๑๐๘ คณาจารย์ชื่อดังแห่งยุคกับพิธีสำคัญในประวัติศาสตร์

ฝากข้อคิดก่อนอ่าน วิชาเหรียญสองด้านของอาจารย์ไพฑูรย์ท่านนั้นมีประโยชน์ยิ่งนักสำหรับใช้พิจารณาทุกสิ่งทุกอย่างที่เห็นมองเป็นสิ่งไม่ดีน่าเกลียดและสวยงามเมื่อลองพิจารณาพลิกดูอีกด้านของเหรียญให้ดีแล้วทุกสิ่งท่านในโลกมีทั้งดีและโทษแฝงไว้อยู่ตรงกันข้ามเสมอ..

วันนี้ได้นำเรื่องราวของ ๑๐๘ คณาจารย์ชื่อดังแห่งยุค พิธีพุทธาภิเษกใหญ่พระพุทธชินราชรุ่นอินโดจีน นำมาให้ทุกท่านได้อ่านศึกษา ไปชมกันเลย

พิธีพุทธาภิเษกใหญ่พระพุทธชินราชรุ่นอินโดจีนได้ประกอบพิธีเททองหล่อที่วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ จ.พิษณุโลก ในวันขึ้น๕ค่ำเดือน๓ตรงกับวันที่๑กุมภาพันธ์พ.ศ.๒๔๘๕ ก่อนที่คณะกรรมการพุทธสมาคมจะมากราบทูลขอพระเมตตาจากสมเด็จพระสังฆราช(แพ ติสฺสเทวมหาเถร)วัดสุทัศนเทพวรารามในเรื่องการประกอบพิธีพุทธาภิเษก โดยประกอบพิธีพุทธาภิเษก ณ พระอุโบสถวัดสุทัศน์ ในวันที่๒๑มีนาคม พ.ศ.๒๔๘๕ โดยมีสมเด็จพระสังฆราช(แพ ติสฺสเทวมหาเถร)เป็นองค์ประธานและท่านเจ้าคุณศรีสัจจญาณมุนี(สนธิ์)เป็นแม่งานผู้ดำเนินการ พร้อมทั้งได้ทำพิธีเททองหล่อพระตามตำรับตำราการสร้างพระกริ่งพระชัยวัฒน์ของวัดสุทัศน์อย่างถูกต้องครบถ้วนสมบูรณ์และมีพระเกจิอาจารย์ชื่อดังร่วมนั่งปรกอธิษฐานจิต๑๐๘รูป ดังมีรายนามต่อไปนี้

๑.สมเด็จพระสังฆราช(แพ)วัดสุทัศน์ ๒.ท่านเจ้าคุณศรีสนธิ์ ๓.หลวงพ่อจาดวัดบางกระเบา ๔.หลวงพ่อจงวัดหน้าต่างนอก ๕.หลวงปู่นาควัดระฆัง ๖.หลวงปู่จันทร์วัดนางหนู ๗.หลวงพ่อดิ่งวัดบางวัว ๘.หลวงพ่อทองสุขวัดโตนดหลวง ๙.หลวงพ่อแช่มวัดตากล้อง ๑๐.หลวงปู่เผือกวัดกิ่งแก้ว ๑๑.หลวงพ่อโอภาสีอาศรมบางมด ๑๒.หลวงพ่อรุ่งวัดท่ากระบือ ๑๓.หลวงพ่อแฉ่งวัดบางพัง ๑๔.หลวงพ่ออี๋วัดสัตหีบ ๑๕.หลวงพ่ออิ่มวัดหัวเขา ๑๖.หลวงพ่ออั้นวัดพระญาติ ๑๗.หลวงพ่อเหลือวัดสาวชะโงก ๑๘.พระพุทธโฆษาจารย์เจริญวัดเทพศิรินทร์ ๑๙.หลวงพ่อพุ่มวัดบางโคล่ ๒๐.หลวงพ่อติสโสอ้วนวัดบรมนิวาส

๒๑.สมเด็จพระสังฆราชชื่นวัดบวรนิเวศ ๒๒.พระพุฒาจารย์นวมวัดอนงค์ ๒๓.หลวงพ่อเส็งวัดกัลยา ๒๔. หลวงพ่อเปลี่ยนวัดใต้ ๒๕.หลวงพ่อนอวัดกลางท่าเรือ ๒๖.หลวงพ่อเล็กวัดบางนมโค ๒๗.หลวงพ่อแจ่มวัดวังแดงเหนือ ๒๘.หลวงพ่อช่วงวัดบางแพรกใต้ ๒๙.หลวงพ่ออาจวัดดอนไก่ดี ๓๐.หลวงพ่อกลิ่นวัดสพานสูง ๓๑.สมเด็จพระสังฆราชอยู่วัดสระเกศ ๓๒.หลวงพ่อเชยวัดเจษฎาราม ๓๓.หลวงพ่อปานวัดเทพธิดาราม
๓๔.หลวงพ่อเซ็กวัดทองธรรมชาติ ๓๕.หลวงพ่อเจียวัดพระเชตุพน ๓๖.หลวงพ่อเผื่อนวัดพระเชตุพน
๓๗.หลวงพ่อหลิมวัดทุ่งบางมด ๓๘.หลวงพ่อแพวัดพระศรีรัตนมหาธาตุจ.พิษณุโลก ๓๙.หลวงพ่อสอนวัดพลับ ๔๐.หลวงพ่อเฟื่องวัดสัมพันธวงศ์

๔๑.หลวงพ่อบัววัดอรุณ ๔๒.หลวงพ่อนาควัดอรุณ ๔๓.หลวงพ่อปลั่งวัดคูยาง ๔๔.หลวงพ่อชุ่มวัดพระประโทน ๔๕.หลวงพ่อสนิทวัดราษฎร์บูรณะ ๔๖.หลวงพ่อเจิมวัดราษฎร์บูรณะ ๔๗.หลวงพ่อสุขวัดราษฎร์บูรณะ
๔๘.หลวงพ่ออาคมสุนทรมาวัดราษฎร์บูรณะ ๔๙.หลวงพ่อดีวัดเทวสังฆาราม ๕๐.หลวงพ่อประหยัดวัดสุทัศน์ ๕๑.หลวงพ่อปลอดวัดหลวงสุวรรณ ๕๒.หลวงพ่ออิ่มวัดชัยพฤกษ์มาลา ๕๓.หลวงพ่อเปี่ยมวัดเกาะหลัก ๕๔.หลวงพ่อทองวัดดอนสะท้อน ๕๕.หลวงพ่อครุฑวัดท่อฬ่อ ๕๖.หลวงพ่อกลีบวัดตลิ่งชัน
๕๗.หลวงพ่อทรัพย์วัดสังฆราชาวาส ๕๘.หลวงพ่อแม้นวัดเสาธงทอง ๕๙.หลวงปู่รอดวัดวังน้ำว ๖๐.หลวงพ่อสายวัดพยัคฆาราม

๖๑.หลวงพ่อเส็งวัดประจันตาคาม ๖๒.หลวงพ่อพิศวัดฆะมัง ๖๓.หลวงพ่ออ่ำวัดหนองกระบอก ๖๔.หลวงพ่อหมาวัดน้ำคือ ๖๕.หลวงปู่จันทร์วัดบ้านยาง ๖๖.หลวงปู่เหมือนวัดโรงหีบ ๖๗.หลวงปู่เหรียญวัดหนองบัว ๖๘.หลวงพ่อฉายวัดพนัญเชิง ๖๙.หลวงพ่อปลื้มวัดปากคลองมะขามเฒ่า ๗๐.หลวงพ่อแนบวัดระฆัง ๗๑. หลวงพ่อเลียบวัดเลา ๗๒.หลวงพ่อพักตร์วัดบึงทองหลาง ๗๓.หลวงพ่อสอนวัดลาดหญ้า ๗๔.หลวงปู่เผือก วัดโมรี ๗๕.หลวงพ่อผินวัดบวรนิเวศ ๗๖.หลวงพ่อเจียงวัดเจริญธรรมาราม ๗๗.หลวงพ่อทองอยู่วัดประชาโฆษิตาราม ๗๘.หลวงพ่อไวย์วัดดาวดึงส์ ๗๙.หลวงพ่อกลึงวัดสวนแก้ว ๘๐.หลวงพ่ออ่ำวัดวงฆ้อง

๘๑.หลวงปู่จันทร์วัดคลองระนง ๘๒.หลวงพ่ออ๋อยวัดไทร ๘๓.หลวงพ่อศรีวัดพลับ ๘๔.พระอาจารย์เชื้อวัดพลับ ๘๕.หลวงพ่อพริ้งวัดบางประกอก ๘๖.หลวงปู่ใจวัดเสด็จ ๘๗.หลวงพ่อพริ้งวัดราชนัดดา ๘๘.หลวงพ่อขำวัดตรีทศเทพ ๘๙.หลวงพ่อหนูวัดปทุมวนาราม ๙๐.หลวงพ่อทองคำวัดปทุมคงคา ๙๑.หลวงพ่อเจียง วัดเจริญสุธาราม ๙๒.หลวงพ่อกรองวัดสว่างอารมณ์ ๙๓.หลวงพ่อเนียมวัดเสาธงทอง ๙๔.หลวงพ่อบุญวัดอินทราราม ๙๕.หลวงพ่อเปลี่ยนวัดบึง ๙๖.หลวงพ่อฉ่ำวัดท้องคุ้ง ๙๗.หลวงพ่อพรหมสรรอดวัดบ้านไพร ๙๘.หลวงปู่จันทร์วัดโสมนัสวิหาร ๙๙.หลวงพ่อโสมวัดราษฎร์บูรณะ ๑๐๐.หลวงพ่อบุตรวัดบางปลากด ๑๐๑.หลวงพ่อโตวัดบ้านกล้วย ๑๐๒.หลวงพ่อทองอยู่วัดบางหัวเสือ ๑๐๓.หลวงพ่อวงศ์วัดสระเกศ ๑๐๔. พระอาจารย์พงษ์วัดกำแพง ๑๐๕.พระอธิการชัยวัดเปรมประชา ๑๐๖.หลวงปู่รอดวัดเกริ่น ๑๐๗.หลวงพ่อเที่ยงวัดบางหัวเสือ ๑๐๘.หลวงพ่อเดิมวัดหนองโพ (ตัวท่านไม่ได้มาร่วมปลุกเสก แต่จารแผ่นทองเหลืองทองแดงมาร่วมพิธี)

บทความที่กล่าวมาข้างต้น เป็นเรื่องราวที่เป็นตำนานเล่าขานที่เล่าสืบทอดกันมารุ่นสู่รุ่นและมีบันทึกไว้ นำมาเผยแพร่บารมีของครูบาอาจารย์เพื่อเป็นวิทยาทานแก่ทุกๆท่าน สาธุ สาธุ

⌘ข้อคิดท้ายเรื่อง⌘ รู้หรือไม่ว่าทุกวันนี้คนเรากินศพกับน้ำสกปรกหายใจเอาแต่กลิ่นตดกลิ่นในที่ลับของทุกๆคนมาตลอด⌘

ทุกอย่างล้วนมาจากดินส่วนดินก็มาจากซากพืชซากสัตว์ทับถมกันวันๆหนึ่งคนถุยน้ำลายกันลงพื้นกี่คนเหงื่อหยดลงดินกันกี่คนใบไม้ตกลงกันกี่ใบขี้วันละกี่คนเยี่ยววันละกี่สตรีเป็นเมนส์วันละกี่คนน้ำที่อาบล้างของลับก็ไหลลงดินคนตายวันละกี่คนสัตว์ตายวันละกี่ตัวเมื่อสัตว์ตายแล้วก็เน่ายุ่ยสลายค่อยๆกลายเป็นฝุ่นผงที่ละน้อยส่วนบ้างทีก็ฝังฝนตกมาก็กรองน้ำจากสัตว์คนตายนั้นละมาใช้ส่วนคนที่ตายก็นำไปเผาเมื่อเผากลายเป็นควันขึ้นไปเป็นฝนศพฝนลมตดอีก

ส่วนขี่เถ้าก็ถูกลมผัดไปกระจายไปทับถมกันเป็นดินอีกนี้คือความจริงของโลกทุกอย่างหากย้อนกลับไปในอดีตล้วนมีแต่ต้นไม้กับตัวเปล่าส่วนต้นไม้เองก็ดูดกลืนจากซากพืชซากสัตว์กินน้ำจากลมฝนตดศพลมสกปรกที่เกิดจากควันรถลมคนควันจากการเผาศพลมที่ผัดผ่านประจำเดือนผู้หญิงถังขยะซากศพสัตว์ตาย

พัดผ่านขี้เยี่ยวผัดผ่านขยะบุรี่ควันไฟที่หุงข้าวผ่านของลับคนทั้งโลกกันอีกหลายอย่างฯลฯ ลอยขึ้นไปแตกเป็นละอองกระจายกันเป็นเมฆตกลงมาให้เรามีลักษณะสีสันสวยสดใสแต่จริงๆแล้วสกปรกเหม็นคาวยิ่งนักลองคิดถึงกลิ่นขอทานเหม็นๆที่ลอยขึ้นฟ้าดูสิครับแล้วยิ่งลมบนไม่พัดลงข้างล่างอีกต่างหากนี้ละโลก

ส่วนน้ำที่เราใช้ทุกวันนี้จากที่เกริ่นไว้เริ่มต้นคงจะรู้กันแล้วว่าฝนมาจากไหนแล้วน้ำที่เททิ้งจากการซักผ้าละบ้างก็เป็นเมนส์เททิ้งน้ำเน่าน้ำเสียน้ำที่ซึมจากสัตว์ตายจากสิ่งโสโครกที่เราทิ้งลงบนพื้นไม่เชื่อเพื่อนๆของขับคนดูข้างทางเอาเถิดว่าทุกวันนี้เรากินน้ำที่กรองจากอะไรวันหนึ่งคนเยี่ยวลงพื้นกี่คนยิ่งส้วมทุกบ้านสมัยนี้เป็นส้วมซึมกันคิดดูว่าเราใช้น้ำผ่านขี้กินซากสัตว์กินเสลดเพื่อนบ้านและตัวเองเอาเถิดครับ

ส่วนท่านใดที่ว่ากรองแล้วกรองจากอะไรละถ้าไม่ใช่หินดินทรายที่เกิดจากเสลดที่ถุยลงพื้นแล้วฝุ่นละอองจับตัวกันเป็นก้อนลองนึกถึงหินงอกหินย้อยในถ้ำหรือต้นไม้ที่แช่น้ำอยู่นานๆแล้วกลายเป็นหินดูเอาเถิด

คนทุกคนเองก็เกิดมาจากขี้เยี่ยวซากศพซากสัตว์กันทั้งนั้นของมองลึกลงไปถึงต้นกำเนิดยุคไดโนเสาร์ดูเทคโนโลยีทุกสิ่งล้วนมาจากดินกับต้นไม้ที่ดูดเอาซากศพซากสัตว์ฝนศพและตดที่สะสมจากกลิ่นไม่พึงประสงค์ไปใช้ทั้งนั้นขออภัยนะครับถ้าพ่อแม่เราไม่กินขี้เยี่ยวซากพื้ชซากสัตว์ขี้เยี่ยวสักเจ็ดวันจะมีเเรงผสมพันธุ์กันไหมไม่มีแน่นอนแม่ท้องเราแล้วก็กินซากพืชซากสัตว์ของสกปรกดังกล่าวที่นี้ให้เราโตมาจนถึงทุกวันนี้

บางที่อ้างว่าหินมาจากลาวาจริงๆแล้วก็ใช่แต่มันมีกระบวนการย่อยสลายจากน้ำเสาะผสมขี้เยี่ยวไปหลายล้านปีแล้วไฟฟ้าเองผู้เขียนเคยดูต้องขุดไปถึง ๑๐ กิโลจึงจะพบถ่านหินลิกไนต์ที่นำมาทำไฟฟ้ามีลักษณะเป็นเเอ่งหินมีฟอสซิสหอยอีกต่างหากคงไม่ต้องพูดถึงว่าทุกวันนี้เราใช้น้ำที่กรองจากอะไรใบไม้ซากศพซากสัตว์ทับทมกันทั้งนั้น

ที่เกริ่นและกล่าวมาทั้งหมดนี้เพื่อให้ท่านผู้อ่านได้ถอนอุปปาทานใน รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัสต่างๆของนึกถึงข้าวที่มีน้ำประจำเดือนผู้หญิงขี้เยี่ยวแตกกระจายในปากดูสิครับอย่าลืมมองตัวเองด้วยละว่าเป็นของน่าเกลียดสอิดสเอีัยน

พยายามหาต้นตอที่มาของทุกสิ่งดูลองเปิดคลิปตรวจหาสารในน้ำปะปากรองดูได้เป็นความจริงดิน น้ำ ลม ไฟ รูปรสกลิ่นเสียงล้วนมาจากขี้เยี่ยวซากศพซากสัตว์ทับถมกันส่วนวิธีถอนอุปปาทานนั้นมีหลายวิธีบ้างก็ดูจิตตัวเองตลอดเวลาหากเกิด รัก โลภ โกรธ หลงก็ให้รีบระงับดับมันซะ(ตัวโกรธจะเห็นง่ายสุดให้ข่มใจสยบความโกรธให้ได้ก่อนใจโกรธแต่ทำท่าทางเหมือไม่โกรธสักพักความโกรธก็จะสลายไปเอง)

ส่วนอีกวิธีนั้นก็คือระลึกย้อนกลับไปตอนเราเกิดหรือก่อนอยู่ในท้องให้ทำจิตเป็นทองไม่รู้ร้อนพระพุทธเจ้า พระอินทร์ พระพรหม พระยมต่างๆนาๆฯลฯ เรามาเอาจากโลกทั้งนั้นพ่อแม่ลูกเมียก็เช่นกันจะสามารถดับอุปปาทานลงเสียได้(ผู้ปฏิบัติควรระวังเจ้าสัญญามันจะมาทำหน้าที่รีความชั่วซ้ำๆขึ้นมาในดวงจิตให้ดีให้ใช้วิธีว่าอวิชามันทำไม่ใช่ตัวเราทุกอย่างเรามาเอาจากโลกทั้งสิ้น)

วันหนึ่งคนขี้เยี่ยวตดอาบน้ำซักผ้าวันละกี่คนแล้วน้ำพวกนั้นไปไหนหมดถ้าไม่ใช่ลอยขึ้นฟ้ากลายมาเป็นฝน

ทุกอย่างคือศพขี้เยี่ยวดินจากศพ น้ำจากเมนส์ ลมจากตด ไฟจากแก๊สซากสัตวฺอยู่ในตัวเราทุกอย่างคือตัวเองใครอยากครองโลกอ่านจบก็ได้ครองแล้วครับส่วนฝนและขี้เถ้าศพคนที่เรารักอยู่ในตัวของเราทุกคนเพราะผู้อื่นและเราได้กินฝนศพขี้เถ้าของคนที่เรารักมาเจริญเติบโตทุกอย่างคือตัวเองและทุกคนคือคนที่เรารักปู่ย่าตายายเพราะเพื่อนบ้านและอีกหลายคนได้กินฝนศพขี้เถ้าคนที่เรารักนั้นทั้งสิ้นแลควรมองทุกคนคือคนที่เรารักฯ เรื่องฆ่าทุกคนก็หลีกเลี่ยงไม่ได้แม้แต่วัวควายก็ยังฆ่าพืชรุกขเทวดามากินทุกคนล้วนต่างบริสุทธิ์อยู่ที่เจตนาหรือไม่เท่านั่น**เรื่องนี้ของเอาวิทยาศาสตร์พิสูจน์ดูได้ว่าจริงไหม**

(ก่อนจักวาลและโลกจะเกิดทุกสิ่งคือสมมุติและคำว่าสมมุตินี้ก็คือสมุติเช่นกัน)

#ธรรมะของพระพุทธเจ้านามพระกัสปะหรือพระกัสสปยุคสมัยของพญามาราธิราช

One comment

Leave a Reply