โอมตรีเพ็ชรเทพยดา จะฉะสัพพัง มรณังภะเว “กำราบพระเกเร ด้วยวิชาหมัดธนู”

ฝากข้อคิดก่อนอ่าน วิชาเหรียญสองด้านของอาจารย์ไพฑูรย์ท่านนั้นมีประโยชน์ยิ่งนักสำหรับใช้พิจารณาทุกสิ่งทุกอย่างที่เห็นมองเป็นสิ่งไม่ดีน่าเกลียดและสวยงามเมื่อลองพิจารณาพลิกดูอีกด้านของเหรียญให้ดีแล้วทุกสิ่งท่านในโลกมีทั้งดีและโทษแฝงไว้อยู่ตรงกันข้ามเสมอ..

วันนี้ได้นำเรื่องราวของ หลวงปู่ภู วัดอินทรฯ โอมตรีเพ็ชรเทพยดา จะฉะสัพพัง มรณังภะเว “กำราบพระเกเร ด้วยวิชาหมัดธนู” นำมาให้ทุกท่านได้อ่านศึกษา ไปชมกันเลย

“โอมตรีเพ็ชรเทพยดา ให้กรรมสิทธิ์แก่ข้าสวาหะ จะฉะสัพพัง มรณังภะเว” วิชาหมัดธนูเป็นวิชาของนักรบไทยตั้งแต่สมัยโบราณวิชานี้จะมีอานุภาพมากหรือน้อยอยู่ทีอำนาจพลังจิตและการฝึกฝน ใครฝึกมากได้มากใครฝึกน้อยได้น้อยหรือไม่ได้เลย ยกเว้นมีตัวช่วยแบบวิชา อ.ฉลอง เมืองแก้ว อ.ฉลองท่านจะลงธนูมือให้ลูกศิษย์แต่ของท่านจะเรียกว่าธนูพรายคือ เอาน้ำมันพรายมาลงที่มือ เวลาต่อยคู่ต่อสู้จะเหมือนมีผีพุ่งไปทั้งตัวลูกศิษย์ท่านตัวเล็กๆเคยต่อยคนตัวใหญ่สลบเหมือดในหมัดเดียว

ผู้ที่แสดงนี้วิชาธนูมือแล้วมีบันทึกไว้คือ หลวงปู่ภู วัดอินทรฯ เกจิผู้เฒ่าศิษย์สมเด็จโตวัดระฆัง ตามประวัติหลวงปู่ภูกับพระพี่ชายท่านหลวงปู่ใหญ่มาบูรณะวัดอินทรฯนี้ด้วยกัน แต่หลวงปู่ภูท่านชอบธุดงค์เมื่อสร้างวัดได้พอเจริญขึ้นหลวงปู่ภูก็ปลีกวิเวกออกธุดงค์ปล่อยให้พระพี่ชายดูแลวัดแต่เพียงผู้เดียว ต่อมาวัดมีความเจริญรุ่งเรืองขึ้นมีพระมาจำพรรษามากมาย หลวงปู่ภูได้แวะมาเยี่ยมหลวงปู่ใหญ่หลวงปู่ใหญ่จึงชักชวนหลวงปู่ภูให้มาพักที่วัดนี้จะได้ช่วยกันบูรณปฏิสังขรณ์วัดด้วยกัน เมื่อหลวงปู่ภูรับคำหาคิดไม่ว่าจะมีเรื่องกวนใจมากจนท่านต้องใช้วิชาธนูมือ

มีพระเจ้าถิ่นอยู่องค์หนึ่งอายุรุ่นราวคราวเดียวกับหลวงปู่ภูว่าหลวงปู่ภูตัวใหญ่แล้วแต่พระองค์นี้ใหญ่กว่าหลวงปู่ภูอีก พระรูปนี้เขาหมายมั่นปั้นมือว่าจะเป็นเจ้าอาวาสต่อจากหลวงปู่ใหญ่แต่เมื่อหลวงปู่ภูมาจำพรรษาที่นี่ ทำให้รู้สึกเดือดร้อนใจมากเพราะพรรษาหลวงปู่ภูก็มากกว่า ซ้ำยังเป็นน้องชายแท้ๆหลวงปู่ใหญ่อีก พระองค์นี้จึงคอยหาเรื่องหลวงปู่ภูตลอด พูดลอยๆแขวะหลวงปู่ภูคอยจ้องหาเรื่องตลอด หลวงปู่ภูขณะนั้นเพิ่งกับมาอยู่วัดถึงแม้จะเป็นน้องหลวงปู่ใหญ่แต่ก็เหมือนหัวเดียวกระเทียมพระลูกวัดส่วนมากก็เป็นพวกพระองค์นี้ หลวงปู่ภูขณะนั้นมีความรู้สึกรำคาญใจมากบางครั้งถึงกับจะแบกกลดหนีออกไป แต่ด้วยกำลังใจ ที่เป็นคนเด็ดเดี่ยวไม่เคยย่อท้อต่อสิ่งใดจึงอดทนอยู่

แต่แล้วความอดทนของท่านก็ขาดผึงลงเมื่อขณะเสร็จจากทำวัตรเช้าในพระอุโบสถ พระองค์นี้ได้มายืนต่อว่าท่านท้าทายท่านเพราะพระรูปนี้ถือว่าตัวใหญ่กว่าท่านอีกจึงไม่มีความเกรงกลัวหลวงปู่ภู หลวงปู่ภูสุดจะอดกลั้นจึงเดินไปเผชิญหน้ากับพระองค์นั้น ลักษณะตอนนั้นคงเหมือนเวลาเขาโปรโมทนักมวยที่เอานักมวยทั้งคู่มาเผชิญหน้ากันอย่างไรอย่างนั้น แค่ระยะประชิดตัวหลวงปู่ภูยกหมัดขึ้นมาแค่เอวต่อยไปที่ท้องพระองค์นั้นเบาๆ พระองค์นั้นทรุดลงไปชักดิ้นชักงอน้ำหูน้ำตาไหลออกมาพลั่ก ของที่ฉันเข้าไปอ้วกกระอักออกมาหมดร้อนจนถึงหลวงปู่ใหญ่ต้องมาขอร้องหลวงปู่ภูให้แก้ให้ หลวงปู่ภูจึงยอมถอนพระเวทย์ออก แต่พระองค์นั้นก็ต้องให้พระลูกหาบหามไปกุฏิ หลังจากนั้นพระองค์นั้นองค์นั้นเข็ดไม่กล้ายุ่งกับหลวงปู่ภูอีกเลย

บทความที่กล่าวมาข้างต้น เป็นเรื่องราวที่เป็นตำนานเล่าขานที่เล่าสืบทอดกันมารุ่นสู่รุ่นและมีบันทึกไว้ นำมาเผยแพร่เพื่อบารมีของครูบาอาจารย์เป็นวิทยาทานแก่ทุกๆท่าน สาธุ สาธุ เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน

⌘ข้อคิดท้ายเรื่อง⌘ รู้หรือไม่ว่าทุกวันนี้คนเรากินศพกับน้ำสกปรกหายใจเอาแต่กลิ่นตดกลิ่นในที่ลับของทุกๆคนมาตลอด⌘

ทุกอย่างล้วนมาจากดินส่วนดินก็มาจากซากพืชซากสัตว์ทับถมกันวันๆหนึ่งคนถุยน้ำลายกันลงพื้นกี่คนเหงื่อหยดลงดินกันกี่คนใบไม้ตกลงกันกี่ใบขี้วันละกี่คนเยี่ยววันละกี่สตรีเป็นเมนส์วันละกี่คนน้ำที่อาบล้างของลับก็ไหลลงดินคนตายวันละกี่คนสัตว์ตายวันละกี่ตัวเมื่อสัตว์ตายแล้วก็เน่ายุ่ยสลายค่อยๆกลายเป็นฝุ่นผงที่ละน้อยส่วนบ้างทีก็ฝังฝนตกมาก็กรองน้ำจากสัตว์คนตายนั้นละมาใช้ส่วนคนที่ตายก็นำไปเผาเมื่อเผากลายเป็นควันขึ้นไปเป็นฝนศพฝนลมตดอีก

ส่วนขี่เถ้าก็ถูกลมผัดไปกระจายไปทับถมกันเป็นดินอีกนี้คือความจริงของโลกทุกอย่างหากย้อนกลับไปในอดีตล้วนมีแต่ต้นไม้กับตัวเปล่าส่วนต้นไม้เองก็ดูดกลืนจากซากพืชซากสัตว์กินน้ำจากลมฝนตดศพลมสกปรกที่เกิดจากควันรถลมคนควันจากการเผาศพลมที่ผัดผ่านประจำเดือนผู้หญิงถังขยะซากศพสัตว์ตาย

พัดผ่านขี้เยี่ยวผัดผ่านขยะบุรี่ควันไฟที่หุงข้าวผ่านของลับคนทั้งโลกกันอีกหลายอย่างฯลฯ ลอยขึ้นไปแตกเป็นละอองกระจายกันเป็นเมฆตกลงมาให้เรามีลักษณะสีสันสวยสดใสแต่จริงๆแล้วสกปรกเหม็นคาวยิ่งนักลองคิดถึงกลิ่นขอทานเหม็นๆที่ลอยขึ้นฟ้าดูสิครับแล้วยิ่งลมบนไม่พัดลงข้างล่างอีกต่างหากนี้ละโลก

ส่วนน้ำที่เราใช้ทุกวันนี้จากที่เกริ่นไว้เริ่มต้นคงจะรู้กันแล้วว่าฝนมาจากไหนแล้วน้ำที่เททิ้งจากการซักผ้าละบ้างก็เป็นเมนส์เททิ้งน้ำเน่าน้ำเสียน้ำที่ซึมจากสัตว์ตายจากสิ่งโสโครกที่เราทิ้งลงบนพื้นไม่เชื่อเพื่อนๆของขับคนดูข้างทางเอาเถิดว่าทุกวันนี้เรากินน้ำที่กรองจากอะไรวันหนึ่งคนเยี่ยวลงพื้นกี่คนยิ่งส้วมทุกบ้านสมัยนี้เป็นส้วมซึมกันคิดดูว่าเราใช้น้ำผ่านขี้กินซากสัตว์กินเสลดเพื่อนบ้านและตัวเองเอาเถิดครับ

ส่วนท่านใดที่ว่ากรองแล้วกรองจากอะไรละถ้าไม่ใช่หินดินทรายที่เกิดจากเสลดที่ถุยลงพื้นแล้วฝุ่นละอองจับตัวกันเป็นก้อนลองนึกถึงหินงอกหินย้อยในถ้ำหรือต้นไม้ที่แช่น้ำอยู่นานๆแล้วกลายเป็นหินดูเอาเถิด

คนทุกคนเองก็เกิดมาจากขี้เยี่ยวซากศพซากสัตว์กันทั้งนั้นของมองลึกลงไปถึงต้นกำเนิดยุคไดโนเสาร์ดูเทคโนโลยีทุกสิ่งล้วนมาจากดินกับต้นไม้ที่ดูดเอาซากศพซากสัตว์ฝนศพและตดที่สะสมจากกลิ่นไม่พึงประสงค์ไปใช้ทั้งนั้นขออภัยนะครับถ้าพ่อแม่เราไม่กินขี้เยี่ยวซากพื้ชซากสัตว์ขี้เยี่ยวสักเจ็ดวันจะมีเเรงผสมพันธุ์กันไหมไม่มีแน่นอนแม่ท้องเราแล้วก็กินซากพืชซากสัตว์ของสกปรกดังกล่าวที่นี้ให้เราโตมาจนถึงทุกวันนี้

บางที่อ้างว่าหินมาจากลาวาจริงๆแล้วก็ใช่แต่มันมีกระบวนการย่อยสลายจากน้ำเสาะผสมขี้เยี่ยวไปหลายล้านปีแล้วไฟฟ้าเองผู้เขียนเคยดูต้องขุดไปถึง ๑๐ กิโลจึงจะพบถ่านหินลิกไนต์ที่นำมาทำไฟฟ้ามีลักษณะเป็นเเอ่งหินมีฟอสซิสหอยอีกต่างหากคงไม่ต้องพูดถึงว่าทุกวันนี้เราใช้น้ำที่กรองจากอะไรใบไม้ซากศพซากสัตว์ทับทมกันทั้งนั้น

ที่เกริ่นและกล่าวมาทั้งหมดนี้เพื่อให้ท่านผู้อ่านได้ถอนอุปปาทานใน รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัสต่างๆของนึกถึงข้าวที่มีน้ำประจำเดือนผู้หญิงขี้เยี่ยวแตกกระจายในปากดูสิครับอย่าลืมมองตัวเองด้วยละว่าเป็นของน่าเกลียดสอิดสเอีัยน

พยายามหาต้นตอที่มาของทุกสิ่งดูลองเปิดคลิปตรวจหาสารในน้ำปะปากรองดูได้เป็นความจริงดิน น้ำ ลม ไฟ รูปรสกลิ่นเสียงล้วนมาจากขี้เยี่ยวซากศพซากสัตว์ทับถมกันส่วนวิธีถอนอุปปาทานนั้นมีหลายวิธีบ้างก็ดูจิตตัวเองตลอดเวลาหากเกิด รัก โลภ โกรธ หลงก็ให้รีบระงับดับมันซะ(ตัวโกรธจะเห็นง่ายสุดให้ข่มใจสยบความโกรธให้ได้ก่อนใจโกรธแต่ทำท่าทางเหมือไม่โกรธสักพักความโกรธก็จะสลายไปเอง)

ส่วนอีกวิธีนั้นก็คือระลึกย้อนกลับไปตอนเราเกิดหรือก่อนอยู่ในท้องให้ทำจิตเป็นทองไม่รู้ร้อนพระพุทธเจ้า พระอินทร์ พระพรหม พระยมต่างๆนาๆฯลฯ เรามาเอาจากโลกทั้งนั้นพ่อแม่ลูกเมียก็เช่นกันจะสามารถดับอุปปาทานลงเสียได้(ผู้ปฏิบัติควรระวังเจ้าสัญญามันจะมาทำหน้าที่รีความชั่วซ้ำๆขึ้นมาในดวงจิตให้ดีให้ใช้วิธีว่าอวิชามันทำไม่ใช่ตัวเราทุกอย่างเรามาเอาจากโลกทั้งสิ้น)

วันหนึ่งคนขี้เยี่ยวตดอาบน้ำซักผ้าวันละกี่คนแล้วน้ำพวกนั้นไปไหนหมดถ้าไม่ใช่ลอยขึ้นฟ้ากลายมาเป็นฝน

ทุกอย่างคือศพขี้เยี่ยวดินจากศพ น้ำจากเมนส์ ลมจากตด ไฟจากแก๊สซากสัตวฺอยู่ในตัวเราทุกอย่างคือตัวเองใครอยากครองโลกอ่านจบก็ได้ครองแล้วครับส่วนฝนและขี้เถ้าศพคนที่เรารักอยู่ในตัวของเราทุกคนเพราะผู้อื่นและเราได้กินฝนศพขี้เถ้าของคนที่เรารักมาเจริญเติบโตทุกอย่างคือตัวเองและทุกคนคือคนที่เรารักปู่ย่าตายายเพราะเพื่อนบ้านและอีกหลายคนได้กินฝนศพขี้เถ้าคนที่เรารักนั้นทั้งสิ้นแลควรมองทุกคนคือคนที่เรารักฯ เรื่องฆ่าทุกคนก็หลีกเลี่ยงไม่ได้แม้แต่วัวควายก็ยังฆ่าพืชรุกขเทวดามากินทุกคนล้วนต่างบริสุทธิ์อยู่ที่เจตนาหรือไม่เท่านั่น**เรื่องนี้ของเอาวิทยาศาสตร์พิสูจน์ดูได้ว่าจริงไหม**

(ก่อนจักวาลและโลกจะเกิดทุกสิ่งคือสมมุติและคำว่าสมมุตินี้ก็คือสมุติเช่นกัน)

#ธรรมะของพระพุทธเจ้านามพระกัสปะหรือพระกัสสปยุคสมัยของพญามาราธิราช

 

ใส่ความเห็น