัดโสภณทุจริต”โกรธเกรี้ยวอย่างที่สุด

ท่านเจ้าเมืองลพบุรีจึงเข้ามาบัญชาการปราบปรามโจรก๊กเสือหนานด้วยตัวเองโดยระดมมือปราบฝีมือดีมารวมกัน มี “ขุนศรีฤนาค”นายอำเภอโคกสำโรงและร.ต.ท.หลวงรักษาพลไกร(ยศขณะนั้น)เป็นหัวหน้าหน่วยมีนายสิบและพลตำรวจอีกกว่าสิบนายส่วนพระยากำจัดโสภณทุจริตเป็นผู้บัญชาการหน่วยปราบโจรก๊กนี้ ในที่สุดสายสืบก็มารายงานว่า เสือหนานกับบริวารหลบซ่อนอยู่ที่บ้านบ่อทอง ตำบลชอนสารเดช อำเภอโคกสำโรง จังหวัดลพบุรี เจ้าเมืองลพบุรีจึงยกกำลังหน่วยปราบปรามบุกไปยังถิ่นเสือทันที เส้นทางที่จะไปยังบ้านบ่อทองทุรกันดารอย่างยิ่ง เนื่องจากบ้านบ่อทองเป็นหมู่บ้านเล็กๆอยู่กลางดงลึกต้องลุยป่าเข้าไป พาหนะที่จะใช้บุกฝ่าเข้าไปยังหมู่บ้านเป้าหมายต้องใช้ช้างเพียงอย่างเดียวและจำเป็นต้องใช้ช้างหลายเชือกเพื่อใช้ขนเสบียงอาหารสำหรับคนหมู่มากเข้าไปด้วย

รอนแรมข้ามวันข้ามคืนกระทั่งเข้าเขตบ้านบ่อทองเจ้าหน้าที่ทุกคนก็กระจายกันเข้าโอบล้อมหมู่บ้านซึ่งเป็นชุมโจรเสือหนานทันทีแต่พวกโจรก็รู้ตัวก่อนฝ่ายเจ้าหน้าที่บ้านเมืองจะบุกเข้าประชิดตัว พวกมันพากันออกมาปักหลักยิงสู้อย่างไม่กลัวเกรง ทั้งสองฝ่ายยิงกันสนั่นป่าฝ่ายเจ้าหน้าที่ตำรวจใช้ปืนพระราม๖เป็นอาวุะประจำกาย ส่วนพวกโจรใช้ปืนคาบศิลาโบราณเป็นเรื่องน่าแปลกอย่างยิ่งที่ไม่มีตำรวจคนไหนยิงถูกโจรแม้แต่คนเดียว ทั้งๆที่เห็นพวกโจรวิ่งไปมาถนัดตาจะว่าตำรวจไร้ฝีมือก็ไม่ใช่เพราะที่คัดเอาตัวไปล้วนแต่แม่นปืนทั้งสิ้น นอกจากจะยิงโจรไม่ถูกปืนแต่ละกระบอกยังเกิดขัดข้องทำให้ยิงไม่ออกยิงไม่ได้อย่างไม่น่าจะเป็นไปได้ ทำให้การรุกบุกเข้าไปกระทำไม่ได้เพราะจะเกิดอันตรายต่อฝ่ายเจ้าหน้าที่ เจ้าเมืองลพบุรีเห็นอาถรรพณ์วิชาไสยศาสตร์ของเสือหนานเข้มขลังอย่างไม่น่าเชื่อ ท่านจำต้องสั่งให้ถอยออกมาก่อนและตัดสินใจถอนกำลังทั้งหมดเดินทางออกจากป่า เพื่อหาทางแก้ไขปัญหาอันเหลือเชื่อนั้นต่อไป

คณะปราบโจรก๊กเสือหนานภายใต้การนำของพระยากำจัดโสภณทุจริตเจ้าเมืองลพบุรี ออกจากป่ามาพักที่อำเภอโคกสำโรง ณ ที่โคกสำโรงก็มีผู้เรืองวิชาอาคมทางไสยเวทท่านหนึ่งมาให้คำแนะนำต่อเจ้าเมืองลพบุรีว่า ถ้าจะปราบเสือหนานให้สำเร็จต้องล้างอาถรรพณ์วิชาอาคมขลังของมันให้ได้เสียก่อน โดยใช้อาวุธปืนที่ลงอักขระเวทมนต์ซึ่งมีอิทธิฤทธิ์เหนือกว่าไปยิง ซึ่งอาวุธปืนที่ว่านี้มีกระบอกหนึ่งเป็นปืนของหลวงพิทักษ์ลายนิกร(ปั่น นิยมจันทร์)อดีตนายอำเภอบ้านหมี่ซึ่งเกษียณอายุราชการไปแล้ว เมื่อท่านเจ้าเมืองลพบุรีรู้ความนัยเช่นนั้นจึงมีหนังสือให้คนถือไปพบหลวงพิทักษ์ลายนิกรเพื่อขอยืมปืนกระบอกดังกล่าวมาปราบเสือหนาน อดีตนายอำเภอบ้านหมี่ก็มอบปืนให้มาครั้นได้ปืนล้างอาถรรพณ์มาสมประสงค์

พระยากำจัดโสภณทุจริตจึงยกขบวนปราบโจรหวนกลับเข้าป่าไปใหม่มุ่งหน้าไปยังบ้านบ่อทองที่เดิมเพราะทราบมาว่าเสือหนานกับบริวารยังอยู่ที่หมู่บ้านนั้นไม่ได้หลบหนีไปที่ไหนต่อไปอีกและขณะนี้พวกโจรยิ่งฮึกเหิมกว่าเดิม เนื่องจากฝ่ายตำรวจสู้ไม่ได้ถึงขั้นต้องถอยหนี ขบวนปราบโจรของท่านเจ้าเมืองลพบุรีนอกจากจะมีนายตำรวจนายอำเภอและนายสิบพลตำรวจชุดเดิมยังมีผู้อาสาร่วมขบวนไปด้วยเพิ่มมาอีก๕คนคือ กำนันนวล กสิวัฒน์ กำนันตำบลโพนทอง ร.ต.ท.ต่าย, ส.ต.ต.บุญ, พลฯ ช่วย และพลฯ เชิด กระต่ายอินทร์ กำลังของฝ่ายเจ้าหน้าที่บ้านเมืองบุกป่าฝ่าดงพร้อมด้วยพาหนะช้างเช่นเดิมตรงไปยังหมู่บ้านบ่อทอง

เมื่อไปถึงจุดหมาย พระยากำจัดโสภณทุจริตก็สั่งให้ขยายแนวรุกคืบหน้าเข้าไปหาหมู่บ้านซึ่งเป็นชุมโจรทันที พวกโจรรู้ตัวว่าตำรวจและอำเภอยกกำลังมาปราบปรามพวกตน แทนที่จะขวัญเสียหวาดกลัวกลับคึกคะนองลำพองคว้าปืนคว้าดาบกระจายกันต่อสู้ไม่ยอมถอยด้วยเชื่อมั้่นในอานุภาพวิชาไสยศาสตร์ของเสือหนานหัวหน้าที่ทำให้แคล้วคลาดจากกระสุนปืนเช่นทุกครั้งแต่คราวนี้ไม่เหมือนครั้งก่อนเสียแล้ว นายอำเภอขุนศรีนฤนาคซึ่งเป็นผู้ถือปืนล้างอาถรรพณ์ประทับปืนเล็งไปที่สมุนโจรคนหนึ่งกดไกเปรี้ยงออกไป คนที่เป็นเป้าก็ล้มลงไปดิ้นเพราะเจอลูกปื นทะลวงเข้าเต็มอก พวกโจรซึ่งแคล้วคลาดมาโดยตลอดพากันตื่นตกใจ เมื่อเห็นพรรคพวกถูกยิ งเลือดสาดนอนพะง าบๆไม่ถึงอึดใจก็สิ้นใจตาย

เมื่อปืนล้างอาถรรพณ์ระเบิดออกไปนัดแรกความขลังจากอิทธิฤทธิ์ไสยเวทพลันสูญสิ้นทันที คราวนี้ปืนในมือเจ้าหน้าที่ทุกคนก็เลือกยิงตามสบายปืนลั่นเปรี้ยงออกไปเมื่อไรโจรไม่เจ็บก็ตายคาที่ คราวนี้สมุนเสือหนานขวัญกระเจิงกันถ้วนหน้าเห็นพวกตนถูกยิงลงไปนอนดิ้นร้องโอดโอยต่างถอดใจไม่คิดสู้ เมื่อฝ่ายตำรวจรุกเข้าไปบรรดาโจรชั้นบริวารก็พากันวิ่งหนีเข้าป่า แม้พวกโจรคนอื่นๆจะกระจายหนีหายเข้าป่าเอาตัวรอด แต่มีโจรคนเดียวที่ปักหลักสู้ยิบตาไม่ยอมหนีนั่นคือเสือจันลาซึ่งเป็นรองหัวหน้า เสือจันลาไม่แสดงท่าทีจะยอมแพ้ง่ายๆทั้งที่เหลือตัวคนเดียว มันใช้ปืนคาบศิลายิ งเข้าใส่ฝ่ายเจ้าหน้าที่เป็นระยะและเป็นเรื่องผิดปกติอยู่อย่างหนึ่งตั้งแต่การต่อสู้เปิดฉากขึ้น ไม่มีใครเห็นเสือหนานปรากฏตัวให้เห็น ทั้งที่ยิงสู้กันครั้งก่อนจะเห็นเสือหนานนำหน้าลูกน้องสั่งการให้สู้รบอย่างไม่เกรงกลัวลูกปืนเอาเสียเลย

ขณะที่มีแต่เสือจันลายิงสู้อย่างโดดเดี่ยว ตำรวจสี่นายมี ร.ต.ท.ต่าย,ส.ต.ต.บุญ,พลฯ เชิด,พลฯช่วยและกำนันนวล ก็พร้อมใจกันวิ่งเข้าหาเสือจันลาอย่างห้าวหาญไม่หวั่นเกรงต่อวิถีกระสุนที่เสือจันลายิงเข้าใส่แม้แต่น้อย เสือจันลาเห็นฝ่ายเจ้าหน้าที่ลุยเข้ามาเช่นนั้นก็ใจฝ่อ ออกวิ่งเตลิดหนีเข้าป่าไม่คิดชีวิต แต่ ร.ต.ท.ต่าย, ส.ต.ต.บุญ, พลฯช่วยกับกำนันนวลไม่ยอมให้หนีรอดไปง่ายๆทั้งสี่คนวิ่งตามไปไม่ลดละ ในที่สุดเสือจันลาก็ถูกยิ งตายไปอีกคน

สำหรับพลฯเชิดซึ่งบุกเข้าไปพร้อมๆกันไม่ได้วิ่งไล่เสือจันลาแต่หยุดตรวจดูบริเวณที่เสือจันลายึดเป็นที่มั่นยิงสู้ด้วยความสงสัยว่า เพราะเหตุใดมันจึงไม่ยอมถอยหนีหรือย้ายที่เอาเสียเลยคล้ายกับเสือจันลากำลังพยายามต่อสู้ป้องกันใครคนหนึ่งไว้ ซึ่งคนนั้นอาจเป็นเสือหนานก็เป็นได้ พลฯเชิดเดินตรวจดูบริเวณนั้นซึ่งเป็นพงรกมีพุ่มไม้ใบหนาค่อนข้างหนาแน่น ในที่สุดก็เจอเข้ากับเสือหนานจริงๆ เสือปล้นตัวร้ายนอนหมอบอยู่ข้างละเมาะทึบมีปืนสั้นคู่มือถือกระชับอยู่ พอเห็นพลฯเชิดเสือหนานก็ยกปืนขึ้นยิ งทันที แต่พลฯเชิดก็มีของดีเหมือนกันลูกปืนด้านยิงไม่ออก พลฯเชิดประทับปืนประจำตัวยิงบ้างแต่ก็ยิงไม่ออก

พลฯเชิดเกรงว่าเสือหนานจะหนีจึงเหวี่ยงปืนทิ้งแล้วโดดเข้าไปปล้ำเพื่อจับตัว ถึงอาวุธปืนจะไร้ประสิทธิภาพไปแล้วแต่เสือหนานก็ยังมีมีดปลายแหลมประจำตัว มีดเล่มนี้ลงอักขระตัวขอมและลงอาคมเอาไว้ พลฯเชิดคิดไม่ถึงว่าเสือหนานจะมีมีดอีกเล่มจึงถูกจ้วงแ ท งก่อนที่ศีรษะแต่บาดแผลไม่ฉกรรจ์นักพลฯเชิดก็แย่งมีดสุดความสามารถกระทั่งมีดหลุดจากมือ กระนั้นก็ยังโดนคมมีดบาดที่ลำตัวอีกสองแผลส่วนเสือหนานนอนแผ่อย่างหมดฤทธิ์ การที่เสือหนานหมดแรงยอมแพ้อย่างง่ายดาย เนื่องจากกำลังเป็นไข้ป่าอยู่เมื่อมาต่อสู้กอดปล้ำกับพลฯเชิดเข้าอีกก็ถึงกับหมอบฟุบไม่มีแรงพยุงตัวนั่งเสียด้วยซ้ำ ท่านเจ้าเมืองลพบุรีจึงให้ทำแคร่หามเสือหนานนำออกจากป่าพอถึงจังหวัดลพบุรีเสือปล้นหนังเหนียวก็สิ้นใจตาย เสือหนานหนังเหนียวจบสิ้นบทบาทเสือปล้นโจรชั่วอย่างไร้ค่าแต่เพียงเท่านี้แม้จะคงกระพัน

Cr. นิตยสารแปลกรายสัปดาห์

บทความที่กล่าวมาข้างต้น เป็นเรื่องราวที่เป็นตำนานเล่าขานที่เล่าสืบทอดกันมารุ่นสู่รุ่นและมีบันทึกไว้ นำมาเผยแพร่เพื่อเป็นวิทยาทานแก่ทุกๆท่าน สาธุ สาธุ เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน 

ใส่ความเห็น