การเลือกพระเครื่องมาบูชาอย่างไร ถึงจะขลังจริงหรือศักดิ์สิทธิ์จริง

ฝากข้อคิดก่อนอ่าน วิชาเหรียญสองด้านของอาจารย์ไพฑูรย์ท่านนั้นมีประโยชน์ยิ่งนักสำหรับใช้พิจารณาทุกสิ่งทุกอย่างที่เห็นมองเป็นสิ่งไม่ดีน่าเกลียดและสวยงามเมื่อลองพิจารณาพลิกดูอีกด้านของเหรียญให้ดีแล้วทุกสิ่งท่านในโลกมีทั้งดีและโทษแฝงไว้อยู่ตรงกันข้ามเสมอ..

วันนี้ได้นำเรื่องราวของ การเลือกพระเครื่องมาบูชาอย่างไร ถึงจะขลังจริงหรือศักดิ์สิทธิ์จริง นำมาให้ทุกท่านได้อ่านศึกษาไปชมกันเลย

อยากได้พระเครื่องสักองค์มาไว้ใช้จะมีวิธีการเลือกอย่างไร ถึงจะขลังจริงหรือศักดิ์สิทธิ์จริง ความศักดิ์สิทธิ์ของพระเครื่องขึ้นอยู่กับภปัจจัยหลัก คือ ๑. ผู้สร้างพระ ๒. มวลสารที่ใช้ทำพระ ๓. ผู้ใช้พระ เพราะฉะนั้นหากเราต้องการเลือกพระสักองค์มาใช้ ก็คงต้องพิจารณาจากปัจจัย๓ประการนี้ เป็นหลัก

หลวงพ่อเงิน บางคลาน รุ่นช้างคู่ วัดท้ายน้ำ จ.พิจิตร มวลสารหลากหลายชนิด ครูบาอาจารย์แต่ละท่านที่ปลุกเสกล้วนไม่ธรรมดา

๑. ดูผู้สร้างพระ ว่ามีปฏิปทาในการปฏิบัติอย่างไร ท่านมีศีล สมาธิ ปัญญา ที่บริสุทธิ์ดีไหม มีจิตที่เข้มแข็งหรือไม่ อาจจะถามจากครูบาอาจารย์ท่านอื่นๆ ถามจากประสบการณ์ของลูกศิษย์ลูกหาว่าท่านเป็นอย่างไร พระเครื่องท่านมีประสบการณ์เยอะไหม ฯลฯ ถ้าผู้สร้างถึงพร้อมถึงพระอย่างแท้จริงแล้วย่อมสามารถอาราธนา บารมีพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ได้ พระที่ปลุกเสกย่อมศักดิ์สิทธิ์ ได้ผลจริงอย่างแน่นอน

ส่วนผู้สร้างอีกกลุ่มหนึ่งที่ต้องพิจารณาคือ ผู้จัดการสร้างเช่น กรรมการวัด ฆราวาสผู้ขอจัดสร้าง เป็นต้น ว่ามีเจตนาในการสร้างเพื่ออะไร ถ้าสร้างเพื่อแจกฟรีสร้างเพื่อนำเงินไปทำบุญดูแลวัดวาอารามสร้างประโยชน์ต่อสาธารณะ พระก็ย่อมศักดิ์สิทธิ์ตั้งแต่เจตนาการสร้างแล้ว เพราะสร้างด้วยเจตนาอันเป็นบุญกุศล แต่ถ้าเจตนาในการสร้างมีปัญหากรรมการวัดยักยอกเงินหวังสร้างเอาเงินเข้ากระเป๋าตัวเองอย่าได้เช่าบูชาเป็นอันขาดเพราะเกิดความมัวหมองในเจตนาการสร้าง

แม้จะนำไปให้หลวงปู่หลวงพ่อปลุกเสกจริงแต่พลังงานเจตนาความโกงในการจัดสร้างจะทำให้พลังงานความศักดิ์สิทธิ์ในพระเครื่องเกิดความมัวหมองลงไป ไม่ได้ผลความศักดิ์สิทธิ์อย่างเต็มที่ขอให้เลือกพระที่มีเจตนาบริสุทธิ์ในการสร้างจริงๆถ้ามีโอกาสมีเวลาควรไปดูไปเช่าบูชาที่วัดด้วยตนเอง เพราะนอกจากจะได้รู้เรื่องการจัดสร้างอย่างแท้จริงแล้วยังมีโอกาส ได้ทำบุญได้กราบครูบาอาจารย์เพื่อเป็นบุญกุศลกับเราด้วย

๒. ดูมวลสารในการสร้างพระ พิจารณาสักนิดว่ามีมวลสารใดบ้างแม้จะเป็นพระใหม่แต่หากมีมวลสารที่ทำถูกต้องตามตำราครูบาอาจารย์ เช่น นวะโลหะ ก็ใส่โลหะ๙ชนิดครบถ้วน ไม่ใช่บอกว่าเป็นนวโลหะ ๙แต่ไม่ใส่ ๙ทองคำลงไป ๙เพราะมีราคาแพงดังที่นิยมทำกันในสมัยนี้ หรือถ้ามีการผสมมวลสารศักดิ์สิทธิต่างๆ ๙เช่น ผงสมเด็จฯเก่า ผงธูป๑๐๘วัดน้ำมนต์๑๐๘วัด คราบไหลเสมา จีวร ชานหมากต่างๆก็ถือว่าใช้ได้ มีความศักดิ์สิทธิ์ดีเหมือนกัน แต่อย่างไรก็ตามมวลสารก็ไม่ได้มีความสำคัญมากนัก เพราะแม้พระเครื่องบางองค์จะทำจากมวลสารธรรมดา แผ่นทองแดงซื้อที่ตามตลาด ผงปูนสำเร็จรูป ฯลฯ แต่ถ้าผู้สร้างจิตถึงพระอย่างแท้จริงแล้วก็จะสามารถปลุกเสกมวลสารเหล่านั้นให้ศักดิ์สิทธิ์ขึ้นมาได้ด้วยตนเอง

๓. ดูตัวผู้ใช้พระ คือ ตัวเราเองซึ่งเป็นข้อพิจารณาข้อเดียวที่สามารถรู้ได้และควบคุมได้อย่างชัดเจน หลวงปู่ผู้ปลุกเสกเก่งจริงไหมเราคงยากจะรู้หรือมวลสารดีรึเปล่า เราคงยากจะตอบแต่จิตเราดีไหม เราต้องตอบได้แน่นอนเพราะเป็นจิตของตัวเราเอง ให้ดูว่าเราศรัทธาหลวงปู่ ครูบาอาจารย์องค์ไหน เกิดอะไรขึ้นชั่วฉับพลัน นึกถึงหน้าท่านได้ชัดเจนทันที รู้สึกกราบไหว้ท่านได้อย่างสนิทใจ ถ้ารู้สึกเช่นนั้นกับพระเครื่ององค์ใดก็ให้เลือกห้อยพระเครื่ององค์นั้น

ไม่จำเป็นต้องไปหาพระรุ่นเก่าแก่ราคาแพงเป็นที่นิยมในวงการพระเครื่อง แต่พอมีอะไรเกิดขึ้นแล้วเรานึกไม่ออกว่าหลวงพ่อท่านหน้าตาเป็นอย่างไร หลวงพ่อมาจากไหน ชื่ออะไร แบบนั้นไม่มีประโยชน์ เพราะใจเราเข้าไม่ถึงพระองค์นั้น อาจจะหาพระที่สร้างใหม่ๆก็ได้ หลวงปู่ทวดสร้างกันทุกวัน หลวงพ่อโสธรสร้างกันทุกปี แต่ถ้าใจนับถือจริงจิตถึงท่านพอมีอะไรเกิดขึ้นนึกถึงท่านได้ทันทีจริง พระองค์นั้นก็ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดสำหรับเราเพราะจิตของเราสามารถเชื่อมต่อเข้ากับพลังงานของพระเครื่ององค์นั้นได้อยู่ตลอดเวลาเท่ากับเรานึกถึงพระได้ตลอดใจก็เป็นบุญกุศลตลอดเวลา

พระผงหลวงตามหาบัว วัดป่าบ้านตาด ผสมผงพุทธคุณ มวลสารเกศา ข้าวก้นบาตร แจกแก่ผู้ที่ร่วมทำบุญที่วัด

ดร.รอบทิศ ไวยสุศรี แฟนพันธุ์แท้พระเกจิคณาจารย์ ปี 2006
หนังสือตอบโจทย์พระเครื่อง รู้เรื่องของขลัง ของสำนักพิมพ์ ND Publishing / แมนภพพระ

บทความที่กล่าวมาข้างต้น เป็นเรื่องราวที่เป็นตำนานเล่าขานที่เล่าสืบทอดกันมารุ่นสู่รุ่นและมีบันทึกไว้ นำมาเผยแพร่เพื่อเป็นวิทยาทานแก่ทุกๆท่าน สาธุ สาธุ เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน 

⌘ข้อคิดท้ายเรื่อง⌘ รู้หรือไม่ว่าทุกวันนี้คนเรากินศพกับน้ำสกปรกหายใจเอาแต่กลิ่นตดกลิ่นในที่ลับของทุกๆคนมาตลอด⌘

ทุกอย่างล้วนมาจากดินส่วนดินก็มาจากซากพืชซากสัตว์ทับถมกันวันๆหนึ่งคนถุยน้ำลายกันลงพื้นกี่คนเหงื่อหยดลงดินกันกี่คนใบไม้ตกลงกันกี่ใบขี้วันละกี่คนเยี่ยววันละกี่สตรีเป็นเมนส์วันละกี่คนน้ำที่อาบล้างของลับก็ไหลลงดินคนตายวันละกี่คนสัตว์ตายวันละกี่ตัวเมื่อสัตว์ตายแล้วก็เน่ายุ่ยสลายค่อยๆกลายเป็นฝุ่นผงที่ละน้อยส่วนบ้างทีก็ฝังฝนตกมาก็กรองน้ำจากสัตว์คนตายนั้นละมาใช้ส่วนคนที่ตายก็นำไปเผาเมื่อเผากลายเป็นควันขึ้นไปเป็นฝนศพฝนลมตดอีก

ส่วนขี่เถ้าก็ถูกลมผัดไปกระจายไปทับถมกันเป็นดินอีกนี้คือความจริงของโลกทุกอย่างหากย้อนกลับไปในอดีตล้วนมีแต่ต้นไม้กับตัวเปล่าส่วนต้นไม้เองก็ดูดกลืนจากซากพืชซากสัตว์กินน้ำจากลมฝนตดศพลมสกปรกที่เกิดจากควันรถลมคนควันจากการเผาศพลมที่ผัดผ่านประจำเดือนผู้หญิงถังขยะซากศพสัตว์ตาย

พัดผ่านขี้เยี่ยวผัดผ่านขยะบุรี่ควันไฟที่หุงข้าวผ่านของลับคนทั้งโลกกันอีกหลายอย่างฯลฯ ลอยขึ้นไปแตกเป็นละอองกระจายกันเป็นเมฆตกลงมาให้เรามีลักษณะสีสันสวยสดใสแต่จริงๆแล้วสกปรกเหม็นคาวยิ่งนักลองคิดถึงกลิ่นขอทานเหม็นๆที่ลอยขึ้นฟ้าดูสิครับแล้วยิ่งลมบนไม่พัดลงข้างล่างอีกต่างหากนี้ละโลก

ส่วนน้ำที่เราใช้ทุกวันนี้จากที่เกริ่นไว้เริ่มต้นคงจะรู้กันแล้วว่าฝนมาจากไหนแล้วน้ำที่เททิ้งจากการซักผ้าละบ้างก็เป็นเมนส์เททิ้งน้ำเน่าน้ำเสียน้ำที่ซึมจากสัตว์ตายจากสิ่งโสโครกที่เราทิ้งลงบนพื้นไม่เชื่อเพื่อนๆของขับคนดูข้างทางเอาเถิดว่าทุกวันนี้เรากินน้ำที่กรองจากอะไรวันหนึ่งคนเยี่ยวลงพื้นกี่คนยิ่งส้วมทุกบ้านสมัยนี้เป็นส้วมซึมกันคิดดูว่าเราใช้น้ำผ่านขี้กินซากสัตว์กินเสลดเพื่อนบ้านและตัวเองเอาเถิดครับ

ส่วนท่านใดที่ว่ากรองแล้วกรองจากอะไรละถ้าไม่ใช่หินดินทรายที่เกิดจากเสลดที่ถุยลงพื้นแล้วฝุ่นละอองจับตัวกันเป็นก้อนลองนึกถึงหินงอกหินย้อยในถ้ำหรือต้นไม้ที่แช่น้ำอยู่นานๆแล้วกลายเป็นหินดูเอาเถิด

คนทุกคนเองก็เกิดมาจากขี้เยี่ยวซากศพซากสัตว์กันทั้งนั้นของมองลึกลงไปถึงต้นกำเนิดยุคไดโนเสาร์ดูเทคโนโลยีทุกสิ่งล้วนมาจากดินกับต้นไม้ที่ดูดเอาซากศพซากสัตว์ฝนศพและตดที่สะสมจากกลิ่นไม่พึงประสงค์ไปใช้ทั้งนั้นขออภัยนะครับถ้าพ่อแม่เราไม่กินขี้เยี่ยวซากพื้ชซากสัตว์ขี้เยี่ยวสักเจ็ดวันจะมีเเรงผสมพันธุ์กันไหมไม่มีแน่นอนแม่ท้องเราแล้วก็กินซากพืชซากสัตว์ของสกปรกดังกล่าวที่นี้ให้เราโตมาจนถึงทุกวันนี้

บางที่อ้างว่าหินมาจากลาวาจริงๆแล้วก็ใช่แต่มันมีกระบวนการย่อยสลายจากน้ำเสาะผสมขี้เยี่ยวไปหลายล้านปีแล้วไฟฟ้าเองผู้เขียนเคยดูต้องขุดไปถึง ๑๐ กิโลจึงจะพบถ่านหินลิกไนต์ที่นำมาทำไฟฟ้ามีลักษณะเป็นเเอ่งหินมีฟอสซิสหอยอีกต่างหากคงไม่ต้องพูดถึงว่าทุกวันนี้เราใช้น้ำที่กรองจากอะไรใบไม้ซากศพซากสัตว์ทับทมกันทั้งนั้น

ที่เกริ่นและกล่าวมาทั้งหมดนี้เพื่อให้ท่านผู้อ่านได้ถอนอุปปาทานใน รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัสต่างๆของนึกถึงข้าวที่มีน้ำประจำเดือนผู้หญิงขี้เยี่ยวแตกกระจายในปากดูสิครับอย่าลืมมองตัวเองด้วยละว่าเป็นของน่าเกลียดสอิดสเอีัยน

พยายามหาต้นตอที่มาของทุกสิ่งดูลองเปิดคลิปตรวจหาสารในน้ำปะปากรองดูได้เป็นความจริงดิน น้ำ ลม ไฟ รูปรสกลิ่นเสียงล้วนมาจากขี้เยี่ยวซากศพซากสัตว์ทับถมกันส่วนวิธีถอนอุปปาทานนั้นมีหลายวิธีบ้างก็ดูจิตตัวเองตลอดเวลาหากเกิด รัก โลภ โกรธ หลงก็ให้รีบระงับดับมันซะ(ตัวโกรธจะเห็นง่ายสุดให้ข่มใจสยบความโกรธให้ได้ก่อนใจโกรธแต่ทำท่าทางเหมือไม่โกรธสักพักความโกรธก็จะสลายไปเอง)

ส่วนอีกวิธีนั้นก็คือระลึกย้อนกลับไปตอนเราเกิดหรือก่อนอยู่ในท้องให้ทำจิตเป็นทองไม่รู้ร้อนพระพุทธเจ้า พระอินทร์ พระพรหม พระยมต่างๆนาๆฯลฯ เรามาเอาจากโลกทั้งนั้นพ่อแม่ลูกเมียก็เช่นกันจะสามารถดับอุปปาทานลงเสียได้(ผู้ปฏิบัติควรระวังเจ้าสัญญามันจะมาทำหน้าที่รีความชั่วซ้ำๆขึ้นมาในดวงจิตให้ดีให้ใช้วิธีว่าอวิชามันทำไม่ใช่ตัวเราทุกอย่างเรามาเอาจากโลกทั้งสิ้น)

วันหนึ่งคนขี้เยี่ยวตดอาบน้ำซักผ้าวันละกี่คนแล้วน้ำพวกนั้นไปไหนหมดถ้าไม่ใช่ลอยขึ้นฟ้ากลายมาเป็นฝน

ทุกอย่างคือศพขี้เยี่ยวดินจากศพ น้ำจากเมนส์ ลมจากตด ไฟจากแก๊สซากสัตวฺอยู่ในตัวเราทุกอย่างคือตัวเองใครอยากครองโลกอ่านจบก็ได้ครองแล้วครับส่วนฝนและขี้เถ้าศพคนที่เรารักอยู่ในตัวของเราทุกคนเพราะผู้อื่นและเราได้กินฝนศพขี้เถ้าของคนที่เรารักมาเจริญเติบโตทุกอย่างคือตัวเองและทุกคนคือคนที่เรารักปู่ย่าตายายเพราะเพื่อนบ้านและอีกหลายคนได้กินฝนศพขี้เถ้าคนที่เรารักนั้นทั้งสิ้นแลควรมองทุกคนคือคนที่เรารักฯ เรื่องฆ่าทุกคนก็หลีกเลี่ยงไม่ได้แม้แต่วัวควายก็ยังฆ่าพืชรุกขเทวดามากินทุกคนล้วนต่างบริสุทธิ์อยู่ที่เจตนาหรือไม่เท่านั่น**เรื่องนี้ของเอาวิทยาศาสตร์พิสูจน์ดูได้ว่าจริงไหม**

(ก่อนจักวาลและโลกจะเกิดทุกสิ่งคือสมมุติและคำว่าสมมุตินี้ก็คือสมุติเช่นกัน)

#ธรรมะของพระพุทธเจ้านามพระกัสปะหรือพระกัสสปยุคสมัยของพญามาราธิราช

Leave a Reply