ใส่ “พระเครื่อง” อาบน้ำจะบาปไหม

ฝากข้อคิดก่อนอ่าน วิชาเหรียญสองด้านของอาจารย์ไพฑูรย์ท่านนั้นมีประโยชน์ยิ่งนักสำหรับใช้พิจารณาทุกสิ่งทุกอย่างที่เห็นมองเป็นสิ่งไม่ดีน่าเกลียดและสวยงามเมื่อลองพิจารณาพลิกดูอีกด้านของเหรียญให้ดีแล้วทุกสิ่งท่านในโลกมีทั้งดีและโทษแฝงไว้อยู่ตรงกันข้ามเสมอ..

วันนี้ได้นำเรื่องราวของ ใส่ “พระเครื่อง” อาบน้ำจะบาปไหม นำมาให้ทุกท่านได้อ่านศึกษาไปชมกันเลย

หากเราคล้องพระในเวลาอาบน้ำหรือเข้าห้องน้ำจะบาปไหม เพราะในห้องน้ำมีแต่สิ่งปฏิกูลโสโครกทั้งยังเป็นที่ทำกิจกรรมที่ไม่สะอาดอีกด้วยทำให้หลายคนกลัวว่า ใส่พระเครื่องเข้าไปอาบน้ำหรือเข้าห้องน้ำแล้วเทวดาที่รักษาอยู่จะรังเกียจและถอยหนี ซึ่งทำให้พระเครื่องนั้นเสื่อมได้ แต่ในความเป็นจริงแล้วบารมีแห่งพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์นั้น เป็นกระแสที่สะอาดบริสุทธิ์จากกิเลสทั้งปวง เพราะฉะนั้นจึงไม่มีความเสื่อมเพราะท่านตัดขาดจากกิเลสเหตุแห่งความเสื่อมทั้งปวงได้หมดแล้ว เป็นโลกุตตระคือ อยู่เหนือโลก ไม่เจือปนกันโลก ดังนั้นไม่ว่าบารมีของท่านจะอยู่ ณ ที่แห่งใด ก็ไม่มีสิ่งใดที่จะทำให้บารมีของท่านเสื่อมคลายลงได้

ดังที่หลวงพ่อเดิม วัดหนองโพธิ์ จ.นครสวรรค์เคยเล่าไว้ว่า พระเครื่องก็เหมือนงูเห่าไม่ว่างูเห่าจะเลื้อยไปทางไหน เลื้อยลงท่อระบายน้ำ ลงโคลนตมฯลฯ พิษของมันก็ไม่ได้หายไปไหนยังคงกัดคนตายได้เหมือนเดิม พระเครื่องก็เช่นกันถ้าได้รับการอธิษฐานจิตจากผู้สร้างที่มีศีล สมาธิ ปัญญา บริสุทธิ์สมบูรณ์ สามารถอาราธนาบารมีพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ปวงเทพเทวา ได้อย่างถึงพร้อมแล้ว ไม่มีทางเลยที่พระเครื่องนั้นจะเสื่อมไปได้ด้วยเพียงของปฏิกูลทางโลกทั่วไปเหล่านั้น

หากจะว่าไปแล้วสิ่งปฏิกูลต่างๆที่เกิดขึ้น ทั้งอุจจาระ ปัสสาวะ มิได้เกิดจากในห้องน้ำหรือที่ใดแต่เกิดจากตัวเรานั่นเอง เวลาที่เราห้อยพระแม้จะไม่ได้เข้าห้องน้ำจะยืน จะเดิน จะกินข้าวหรือนั่งทำงาน สิ่งสกปรกโสโครกเหล่านี้ก็อยู่ในตัวเรานั่นเอง หากพระจะเสื่อมคงเสื่อมตั้งแต่เราห้อยแล้ว ฉะนั้นการพกพาพระเข้าห้องน้ำจึงไม่มีผลใดๆที่จะทำให้พระเครื่องนั้นเสื่อมไปได้เลยความเสื่อมส่วนใหญ่ เกิดจากตัวผู้ใช้พระเครื่องนั่นเอง บางคนจะห้อยพระเข้าห้องน้ำก็เกิดตะขิดตะขวงใจ ว้าวุ่นไม่แน่ใจว่าเป็นการลบหลู่ดูหมิ่นหรือไม่ จิตเกิดการฟุ้งซ่านลังเลสงสัยจึงทำให้จิตเสื่อมขาดความศรัทธาเชื่อมั่น ขาดสมาธิที่จะเชื่อมโยงพลังงานของพระจึงทำให้ใช้พุทธคุณของพระเครื่องไม่ได้ผลอย่างเต็มที่

ดังนั้นเรื่องความเสื่อมจึงเกิดจากจิตเจตนาของผู้ใช้เป็นหลัก ถ้าผู้ใช้เอาพระเครื่องไปโยนใส่โถชักโครกด้วยความไม่เคารพ อย่างนั้นเสื่อมแน่ กล่าวคือผู้ใช้มีเจตนาไม่บริสุทธิ์ มีเจตนาปรามาสพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ แต่ถ้าผู้ใช้มีความจำเป็นตามธรรมชาติ ต้องเข้าห้องน้ำเพื่ออาบน้ำชำระล้างร่างกายหรืออุจจาระ ปัสสาวะ ก็ตามทีไม่ได้มีเจตนาที่จะปรามาสพระเลย เพราะฉะนั้นการห้อยพระเข้าห้องน้ำในกรณีเช่นนี้จึงไม่ได้เป็นเรื่องบาปหรือจะทำให้พระเครื่องเสื่อมแต่อย่างใด สรุปคือ การห้อยพระเข้าห้องน้ำหรืออาบน้ำนั้นสามารถห้อยติดตัวได้ตลอดเวลาด้วยเจตนาบริสุทธิ์ ไม่ต้องกลัวเสื่อมเพราะการที่พระอยู่ที่คอทำให้เรามีโอกาสในการระลึกถึงพระอยู่เสมอ เป็นแต่เรื่องบุญกุศลไม่มีบาปกรรมหรือนำไปสู่การเสื่อมแต่อย่างใดเลย เว้นแต่กรอบใส่พระของท่านจะไม่กันน้ำ แตกร้าว หรือเสื่อมสภาพ อาจทำให้พระเครื่องท่านโดนน้ำโดนความชื้นจนชำรุดเสียหายได้

ดร.รอบทิศ ไวยสุศรี แฟนพันธุ์แท้พระเกจิคณาจารย์ ปี 2006

หนังสือตอบโจทย์พระเครื่อง รู้เรื่องของขลัง ของสำนักพิมพ์ ND Publishing

บทความที่กล่าวมาข้างต้น เป็นเรื่องราวที่เป็นตำนานเล่าขานที่เล่าสืบทอดกันมารุ่นสู่รุ่นและมีบันทึกไว้ นำมาเผยแพร่เพื่อเป็นวิทยาทานแก่ทุกๆท่าน สาธุ สาธุ เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน 

⌘ข้อคิดท้ายเรื่อง⌘ รู้หรือไม่ว่าทุกวันนี้คนเรากินศพกับน้ำสกปรกหายใจเอาแต่กลิ่นตดกลิ่นในที่ลับของทุกๆคนมาตลอด⌘

ทุกอย่างล้วนมาจากดินส่วนดินก็มาจากซากพืชซากสัตว์ทับถมกันวันๆหนึ่งคนถุยน้ำลายกันลงพื้นกี่คนเหงื่อหยดลงดินกันกี่คนใบไม้ตกลงกันกี่ใบขี้วันละกี่คนเยี่ยววันละกี่สตรีเป็นเมนส์วันละกี่คนน้ำที่อาบล้างของลับก็ไหลลงดินคนตายวันละกี่คนสัตว์ตายวันละกี่ตัวเมื่อสัตว์ตายแล้วก็เน่ายุ่ยสลายค่อยๆกลายเป็นฝุ่นผงที่ละน้อยส่วนบ้างทีก็ฝังฝนตกมาก็กรองน้ำจากสัตว์คนตายนั้นละมาใช้ส่วนคนที่ตายก็นำไปเผาเมื่อเผากลายเป็นควันขึ้นไปเป็นฝนศพฝนลมตดอีก

ส่วนขี่เถ้าก็ถูกลมผัดไปกระจายไปทับถมกันเป็นดินอีกนี้คือความจริงของโลกทุกอย่างหากย้อนกลับไปในอดีตล้วนมีแต่ต้นไม้กับตัวเปล่าส่วนต้นไม้เองก็ดูดกลืนจากซากพืชซากสัตว์กินน้ำจากลมฝนตดศพลมสกปรกที่เกิดจากควันรถลมคนควันจากการเผาศพลมที่ผัดผ่านประจำเดือนผู้หญิงถังขยะซากศพสัตว์ตาย

พัดผ่านขี้เยี่ยวผัดผ่านขยะบุรี่ควันไฟที่หุงข้าวผ่านของลับคนทั้งโลกกันอีกหลายอย่างฯลฯ ลอยขึ้นไปแตกเป็นละอองกระจายกันเป็นเมฆตกลงมาให้เรามีลักษณะสีสันสวยสดใสแต่จริงๆแล้วสกปรกเหม็นคาวยิ่งนักลองคิดถึงกลิ่นขอทานเหม็นๆที่ลอยขึ้นฟ้าดูสิครับแล้วยิ่งลมบนไม่พัดลงข้างล่างอีกต่างหากนี้ละโลก

ส่วนน้ำที่เราใช้ทุกวันนี้จากที่เกริ่นไว้เริ่มต้นคงจะรู้กันแล้วว่าฝนมาจากไหนแล้วน้ำที่เททิ้งจากการซักผ้าละบ้างก็เป็นเมนส์เททิ้งน้ำเน่าน้ำเสียน้ำที่ซึมจากสัตว์ตายจากสิ่งโสโครกที่เราทิ้งลงบนพื้นไม่เชื่อเพื่อนๆของขับคนดูข้างทางเอาเถิดว่าทุกวันนี้เรากินน้ำที่กรองจากอะไรวันหนึ่งคนเยี่ยวลงพื้นกี่คนยิ่งส้วมทุกบ้านสมัยนี้เป็นส้วมซึมกันคิดดูว่าเราใช้น้ำผ่านขี้กินซากสัตว์กินเสลดเพื่อนบ้านและตัวเองเอาเถิดครับ

ส่วนท่านใดที่ว่ากรองแล้วกรองจากอะไรละถ้าไม่ใช่หินดินทรายที่เกิดจากเสลดที่ถุยลงพื้นแล้วฝุ่นละอองจับตัวกันเป็นก้อนลองนึกถึงหินงอกหินย้อยในถ้ำหรือต้นไม้ที่แช่น้ำอยู่นานๆแล้วกลายเป็นหินดูเอาเถิด

คนทุกคนเองก็เกิดมาจากขี้เยี่ยวซากศพซากสัตว์กันทั้งนั้นของมองลึกลงไปถึงต้นกำเนิดยุคไดโนเสาร์ดูเทคโนโลยีทุกสิ่งล้วนมาจากดินกับต้นไม้ที่ดูดเอาซากศพซากสัตว์ฝนศพและตดที่สะสมจากกลิ่นไม่พึงประสงค์ไปใช้ทั้งนั้นขออภัยนะครับถ้าพ่อแม่เราไม่กินขี้เยี่ยวซากพื้ชซากสัตว์ขี้เยี่ยวสักเจ็ดวันจะมีเเรงผสมพันธุ์กันไหมไม่มีแน่นอนแม่ท้องเราแล้วก็กินซากพืชซากสัตว์ของสกปรกดังกล่าวที่นี้ให้เราโตมาจนถึงทุกวันนี้

บางที่อ้างว่าหินมาจากลาวาจริงๆแล้วก็ใช่แต่มันมีกระบวนการย่อยสลายจากน้ำเสาะผสมขี้เยี่ยวไปหลายล้านปีแล้วไฟฟ้าเองผู้เขียนเคยดูต้องขุดไปถึง ๑๐ กิโลจึงจะพบถ่านหินลิกไนต์ที่นำมาทำไฟฟ้ามีลักษณะเป็นเเอ่งหินมีฟอสซิสหอยอีกต่างหากคงไม่ต้องพูดถึงว่าทุกวันนี้เราใช้น้ำที่กรองจากอะไรใบไม้ซากศพซากสัตว์ทับทมกันทั้งนั้น

ที่เกริ่นและกล่าวมาทั้งหมดนี้เพื่อให้ท่านผู้อ่านได้ถอนอุปปาทานใน รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัสต่างๆของนึกถึงข้าวที่มีน้ำประจำเดือนผู้หญิงขี้เยี่ยวแตกกระจายในปากดูสิครับอย่าลืมมองตัวเองด้วยละว่าเป็นของน่าเกลียดสอิดสเอีัยน

พยายามหาต้นตอที่มาของทุกสิ่งดูลองเปิดคลิปตรวจหาสารในน้ำปะปากรองดูได้เป็นความจริงดิน น้ำ ลม ไฟ รูปรสกลิ่นเสียงล้วนมาจากขี้เยี่ยวซากศพซากสัตว์ทับถมกันส่วนวิธีถอนอุปปาทานนั้นมีหลายวิธีบ้างก็ดูจิตตัวเองตลอดเวลาหากเกิด รัก โลภ โกรธ หลงก็ให้รีบระงับดับมันซะ(ตัวโกรธจะเห็นง่ายสุดให้ข่มใจสยบความโกรธให้ได้ก่อนใจโกรธแต่ทำท่าทางเหมือไม่โกรธสักพักความโกรธก็จะสลายไปเอง)

ส่วนอีกวิธีนั้นก็คือระลึกย้อนกลับไปตอนเราเกิดหรือก่อนอยู่ในท้องให้ทำจิตเป็นทองไม่รู้ร้อนพระพุทธเจ้า พระอินทร์ พระพรหม พระยมต่างๆนาๆฯลฯ เรามาเอาจากโลกทั้งนั้นพ่อแม่ลูกเมียก็เช่นกันจะสามารถดับอุปปาทานลงเสียได้(ผู้ปฏิบัติควรระวังเจ้าสัญญามันจะมาทำหน้าที่รีความชั่วซ้ำๆขึ้นมาในดวงจิตให้ดีให้ใช้วิธีว่าอวิชามันทำไม่ใช่ตัวเราทุกอย่างเรามาเอาจากโลกทั้งสิ้น)

วันหนึ่งคนขี้เยี่ยวตดอาบน้ำซักผ้าวันละกี่คนแล้วน้ำพวกนั้นไปไหนหมดถ้าไม่ใช่ลอยขึ้นฟ้ากลายมาเป็นฝน

ทุกอย่างคือศพขี้เยี่ยวดินจากศพ น้ำจากเมนส์ ลมจากตด ไฟจากแก๊สซากสัตวฺอยู่ในตัวเราทุกอย่างคือตัวเองใครอยากครองโลกอ่านจบก็ได้ครองแล้วครับส่วนฝนและขี้เถ้าศพคนที่เรารักอยู่ในตัวของเราทุกคนเพราะผู้อื่นและเราได้กินฝนศพขี้เถ้าของคนที่เรารักมาเจริญเติบโตทุกอย่างคือตัวเองและทุกคนคือคนที่เรารักปู่ย่าตายายเพราะเพื่อนบ้านและอีกหลายคนได้กินฝนศพขี้เถ้าคนที่เรารักนั้นทั้งสิ้นแลควรมองทุกคนคือคนที่เรารักฯ เรื่องฆ่าทุกคนก็หลีกเลี่ยงไม่ได้แม้แต่วัวควายก็ยังฆ่าพืชรุกขเทวดามากินทุกคนล้วนต่างบริสุทธิ์อยู่ที่เจตนาหรือไม่เท่านั่น**เรื่องนี้ของเอาวิทยาศาสตร์พิสูจน์ดูได้ว่าจริงไหม**

(ก่อนจักวาลและโลกจะเกิดทุกสิ่งคือสมมุติและคำว่าสมมุตินี้ก็คือสมุติเช่นกัน)

#ธรรมะของพระพุทธเจ้านามพระกัสปะหรือพระกัสสปยุคสมัยของพญามาราธิราช

Leave a Reply