เหตุใดผ้ายันต์ฟ้าประทานพร “อาเซียนแปะ โรงสี” ถึงได้ศักดิ์สิทธิ์มากนัก

ฝากข้อคิดก่อนอ่าน วิชาเหรียญสองด้านของอาจารย์ไพฑูรย์ท่านนั้นมีประโยชน์ยิ่งนักสำหรับใช้พิจารณาทุกสิ่งทุกอย่างที่เห็นมองเป็นสิ่งไม่ดีน่าเกลียดและสวยงามเมื่อลองพิจารณาพลิกดูอีกด้านของเหรียญให้ดีแล้วทุกสิ่งท่านในโลกมีทั้งดีและโทษแฝงไว้อยู่ตรงกันข้ามเสมอ..

วันนี้ได้นำเรื่องราวของ ผ้ายันต์ฟ้าประทานพร “อาเซียนแปะ โรงสี”เหตุใดถึงได้ศักดิ์สิทธิ์มากนัก(จากผู้เขียน) นำมาให้ทุกท่านได้อ่านศึกษา ไปชมกันเลย

มีคนสอบถามเรื่องผ้ายันต์ฟ้าประทานพรของอาเซียนแปะโรงสีที่ปทุมธานีกันมามาก เพราะรู้ว่าได้เผยแพร่วัตถุมงคลของอาเซียนแปะมา ๒๐ กว่าปีแล้ว ตั้งแต่ยังไม่มีคนรู้จักสักเท่าไหร่แต่ในขณะนี้เหรียญรุ่นแรกของอาเซียนแปะให้เช่าบูชากันเป็นแสน เหรียญรุ่น ๒ให้เช่าบูชากัน ๖-๗ หมื่นบาทและผ้ายันต์ฟ้าประทานพรแบบยันต์ชุดเดียวมีราคาเช่าหาบูชากันในราคา๒หมื่นกว่าบาท บางคนอยากได้มากก็โดนหลอกอีกต่างหาก เพราะมีผู้ทำเลียนแบบออกจำหน่ายหลอกลวงกันมากมายขอให้ศึกษาดีๆ อย่าไว้ใจใครนัก เดี๋ยวนี้มีลูกหลานของอาเซียนแปะเกิดขึ้นมากมาย

อย่าตื่นข่าวพอมีคนบอกว่าบูชาผ้ายันต์ฟ้าประทานพรแล้วจะร่ำรวย ค้าขายดี มีเงิน มีทอง แก้อาถรรพ์และปราบสิ่งชั่วร้ายทั้งปวงก็เลยแห่เชื่อตามกัน แพงแสนแพงก็ยังอยากได้เพราะโลภ อยากรวยกับเขาบ้าง ผู้เขียนอยากบอกว่า ถ้าคนบูชาผ้ายันต์ฟ้าประทานพรแล้วร่ำรวยสมหวังกันหมดทุกคนก็คงไม่มีใครยอมขายผ้ายันต์ให้กับเราหรอก แล้วจะทำอย่างไรให้สมหวังจะบูชาผ้ายันต์ฟ้าประทานพรอย่างไรจึงจะให้คุณ หากสนใจมารู้จักผ้ายันต์ฟ้าประทานพรกันก่อน

อาเซียนแปะโรงสีมีชื่อว่า โง้วกิมโคย หรือ นที ทองศิริ ในภาษาไทย ท่านได้เขียนผ้ายันต์ฟ้าประทานพรขึ้นตามทางของลัทธิเต๋าชั้นสูงขึ้นแจกจ่ายแก่คณะศิษย์ที่มาอวยพร มาขอพรปีใหม่และอีกหลายๆวาระ ต่อมาได้มีลูกศิษย์ของท่านขอพิมพ์เป็นผ้ายันต์พิมพ์เพื่อแจกกันเพิ่มขึ้น เท่าที่ทราบก็มีอยู่หลายท่านที่เป็นผู้พิมพ์ผ้ายันต์ฟ้าประทานพรให้กับอาเซียนแปะไว้แจกจึงเกิดมีความแตกต่างกันบ้าง ทั้งขนาด ตัวยันต์ สี และผ้าที่ใช้พิมพ์(ของที่ทำขึ้นใหม่ก็ใช้ได้เหมือนกัน ขอให้รู้วิธีใช้)

ความหมายของผ้ายันต์ฟ้าประทานพร ตามข้อมูลที่ผู้เขียนทราบมาความหมายของผ้ายันต์ฟ้าประทานพรของอาเซียนแปะโรงสีตามลัทธิเต๋าฟ้าหมายถึง คุณธรรม เทพเจ้าชื่อเทพเทียนกวนต้าตี้หรือความหมายในภาษาไทยว่า เทพเจ้าฟ้าประทานพร ตามตัวหนังสือจีน ๔ ตัวด้านบนอ่านว่า เทียนกัวซื่อฮก ซึ่งเป็นเทพเจ้าผู้มีหน้าที่ดูแลความทุกข์สุขของมนุษย์ ให้ความช่วยเหลือแก่ผู้มีคุณธรรมความดี ๓ ประการ ให้มีความสุข ความ เจริญ รุ่งเรือง สมความปรารถนา มีร่างกายที่แข็งแรงสมบูรณ์ มีทรัพย์สิน เงินทองมากมาย มีสติปัญญาล้ำเลิศ

เครื่องหมายถูก ๓ ตัวเป็นตัวแทน ๑.ผู้มีความซื่อสัตย์ ขยันหมั่นเพียร อดทน ทำแต่สิ่งที่ดีงาม ๒.มีความกตัญญูรู้คุณของผู้อื่นและตอบแทนคุณของท่าน เริ่มตั้งแต่คนใกล้ชิด พ่อ แม่ พี่ น้อง ญาติ เพื่อน และบุคคลอื่น ๆ ที่ได้ช่วยเหลือเรา ๓.มีเมตตาช่วยเหลือผู้อื่นเท่าที่เราจะพอช่วยได้ ช่วยแบบมีสติรู้ว่าควรช่วยหรือไม่ควรช่วย ควรช่วยแค่ไหน ช่วยแล้วไม่ให้ใครต้องเดือดร้อนและไม่เบียดเบียนผู้อื่น หากเราทำได้ก็จะได้พรจากสวรรค์ลงมาให้เราเหมือนเส้นม้วนๆลงมา ๓ เส้นเป็นการส่งผ่านพลังแห่งฟ้าสู่มนุษย์

ธาตุทั้ง ๕ หนุนเกื้อกูลกันโดยมีธาตุทองเป็นธาตุใหญ่ส่งให้เกิดความสำเร็จ ร่ำรวย อุดมสมบูรณ์พูนสุข ยันต์ ๘ ทิศทั้ง ๒ ด้านช่วยกันคุ้มครองป้องกันสรรพภัยและสิ่งชั่วร้ายให้สูญสลายไป บังเกิดแต่สิ่งที่ดีงาม เมื่อเรารู้เคล็ดลับความหมายของผ้ายันต์ฟ้าประทานพรแล้วก็อยู่ที่ตัวเราว่าจะสามารถให้ผ้ายันต์เกื้อหนุนเราได้หรือไม่ ถ้าหากเรามีคุณธรรมความดีดั่งที่ได้กล่าวมาแล้ว ก็สามารถขอพรให้ผ้ายันต์ฟ้าประทานพรคุ้มครองเกื้อหนุนเราได้ หากยังไม่มีเราก็สามารถปรับปรุงตัวเองเสียใหม่ให้เกิดความดีงามขึ้นแก่ตัวเราเอง ยังไม่สายเกินไปที่จะทำสิ่งที่ดีๆค่อยๆทำไปทีละเล็ก ทีละน้อย ก็จะได้ความดีเพิ่มพูนมากขึ้นเรื่อยๆเอง

วิธีบูชาผ้ายันต์ฟ้าประทานพร ทีนี้มาลองว่ากันถึงเคล็ดลับวิธีใช้กันอีกหน่อยนึง เมื่อได้ผ้ายันต์ฟ้าประทานพรมาแล้วก็ให้ไปทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้กับอาเซียนแปะโรงสี ทำบุญที่ไหนก็ได้เพื่อเป็นการแสดงความกตัญญูต่ออาเซียนแปะที่ได้ทำผ้ายันต์ฟ้าประทานพรเผยแพร่ให้แก่เรา ทำบุญเสร็จแล้วก็อธิษฐานบอกท่านและขอพรขอบารมีจากท่านให้คุ้มครองรักษาเรา อยากได้อะไรก็บอกท่านเหมือนเราขอพรจากผู้ใหญ่ ห้ามบน

หากต้องการใส่กรอบไว้บูชาก็ให้หันหน้ายันต์ออกหน้าบ้าน เมื่อเวลาเข้าบ้านให้มองเห็นผ้ายันต์ให้เด่นชัด แล้วหาที่ปักธูปและกิมฮวย(หางนกยูง) ๑ คู่ ติดไว้ไหว้ด้วยธูป๓หรือ๕ดอกก็ได้ ใช้ส้ม๔หรือ๕ ผลก็ได้ ให้อธิษฐานธูปโดยไม่ต้องจุดธูปแล้วปักลงที่เสียบธูปจะหักก้านธูปครึ่งหนึ่งก็ได้หรือจะไม่หักก็ได้ ให้เปลี่ยนธูปและกิมฮวยในวันที่๕ของตรุษจีน(ชิวโหงว)เพราะเป็นวันไหว้อาเซียนแปะที่ศาลของท่านทุกปีหรือจะเปลี่ยนตอนสารทจีนและวันไหว้ขนมอี๋(ไหว้บัวลอย)ด้วยก็ได้

โดยปกติแล้วผ้ายันต์ฟ้าประทานพรผู้รู้จะไม่ค่อยจำหน่ายกัน ส่วนใหญ่จะแจกให้เป็นมงคลเมื่อนำส้ม๔ผล มาอวยพรในวันตรุษจีนหรือโอกาสพิเศษเท่านั้น อย่าลืมนะครับต้องมีความซื่อสัตย์ ความขยันหมั่นเพียร ความอดทน ความกตัญญูรู้คุณคนและตอบแทนคุณคน เมตตาช่วยเหลือผู้อื่นเท่าที่พอจะทำได้ ทำด้วยใจ แล้วทุกท่านจะมีความสุข ความเจริญรุ่งเรือง สมปรารถนาทุกคน

บทความที่กล่าวมาข้างต้น เป็นเรื่องราวที่เป็นตำนานเล่าขานที่เล่าสืบทอดกันมารุ่นสู่รุ่นและมีบันทึกไว้ นำมาเผยแพร่เพื่อบารมีของครูบาอาจารย์เป็นวิทยาทานแก่ทุกๆท่าน สาธุ สาธุ เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน 

ข้อคิดท้ายเรื่อง รู้หรือไม่ว่าทุกวันนี้คนเรากินศพกับน้ำสกปรกหายใจเอาแต่กลิ่นตดกลิ่นที่ลับของทุกๆคนมาตลอด

ทุกอย่างล้วนมาจากดินส่วนดินก็มาจากซากพืชซากสัตว์ทับถมกันวันๆหนึ่งคนถุยน้ำลายกันลงพื้นกี่คนเหงื่อหยดลงดินกันกี่คนใบไม้ตกลงกันกี่ใบขี้วันละกี่คนเยี่ยววันละกี่คนเป็นเมนส์วันละกี่คนน้ำที่เราอาบล้างของลับก็ไหลลงพื้นคนตายวันละกี่คนสัตว์ตายวันละกี่ตัวเมื่อสัตว์ตายแล้วก็เน่ายุ่ยสลายค่อยๆกลายเป็นฝุ่นผงที่ละน้อยส่วนบ้างทีก็ฝังฝนตกมาก็กรองน้ำจากสัตว์คนตายนั้นละมาใช้ส่วนคนที่ตายก็นำไปเผาเมื่อเผากลายเป็นควันขึ้นไปเป็นเมฆตกมาเป็นฝนศพอีก

ส่วนขี่เถ้าก็ถูกลมผัดไปกระจายไปทับถมกันเป็นดินอีกนี้คือความจริงของโลกทุกอย่างหากย้อนกลับไปในอดีตล้วนมีแต่ต้นไม้กับตัวเปล่าส่วนต้นไม้เองก็ดูดกลืนจากซากพืชซากสัตว์กินน้ำสกปรกที่เกิดจากควันรถลมตดคนผายลมวันกี่คนควันจากการเผาศพลมที่ผัดผ่านประจำเดือนผู้หญิงถังขยะ

พัดผ่านขี้เยี่ยวผัดผ่านขยะบุรี่ควันไฟที่หุงข้าวอีกกันอย่างฯลฯ ลอยขึ้นไปแตกเป็นละอองกระจายกันเป็นเมฆตกลงมาให้เรามีลักษณะนะสีสันสวยสดใสแต่จริงๆแล้วสกปรกเหม็นคาวยิ่งนักลองคิดถึงกลิ่นขอทานเหม็นๆที่ลอยขึ้นฟ้าดูสิครับแล้วยิ่งลมบนไม่พัดลงข้างล่างอีกต่างหากนี้ละโลก

ส่วนน้ำที่เราใช้ทุกวันนี้จากที่เกริ่นไว้เริ่มต้นคงจะรู้กันแล้วว่าฝนมาจากไหนแล้วน้ำที่เททิ้งจากการซักผ้าละบ้างก็เป็นเมนส์เททิ้งน้ำเน่าน้ำเสียน้ำที่ซึมจากสัตว์ตายจากสิ่งโสโครกที่เราทิ้งลงบนพื้นไม่เชื่อเพื่อนๆของขับคนดูข้างทางเอาเถิดว่าทุกวันนี้เรากินน้ำที่กรองจากอะไรวันหนึ่งคนเยี่ยวลงพื้นกี่คนยิ่งส้วมทุกบ้านสมัยนี้เป็นส้วมซึมกันคิดดูว่าเราใช้น้ำผ่านขี้ตัวเองเอาเถิดครับ

ส่วนท่านใดที่ว่ากรองแล้วกรองจากอะไรละถ้าไม่ใช่หินดินทรายที่เกิดจากเสลดที่ถุยลงพื้นแล้วฝุ่นละอองจับตัวกันเป็นก้อนลองนึกถึงหินงอกหินย้อยในถ้ำหรือต้นไม้ที่แช่น้ำอยู่นานๆแล้วกลายเป็นหินดูเอาเถิด

คนทุกคนเองก็เกิดมาจากขี้เยี่ยวซากศพซากสัตว์กันทั้งนั้นของมองลึกลงไปถึงต้นกำเนิดทุกสิ่งดูล้วนมาจากดินกับต้นไม้ที่ดูดเอาซากศพไปใช้ทั้งนั้นขออภัยนะครับถ้าพ่อแม่เราไม่กินขี้เยี่ยวซากพื้ชซากสัตว์สักเจ็ดวันจะมีเเรงผสมพันธุ์กันไหมไม่มีแน่นอนแม่ท้องเราแล้วก็กินซากพืชซากสัตว์ของสกปรกดังกล่าวที่นี้ให้เราโตมาจนถึงทุกวันนี้

บางที่อ้างว่าหินมาจากลาวาจริงๆแล้วก็ใช่แต่มันมีกระบวนการย่อยสลายจากน้ำเสาะผสมขี้เยี่ยวไปหลายล้านปีแล้วไฟฟ้าเองผู้เขียนเคยดูต้องขุดไปถึง๑๐กิโลจึงจะพบถ่านหินลิกไนต์ที่นำมาทำไฟฟ้ามีลักษณะเป็นเเอ่งหินมีฟอสซิสหอยอีกต่างหากคงไม่ต้องพูดถึงว่าทุกวันนี้เราใช้น้ำที่กรองจากอะไร

ที่เกริ่นและกล่าวมาทั้งหมดนี้เพื่อให้ท่านผู้อ่านได้ถอนอุปปาทานใน รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัสต่างๆของนึกถึงข้าวที่มีน้ำประจำเดือนผู้หญิงแตกกระจายในปากดูสิครับอย่าลืมมองตัวเองด้วยละว่าเป็นของน่าเกลียดสอิดสเอีัยน

ทองของมีค่าขอให้ท่านลองดูวิธีร่อนทองเอาเถิดว่าเขาร่อนกันยังไงเอาไข่หรือจิมิแช่กวนๆมาให้เราใส่อยู่ทุกวันไม่เชื่อลองเปิดคลิปดูต้นตอของที่มาทุกสิ่้งดูได้วิธีถอนอุปปาทานนั้นมีหลายวิธีบ้างก็ดูจิตตัวเองตลอดเวลาหากเกิด รัก โลภ โกรธ หลงก็ให้รีบระงับดับมันซะ(ตัวโกรธจะเห็นง่ายสุด)

ส่วนอีกวิธีนั้นก็คือระลึกย้อนกลับไปตอนเราเกิดหรืออยู่ในท้องให้ทำจิตเป็นทองไม่รู้ร้อนพระพุทธเจ้า พระอินทร์ พระพรหม พระยมต่างๆนาๆฯลฯ เรามาเอาจากโลกทั้งนั้นพ่อแม่ลูกเมียก็เช่นกันจะสามารถดับอุปปาทานลงเสียได้(ผู้ปฏิบัติควรระวังเจ้าสัญญามันจะมาทำหน้าที่รีความชั่วซ้ำๆขึ้นมาในดวงจิตให้ดีให้ใช้วิธีว่าอวิชามันทำไม่ใช่ตัวเราทุกอย่างเรามาเอาจากโลกทั้งสิ้น)

วันหนึ่งคนขี้เยี่ยวตดอาบน้ำซักผ้าวันละกี่คนแล้วน้ำพวกนั้นไปไหนหมด

ทุกอย่างคือศพขี้เยี่ยวดินจากศพ น้ำจากเมนส์ ลมจากตด ไฟจากแก๊สซากสัตวฺอยู่ในตัวเราทุกอย่างคือตัวเองใครอยากครองโลกอ่านจบก็ได้ครองแล้วครับศพคนที่เรารักอยู่ในตัวของเราทุกคนเพราะผู้อื่นและเราได้กินศพของคนที่เรารักมาเจริญเติบโตทุกอย่างคือตัวเองและทุกคนคือคนที่เรารักปู่ย่าตายายเพราะได้กินศพคนที่เรารักนั้นทั้งสิ้นแลควรมองทุกคนคือคนที่เรารักฯ เรื่องฆ่าทุกคนก็หลีกเลี่ยงไม่ได้แม้แต่วัวควายก็ยังฆ่าพืชมากินทุกคนล้วนต่างบริสุทธิ์อยู่ที่เจตนาหรือไม่เท่านั่้น **เรื่องนี้ของเอาวิทยาศาสตร์พิสูจน์ดูได้ว่าจริงไหม**

#ธรรมะของพระพุทธเจ้านามพระกัสปะหรือพระกัสสปยุคสมัยของพญามาราธิราช

ที่จริงเรื่องรอดราวตากผ้าไม้ค้ำกล้วยใต้บันใดหรือที่อโคจรไม่ได้ทำให้ของเสื่อมเลยครับเพราะปกติเสื้อผ้าของเราก็ซักรวมกันอยู่กับพวกกางเกงของสตรีผู้เปื้อนประจำเดือนหรือกางเกงในอยู่แล้วหลายท่านมักจะกังวลหรือสงสัยทำให้จิตตกของดีจึงไม่อาจส่งผลบรรดาลฤทธิ์ให้เสื่อมลงได้ของดีที่จริงนั้นอยู่ที่สัจจะในข้อศีลต่างหากให้ท่านพึงตั้งจิตอธิษฐานว่าจะถือศีล๕ ในข้อใดข้อหนึ่งไปตลอดชีวิตแค่นี้เว้นแต่ที่ไม่เจตนาแค่นี้บารมีเครื่องรางของขลังก็คุ้มกายแล้วครับบางคนถือได้มากสองถึงสามข้อของดีก็คุ้มศาสตราอาวุธได้ชะงัดผู้เขียนได้เห็นอย่างประจักษ์ตามาแล้ว (ธรมมะขององค์พระต่างหากที่ทำให้เกิดอานุภาพความขลัง)

นักเลงโบราณที่มีวิชาอาคมสมัยก่อนนั้นต้องร่ำเรียนไปหาเรียนสมาธิกับพระหรือไปเป็นผ้าขาวก่อนเพื่อขอเรียนกรรมฐานจากครูบาอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญหรือพระป่าผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบก่อนนั้นจึงจะขลังการเรียนสมัยก่อนต้องการเรียนจริงต้องบวชถือเพศพรหรมจรรย์เพื่อวิชาอาคมก่อนจึงจะขลังเป็นวาจาสิทธิ์ (สมัยนี้นักเลงบวชเรียนวิชาก่อนหายาก)

พระคาถาต่างๆหากจะใช้ควรจัดพานครู หรือใส่บาตรถึงครูอาจารย์เจ้าของวิชาให้ใส่วันทุกวันหรือมีโอกาสระลึกถึงครูเป็นประจำซึ่งก่อนจดจำก็ให้ใส่บาตรถึงครูบาอาจารย์เจ้าของวิชาที่เกี่ยว ขอประสิทธิ์วิชา มิให้ขาด (ใส่ได้ทุกวันหรือทำทานให้คนจนก็จะดียิ่งนัก)หากตั้งจิตอธิษฐานข้อศีลได้๑ข้อไปตลอดชีวิตก็จะยิ่งขลังเป็นที่สุด

ใส่ความเห็น