๑๐ สุดยอดของขลัง คาถา และสักยันต์ ทางไสยศาสตร์ ที่มีไว้แล้วจะอยู่ยงคงกระพันชาตรี

ฝากข้อคิดก่อนอ่าน วิชาเหรียญสองด้านของอาจารย์ไพฑูรย์ท่านนั้นมีประโยชน์ยิ่งนักสำหรับใช้พิจารณาทุกสิ่งทุกอย่างที่เห็นมองเป็นสิ่งไม่ดีน่าเกลียดและสวยงามเมื่อลองพิจารณาพลิกดูอีกด้านของเหรียญให้ดีแล้วทุกสิ่งท่านในโลกมีทั้งดีและโทษแฝงไว้อยู่ตรงกันข้ามเสมอ..

วันนี้ได้นำเรื่องราวของ ๑๐ สุดยอดของขลัง คาถา และสักยันต์ ทางไสยศาสตร์ ที่มีไว้แล้วจะอยู่ยงคงกระพันชาตรี มาให้ทุกท่านได้อ่านศึกษาไปชมกันเลย

๑. ยันต์ ๒๙ ยอด สำหรับยันต์ ๒๙ ยอดเป็นที่นิยมสักในหมู่ชายชาตรีของไทยโบราณเป็นการลงบทสรรเสริญและคาถาพุทธคุณ ๑๐๘ ประการด้วยอักขระล้านนา ยันต์นี้ช่วยเสริมดวงชะตาป้องกัยภัยและอันตรายรอบตัว ด้วยอำนาจพุทธคุณต่างๆ นี้เลยทำให้สามารถหนุนพลังอำนาจของต้นได้เป็นอย่างดี เป็นยันต์ที่ทำให้ต้นหนังเหนียว แคล้วคลาด ไม่พ่ายแพ้ต่อใคร

๒. ยันต์หนุมานแผลงฤทธิ์ ยันต์ที่ต้นสักพร้อมกับยันต์ ๒๙ ยอด เดิมทียันต์นี้เป็นพุทธคุณที่เด่นเรื่องป้องกันคุ้มครอง และชัยชนะแบบที่ไม่ใครต้านทานได้ ยันต์นี้ยังช่วยเสริมราศีทำให้ดูดี สง่า มีภูมิ ดั่งหนุมานที่นำทัพไปรบแล้วไม่พ่ายแพ้

๓. พระคาถาเสกใบมะขามเป็นต่อแตน เป็นคาถาที่มีอยู่จริงหรือนี่หลายๆคนอาจสงสัยเมื่อได้อ่านนิยายเรื่องนี้ เนื่องจากไม่ค่อยคุ้นหูกับคาถานี้สักเท่าไหร่ แต่บอกเลยว่าคาถาเสกใบมะขามเป็นต่อแตนนี้มีอยู่จริงไม่ใช่เล่นๆ แต่เดิมเป็นคาถาของพระครูวิมลคุณากรหรือหลวงปู่ศุข เกสโร แห่งวัดปากคลองมะขามเฒ่า ซึ่งท่านเป็นพระที่เคร่งครัดในด้านวิปัสสนา ตลอดจนเวทมนตร์คาถาและเป็นผู้เปี่ยมด้วยพุทธาคมแก่กล้า จนมีลูกศิษย์ลูกหาคนเคารพศรัทธาทั่วประเทศ พระคาถานี้จะช่วยเสกใบมะขามให้กลายเป็นตัวต่อตัวแตนทำร้ายศัตรูได้ ทำให้เรารอดชีวิตเพียงแค่สวดด้วยจิตที่มีสมาธิแน่วแน่และศรัทธาอย่างแรงกล้าว่า “มะติยาโน มะติยา มะติทิ โสธายะ สาปะสา โนมะนา เทนะสา ฯ”

๔. ไม้ตะพด อาวุธของชายไทยโบราณ เป็นความเชื่อที่ว่าไม้ตะพดจะช่วยเสริมอำนาจบารมีของผู้ถือโดยเฉพาะไม้ตะพดที่ได้รับการปลุกเสกขึ้นมาและมีความขลังในตัวสูงมาก

๕. แหวนพิรอด เครื่องรางของขลังโบราณในอดีตเป็นแหวนที่ถักด้วยผ้ายันต์หรือด้ายดิบผูกกันเป็นเงื่อน แต่ในปัจจุบันเป็นแหวนทั่วไปซึ่งทำเป็นทรงอย่างแหวนพิรอดโบราณและมีอัญมณีประดับมีความเชื่อว่าผู้ที่ใส่แหวนนี้แล้วจะแคล้วคลาด รอดพ้นจากอันตรายทั้งปวงสู้กับใครก็ไม่เกิดอันตราย แม้แต่กับเทวดา ว่ากันว่าสรรพคุณพอๆกับแหวนในเดอะลอร์ดออฟเดอะริงเลยล่ะ ยิ งเข้าฟั นแท งก็ไม่เข้าเป็นของวิเศษที่หายากยิ่งนัก

๖. เหล็กไหล แร่ธาตุกายสิทธิ์ที่มีคุณสมบัติสุดวิเศษตามความเชื่อคนโบราณคือ ฟันแท งยิ งไม่เข้า หากฝังไว้ในร่างจะช่วยเสริมบารมีให้แก่กล้า อยู่ยงคงกระพัน และมีแต่ผู้มีบุญเท่านั้นถึงจะได้ครอบครอง

๗. ไตรภาคี ไตรภาคีคือสุดยอดของขลังในตำนาน มันไม่ได้เกิดจากการนำวัสดุใดๆมาปลุกเสก แต่เกิดจาก“ร่างกายมนุษย์”ล้วนๆไตรภาคีประกอบไปด้วยตับเหล็กหรือตับทองแดงซึ่งจะไม่ไหม้เมื่อศพถูกเผา,เคราทองแดง,อากาศธาตุ หรือฟันอาถรรพ์ซึ่งจะขึ้นบริเวณกลางเพดานปาก หากทั้งสามสิ่งครบแล้วจะทำให้อยู่ยงคงกระพันและช่วยเสริมอำนาจบารมีของผู้ที่มี นอกจากนี้ยังเสริมวาสนาบารมีให้แก่ผู้ครอบครองทำให้ผู้นั้นเป็นยอดคนเหนือคนสิ่งที่ทำให้ไตรภาคีพิเศษกว่าของขลังชนิดอื่นคือ มันเกิดมาจากร่างกายของมนุษย์โดยการดื่มว่านยาเสกหรือตรากตรำร่ำเรียนคาถาเพื่อให้ตับของตัวเองเป็นเหล็กเช่น วิชาคาถาคงกระพันตับเหล็ก

๘. คาถาเสกใบไม้หายตัว คาถาศักดิ์สิทธิ์ของพระหลวงพ่อกวย แห่งวัดโฆสิตาราม พระเกจิอาจารย์เรืองวิทยาคมรุ่นเก่าของจังหวัดชัยนาทที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วภาคกลาง โดยผลของคาถาคือทำให้กำบังกายหายตัวราวกับล่องหนได้เหมือนสวมผ้าคลุมล่องหนในแฮรี่ พอตเตอร์ เพียงแค่ท่องคาถาด้วยจิตที่แน่วแน่และศรัทธาว่า“นะกุดโท โมกุดทะ นะกุดโท โมกุดทะ กังนะโปปุปะ ตะโป ปุนะปะทิ” จากนั้นเอาใบไม้ทัดหูหรือปิดหน้าผากก็ได้ ศัตรูจะมองไม่เห็นเราทันที

๙. ยันต์เสือเหลียวหลัง พลิกชะตาชีวิตให้ประสบความสำเร็จแบบปังๆด้วยยันต์พุทธคุณเมตตามหาเสน่ห์ชั้นยอดอย่าง“ยันต์เสือเหลียวหลัง”ยันต์ที่เป็นที่นิยมตลอดกาล ช่วยเสริมสร้างบารมีเพิ่มเกราะป้องกันภัยช่วยให้แคล้วคลาดปลอดภัย ทำให้ภูตผียำเกรงศัตรูแพ้พ่ายด้วยอำนาจของยันต์ผู้ที่สักยันต์นี้ตรงตามตำราถูกต้องทุกประการจะเปรียบเหมือนมีเกราะแก้วเกราะเพชรล้อมรอบกายแม้ว่าจิตเผลอหรือนอนหลับก็มิอาจมีศาสตราวุธใดๆมาทำร้ายได้

๑๐. ยันต์สร้อยสังวาลย์ หากยันต์เสือเปรียบเสมือนทัพหน้ายันต์สร้อยสังวาลย์ก็เปรียบเสมือนทัพหลังที่ช่วยให้แคล้วคลาด ปลอดภัย พร้อมรบ ตามความเชื่อของไทยโบราณ ชายชาตรีในสมัยก่อนจะนิยมสักเอาไว้กลางหน้าอก เวลาออกรบจะหนังเหนียว ฟั นแท งไม่เข้า แม้แต่กระสุนปื นก็ไม่อาจทำอะไรได้ ยันต์สร้อยสังวาลย์เป็นอีกหนึ่งในยันต์ที่ต้นเลือกสักเพื่อคุ้มครองตัวเองไม่ให้อันตรายเข้ามาได้ แน่นอนว่านี่เป็นยันต์พุทธคุณที่มีข้อห้ามหลายอย่าง เช่น ห้ามผิดลูกผิดเมีย ห้ามด่าบุพการี เป็นต้น และที่สำคัญคือจิตใจห้ามเสื่อมลงเลยเด็ดขาดไม่งั้นของเข้าตัว

บทความที่กล่าวมาข้างต้น เป็นเรื่องราวที่เป็นตำนานเล่าขานที่เล่าสืบทอดกันมารุ่นสู่รุ่นและมีบันทึกไว้ นำมาเผยแพร่เพื่อเป็นวิทยาทานแก่ทุกๆท่าน สาธุ สาธุ เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน 

⌘ข้อคิดท้ายเรื่อง⌘ รู้หรือไม่ว่าทุกวันนี้คนเรากินศพกับน้ำสกปรกหายใจเอาแต่กลิ่นตดกลิ่นในที่ลับของทุกๆคนมาตลอด⌘

ทุกอย่างล้วนมาจากดินส่วนดินก็มาจากซากพืชซากสัตว์ทับถมกันวันๆหนึ่งคนถุยน้ำลายกันลงพื้นกี่คนเหงื่อหยดลงดินกันกี่คนใบไม้ตกลงกันกี่ใบขี้วันละกี่คนเยี่ยววันละกี่สตรีเป็นเมนส์วันละกี่คนน้ำที่อาบล้างของลับก็ไหลลงดินคนตายวันละกี่คนสัตว์ตายวันละกี่ตัวเมื่อสัตว์ตายแล้วก็เน่ายุ่ยสลายค่อยๆกลายเป็นฝุ่นผงที่ละน้อยส่วนบ้างทีก็ฝังฝนตกมาก็กรองน้ำจากสัตว์คนตายนั้นละมาใช้ส่วนคนที่ตายก็นำไปเผาเมื่อเผากลายเป็นควันขึ้นไปเป็นฝนศพฝนลมตดอีก

ส่วนขี่เถ้าก็ถูกลมผัดไปกระจายไปทับถมกันเป็นดินอีกนี้คือความจริงของโลกทุกอย่างหากย้อนกลับไปในอดีตล้วนมีแต่ต้นไม้กับตัวเปล่าส่วนต้นไม้เองก็ดูดกลืนจากซากพืชซากสัตว์กินน้ำจากลมฝนตดศพลมสกปรกที่เกิดจากควันรถลมคนควันจากการเผาศพลมที่ผัดผ่านประจำเดือนผู้หญิงถังขยะซากศพสัตว์ตาย

พัดผ่านขี้เยี่ยวผัดผ่านขยะบุรี่ควันไฟที่หุงข้าวผ่านของลับคนทั้งโลกกันอีกหลายอย่างฯลฯ ลอยขึ้นไปแตกเป็นละอองกระจายกันเป็นเมฆตกลงมาให้เรามีลักษณะสีสันสวยสดใสแต่จริงๆแล้วสกปรกเหม็นคาวยิ่งนักลองคิดถึงกลิ่นขอทานเหม็นๆที่ลอยขึ้นฟ้าดูสิครับแล้วยิ่งลมบนไม่พัดลงข้างล่างอีกต่างหากนี้ละโลก

ส่วนน้ำที่เราใช้ทุกวันนี้จากที่เกริ่นไว้เริ่มต้นคงจะรู้กันแล้วว่าฝนมาจากไหนแล้วน้ำที่เททิ้งจากการซักผ้าละบ้างก็เป็นเมนส์เททิ้งน้ำเน่าน้ำเสียน้ำที่ซึมจากสัตว์ตายจากสิ่งโสโครกที่เราทิ้งลงบนพื้นไม่เชื่อเพื่อนๆของขับคนดูข้างทางเอาเถิดว่าทุกวันนี้เรากินน้ำที่กรองจากอะไรวันหนึ่งคนเยี่ยวลงพื้นกี่คนยิ่งส้วมทุกบ้านสมัยนี้เป็นส้วมซึมกันคิดดูว่าเราใช้น้ำผ่านขี้กินซากสัตว์กินเสลดเพื่อนบ้านและตัวเองเอาเถิดครับ

ส่วนท่านใดที่ว่ากรองแล้วกรองจากอะไรละถ้าไม่ใช่หินดินทรายที่เกิดจากเสลดที่ถุยลงพื้นแล้วฝุ่นละอองจับตัวกันเป็นก้อนลองนึกถึงหินงอกหินย้อยในถ้ำหรือต้นไม้ที่แช่น้ำอยู่นานๆแล้วกลายเป็นหินดูเอาเถิด

คนทุกคนเองก็เกิดมาจากขี้เยี่ยวซากศพซากสัตว์กันทั้งนั้นของมองลึกลงไปถึงต้นกำเนิดยุคไดโนเสาร์ดูเทคโนโลยีทุกสิ่งล้วนมาจากดินกับต้นไม้ที่ดูดเอาซากศพซากสัตว์ฝนศพและตดที่สะสมจากกลิ่นไม่พึงประสงค์ไปใช้ทั้งนั้นขออภัยนะครับถ้าพ่อแม่เราไม่กินขี้เยี่ยวซากพื้ชซากสัตว์ขี้เยี่ยวสักเจ็ดวันจะมีเเรงผสมพันธุ์กันไหมไม่มีแน่นอนแม่ท้องเราแล้วก็กินซากพืชซากสัตว์ของสกปรกดังกล่าวที่นี้ให้เราโตมาจนถึงทุกวันนี้

บางที่อ้างว่าหินมาจากลาวาจริงๆแล้วก็ใช่แต่มันมีกระบวนการย่อยสลายจากน้ำเสาะผสมขี้เยี่ยวไปหลายล้านปีแล้วไฟฟ้าเองผู้เขียนเคยดูต้องขุดไปถึง ๑๐ กิโลจึงจะพบถ่านหินลิกไนต์ที่นำมาทำไฟฟ้ามีลักษณะเป็นเเอ่งหินมีฟอสซิสหอยอีกต่างหากคงไม่ต้องพูดถึงว่าทุกวันนี้เราใช้น้ำที่กรองจากอะไรใบไม้ซากศพซากสัตว์ทับทมกันทั้งนั้น

ที่เกริ่นและกล่าวมาทั้งหมดนี้เพื่อให้ท่านผู้อ่านได้ถอนอุปปาทานใน รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัสต่างๆของนึกถึงข้าวที่มีน้ำประจำเดือนผู้หญิงขี้เยี่ยวแตกกระจายในปากดูสิครับอย่าลืมมองตัวเองด้วยละว่าเป็นของน่าเกลียดสอิดสเอีัยน

พยายามหาต้นตอที่มาของทุกสิ่งดูลองเปิดคลิปตรวจหาสารในน้ำปะปากรองดูได้เป็นความจริงดิน น้ำ ลม ไฟ รูปรสกลิ่นเสียงล้วนมาจากขี้เยี่ยวซากศพซากสัตว์ทับถมกันส่วนวิธีถอนอุปปาทานนั้นมีหลายวิธีบ้างก็ดูจิตตัวเองตลอดเวลาหากเกิด รัก โลภ โกรธ หลงก็ให้รีบระงับดับมันซะ(ตัวโกรธจะเห็นง่ายสุดให้ข่มใจสยบความโกรธให้ได้ก่อนใจโกรธแต่ทำท่าทางเหมือไม่โกรธสักพักความโกรธก็จะสลายไปเอง)

ส่วนอีกวิธีนั้นก็คือระลึกย้อนกลับไปตอนเราเกิดหรือก่อนอยู่ในท้องให้ทำจิตเป็นทองไม่รู้ร้อนพระพุทธเจ้า พระอินทร์ พระพรหม พระยมต่างๆนาๆฯลฯ เรามาเอาจากโลกทั้งนั้นพ่อแม่ลูกเมียก็เช่นกันจะสามารถดับอุปปาทานลงเสียได้(ผู้ปฏิบัติควรระวังเจ้าสัญญามันจะมาทำหน้าที่รีความชั่วซ้ำๆขึ้นมาในดวงจิตให้ดีให้ใช้วิธีว่าอวิชามันทำไม่ใช่ตัวเราทุกอย่างเรามาเอาจากโลกทั้งสิ้น)

วันหนึ่งคนขี้เยี่ยวตดอาบน้ำซักผ้าวันละกี่คนแล้วน้ำพวกนั้นไปไหนหมดถ้าไม่ใช่ลอยขึ้นฟ้ากลายมาเป็นฝน

ทุกอย่างคือศพขี้เยี่ยวดินจากศพ น้ำจากเมนส์ ลมจากตด ไฟจากแก๊สซากสัตวฺอยู่ในตัวเราทุกอย่างคือตัวเองใครอยากครองโลกอ่านจบก็ได้ครองแล้วครับส่วนฝนและขี้เถ้าศพคนที่เรารักอยู่ในตัวของเราทุกคนเพราะผู้อื่นและเราได้กินฝนศพขี้เถ้าของคนที่เรารักมาเจริญเติบโตทุกอย่างคือตัวเองและทุกคนคือคนที่เรารักปู่ย่าตายายเพราะเพื่อนบ้านและอีกหลายคนได้กินฝนศพขี้เถ้าคนที่เรารักนั้นทั้งสิ้นแลควรมองทุกคนคือคนที่เรารักฯ เรื่องฆ่าทุกคนก็หลีกเลี่ยงไม่ได้แม้แต่วัวควายก็ยังฆ่าพืชรุกขเทวดามากินทุกคนล้วนต่างบริสุทธิ์อยู่ที่เจตนาหรือไม่เท่านั่น**เรื่องนี้ของเอาวิทยาศาสตร์พิสูจน์ดูได้ว่าจริงไหม**

(ก่อนจักวาลและโลกจะเกิดทุกสิ่งคือสมมุติและคำว่าสมมุตินี้ก็คือสมุติเช่นกัน)

#ธรรมะของพระพุทธเจ้านามพระกัสปะหรือพระกัสสปยุคสมัยของพญามาราธิราช

 

Leave a Reply