โจรใจบาปลองของ

ฝากข้อคิดก่อนอ่าน วิชาเหรียญสองด้านของอาจารย์ไพฑูรย์ท่านนั้นมีประโยชน์ยิ่งนักสำหรับใช้พิจารณาทุกสิ่งทุกอย่างที่เห็นมองเป็นสิ่งไม่ดีน่าเกลียดและสวยงามเมื่อลองพิจารณาพลิกดูอีกด้านของเหรียญให้ดีแล้วทุกสิ่งท่านในโลกมีทั้งดีและโทษแฝงไว้อยู่ตรงกันข้ามเสมอ..

วันนี้ได้นำเรื่องราวของ  โจรใจบาปลองของ นำมาให้ทุกท่านได้อ่านศึกษา ไปชมกันเลย

ชื่อเสียงของท่านเจ้าคุณราโม (หลวงปู่ทวด)โด่งดังในหมู่ประชาชนระดับรากหญ้าสู่ระดังสูงสุดของกรุงสยามในตอนนั้น แม่แต่พวกโจรจีนที่เที่ยวออกหาปล้นเรือสินค้าและชาวบ้านในแถบถิ่นนั้น เมื่อรู้ว่าท่านเจ้าคุณเป็นผู้มีความเก่งกล้าสามารถในวิชาอาคม เอาเท้าเหยียบน้ำทะเลก็ทำให้น้ำจืดได้ ปราบโรคห่าที่ลงกินคนกรุงศรีฯมาแล้ว เหาะเหินเดินอากาศได้ พวกโจรจีนคุยกันว่า “กูอยากจะรู้เหมือนกันว่าเจ้าคุณคนนี้จะมีปาฏิหาริย์จริงตามที่เล่าลือกันหรือเปล่ากูกลัวจะลือกันไปอย่างนั้นเอง มันอาจจะเป็นกุศโลบายให้ชาวบ้านเลื่อมใสแต่ก็ดูจะได้ผล พวกชาวบ้านที่เคยมาร่วมชุมโจรกับพวกเราถอนตัวออกไปแทบหมดแล้วเป็นเพราะพระรูปนี้แหละเอาไปอบรมสั่งสอนต้องกำจัดเพราะมันเป็นตัวขวางเส้นทางทำมาหากิน”

“เห็นด้วยครับลูกพี่จับตัวโยนทิ้งทะเลให้ไอ้หลามกินเลยดีไหมจะได้ไม่เป็นมารมาขวางการทำมาหากินของพวกเรา” “มึงคิดได้ชั่วเลวทรามได้สะใจของกูจริงๆ เอาคืนนี้เลยดีไหมวะ เพราะคืนนี้มันเป็นคืนเดือนแรม ๑๕ ค่ำพอดี แถวนั้นก็คงมืด การจะลักพาตัวพระนั่นก็ต้องง่ายแน่ๆ แต่ว่าพวกเราต้องเตรียมไฟฉายเพื่อสะดวกในการหนีด้วยนะ” และแล้วแผนการอันชั่วช้าของพวกโจรจีนก็ได้เริ่มขึ้นในคืนนั้นเลยเพราะวัดช้างให้อยู่ห่างไกลจากหมู่บ้านและชุมชนมากพวกสมควร พอตกกลางคืนก็แทบจะไม่มีใครเดินแถวนั้นแล้วพวกโจรจีนจึงพากันมาแอบซุ่มรอจังหวะตั้งแต่ก่อนค่ำช่วงเวลานั้นพระเณรต่างๆก็ขึ้นบนศาลาเพื่อทำวัตรเย็นสวดมนต์ฟังเทศน์เป็นปกติกว่าจะเสร็จก็คงสองสามทุ่ม ซึ่งตอนนั้นวัดจะเงียบมากๆและยังมืดสนิทจนมองไม่เห็นอะไรที่วัดก็ใช้แต่ตะเกียงน้ำมันก๊าดที่ให้แสงสว่างไม่มากนัก

เมื่อพระเณรกลับขึ้นกุฏิกันหมดแล้วท่านเจ้าคุณก็เข้ากุฏิของท่านแต่คืนวันนั้นท่านเกิดอยากเข้าห้องน้ำก่อนจะจำวัด พอท่านเดินลงจากบันได พวกกลุ่มโจรจีนก็ใช้ผ้าคุลมหัวเป็นไอ้โม่งออกมาจากที่ซ่อนใต้ถุนกุฏิของท่านพร้อมกับเข้าประกบ“ท่านเจ้าคุณห้ามส่งเสียงดังเอะอะโวยวายเด็ดขาด ไม่งั้นตาย” พวกมันกรูกันออกมาจากใต้ถุนศาลาบ้าง กุฏิบ้างเอาปืนมาจี้บังคับให้เดินตามพวกมันไปแบบเงียบๆท่านเจ้าคุณที่เพิ่งได้รับการแต่งตั้งให้เป็นเจ้าอาวาสวัดมาใหม่ๆ ไม่พูดไม่คุยอะไรและไม่ขัดขืน ยอมเดินตามไปอย่างว่าง่าย ระยะทางจากวัดไปท่าเรือน้ำลึก ที่เป็นที่จอดเรือของพวกโจรก็ไกลมากพอ เส้นทางที่พาไปนั้นเต็มไปด้วยอันตรายต่างๆ ถึงแม้พวกโจรจีนจะชำนาญการเดินทางลัดก็ยังเป็นอุปสรรคพอสมควร

พวกโจรจีนจะขาดบุหรี่เป็นไม่ได้เมื่อท่านเจ้าคุณไปถึงเรือแล้วพวกมันพักผ่อนด้วยการสูบบุหรี่กันทุกคน เนื่องจากในช่วงที่แอบซุ่มรอจับตัวพระนั้นต้องงดสูบเป็นเวลานานแทบจะลงแดงกันเลย เมื่อสูบ บุ ห รี่ เข้าเต็มปอดแล้วก็นำตัวท่านเจ้าคุณลงเรือใบเตรียมจะออกจากฝั่ง มุ่งหน้าไปลางทะเลลึกที่ๆมีแต่ปลาฉลามอยู่เป็นจำนวนมาก อากาศในคืนนั้นเริ่มเย็นและมืดจนมองไม่เห็นอะไร ทะเลก็เริ่มสงบพวกโจรพากันขึ้นเรือกันหมดแล้วแต่ยังรอคำสั่งของหัวหน้าให้ออกเรือ “เฮ้ยนี่พวกมึงรออะไร รีบๆออกไปทะเลกันเลยเดี๋ยวนี้”

เรือใบแล่นออกจากฝั่งได้ประมาณ๒๐เมตรเท่านั้น เรือก็หยุดไม่สามารถไปต่อได้เหมือนมีมือของปีศาจทะเลดึงเอาไว้ หัวหน้าโจรและสมุนต่างพากันตกใจว่ามันเกิดอะไรขึ้น และทำไมอยู่ดีๆเรือถึงหยุดไม่สามารถเคลื่อนไหวต่อไปได้เกิดเหตุอาเพศอะไร พวกมันพยายามที่จะชักใบให้เรือแล่นไปทั้งยังพากันกระหายน้ำจนหน้ามืดตามัว ทั้งๆที่พากันดื่มน้ำมาแล้วก่อนลงทะเล จะกินน้ำทะเลาก็กินไม่ได้เพราะมันเค็ม จึงนั่งมองตากันอย่างน่าเวทนา “มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่วะ ตอไม้และก้อนหินโสโครกแถวนี้ก็ไม่มี หรือมีอะไรมาถึงเรือพวกเราไว้หรือเปล่า”

หัวหน้าโจรพูดขึ้นมาลอยๆตามประสา ขณะกำลังอิดโรยเต็มทีแต่ก็ไม่ลืมสั่งให้ลูกน้องไปดูใต้ท้องเรือว่ามีอะไรมาหนุนอยู่หรือเปล่าพอลูกน้องลงไปดูก็ไม่พบว่ามีอะไรใต้ท้องเรือมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ พวกโจรคิดและมีความรู้สึกเริ่มหวั่นไหว อยากจะว่ายน้ำกลับไปหาน้ำดื่มก็ไม่มีแรงพอจะว่ายไปขืนลงไปตอนนี้ต้องตายแน่นอน ท่านเจ้าคุณมองพวกโจรด้วยความรู้สึกเวทนา ถึงแม้ว่าท่านจะรู้ว่าพวกมันจับตัวท่านจะเอาไปทิ้งทะเลเพื่อให้เป็นเหยื่อปลาฉลาม แต่ก็ไม่เคยคิดจะโกรธแม้แต่น้อย ท่านคิดแต่เพียงว่าคนเรานั้นหลงผิดได้

ท่านเจ้าคุณไม่อาจที่จะทนดูพวกโจรทุรนทุรายได้อีกท่านจึงได้ตั้งจิตอธิฐานขอให้ทะเลในบริเวณที่เรือใบจอดอยู่นั้นมีน้ำที่จืดเหมือนน้ำฝน สามารถดื่มกินได้ หลังคำอธิฐานจบ ท่านได้ใช้เท้าขวาจุ่มลงไปในทะเลแล้ววนไปมาข้างๆเรือ ฉับพลันก็เกิดแสงรัศมีแผ่ออกไปเป็นวงกว้างหมุนวนเกดจากฤทธิ์อำนาจบุญบารมีของท่านเจ้าคุณ “ตักน้ำขึ้นมาดื่มแก้กระหายกันได้แล้ว น้ำตรงนี้อาตมาทำให้มันจืด สามารถดื่มกินได้” แม้ท่านเจ้าคุณจะบอกว่าน้ำเป็นน้ำจืดแล้วแต่พวกโจรก็ยังไม่เชื่อและคิดว่าน้ำทะเลมันจะจืดได้อย่างไร ถ้าจืดก็คงปาฏิหาริย์แล้ว

“เมื่อไม่เชื่ออาตมาจะดื่มให้ดู” ท่านเจ้าคุณกล่าวพร้อมกับวิดน้ำทะเลเข้าปาก ดื่มน้ำลงไปให้พวกโจรดู พวกโจรคิดว่าเดี๋ยวท้องไส้ก็เป็นเกลือ แต่เมื่อท่านเจ้าคุณไม่มีอาการใดๆ ออกมาให้เห็น พวกมันจึงลองวิดน้ำมาดื่มชิมดูบ้าง“จืดจริงๆ พวกมึงมากินได้เลย พวกเราไม่ตายแล้ว”พวกโจรทั้งหลายต่างก็ตักน้ำขึ้นมาดื่มทุกคนมีความรู้สึกว่าน้ำที่ดื่มกินไปมีรสชาติอร่อยชุ่มคอ และที่สำคัญมีพลังขึ้นมาเหมือนได้ดื่มกินยาวิเศษ ร่างกายที่อ่อนเพลีย กลับมีแรง สดชื่นขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด ทำให้พวกโจรเชื่อว่าท่านเจ้าคุณมีบุญญาบารมีและมีฤทธิ์จริงๆตามคำเล่าลือ

เมื่อพากันเชื่อและสำนึกได้จึงพากันเข้าไปกราบขอขมากับสิ่งที่ได้ทำลงไปเป็นการล่วงเกินผู้ทรงศีลทรงธรรมอันประเสริฐโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ เมื่อสำนึกผิดได้แล้วพวกโจรได้แล่นเรือกลับเข้าฝั่ง แล้วพาท่านเจ้าคุณกลับไปยังวัดช้างให้ ตอนนั้นเวลาเกือบจะเที่ยงคืนแล้ว แต่ท่านเจ้าคุณมีเมตตาเทศน์โปรดในเรื่องบาปบุญคุณโทษและเรื่องเวรกรรมให้พวกโจรฟัง ท่านได้ยกเอาเรื่องของนาย“มฆะ”ผู้ใจบุญอันเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นในสมัยพุทธกาลมาเล่าให้พวกโจรฟังเพื่อให้รู้ว่าการทำดีย่อมได้ดีดังเช่น นายมฆะเมื่อเขาตายก็ได้ไปเกิดเป็นท้าวสักกะหรือพระอินทร์บนสวรรค์

จากหนังสือ พระเกจิ ๕ แผ่นดิน

บทความที่กล่าวมาข้างต้น เป็นเรื่องราวที่เป็นตำนานเล่าขานที่เล่าสืบทอดกันมารุ่นสู่รุ่นและมีบันทึกไว้ นำมาเผยแพร่บารมีของครูบาอาจารย์เพื่อเป็นวิทยาทานแก่ทุกๆท่าน สาธุ สาธุ เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน

 

Leave a Reply