ไม่ใช่พระแต่ปลุกเสกพระ

ฝากข้อคิดก่อนอ่าน วิชาเหรียญสองด้านของอาจารย์ไพฑูรย์ท่านนั้นมีประโยชน์ยิ่งนักสำหรับใช้พิจารณาทุกสิ่งทุกอย่างที่เห็นมองเป็นสิ่งไม่ดีน่าเกลียดและสวยงามเมื่อลองพิจารณาพลิกดูอีกด้านของเหรียญให้ดีแล้วทุกสิ่งท่านในโลกมีทั้งดีและโทษแฝงไว้อยู่ตรงกันข้ามเสมอ..

วันนี้ได้นำเรื่องราวของ ไม่ใช่พระแต่ปลุกเสกพระ นำมาให้ทุกท่านได้อ่านศึกษาไปชมกันเลย

มีหลายคนเคยเห็นพิธีกรรมในการปลุกเสกพระเครื่องวัตถุมงคล ปรากฎว่าในบางครั้งบางพิธี มีแม่ชี ฤาษี ฆราวาสต่างๆมาร่วมอยู่ด้วยจึงตั้งข้อสงสัยว่า วัตถุมงคลต่างๆที่มีการจัดสร้างนั้นหากไม่ใช่พระสงฆ์แต่มาปลุกเสกพระเครื่อง เครื่องรางของขลังจะศักดิ์สิทธิ์หรือไม่เพราะแม่ชี ฤาษี ฆราวาสต่างๆนั้นถ้าเทียบศีลแล้ว ศีลไม่บริสุทธิ์เหมือนกับพระสงฆ์ที่ถือศีลถึง ๒๒๗ ข้อ

“พระสมเด็จจิตรลดา” เป็นพระเครื่องที่ไม่ได้ปลุกเสกโดยพระเกจิอาจารย์แต่กลับมีบารมีความศักดิ์สิทธิ์สูงสุด เป็นที่เคารพบูชาอย่างสูงของปวงชนชาวไทยทุกคนเพราะสร้างโดยพระมหากรุณาธิคุณแห่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๙ โดยมีเรื่องเล่าเกี่ยวกับปาฏิหาริย์ของพระสมเด็จจิตรลดาอย่างมากมาย ความศักดิ์สิทธิ์ของพระต้องดูทั้งศีล สมาธิ ปัญญา ของผู้ที่ปลุกเสก

ความศักดิ์สิทธิ์ของพระต้องดูทั้งศีล สมาธิ ปัญญา ของผู้ที่ปลุกเสก

แท้จริงแล้วความศักดิ์สิทธิ์ของพระต้องดูทั้งศีล สมาธิ ปัญญา ของผู้ที่ปลุกเสกซึ่งระดับของศีลบริสุทธิ์ที่จะอัญเชิญบารมีแห่งพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ มาได้นั้นจริงๆแล้วไม่จำเป็นต้องถึงศีล ๒๒๗ ข้อก็สามารถทำได้ เพราะในระดับโสดาบันผู้เป็นอริยบุคคลขั้นต้นนั้น ท่านมีเพียงศีล ๕ บริสุทธิ์อย่างแท้จริงก็เป็นได้แล้วคือมีศีลปกตินิสัยโดยธรรมชาติก็สามารถอัญเชิญพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ มาใช้ในการปลุกเสกพระเครื่องต่างๆได้อย่างเต็มที่ในทางกลับกันพระสงฆ์แม้จะมีศีล ๒๒๗ ข้อ แต่ถ้าศีลบางข้อไม่บริสุทธิ์ก็อาจจะไม่สามารถอัญเชิญบุญบารมีแห่งพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ มาปลุกเสกให้เกิดความศักดิ์สิทธิ์ได้เท่ากับฆราวาสที่มีศีลบริสุทธิ์

นอกจากนี้เราจะเคยเห็นว่าฆราวาสหลายคน นอกจากมีศีลบริสุทธิ์แล้วยังมีกำลังสมาธิที่มั่นคงหนักแน่นอย่างเช่น ฤาษีต่างๆที่มีจิตที่เข้าได้ถึงฌาณ ๔ สมาบัติ ๘ จนถึงขั้นเหาะเหินเดินอากาศมีอิทธิฤทธิ์ต่างๆได้ เพราะฉะนั้นฤาษีต่างๆก็ย่อมมีกำลังจิตที่มีสมาธิสูง สามารถสร้างให้เกิดกำลังอิทธิฤทธิ์ต่างๆในพระเครื่องได้ดีกว่าพระสงฆ์ที่มีกำลังสมาธิอ่อนกว่าหรือแม้แต่ในระดับปัญญาเอง

มีฆราวาสหลายท่านเมื่อเสียชีวิตไปแล้วกระดูกได้เปลี่ยนเป็นพระธาตุก็มีอยู่ไม่น้อยอย่างเช่น คุณแม่บุญเรือน โตงบุญเติม วัดอาวุธฯ ท่านเป็นอุบาสิกาที่ถือศีล ๘ แต่ท่านมีกำลังจิตอิทธิฤทธิ์มากมาย สามารถรักษาโรคต่างๆให้หายได้อย่างอัศจรรย์ สามารถรู้เห็นสิ่งต่างๆได้อย่างไม่น่าเชื่อ เมื่อท่านเสียชีวิตไปแล้วกระดูกของท่านก็เป็นพระธาตุสวยงาม สดใส ซึ่งยืนยันถึงการปฎิบัติได้ว่ามีปัญญาขัดเกลากิเลสได้ในระดับสูง โดยพระเครื่องที่ท่านปลุกเสกนั้นก็มีประสบการณ์ความศักดิ์สิทธิ์ในระดับสุดยอดและมีการเช่าหาบูชากันในราคาที่สูงมาก

ผู้ที่จะมาปลุกเสกวัตถุมงคลให้ศักดิ์สิทธิ์จึงไม่จำเป็นต้องเป็นพระสงฆ์อย่างเดียว

เพราะฉะนั้นผู้ที่จะมาปลุกเสกวัตถุมงคลให้ศักดิ์สิทธิ์หรือไม่ศักดิ์สิทธิ์จึงไม่จำเป็นต้องเป็นพระสงฆ์อย่างเดียว หากเป็นแม่ชี ฤาษี ฆราวาส ที่มีศีลบริสุทธิ์ มีกำลังจิตสมาธิมั่นคง มีปัญญาขัดเกลากิเลสได้อย่างแท้จริงแล้ว ก็ย่อมสามารถอาราธนาบุญบารมี พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ มาปลุกเสกให้เกิดความศักดิ์สิทธิ์ได้ไม่ต่างจากพระสงฆ์ทำ ดังที่เรารู้จักฆราวาสผู้ทรงวิชาต่างๆมากมายเช่น อาจารย์เฮง ไพรวัลย์, อาจารย์ฟ้อน ดีสว่าง, อาจารย์จาบ สุวรรณ, คุณแม่บุญเรือน โตงบุญเติม ฯลฯ ซึ่งบางท่านนั้นเป็นถึงครูบาอาจารย์ของพระสงฆ์ที่มีชื่อเสียงอีกด้วย

ดร.รอบทิศ ไวยสุศรี แฟนพันธุ์แท้พระเกจิคณาจารย์ ปี 2006
หนังสือตอบโจทย์พระเครื่อง รู้เรื่องของขลัง ของสำนักพิมพ์ ND Publishing

บทความที่กล่าวมาข้างต้น เป็นเรื่องราวที่เป็นตำนานเล่าขานที่เล่าสืบทอดกันมารุ่นสู่รุ่นและมีบันทึกไว้ นำมาเผยแพร่เพื่อเป็นวิทยาทานแก่ทุกๆท่าน สาธุ สาธุ เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน 

⌘ข้อคิดท้ายเรื่อง⌘ รู้หรือไม่ว่าทุกวันนี้คนเรากินศพกับน้ำสกปรกหายใจเอาแต่กลิ่นตดกลิ่นในที่ลับของทุกๆคนมาตลอด⌘

ทุกอย่างล้วนมาจากดินส่วนดินก็มาจากซากพืชซากสัตว์ทับถมกันวันๆหนึ่งคนถุยน้ำลายกันลงพื้นกี่คนเหงื่อหยดลงดินกันกี่คนใบไม้ตกลงกันกี่ใบขี้วันละกี่คนเยี่ยววันละกี่สตรีเป็นเมนส์วันละกี่คนน้ำที่อาบล้างของลับก็ไหลลงดินคนตายวันละกี่คนสัตว์ตายวันละกี่ตัวเมื่อสัตว์ตายแล้วก็เน่ายุ่ยสลายค่อยๆกลายเป็นฝุ่นผงที่ละน้อยส่วนบ้างทีก็ฝังฝนตกมาก็กรองน้ำจากสัตว์คนตายนั้นละมาใช้ส่วนคนที่ตายก็นำไปเผาเมื่อเผากลายเป็นควันขึ้นไปเป็นฝนศพฝนลมตดอีก

ส่วนขี่เถ้าก็ถูกลมผัดไปกระจายไปทับถมกันเป็นดินอีกนี้คือความจริงของโลกทุกอย่างหากย้อนกลับไปในอดีตล้วนมีแต่ต้นไม้กับตัวเปล่าส่วนต้นไม้เองก็ดูดกลืนจากซากพืชซากสัตว์กินน้ำจากลมฝนตดศพลมสกปรกที่เกิดจากควันรถลมคนควันจากการเผาศพลมที่ผัดผ่านประจำเดือนผู้หญิงถังขยะซากศพสัตว์ตาย

พัดผ่านขี้เยี่ยวผัดผ่านขยะบุรี่ควันไฟที่หุงข้าวผ่านของลับคนทั้งโลกกันอีกหลายอย่างฯลฯ ลอยขึ้นไปแตกเป็นละอองกระจายกันเป็นเมฆตกลงมาให้เรามีลักษณะสีสันสวยสดใสแต่จริงๆแล้วสกปรกเหม็นคาวยิ่งนักลองคิดถึงกลิ่นขอทานเหม็นๆที่ลอยขึ้นฟ้าดูสิครับแล้วยิ่งลมบนไม่พัดลงข้างล่างอีกต่างหากนี้ละโลก

ส่วนน้ำที่เราใช้ทุกวันนี้จากที่เกริ่นไว้เริ่มต้นคงจะรู้กันแล้วว่าฝนมาจากไหนแล้วน้ำที่เททิ้งจากการซักผ้าละบ้างก็เป็นเมนส์เททิ้งน้ำเน่าน้ำเสียน้ำที่ซึมจากสัตว์ตายจากสิ่งโสโครกที่เราทิ้งลงบนพื้นไม่เชื่อเพื่อนๆของขับคนดูข้างทางเอาเถิดว่าทุกวันนี้เรากินน้ำที่กรองจากอะไรวันหนึ่งคนเยี่ยวลงพื้นกี่คนยิ่งส้วมทุกบ้านสมัยนี้เป็นส้วมซึมกันคิดดูว่าเราใช้น้ำผ่านขี้กินซากสัตว์กินเสลดเพื่อนบ้านและตัวเองเอาเถิดครับ

ส่วนท่านใดที่ว่ากรองแล้วกรองจากอะไรละถ้าไม่ใช่หินดินทรายที่เกิดจากเสลดที่ถุยลงพื้นแล้วฝุ่นละอองจับตัวกันเป็นก้อนลองนึกถึงหินงอกหินย้อยในถ้ำหรือต้นไม้ที่แช่น้ำอยู่นานๆแล้วกลายเป็นหินดูเอาเถิด

คนทุกคนเองก็เกิดมาจากขี้เยี่ยวซากศพซากสัตว์กันทั้งนั้นของมองลึกลงไปถึงต้นกำเนิดยุคไดโนเสาร์ดูเทคโนโลยีทุกสิ่งล้วนมาจากดินกับต้นไม้ที่ดูดเอาซากศพซากสัตว์ฝนศพและตดที่สะสมจากกลิ่นไม่พึงประสงค์ไปใช้ทั้งนั้นขออภัยนะครับถ้าพ่อแม่เราไม่กินขี้เยี่ยวซากพื้ชซากสัตว์ขี้เยี่ยวสักเจ็ดวันจะมีเเรงผสมพันธุ์กันไหมไม่มีแน่นอนแม่ท้องเราแล้วก็กินซากพืชซากสัตว์ของสกปรกดังกล่าวที่นี้ให้เราโตมาจนถึงทุกวันนี้

บางที่อ้างว่าหินมาจากลาวาจริงๆแล้วก็ใช่แต่มันมีกระบวนการย่อยสลายจากน้ำเสาะผสมขี้เยี่ยวไปหลายล้านปีแล้วไฟฟ้าเองผู้เขียนเคยดูต้องขุดไปถึง ๑๐ กิโลจึงจะพบถ่านหินลิกไนต์ที่นำมาทำไฟฟ้ามีลักษณะเป็นเเอ่งหินมีฟอสซิสหอยอีกต่างหากคงไม่ต้องพูดถึงว่าทุกวันนี้เราใช้น้ำที่กรองจากอะไรใบไม้ซากศพซากสัตว์ทับทมกันทั้งนั้น

ที่เกริ่นและกล่าวมาทั้งหมดนี้เพื่อให้ท่านผู้อ่านได้ถอนอุปปาทานใน รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัสต่างๆของนึกถึงข้าวที่มีน้ำประจำเดือนผู้หญิงขี้เยี่ยวแตกกระจายในปากดูสิครับอย่าลืมมองตัวเองด้วยละว่าเป็นของน่าเกลียดสอิดสเอีัยน

พยายามหาต้นตอที่มาของทุกสิ่งดูลองเปิดคลิปตรวจหาสารในน้ำปะปากรองดูได้เป็นความจริงดิน น้ำ ลม ไฟ รูปรสกลิ่นเสียงล้วนมาจากขี้เยี่ยวซากศพซากสัตว์ทับถมกันส่วนวิธีถอนอุปปาทานนั้นมีหลายวิธีบ้างก็ดูจิตตัวเองตลอดเวลาหากเกิด รัก โลภ โกรธ หลงก็ให้รีบระงับดับมันซะ(ตัวโกรธจะเห็นง่ายสุดให้ข่มใจสยบความโกรธให้ได้ก่อนใจโกรธแต่ทำท่าทางเหมือไม่โกรธสักพักความโกรธก็จะสลายไปเอง)

ส่วนอีกวิธีนั้นก็คือระลึกย้อนกลับไปตอนเราเกิดหรือก่อนอยู่ในท้องให้ทำจิตเป็นทองไม่รู้ร้อนพระพุทธเจ้า พระอินทร์ พระพรหม พระยมต่างๆนาๆฯลฯ เรามาเอาจากโลกทั้งนั้นพ่อแม่ลูกเมียก็เช่นกันจะสามารถดับอุปปาทานลงเสียได้(ผู้ปฏิบัติควรระวังเจ้าสัญญามันจะมาทำหน้าที่รีความชั่วซ้ำๆขึ้นมาในดวงจิตให้ดีให้ใช้วิธีว่าอวิชามันทำไม่ใช่ตัวเราทุกอย่างเรามาเอาจากโลกทั้งสิ้น)

วันหนึ่งคนขี้เยี่ยวตดอาบน้ำซักผ้าวันละกี่คนแล้วน้ำพวกนั้นไปไหนหมดถ้าไม่ใช่ลอยขึ้นฟ้ากลายมาเป็นฝน

ทุกอย่างคือศพขี้เยี่ยวดินจากศพ น้ำจากเมนส์ ลมจากตด ไฟจากแก๊สซากสัตวฺอยู่ในตัวเราทุกอย่างคือตัวเองใครอยากครองโลกอ่านจบก็ได้ครองแล้วครับส่วนฝนและขี้เถ้าศพคนที่เรารักอยู่ในตัวของเราทุกคนเพราะผู้อื่นและเราได้กินฝนศพขี้เถ้าของคนที่เรารักมาเจริญเติบโตทุกอย่างคือตัวเองและทุกคนคือคนที่เรารักปู่ย่าตายายเพราะเพื่อนบ้านและอีกหลายคนได้กินฝนศพขี้เถ้าคนที่เรารักนั้นทั้งสิ้นแลควรมองทุกคนคือคนที่เรารักฯ เรื่องฆ่าทุกคนก็หลีกเลี่ยงไม่ได้แม้แต่วัวควายก็ยังฆ่าพืชรุกขเทวดามากินทุกคนล้วนต่างบริสุทธิ์อยู่ที่เจตนาหรือไม่เท่านั่น**เรื่องนี้ของเอาวิทยาศาสตร์พิสูจน์ดูได้ว่าจริงไหม**

(ก่อนจักวาลและโลกจะเกิดทุกสิ่งคือสมมุติและคำว่าสมมุตินี้ก็คือสมุติเช่นกัน)

#ธรรมะของพระพุทธเจ้านามพระกัสปะหรือพระกัสสปยุคสมัยของพญามาราธิราช

 

Leave a Reply