๑๐ สุดยอดลายสักยันต์ยอดนิยมของคนไทย โดยอาจารย์หนู กันภัย

ฝากข้อคิดก่อนอ่าน วิชาเหรียญสองด้านของอาจารย์ไพฑูรย์ท่านนั้นมีประโยชน์ยิ่งนักสำหรับใช้พิจารณาทุกสิ่งทุกอย่างที่เห็นมองเป็นสิ่งไม่ดีน่าเกลียดและสวยงามเมื่อลองพิจารณาพลิกดูอีกด้านของเหรียญให้ดีแล้วทุกสิ่งท่านในโลกมีทั้งดีและโทษแฝงไว้อยู่ตรงกันข้ามเสมอ..

วันนี้ได้นำเรื่องราวของ ๑๐ สุดยอดลายสักยันต์ยอดนิยมของคนไทย โดยอาจารย์หนู กันภัย นำมาให้ทุกท่านได้อ่านศึกษา ไปชมกันเลย

การสักยันต์ถึงแม้บางคนจะมองว่าเป็นเพียงแฟชั่นเป็นกระแสนิยมตามหมู่ดารานักร้องชื่อดังทั่วไป แต่หากศึกษาประวัติอันยาวนานและความศักดิ์สิทธิ์ของยันต์ต่าง แล้วจะพบว่าการสักยันต์เป็นความเชื่อที่หยั่งรากฝังลึกลงในจิตใจของคนไทยและชาวต่างชาติมากมาย วันนี้จึงนำ ๑๐ อันดับของลายสักยันต์ยอดนิยมของคนไทย โดยอาจารย์หนูกันภัยมาให้ศึกษากัน

๑๐. ยันต์เก้ายอด เป็นยันต์ที่มีพุทธคุณ และเป็นที่นิยมในหมู่นักรบสมัยโบราณ บริเวณที่สัก ท้ายทอย สรรพคุณ คงกระพันชาตรี ฟันแทงไม่เข้า ผู้ที่รับการสักต้องประพฤติปฏิบัติตนเป็นคนดีอยู่ในศีลธรรมและหมั่นทำบุญอยู่สม่ำเสมอ

๙. ยันต์จิ้งจก หรือที่รู้จักกันดีว่า เป็นจิ้งจกชั้นพรหม สรรพคุณ เสน่ห์ เมตตามหานิยม และเรียกทรัพย์ บริเวณที่สัก ไม่จำกัด มีจิ้งจกมากมายหลายรูปแบบให้เลือกเช่น จิ้งจกมหาโชค ด้วนมหาลาภ แฝดมหาลาภ ตะขอเงินตะขอทอง และเกี้ยวทับทองดำ

๘. ยันต์คู่ชีวิต หรือยันต์อสิสัตติหรือพระพุทธเจ้าห้ามอาวุธ สรรพคุณ ป้องกันศาสตราวุธทั้งปวง มีชีวิตอยู่ยงคงกระพัน
เป็นยันต์ที่บันทึกในตำราพิชัยสงครามว่า เป็นยันต์ชั้นสูงหาค่าประมาณมิได้

๗. ยันต์แปดทิศ หรือยันต์อิติปิโสแปดทิศ สรรพคุณ เป็นยันต์สารพัด ป้องกันร้อยแปด ในอดีตผู้ที่ต้องเดินทางเข้าป่าหรือพระธุดงค์มักจะเขียนไว้ที่พื้นเสมอ เพื่อช่วยป้องกันสัตว์ร้ายและภูตผีปิศาจตลอดจนแคล้วคลาดจากภยันอันตราย จึงเหมาะอย่างยิ่งกับผู้ที่ต้องเดินทางไกลอยู่เสมอ

๖. ยันต์โภคทรัพย์ เป็นรอยสักยันต์ที่มีพุทธคุณไม่แพ้ใคร สรรพคุณ เด่นทางด้านโภคทรัพย์ เงินทองไหลมาเทมา มีไว้ไม่อดตาย ทำมาค้าขึ้น มีเมตตามหานิยม จึงเป็นที่นิยมในหมู่ผู้ทำการค้าและธุรกิจต่างๆ บริเวณที่สัก ท้ายทอย

๕. ยันต์โสฬสมงคล ถือเป็นยันต์อันวิเศษสุดกว่ายันต์ทั้งปวง ลวดลายประกอบด้วยเลข ๓ ชั้น ชั้นนอกลงด้วยเลข ๑๖ ตัว รอบกลางลงด้วยเลข ๑๒ ตัว รอบในลงด้วยเลข ๖ ตัว แล้วทำการลงอักขระเพื่อล้อมรอบยันต์ทั้ง ๔ ด้าน ด้วยพระคาถาบารมี ๓๐ ทัศ สรรพคุณ แก้อาถรรพ์ต่างๆ ป้องกันภยันอันตราย เสริมโชคลาภ บริเวณที่สัก กลางหลัง

๔. ยันต์เสือเหลียวหลัง โดยทั่วไปยันต์เสือจะเป็นยันต์แห่งมหาอำนาจ ตบะ เดชะ คงกระพัน แต่หากเป็นยันต์เสือเหลียวหลัง จะมีพุทธคุณเสริมเมตตามหานิยมพ่วงมาด้วย ลายนี้นอกจากจะมีชื่อเสียงเรื่องความสวยงามแล้วยังมีชื่อเสียงดังไกลไปทั่วโลก(แองเจลิน่า โจลี่ ดาราฮอลลีวูดชื่อดัง เดินทางมาสักลายนี้พร้อมกับยันต์ห้าแถวด้วย) ลวดลายเป็นเสือปางหนึ่งขององค์สัมมาสัมพุทธเจ้าเรียกว่า เสือปางนารายณ์อวตาลจะมีเทพเทวดาจุติ สรรพคุณ เป็นเมตตามหานิยม แก้ร้ายกลายเป็นดี แก้ฮวงจุ้ยต่างๆ และเสริมดวง บริเวณที่สัก แผ่นหลังค่อนมาด้านล่าง

๓. ยันต์นะสำเร็จ หรือ ยันต์นะมหาสำเร็จ สรรพคุณ เสริมเมตตา ความร่ำรวย กระทำการใดๆก็สำเร็จ กินไม่รู้สิ้น ช่วยเรื่องงานและโชคลาภโดยตรง บริเวณที่สัก ต้นคอ ท้ายทอย แทนที่ยันต์เก้ายอดเพราะยันต์เก้ายอดมีอิทธิพลทางมหาอุตจึงอาจอุดเงินไปด้วย

๒. ยันต์ฉัตรเพชร มีลักษณะเป็นแถวเรียงลงมาเช่นเดียวกับยันต์ห้าแถว แต่มีจุดเด่นอยู่ที่โครงตาข่าย สรรพคุณ โดดเด่นด้านโชคลาภการเงิน แก้ดวงชะตาที่ตกต่ำและเสริมดวงชะตา เหมาะสำหรับผู้ที่ทำงานห้างร้าน ค้าขาย บริษัท มีบริวาร(ลูกน้อง)เยอะ ควบคุมอยู่บริเวณที่สัก ไหล่ขวา

๑. ยันต์ห้าแถว ถือเป็นลายยันต์เอกลักษณ์เฉพาะตัวของอาจารย์หนู เป็นลวดลายที่อาจารย์คิดค้นและออกแบบเอง คนในวงการบันเทิงสนใจสักกันมากที่สุด ลวดลายถอดมาจากดวงประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพานขององค์สัมมาสัมพุทธเจ้า แถวที่ ๑ แก้ฮวงจุ้ย ที่อยู่อาศัย แถวที่ ๒ หนุนดวง แถวที่ ๓ กันคุณ กันการกระทำ แถวที่ ๔ โชคลาภ ความสำเร็จ แถวที่ ๕ เมตตา มหาเสน่ห์ บริเวณที่สัก ไหล่ซ้าย

วิธีเตรียมตัวก่อนเข้ารับการสักยันต์ ๑. รักษาศีลธรรมอย่างเคร่งครัด ๒. อย่าเป็นคนพาล เป็นโจร หรือไปทำบาปทำกรรมกับผู้อื่น พระท่านจะไม่คุ้มครองคนชั่วคนเลว

ข้อห้ามหลังสักยันต์ ๓. หลังสักยันต์ต้องกินเจ ๓ วันเพื่อทำจิตใจให้บริสุทธิ์ หลังรับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ปกป้องรักษาตัวเรามา ๔. ห้ามประพฤติผิดในกาม แย่งสามีภรรยาคนอื่น ๕. อย่าใช้วาจาเบียดเบียนผู้อื่นเช่น ด่าพ่อล่อแม่หรือนินทาว่าร้ายผู้อื่น ๖. บางรายอาจมีความเชื่อว่าห้ามกินฟักพืชบางชนิดและห้ามลอดใต้ราวตากผ้า สะพานลอย แต่อาจารย์หนูบอกว่า หากจิตใจบริสุทธิ์ ก่อนทาน ก่อนเดินลอด สามารถระลึกถึงพระพุทธเจ้าแล้วขออนุญาตได้

รายการ ๕ มหานิยม

บทความที่กล่าวมาข้างต้น เป็นเรื่องราวที่เป็นตำนานเล่าขานที่เล่าสืบทอดกันมารุ่นสู่รุ่นและมีบันทึกไว้ นำมาเผยแพร่เพื่อเป็นวิทยาทานแก่ทุกๆท่าน สาธุ สาธุ เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน 

⌘ข้อคิดท้ายเรื่อง⌘ รู้หรือไม่ว่าทุกวันนี้คนเรากินศพกับน้ำสกปรกหายใจเอาแต่กลิ่นตดกลิ่นในที่ลับของทุกๆคนมาตลอด⌘

ทุกอย่างล้วนมาจากดินส่วนดินก็มาจากซากพืชซากสัตว์ทับถมกันวันๆหนึ่งคนถุยน้ำลายกันลงพื้นกี่คนเหงื่อหยดลงดินกันกี่คนใบไม้ตกลงกันกี่ใบขี้วันละกี่คนเยี่ยววันละกี่สตรีเป็นเมนส์วันละกี่คนน้ำที่อาบล้างของลับก็ไหลลงดินคนตายวันละกี่คนสัตว์ตายวันละกี่ตัวเมื่อสัตว์ตายแล้วก็เน่ายุ่ยสลายค่อยๆกลายเป็นฝุ่นผงที่ละน้อยส่วนบ้างทีก็ฝังฝนตกมาก็กรองน้ำจากสัตว์คนตายนั้นละมาใช้ส่วนคนที่ตายก็นำไปเผาเมื่อเผากลายเป็นควันขึ้นไปเป็นฝนศพฝนลมตดอีก

ส่วนขี่เถ้าก็ถูกลมผัดไปกระจายไปทับถมกันเป็นดินอีกนี้คือความจริงของโลกทุกอย่างหากย้อนกลับไปในอดีตล้วนมีแต่ต้นไม้กับตัวเปล่าส่วนต้นไม้เองก็ดูดกลืนจากซากพืชซากสัตว์กินน้ำจากลมฝนตดศพลมสกปรกที่เกิดจากควันรถลมคนควันจากการเผาศพลมที่ผัดผ่านประจำเดือนผู้หญิงถังขยะซากศพสัตว์ตาย

พัดผ่านขี้เยี่ยวผัดผ่านขยะบุรี่ควันไฟที่หุงข้าวผ่านของลับคนทั้งโลกกันอีกหลายอย่างฯลฯ ลอยขึ้นไปแตกเป็นละอองกระจายกันเป็นเมฆตกลงมาให้เรามีลักษณะสีสันสวยสดใสแต่จริงๆแล้วสกปรกเหม็นคาวยิ่งนักลองคิดถึงกลิ่นขอทานเหม็นๆที่ลอยขึ้นฟ้าดูสิครับแล้วยิ่งลมบนไม่พัดลงข้างล่างอีกต่างหากนี้ละโลก

ส่วนน้ำที่เราใช้ทุกวันนี้จากที่เกริ่นไว้เริ่มต้นคงจะรู้กันแล้วว่าฝนมาจากไหนแล้วน้ำที่เททิ้งจากการซักผ้าละบ้างก็เป็นเมนส์เททิ้งน้ำเน่าน้ำเสียน้ำที่ซึมจากสัตว์ตายจากสิ่งโสโครกที่เราทิ้งลงบนพื้นไม่เชื่อเพื่อนๆของขับคนดูข้างทางเอาเถิดว่าทุกวันนี้เรากินน้ำที่กรองจากอะไรวันหนึ่งคนเยี่ยวลงพื้นกี่คนยิ่งส้วมทุกบ้านสมัยนี้เป็นส้วมซึมกันคิดดูว่าเราใช้น้ำผ่านขี้กินซากสัตว์กินเสลดเพื่อนบ้านและตัวเองเอาเถิดครับ

ส่วนท่านใดที่ว่ากรองแล้วกรองจากอะไรละถ้าไม่ใช่หินดินทรายที่เกิดจากเสลดที่ถุยลงพื้นแล้วฝุ่นละอองจับตัวกันเป็นก้อนลองนึกถึงหินงอกหินย้อยในถ้ำหรือต้นไม้ที่แช่น้ำอยู่นานๆแล้วกลายเป็นหินดูเอาเถิด

คนทุกคนเองก็เกิดมาจากขี้เยี่ยวซากศพซากสัตว์กันทั้งนั้นของมองลึกลงไปถึงต้นกำเนิดยุคไดโนเสาร์ดูเทคโนโลยีทุกสิ่งล้วนมาจากดินกับต้นไม้ที่ดูดเอาซากศพซากสัตว์ฝนศพและตดที่สะสมจากกลิ่นไม่พึงประสงค์ไปใช้ทั้งนั้นขออภัยนะครับถ้าพ่อแม่เราไม่กินขี้เยี่ยวซากพื้ชซากสัตว์ขี้เยี่ยวสักเจ็ดวันจะมีเเรงผสมพันธุ์กันไหมไม่มีแน่นอนแม่ท้องเราแล้วก็กินซากพืชซากสัตว์ของสกปรกดังกล่าวที่นี้ให้เราโตมาจนถึงทุกวันนี้

บางที่อ้างว่าหินมาจากลาวาจริงๆแล้วก็ใช่แต่มันมีกระบวนการย่อยสลายจากน้ำเสาะผสมขี้เยี่ยวไปหลายล้านปีแล้วไฟฟ้าเองผู้เขียนเคยดูต้องขุดไปถึง ๑๐ กิโลจึงจะพบถ่านหินลิกไนต์ที่นำมาทำไฟฟ้ามีลักษณะเป็นเเอ่งหินมีฟอสซิสหอยอีกต่างหากคงไม่ต้องพูดถึงว่าทุกวันนี้เราใช้น้ำที่กรองจากอะไรใบไม้ซากศพซากสัตว์ทับทมกันทั้งนั้น

ที่เกริ่นและกล่าวมาทั้งหมดนี้เพื่อให้ท่านผู้อ่านได้ถอนอุปปาทานใน รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัสต่างๆของนึกถึงข้าวที่มีน้ำประจำเดือนผู้หญิงขี้เยี่ยวแตกกระจายในปากดูสิครับอย่าลืมมองตัวเองด้วยละว่าเป็นของน่าเกลียดสอิดสเอีัยน

พยายามหาต้นตอที่มาของทุกสิ่งดูลองเปิดคลิปตรวจหาสารในน้ำปะปากรองดูได้เป็นความจริงดิน น้ำ ลม ไฟ รูปรสกลิ่นเสียงล้วนมาจากขี้เยี่ยวซากศพซากสัตว์ทับถมกันส่วนวิธีถอนอุปปาทานนั้นมีหลายวิธีบ้างก็ดูจิตตัวเองตลอดเวลาหากเกิด รัก โลภ โกรธ หลงก็ให้รีบระงับดับมันซะ(ตัวโกรธจะเห็นง่ายสุดให้ข่มใจสยบความโกรธให้ได้ก่อนใจโกรธแต่ทำท่าทางเหมือไม่โกรธสักพักความโกรธก็จะสลายไปเอง)

ส่วนอีกวิธีนั้นก็คือระลึกย้อนกลับไปตอนเราเกิดหรือก่อนอยู่ในท้องให้ทำจิตเป็นทองไม่รู้ร้อนพระพุทธเจ้า พระอินทร์ พระพรหม พระยมต่างๆนาๆฯลฯ เรามาเอาจากโลกทั้งนั้นพ่อแม่ลูกเมียก็เช่นกันจะสามารถดับอุปปาทานลงเสียได้(ผู้ปฏิบัติควรระวังเจ้าสัญญามันจะมาทำหน้าที่รีความชั่วซ้ำๆขึ้นมาในดวงจิตให้ดีให้ใช้วิธีว่าอวิชามันทำไม่ใช่ตัวเราทุกอย่างเรามาเอาจากโลกทั้งสิ้น)

วันหนึ่งคนขี้เยี่ยวตดอาบน้ำซักผ้าวันละกี่คนแล้วน้ำพวกนั้นไปไหนหมดถ้าไม่ใช่ลอยขึ้นฟ้ากลายมาเป็นฝน

ทุกอย่างคือศพขี้เยี่ยวดินจากศพ น้ำจากเมนส์ ลมจากตด ไฟจากแก๊สซากสัตวฺอยู่ในตัวเราทุกอย่างคือตัวเองใครอยากครองโลกอ่านจบก็ได้ครองแล้วครับส่วนฝนและขี้เถ้าศพคนที่เรารักอยู่ในตัวของเราทุกคนเพราะผู้อื่นและเราได้กินฝนศพขี้เถ้าของคนที่เรารักมาเจริญเติบโตทุกอย่างคือตัวเองและทุกคนคือคนที่เรารักปู่ย่าตายายเพราะเพื่อนบ้านและอีกหลายคนได้กินฝนศพขี้เถ้าคนที่เรารักนั้นทั้งสิ้นแลควรมองทุกคนคือคนที่เรารักฯ เรื่องฆ่าทุกคนก็หลีกเลี่ยงไม่ได้แม้แต่วัวควายก็ยังฆ่าพืชรุกขเทวดามากินทุกคนล้วนต่างบริสุทธิ์อยู่ที่เจตนาหรือไม่เท่านั่น**เรื่องนี้ของเอาวิทยาศาสตร์พิสูจน์ดูได้ว่าจริงไหม**

(ก่อนจักวาลและโลกจะเกิดทุกสิ่งคือสมมุติและคำว่าสมมุตินี้ก็คือสมุติเช่นกัน)

#ธรรมะของพระพุทธเจ้านามพระกัสปะหรือพระกัสสปยุคสมัยของพญามาราธิราช

Leave a Reply