เหล็กไหลและตำนานไหลดำ

กล่าวถึงวิชาเหรียญสองด้านของอาจารย์ไพฑูรย์ท่านนั้นมีประโยชน์ยิ่งนักสำหรับใช้พิจารณาทุกสิ่งทุกอย่างที่เห็นมองเป็นสิ่งไม่ดีน่าเกลียดและสวยงามเมื่อลองพิจารณาพลิกดูอีกด้านของเหรียญหาข้อดีแล้วทุกสิ่งท่านในโลกมีทั้งดีและโทษแฝงไว้อยู่ตรงกันข้ามเสมอ

เ ห ล็ ก ไ ห ล เป็นวัตถุธาตุกายสิทธิ์ที่เชื่อกันว่ามีอยู่จริงบนโลกนี้แต่ก็ยังพิสูจน์ไม่ได้ ว่าธาตุเหล็กไหลกายสิทธิ์นั้นมีอยู่จริงตามความเชื่อของคนเก่าคนแก่เหล็กไหลจะเกิดมีขึ้นได้ ด้วยฤทธิ์อำนาจของพวกฤาษีผู้มี ฌาน สมาธิระดับสูง และ อภิญญา ความสามารถพิเศษ แก่กล้าในระหว่างที่ว่างจากพระพุทธศาสนาเป็นระยะเวลายาวนานนั้น

บรรดามนุษย์ผู้มีบุญ คือ คุณธรรมจากการที่ได้เคยรักษาศีล และเจริญภาวนาสมาธิมาก่อน ที่ได้มาเกิดเป็นมนุษย์ในยุคนั้นได้ออกบำเพ็ญพรต ถือศีล พรหมจรรย์ ด้วยมุ่งหวังปรารถนาพระนิพพานที่สิ้นสุดแห่งทุกข์ และที่เป็นบรมสุขแต่ไม่รู้จักทางสายกลางให้ถึงอมตมหานฤพานได้ เพราะยังไม่มีพระพุทธเจ้ามาตรัสรู้จึงได้แต่เจริญสมาธิภาวนา จนได้ฌานและอภิญญาแก่กล้าแต่ก็รู้ว่าตนเองนั้นยังไม่อาจพ้นความตายได้ ยังไม่เห็นทางที่จะถึงอมตธรรมที่ไม่ตายได้

ก็ปรารถนาที่จะมีชีวิตที่ยั่งยืนที่สุด ดุจว่าเป็นอมตธรรมเพื่อรอผู้ตรัสรู้มาตรัสสอนทางปฏิบัติให้ได้บรรลุถึงอมตธรรมเพื่อจักได้เข้าสู่กระแสธรรม นำไปให้ถึงอมตธรรมตามที่ได้มุ่งหวัง

คนจำพวกนี้จึงค้นหาวิธีสร้าง “วัตถุธาตุอันเป็นที่สถิตแห่งจิตวิญญาณของตน” ให้คงทนยั่งยืนที่สุด
ดุจว่าเป็นอมตธรรมนั้นด้วยฤทธิ์อำนาจของตนก่อนที่จะตายพวกเขาจึงสร้างเหล็กไหลขึ้น โดยสร้างจากการรวบรวม ธาตุกายสิทธิ์ชนิดต่างๆที่เสาะแสวงหามาหรือที่ถูกเชิญมาด้วยญาณสมาบัติ

มาประกอบหลอมรวมกันด้วยพลังจิตที่แก่กล้าของตนจนเกิดเป็นเหล็กไหลกายสิทธิ์และจิตวิญญาณของผู้สร้างก็จะคงอยู่ในรูปลักษณ์เหล็กไหลนั้นตลอดไป เพื่อรอวันที่มีผู้ตรัสรู้มาตรัสสอนทางปฏิบัติให้ได้บรรลุถึงธรรมที่แท้จริงโดยเหล็กไหลนี้จะมีฤทธิ์อำนาจมาก มีอานุภาพร้อนเเรงจึงมีทั้งคุณอนันต์เเก่คนดีมีศีลมีธรรม เเละเป็นโทษมหันต์เเก่ผู้ผิดศีล หรือขาดคุณธรรมได้

โดยผู้ทรงญาณที่สร้างนั้นก็ตั่งชื่อ เหล็กไหลของตนไปต่างๆนานาว่า “พญาสมิงเหล็ก” ก็มี “เหล็กไหลเจ้าป่า” ก็มี “เหล็กไหลโกฏปี” ก็มี เเละอื่นๆอีกมากมายและด้วยเนื่องว่าเหล็กไหลแต่ละประเภทที่ถูกสร้างขึ้นมานั้นไม่สามารถระบุได้ว่ามีมวลสารที่เหมือนกันแต่ประการใดปัจจุบันเราจึงไม่สามารถที่จะแยกแยะได้ว่า ไหนคือเหล็กไหลของแท้ ไหนคือของจริงเฮ้อบุญไม่ถึงจริงๆไม่ได้ครอบครองครับ

ภาพตัวอย่างลักษณะของเหล็กไหล

ไหลดำพบแร่ไหลดำ จ.อุตรดิตถ์ อายุนับร้อยล้านปี เมื่อเวลา ๐๙.๐๐ น.วันที่ ๖ มกราคม ๕๓ ได้มีคณะของกรมทรัพยากรธรณี กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งนำโดย ดร.อดิชาติ สุรินทร์คำ ผู้อำนวยการกองธรณีวิทยาฯ ได้เดินทางมายังบ้านของนายฟุ้ง เชื้อนพคุณ อายุ ๖๖ ปี เลขที่ ๔๓/๑ บ้านน้ำพี้ หมู่ ๑ ตำบลน้ำพี้ อำเภอทองแสนขัน จังหวัดอุตรดิตถ์ ซึ่งเป็นบ้านไม้ชั้นเดียว เพื่อทำการตรวจและพิสูจน์ก้อนแร่ไหลดำน้ำพี้ ตามที่ชาวบ้านให้ความเชื่อว่า หากนำมาทำวัตถุมงคลจะสามารถทำให้ปลอดภัยและแคล้วคลาด รวมทั้งป้องกันภูติผีปีศาจ สิ่งเร้นลับที่ชั่วร้าย ป้องกันคุณไสย โดยเฉพาะผู้ที่มีไว้ครอบครองจะคงกระพันชาตรี อีกทั้งยังให้โชคลาภ

โดย ดร.อดิชาติ กล่าวว่า ก้อนหินชนิดนี้หรือแร่ไหลดำตามภาษาของที่ชาวบ้านเรียกกันประกอบไปด้วยแร่หลายอย่างประกอบไปด้วย แร่ควอทซ์หรือ ซิลิก้า เซอร์เพนทีน และแร่เหล็ก เมื่อแร่ดังกล่าวถูกไฟเผาหรือเป่าลนตกลงมายังวัตถุที่ไว้ลองรับจะทำให้แร่ชนิดนี้จับตัวกันเป็นก้อนหรือผลึก แร่ซิลิก้าเป็นแร่ชนิดเดียวกันกับที่นำมาทำเป็นกระจกใสหรือขวดแก้วใส แต่ได้ผ่านกระบวนการทางธรรมชาติทำความสะอาดให้แล้ว

โดยมีทั้งลมและน้ำ ซึ่งถ้าหากว่าแร่ซอร์เพนทีนมีสีเขียวผสมอยู่ เมื่อใช้ความร้อนประมาณ ๑,๐๐๐ องศาขึ้นไป เป่าหรือลน แร่จะไหลออกมาเป็นสีเขียวปนใส แร่ซิลิก้าหากอยู่ปนกับแร่เหล็กและดินกันผสมอยู่ ภาษาวิทยาศาสตร์เรียกว่า มลทิน เมื่อถูกความร้อนจะไหลออกมาเป็นสีดำทึบแสงเหมือนนิล แต่มีความมันเงาและแวววาวกว่านิล เนื่องจากมีแร่ซิลิก้าผสมอยู่ หากมีแร่ซิลิก้าผสมกับซอร์เพนทีนและแร่เหล็ก เมื่อถูกเผาก็จะออกมาเป็นอีกสีหนึ่งที่แปลกและแตกต่างกันออกไป เนื่องจากมีส่วนผสมของแร่แต่ละชนิดนั้นมากหรือน้อยการพบซึ่งแร่ดังกล่าวเป็นแร่ที่หาพบได้ยากมากในโลกนี้ จะมีเฉพาะที่จังหวัดอุตรดิตถ์และเขตติดต่อกับจังหวัดน่านของประเทศไทยเท่านั้น

ส่วนในต่างประเทศก็จะพบที่ประเทศจีนแร่หินชนิดนี้เดิมทีอยู่ใต้ทะเลลึกใต้พื้นผิวโลกมากกว่า ๑๐๐ กิโลเมตร มีอายุหลาบร้อยล้านปี ซึ่งขบวนการทางธรณีวิทยาทำให้แร่ชนิดนี้เกิดโผล่ขึ้นมาอยู่บนพื้นผิวโลกนานมาแล้วกว่า ๑๓๐-๑๕๐ ล้านปีที่ผ่านมา การพบแร่ชนิดนี้ ถือว่าเป็นสิ่งที่ดีที่มีการค้นพบแร่ชนิดนี้ในประเทศไทย

พุทธคุณของไหลดำ

ไหลดำถือเป็นธาตุที่ศักดิ์สิทธิ์ชนิดเดียวกับเหล็กไหล ผู้ที่มีไว้ครอบครองต้องเข้าถึงด้วยพลังอำนาจจิตที่บริสุทธิ์ของตนเองจากผลบุญกุศลที่ได้สร้างเอาไว้ หากใครที่คิดชั่วร้าย แม้มีไหลดำติดตัวเอาไว้ใช่ว่าจะป้องกันภัยให้กับตนเองได้ในยามคับขัน ในเรื่องโชคลาภก็จะไม่บังเกิด การที่คนเราจะนำไหลดำสิ่งของชนิดนี้มาใช้ได้ จิตของผู้ครอบครองกับไหลดำจะต้องสื่อถึงกันหรือเข้าถึงกันได้ สังเกต ง่ายๆถ้าต้องการสัมผัส ไหลดำ ให้ใช้ฝ่ามือทั้งสองข้างวางบนก้อนไหลดำหากสื่อถึงกันได้จริงเส้นขนบนแขนทั้ง สองข้างจะตั้งลุกชันขึ้นมาทันที นี้คือพลังอำนาจที่เข้าถึงกันได้ ไม่จำเป็นต้องเป็นผู้ถือศีล คนธรรมดาก็เข้าถึงได้ ขอให้ทุกคนมีจิตที่แน่วแน่ไม่แปรปรวน

การสร้างไหลดำนั้นมีกรรมวิธีการสร้างที่ยุ่งยากหลายขั้นตอนมาก จนไม่สามารถที่จะสร้างให้ได้ส่วนกระกอบของธาตุต่างๆให้ได้ครบถ้วนตามส่วนประกอบจริงๆของไหลดำไหลดำแท้ๆนั้นโดยมากจะได้จาก การแยกไหลดำออกจากหินแร่ที่ผุดขึ้นมาจากใต้พื้นโลกที่มีไหลดำเกาะอยู่เท่านั้น แต่ไม่สามารถสร้างไหลดำเองได้

**เคล็ดหัวใจพระคาถา** ครูอาจารย์ท่านช่วยสั่งสอนให้ได้พิจารณาดูสิ่งของรอบตัวว่ามีต้นกำเนิดมาจากที่ใดให้ลองย้อนดูที่มาของต้นตอสิ่งนั้นๆจนถึงที่สุด “เรื่องนี้อาจจะทำได้ยากหน่อยนะครับอะไรที่เวลาเผาหรือฝังแล้วจะมีคนร้องไห้แล้วกลายเป็นเมฆกรองเป็นน้ำลองมองลึกไปถึงยุคนักรบโบราณดูครับ”

เคล็ดวิชาอาคมนี้แล้วจะทราบได้ด้วยตัวเองครับถือเป็นเคล็ดชั้นสูงเลยทีเดียว

นักเลงโบราณที่มีวิชาอาคมสมัยก่อนนั้นต้องร่ำเรียนไปหาเรียนสมาธิกับพระหรือไปเป็นผ้าขาวก่อนเพื่อขอเรียนกรรมฐานจากครูบาอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญหรือพระป่าผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบก่อนนั้นจึงจะขลังการเรียนสมัยก่อนต้องการเรียนจริงต้องบวชถือเพศพรหรมจรรย์เพื่อวิชาอาคมก่อนจึงจะขลังเป็นวาจาสิทธิ์ (สมัยนี้นักเลงบวชเรียนวิชาก่อนหายาก)

พระคาถาต่างๆหากจะใช้ควรจัดพานครู หรือใส่บาตรถึงครูอาจารย์เจ้าของวิชาให้ใส่วันพฤหัสบดีหรือทุกวันระลึกถึงครูเป็นประจำซึ่งก่อนจดจำก็ให้ใส่บาตรถึงหลวงพ่อแช่มและครูบาอาจารย์ที่เกี่ยว ขอประสิทธิ์วิชา มิให้ขาด (ใส่ได้ทุกวันหรือทำทานให้คนจนก็จะดียิ่งนัก)

ถ้าสายพวกเล่นว่านเองจะให้ดีต้องปลูกและดูแลเสกพระคาถากับกำเองเลี้ยงด้วยความรักเมตตาจึงจะขลังเพราะต้นไม้ทุกต้นเองก็มีชีวิตเช่นเดียวกับเรา

พระคาถาทั้งหลายต้องใช้พลังจิตเป็นพลังเพื่อให้เกิดอำนาจ การจะฝึกจิตให้นิ่งติดอยู่กับคำภาวนานั้นไม่ใช่ของง่าย ต้องหมั่นฝึกฝน เพราะธรรมดาจิตของคนเราเพียงเเค่ไม่กี่วินาทีก็สามารถนึกคิดไปได้หลายต่อหลายเรื่องจนนับไม่ถ้วน

ต้องทำให้จิตนิ่งติดอยู่กับคำภาวนาไม่ให้จิตส่งออกไปที่อื่นพยายามระลึกรู้ตามร่างกายส่วนต่างๆเพื่อไม่ไห้ส่งจิตออกไปข้างนอก

เมื่อจิตเพ่งอยู่ในจุดๆเดียวไม่วอกแวกเที่ยววิ่งไปนึกคิดเรื่องใดเเล้ว ขั้นนี้สามารถเพ่งภาวนาพระคาถาให้เกิดฤทธิ์อานุภาพตามอำนาจแห่งพระคาถาได้

หากท่านจิตไม่นิ่ง คิดโน่นคิดนี้ไม่ฝึกจิตเเล้วต่อให้ท่องยังไงก็ไม่เกิดผลดังที่ใจประสงค์ เมื่อจิตเป็นหนึ่ง ภาวนาอะไรๆมันก็จะขลังไปหมด สิ่งสำคัญในการฝึกจิต คือศีลครับ หากไม่มีศีลเเล้วจะฝึกสมาธิจิตได้ยากมากเพราะจิตมัวนึกคิดถึงอบายกิเลสต่างๆ หากมีศีลเเล้วจิตก็บริสุทธิ์ไม่ต้องการสิ่งใดการทำสมาธิจิตให้เป็นหนึ่งจึงทำได้ง่าย

หากไม่สามารถภาวนาจนจิตถึงสงบขั้นฌานได้เพียงแต่สามารถยึดถือสัจจะคำพูดหรือสัจจะในข้อศีลที่ได้ตั้งจิตอธิษฐานได้อย่างแน่วแน่มั่นคงแม้ตัวจะตายก็ไม่ยอมเสียสัจจะที่พูดไว้แล้วเมื่อจวนตัวในยามคับขันการภาวนาท่องบ่นพระคาถาต่างๆก็สามารถทำให้พระคาถาบทนั้นๆบังเกิดฤทธิ์อาถรรพ์มีอานุภาพตามที่จิตระลึกรู้ได้เช่นกัน

ศีล๕เข้าใจง่ายแต่กลับรักษาได้ยากยิ่งหากแม้ใครที่สามารถยึดมั่นในข้อศีลทั้ง๕ได้มากกว่าสามข้อขึ้นไปอย่างมั่นคงแล้วอานุภาพแห่งพระคาถาอาคมหรือแม้แต่เครื่องรางต่างๆที่ยึดถือนั้นก็สามารถบังเกิดความความศักดิ์สิทธิ์มีฤทธิ์อานุภาพอาถรรพ์ได้เช่นกัน

ใส่ความเห็น