เสือเปีย อ้ายเสือร้ายแห่งเมืองปากน้ำ

ฝากข้อคิดก่อนอ่าน วิชาเหรียญสองด้านของอาจารย์ไพฑูรย์ท่านนั้นมีประโยชน์ยิ่งนักสำหรับใช้พิจารณาทุกสิ่งทุกอย่างที่เห็นมองเป็นสิ่งไม่ดีน่าเกลียดและสวยงามเมื่อลองพิจารณาพลิกดูอีกด้านของเหรียญให้ดีแล้วทุกสิ่งท่านในโลกมีทั้งดีและโทษแฝงไว้อยู่ตรงกันข้ามเสมอ..

วันนี้ได้นำเรื่องราวของ เสือเปีย อ้ายเสือร้ายแห่งเมืองปากน้ำ นำมาให้ทุกท่านได้อ่านศึกษาไปชมกันเลย

จากข้อมูลตามจดหมายเหตุของจังหวัดสมุทรปราการมีประวัติของอ้ายผู้ร้ายคนสําคัญ ซึ่งเรื่องลือจนเป็นที่ต้องการตัวของตํารวจกองตระเวน ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่๕ ต่อเนื่องจนถึงสมัยรัชกาลที่๖ นั่นคือ“อ้ายเสือเปีย”หัวหน้าชุมโจรใหญ่เมืองปากนํ้า “เสือเปีย”หรือนายเปียเกิดที่บ้านตลาดอําเภอเมืองสมุทรปราการเป็นคนเชื้อสายไทยปนแขกมาลายูมีวิชาอาคมชั้นสูง มีความสามารถในเพลงดา บถือปื น๑๒นัดและปื นแก๊ปแฝด ก่อนการเข้าปล้นทุกครั้งจะชอบยิ งปื นและโห่ร้องเสียงดัง หากเอ่ยถึงชื่อ”เสือเปีย”ทุกคนจะเงียบทันทีและถึงกับมีการแต่งเพลงแหล่เล่าเรื่องราวของเสือเปียเอาไว้อย่างสนุกสนานเป็นที่พิสดาร

เท่าที่มีหลักฐานในหนังสือรวมบทแหล่มหาชนที่พิมพ์ขึ้นเมื่อปีพ.ศ.๒๔๖๘ มีชื่อบทเพลง“แหล่เสือเปีย”และอีกเพลงที่ชื่อ“แหล่เสือเปียดื้อ”(คําว่า ดื้อ ในสมัยนั้นน่าจะมีความหมายที่เลวร้ายมากกว่าสมัยนี้) ตามเนื้อเพลงในบทแหล่ “เสือเปียดื้อ”นั้นได้กล่าวถึงเสือเปียในฐานะเป็นคนใจพาลสันดานกล้า ประพฤติตนเป็นคนโหดเหี้ยมปล้นและปลิดชีวิ ตไม่ว่าจะเป็นหญิงหรือชาย ขึ้นชื่อว่าเสือเปียแล้วในเขตเมืองสมุทรปราการชาวบ้านร้านถิ่นเป็นต้องเกรงกลัวเสือเปียไปทุกแห่งหน แต่ก็เป็นที่น่าสังเกตว่าการเป็นเสือปล้นปลิดชีวิ ตของเสือเปียนั้นเริ่มต้นเมื่อเสือเปียมีอายุย่างเข้า๓๗ปี เข้าไปแล้ว ซึ่งถือเป็นเรื่องประหลาดที่ไม่ได้มีพฤติกรรมที่ติดตัวมาตั้งแต่วัยเด็ก จากบทความ“ย้อนตํานานสมุทรปราการ”

วีรกรรมของเสือเปียที่ก่อไว้มีมากมายหลายเหตุแต่การปล้นที่ถูกกล่าวขวัญก็คือ วันที่๓๐เมษายน๒๔๔๘ เหตุคนร้ายยิ งปื นขึ้นฟ้าร้องตะโกน“อ้ายเสือเอาวา”แล้วพากันบุกเข้าปล้นโรงอําแดงอ่อนที่ตําบลทุ่งฟ้าร้องเมืองนครเขื่อนขันธ์ มีคนร้ายจุดคบเพลิงพังประตูช่วงอําแดงอ่อนไม่อยู่แล้วเก็บทรัพย์ไปได้รวมราคา๒๕๙บาท๑๖อัฐ ก่อนหลบหนีไป วันที่ ๒๕พฤษภาคม๒๔๔๘(เกือบหนึ่งเดือนต่อมา) เวลา๓ยามเศษคราวนี้หนักขึ้นไปอีกเมื่อมีคนร้ายนับ๕๐คนจุดคบเพลิง ยิ งปื นหลายนัดโห่ร้องเข้าตีปล้นโรงนายสาอําแดงวอนที่ตําบลคลองสลุตแขวงเมืองสมุทรปราการ นายสาเจ้าของบ้านเกิดการขัดขืนจึงถูกอ้ายผู้ร้ายใช้อาวุธดาบเข้านายสาตรงข้อมือและยิ งต่ออีกจนสิ้นลมหายใจคาที่ ส่วนอําแดงวอนถูกคมมีดบาดเจ็บสาหัส พวกโจรค้นเก็บเอาทรัพย์ไปรวมราคาประมาณ๖๑๘บาท๓๒อัฐ ก่อนหลบหนีไป

แม้ชื่อเสียงของเสือเปียที่ก่อไว้กับลูกสมุนจะดูโหดเหี้ยม แต่ก็ยังมีเหตุที่เป็นที่กล่าวขวัญมากที่สุดของขุนโจรแห่งเมืองปากนํ้าที่ชาวบ้านมักจะพูดกนถึงเหตุการณ์ปล้นปลิดชีวิ ตอย่างอุกฉกรรจ์ในโรงบ่อนเบี้ยย่านสําโรง ในวันที่๑๖พฤษภาคมพ.ศ.๒๔๔๕ บ่อนเบี้ยนี้ถือเป็นบ่อนใหญ่มีผู้คุมมากมายเดิมเป็นโกดังเก็บนํ้ามันที่ถูกดัดแปลงเป็นโรงบ่อน ปล้นครั้งนั้นแม้ในมณฑลกรุงเทพฯซึ่งเป็นมณฑลใหญ่ก็ยังไม่เคยมีเหตุร้ายแรงเท่าการที่อ้ายเสือเปียกับพวกใช้ปื นยิ งไม่เลือกหน้า คนในบ่อนต้องบาดเจ็บล้ม ตา ยทันที๙คน พวกที่หนีทันก็รอดส่วนพวกที่บาดเจ็บวิ่งไม่ทัน จากนั้นที่ทําการรวบรวมเงินทองในโรงบ่อนไปจนหมด

เมื่อทางการส่งตํารวจกองตระเวนมาปราบปรามอย่างจริงจังสามารถจับลูกน้องเสือเปียได้ถึง๔๐คน  ส่งไปให้ศาลตัดสินประหารชีวิต๑๔คนที่เหลือถูกนําไปจําคุก เนื่องจากอ้ายเสือเปียที่โหดร้ายในการปล้นแต่ก็มีจิตใจเป็นนักเลง คอยช่วยเหลือคนในชุมชนไม่ให้มีใครมาเอาเปรียบคือ มักปล้นแต่คนมั่งมีแล้วแบ่งทรัพย์สินบางส่วนเพื่อช่วยเหลือคนจนการติดตามจับกุมตัวอ้ายเสือร้ายจึงไม่ค่อยได้รับความร่วมมือจากชาวบ้านมากนัก ซํ้าร้ายอ้ายเสือเปียก็ยังถือเคล็ดมีวิชาอาคมอยู่ยงคงกระพัน จนเมื่อเกิดการประทะกันตํารวจยังเป็นฝ่ายพลาดท่าถูกเสือเปียปลิดชีวิ ตไปคราวละ๓3-๔คน

เสือเปียสามารถหลบหนีทางการได้ถึง๑๑ปี ระหว่างนี้ก็ยังก่อกรรมทําเข็ญปล้นปลิดชีวิ ตชาวเมืองสมุทรปราการอยู่ตลอด แต่ด้วยวัยที่ย่างเข้าวัยชราเสือเปียจึงเริ่มคิดถึงการปลดระวาง เคยทําหนังสือมาถึงเจ้าหน้าที่อยู่หลายคราวว่าจะมอบตัวเพียงเพื่อไว้ชีวิต แต่ฝ่ายเจ้าหน้าที่ไม่สามารถทําตามที่เสือเปียขอได้ด้วยเพราะหลายคดีที่เสือเปียก่อล้วนเป็นเหตุที่ร้ายแรงเหลือจะให้อภัย จนสุดท้ายบทอวสานของเสือเปียก็มาถึงซึ่งก็น่าแปลกที่ไม่ใช่ฝีมือการปราบปรามของเจ้าหน้าที่ แต่เป็นเพียงการเสนอหัวข้อข่าว การทะเลาะวิวาทปลิดชีพที่ปากนํ้า ในหนังสือพิมพ์บางกอกไตม์ฉบับวันที่๒๖เมษายน๒๔๕๖ หัวข้อข่าว“ผู้ร้ายตัว สําคัญ”ความว่า

“เมื่อคืนวันที่๒๔ได้เกิดขึ้นที่เมืองสมุทรปราการเป็นเหตุให้จับตัวผู้ร้ายตัวสําคัญได้คนหนึ่ง ผู้ร้ายคนนี้ไม่ใช่อื่นไกลคือ อ้ายเสือเปียที่กองตระเวนต้องการจับตัวพากเพียรกันถึง๑๑ปีก็ยังจับไม่ได้ จนครั้งนี้เมื่อมาถึงคราวอวสานของอ้ายเสือร้ายนั้น เสือเปียได้ต่อสู้กับชาย๓คนซึ่งเกลียดชังมันอยู่ชายทั้งสามที่เข้าใจว่าเป็นทหารเรือนําโดยนายชุ่มได้รุมทําร้ายจนเสือเปียล้มลงต่อมามีเพื่อนเข้าช่วยหลังถูกคมมีดเจ็บหนัก อ้ายเสือร้ายกลับทําประหลาดไม่ยอมให้ส่งตัวไปรักษา มาพบตัวอีกทีก็พบว่า“เสือเปียถูกคมมีดจนไ ส้ไห ล” นอนซมจนเสียชีวิ ตในวันที่๒๕เมษายน๒๔๕๖ (เสือเปียเสีชีวิ ตเมื่ออายุ๔๘ปี)”

บทความที่กล่าวมาข้างต้น เป็นเรื่องราวที่เป็นตำนานเล่าขานที่เล่าสืบทอดกันมารุ่นสู่รุ่นและมีบันทึกไว้ นำมาเผยแพร่เพื่อเป็นวิทยาทานแก่ทุกๆท่าน สาธุ สาธุ เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน 

⌘ข้อคิดท้ายเรื่อง⌘ รู้หรือไม่ว่าทุกวันนี้คนเรากินศพกับน้ำสกปรกหายใจเอาแต่กลิ่นตดกลิ่นในที่ลับของทุกๆคนมาตลอด⌘

ทุกอย่างล้วนมาจากดินส่วนดินก็มาจากซากพืชซากสัตว์ทับถมกันวันๆหนึ่งคนถุยน้ำลายกันลงพื้นกี่คนเหงื่อหยดลงดินกันกี่คนใบไม้ตกลงกันกี่ใบขี้วันละกี่คนเยี่ยววันละกี่สตรีเป็นเมนส์วันละกี่คนน้ำที่อาบล้างของลับก็ไหลลงดินคนตายวันละกี่คนสัตว์ตายวันละกี่ตัวเมื่อสัตว์ตายแล้วก็เน่ายุ่ยสลายค่อยๆกลายเป็นฝุ่นผงที่ละน้อยส่วนบ้างทีก็ฝังฝนตกมาก็กรองน้ำจากสัตว์คนตายนั้นละมาใช้ส่วนคนที่ตายก็นำไปเผาเมื่อเผากลายเป็นควันขึ้นไปเป็นฝนศพฝนลมตดอีก

ส่วนขี่เถ้าก็ถูกลมผัดไปกระจายไปทับถมกันเป็นดินอีกนี้คือความจริงของโลกทุกอย่างหากย้อนกลับไปในอดีตล้วนมีแต่ต้นไม้กับตัวเปล่าส่วนต้นไม้เองก็ดูดกลืนจากซากพืชซากสัตว์กินน้ำจากลมฝนตดศพลมสกปรกที่เกิดจากควันรถลมคนควันจากการเผาศพลมที่ผัดผ่านประจำเดือนผู้หญิงถังขยะซากศพสัตว์ตาย

พัดผ่านขี้เยี่ยวผัดผ่านขยะบุรี่ควันไฟที่หุงข้าวผ่านของลับคนทั้งโลกกันอีกหลายอย่างฯลฯ ลอยขึ้นไปแตกเป็นละอองกระจายกันเป็นเมฆตกลงมาให้เรามีลักษณะสีสันสวยสดใสแต่จริงๆแล้วสกปรกเหม็นคาวยิ่งนักลองคิดถึงกลิ่นขอทานเหม็นๆที่ลอยขึ้นฟ้าดูสิครับแล้วยิ่งลมบนไม่พัดลงข้างล่างอีกต่างหากนี้ละโลก

ส่วนน้ำที่เราใช้ทุกวันนี้จากที่เกริ่นไว้เริ่มต้นคงจะรู้กันแล้วว่าฝนมาจากไหนแล้วน้ำที่เททิ้งจากการซักผ้าละบ้างก็เป็นเมนส์เททิ้งน้ำเน่าน้ำเสียน้ำที่ซึมจากสัตว์ตายจากสิ่งโสโครกที่เราทิ้งลงบนพื้นไม่เชื่อเพื่อนๆของขับคนดูข้างทางเอาเถิดว่าทุกวันนี้เรากินน้ำที่กรองจากอะไรวันหนึ่งคนเยี่ยวลงพื้นกี่คนยิ่งส้วมทุกบ้านสมัยนี้เป็นส้วมซึมกันคิดดูว่าเราใช้น้ำผ่านขี้กินซากสัตว์กินเสลดเพื่อนบ้านและตัวเองเอาเถิดครับ

ส่วนท่านใดที่ว่ากรองแล้วกรองจากอะไรละถ้าไม่ใช่หินดินทรายที่เกิดจากเสลดที่ถุยลงพื้นแล้วฝุ่นละอองจับตัวกันเป็นก้อนลองนึกถึงหินงอกหินย้อยในถ้ำหรือต้นไม้ที่แช่น้ำอยู่นานๆแล้วกลายเป็นหินดูเอาเถิด

คนทุกคนเองก็เกิดมาจากขี้เยี่ยวซากศพซากสัตว์กันทั้งนั้นของมองลึกลงไปถึงต้นกำเนิดยุคไดโนเสาร์ดูเทคโนโลยีทุกสิ่งล้วนมาจากดินกับต้นไม้ที่ดูดเอาซากศพซากสัตว์ฝนศพและตดที่สะสมจากกลิ่นไม่พึงประสงค์ไปใช้ทั้งนั้นขออภัยนะครับถ้าพ่อแม่เราไม่กินขี้เยี่ยวซากพื้ชซากสัตว์ขี้เยี่ยวสักเจ็ดวันจะมีเเรงผสมพันธุ์กันไหมไม่มีแน่นอนแม่ท้องเราแล้วก็กินซากพืชซากสัตว์ของสกปรกดังกล่าวที่นี้ให้เราโตมาจนถึงทุกวันนี้

บางที่อ้างว่าหินมาจากลาวาจริงๆแล้วก็ใช่แต่มันมีกระบวนการย่อยสลายจากน้ำเสาะผสมขี้เยี่ยวไปหลายล้านปีแล้วไฟฟ้าเองผู้เขียนเคยดูต้องขุดไปถึง ๑๐ กิโลจึงจะพบถ่านหินลิกไนต์ที่นำมาทำไฟฟ้ามีลักษณะเป็นเเอ่งหินมีฟอสซิสหอยอีกต่างหากคงไม่ต้องพูดถึงว่าทุกวันนี้เราใช้น้ำที่กรองจากอะไรใบไม้ซากศพซากสัตว์ทับทมกันทั้งนั้น

ที่เกริ่นและกล่าวมาทั้งหมดนี้เพื่อให้ท่านผู้อ่านได้ถอนอุปปาทานใน รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัสต่างๆของนึกถึงข้าวที่มีน้ำประจำเดือนผู้หญิงขี้เยี่ยวแตกกระจายในปากดูสิครับอย่าลืมมองตัวเองด้วยละว่าเป็นของน่าเกลียดสอิดสเอีัยน

พยายามหาต้นตอที่มาของทุกสิ่งดูลองเปิดคลิปตรวจหาสารในน้ำปะปากรองดูได้เป็นความจริงดิน น้ำ ลม ไฟ รูปรสกลิ่นเสียงล้วนมาจากขี้เยี่ยวซากศพซากสัตว์ทับถมกันส่วนวิธีถอนอุปปาทานนั้นมีหลายวิธีบ้างก็ดูจิตตัวเองตลอดเวลาหากเกิด รัก โลภ โกรธ หลงก็ให้รีบระงับดับมันซะ(ตัวโกรธจะเห็นง่ายสุดให้ข่มใจสยบความโกรธให้ได้ก่อนใจโกรธแต่ทำท่าทางเหมือไม่โกรธสักพักความโกรธก็จะสลายไปเอง)

ส่วนอีกวิธีนั้นก็คือระลึกย้อนกลับไปตอนเราเกิดหรือก่อนอยู่ในท้องให้ทำจิตเป็นทองไม่รู้ร้อนพระพุทธเจ้า พระอินทร์ พระพรหม พระยมต่างๆนาๆฯลฯ เรามาเอาจากโลกทั้งนั้นพ่อแม่ลูกเมียก็เช่นกันจะสามารถดับอุปปาทานลงเสียได้(ผู้ปฏิบัติควรระวังเจ้าสัญญามันจะมาทำหน้าที่รีความชั่วซ้ำๆขึ้นมาในดวงจิตให้ดีให้ใช้วิธีว่าอวิชามันทำไม่ใช่ตัวเราทุกอย่างเรามาเอาจากโลกทั้งสิ้น)

วันหนึ่งคนขี้เยี่ยวตดอาบน้ำซักผ้าวันละกี่คนแล้วน้ำพวกนั้นไปไหนหมดถ้าไม่ใช่ลอยขึ้นฟ้ากลายมาเป็นฝน

ทุกอย่างคือศพขี้เยี่ยวดินจากศพ น้ำจากเมนส์ ลมจากตด ไฟจากแก๊สซากสัตวฺอยู่ในตัวเราทุกอย่างคือตัวเองใครอยากครองโลกอ่านจบก็ได้ครองแล้วครับส่วนฝนและขี้เถ้าศพคนที่เรารักอยู่ในตัวของเราทุกคนเพราะผู้อื่นและเราได้กินฝนศพขี้เถ้าของคนที่เรารักมาเจริญเติบโตทุกอย่างคือตัวเองและทุกคนคือคนที่เรารักปู่ย่าตายายเพราะเพื่อนบ้านและอีกหลายคนได้กินฝนศพขี้เถ้าคนที่เรารักนั้นทั้งสิ้นแลควรมองทุกคนคือคนที่เรารักฯ เรื่องฆ่าทุกคนก็หลีกเลี่ยงไม่ได้แม้แต่วัวควายก็ยังฆ่าพืชรุกขเทวดามากินทุกคนล้วนต่างบริสุทธิ์อยู่ที่เจตนาหรือไม่เท่านั่น**เรื่องนี้ของเอาวิทยาศาสตร์พิสูจน์ดูได้ว่าจริงไหม**

(ก่อนจักวาลและโลกจะเกิดทุกสิ่งคือสมมุติและคำว่าสมมุตินี้ก็คือสมุติเช่นกัน)

#ธรรมะของพระพุทธเจ้านามพระกัสปะหรือพระกัสสปยุคสมัยของพญามาราธิราช

ใส่ความเห็น