“๔ พระเกจิ” ชื่อดังของประเทศไทย

ฝากข้อคิดก่อนอ่าน วิชาเหรียญสองด้านของอาจารย์ไพฑูรย์ท่านนั้นมีประโยชน์ยิ่งนักสำหรับใช้พิจารณาทุกสิ่งทุกอย่างที่เห็นมองเป็นสิ่งไม่ดีน่าเกลียดและสวยงามเมื่อลองพิจารณาพลิกดูอีกด้านของเหรียญให้ดีแล้วทุกสิ่งท่านในโลกมีทั้งดีและโทษแฝงไว้อยู่ตรงกันข้ามเสมอ..

วันนี้ได้นำเรื่องราวของ “๔ พระเกจิ” ชื่อดังของประเทศไทย  นำมาให้ทุกท่านได้อ่านศึกษา ไปชมกันเลย

สำหรับเมืองไทย เมืองพุทธแล้ว นอกเหนือจากธรรมะ ศาสนาแล้ว เรื่องราวเหนือธรรมชาติ อภินิหาร ที่น่าเหลือเชื่อก็อยู่คู่คนไทยมาไม่แตกต่างกัน โดยเฉพาะเรื่องราวของเหล่าพระเกจิชื่อดัง ที่มาพร้อมกับอภินิหาร ผลมาจากบุญกุศลที่ได้ มาจากการรักษาศีลมาอย่างเคร่งครัด และยาวนาน จนเป็นที่น่าเลื่อมใส และเป็นที่ศรัทธา ทั้งพระสงฆ์ด้วยกันเอง หรือกแม้แต่กับชาวบ้านทั่วไป และวันนี้จึงได้นำเรื่องราวของเหล่าพระเกจิชื่อดังบางส่วน มาให้ทุกคนได้รู้จักกันมายิ่งขึ้น

หลวงพ่อโสธร หรือหลวงพ่อพระพุทธโสธร เป็นพระพุทธรูปหล่อด้วยทองสัมฤทธิ์ปางขัดสมาธิเพชร ของ วัดโสธรวรารามวรวิหาร จ.ฉะเชิงเทรา เรื่องราวบนบานของหลวงพ่อโสธรนั้น แต่เดิมมาจาก ๑ ใน๕ พระพทุธรูป จากตำนานหลวงพ่อลอยน้ำ ๕ พี่น้อง และเป็นที่กล่าวขานบอกเล่าต่อๆ กันมา ในเรื่องของการบนบานศาลกล่าว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องทางค้าขาย ทางคงกระพัน ทางแคล้วคลาด ทางรักษาโรค โดยใช้ขี้ธูป ดอกไม้บูชาที่แห้งเหี่ยวแล้ว และอธิษฐานหยดเทียน ขอน้ำมนต์จากหลวงพ่อ ก็จะประสบผลสำเร็จตามที่ขอ

โดยมีเรื่องเล่าว่า สมัยหนึ่งชาวบ้านโสธรเกิดทุพภิกขภัยข้าวยากหมากแพง ฝนก็แล้ง จนเกิดโรคระบาด ทั้งคนและสัตว์ล้มตายไปมาก มีครอบครัวหนึ่งป่วยเป็นไข้ทรพิษ เมื่อหมดทางรักษาก็ไปนมัสการอธิษฐานขอความคุ้มครองจากหลวงพ่อ และนำเอาขี้ธูปและดอกไม้แห้งที่บูชาหลวงพ่อ และหยดน้ำตาเทียนที่ขอน้ำมนต์ แล้วเอามาต้มกิน ปรากฏว่าโรคหาย กิตติศัพท์หลวงพ่อจึงได้โด่งดังไปทั่วจนถึงทุกวันนี้ โดยการแก้บนหลวงพ่อโสธรที่นิยมกันคือ ละครชาตรี ไข่ต้ม ผลไม้ และพวงมาลัย

หลวงปู่ทวด หนึ่งในพระเกจิชื่อดังที่ไม่ว่าใครๆ ก็ต่างต้องรู้จัก โดยหลวงปู่ทวด ท่านมีหลากหลายชื่อ ไม่ว่าจะเป็น สมเด็จเจ้าพะโคะ, หลวงพ่อทวดเหยียบน้ำทะเลจืด, สมเด็จเจ้าพระราชมุนีสามีรามคุณูปรมาจารย์ เป็นต้น หลวงปู่ทวดเป็นที่รู้จักกันดีในไทย จากตำนานท้องถิ่นซึ่งยังไม่ปรากฏหลักฐานในทางประวัติศาสตร์ แต่มีผู้ยืนยันว่ามีอยู่จริง โดยประวัติที่พิมพ์เผยแพร่กล่าวว่า ท่านเป็นพระเกจิอาจารย์รูปสำคัญในสมัยกรุงศรีอยุธยา ผู้ที่ศรัทธาในหลวงปู่ทวดเชื่อกันว่า พระเครื่องที่สร้างจากท่านจะมีอานุภาพสิ่งศักดิ์สิทธิ์ คุ้มครองผู้มีพระเครื่องหลวงปู่ทวดในครอบครอง

ส่วนเรื่องเล่าอภินิหารจากตัวหลวงปู่ทวดนั้น เรียกได้ว่ามีมากมายนับไม่ถ้วน ตั้งแต่ช่วงที่ท่านยังเป็นทารกแรกเกิด, การรักษาโรคห่าให้หาย หรือเรื่องราวที่หลายคนรู้จักเป็นอย่างดีกับการเหยียบน้ำทะเลที่เค็มสนิท ให้กลับมาจืดและสามารถดื่มได้เหมือนน้ำเปล่าได้

หลวงพ่อเงิน หลายคนน่าจะเคยได้ยินชื่อเสียงของ หลวงพ่อเงิน เดิมท่านชื่อ เงิน ก่อนจะเดินทางเข้าสู่เส้นทางร่มกาสาวพัสตร์ หลังจากการร่ำเรียนเล่าธรรมะจนแตกฉาน ทำการฝึกฝนวิปัสสนาจนมีญาณสมาธิแก่กล้าแล้ว ท่านยังศึกษาพุทธาคมจนกล้าแข็งและได้ชื่อว่าเป็นพระเรืองวิชา แต่ด้วยความที่ท่านเคร่งธรรมวินัย ชอบความสงบ จึงได้ย้ายมายังหมู่บ้านวังตะโก จังหวัดพิจิต และได้สร้างวัดวังตะโกขึ้นได้สำเร็จ

โดยการสร้างวัดวังตะโกนี่ ท่านก็ได้อธิษฐานจิตว่า หากสร้างวัดให้มีความเจริญรุ่งเรืองได้ ขอให้กิ่งโพธิ์ทั้ง ๓ กิ่ง จงเจริญงอกงามตามไปด้วย และในภายหลังวัดได้สร้างสำเร็จตามคำการตั้งจิตของท่าน นอกจากนี้ หลวงพ่อเงินยังได้รับความเคารพนับถือท่านมาก มีคนมาหาท่านมิได้ขาดเพื่อถวายตัวเป็นศิษย์ และมาขอเครื่องรางขอขลัง และขอให้หลวงพ่อได้รักษาโรคภัยไข้เจ็บได้ด้วย หลวงพ่อให้ความเมตตาโดยไม่เลือกชั้นวรรณะเหมือนกันทุกระดับชั้น

ต่อมาวัดวังตะโก หรือวัดหิรัญญารามก็เจริญอย่างรวดเร็ว มีผู้คนเคารพนับถือและถวายตัวเป็นศิษย์ ขอมาฟังธรรมและขอให้หลวงพ่อช่วยรักษาโรคให้ ท่านได้รับแต่งตั้งให้เป็นพระอุปัชฌาย์และสมณศักดิ์เป็นเจ้าคุณฝ่ายวิปัสสนา เครื่องรางของขลัง

หลวงพ่อปาน หลวงพ่อปานคือหนึ่งในพระเกจิชื่อดัง ที่คอพระเครื่องหรือผู้ที่ชื่นชอบศึกษาเรื่องราวเหล่านี้ จะต้องรู้จักกันเป็นอย่างดีแน่ โดยหลวงพ่อปานนั้น ขึ้นชื่อในเรื่องของการรักษาโรคภัยและคาถาอาคมต่างๆโดยเรื่องราวเริ่มขึ้น หลังจากที่ได้อุปสมบทแล้ว หลวงพ่อปานท่านก็ได้ติดตาม หลวงพ่อสุ่น ซึ่งเป็นพระที่แก่กล้าทางคาถาอาคมและรักษาโรคภัยไข้เจ็บ หลวงพ่อปานก็ได้ศึกษาเรียนรู้จนแตกฉาน และเล็งเห็นการช่วยชีวิตผู้ได้รับทุกข์ทรมานให้หาย ทำให้ท่านได้เริ่มต้นรักษาผู้คนจนท่านได้ชื่อว่าเป็น “พระหมอ”

เรื่องการรักษาโรคช่วยชีวิตคนของหลวงพ่อปาน เป็นที่เลื่องลือมากในสมัยนั้น ผู้คนต่างแห่กันมาที่วัดจนแน่นขนัด จนไม่มีที่รับรองแขกเพียงพอ วิชาการรักษาโรคและวิชาการบางอย่างที่หลวงพ่อปานสำเร็จ และนำมาช่วยเหลือผู้ได้รับทุกข์ เท่าที่เกิดปฏิหาริย์และได้รับการบันทึกไว้มีมากมาย

เช่น รักษาโรคด้วยน้ำมนต์ โรคที่ท่านรักษาด้วยน้ำมนต์ เรียกว่าโรคภายใน เช่น บางคนถูกของ ถูกคุณ ถูกเขากระทำมา โรคที่เกิดจากกรรมเวร ถูกผีสิง เป็นต้น นอกจากน้ำมนต์แล้วท่านยังมียาพระพุทธคุณให้กินอีกด้วย ยานี้มีสรรพคุณแก้โรคได้ทุกชนิดแล้วแต่ชนิดของโรค

และนี่เป็นเพียงแค่บรรดาพระเกจิชื่อดังเท่านั้น โดยหลายเรื่องนั้นเราต้องยอมรับกันว่า บางเรื่องนั้นเหนือธรรมชาติ และดูจะเกินจริงไปมาก แต่สิ่งที่เป็นจริงก็คือ พระเกจิที่มีชื่อเสียงเหล่านั้น เกิดจากความประพฤติดี การช่วยเหลือชาวบ้าน ไม่ว่าจะเรื่องทุกข์กาย ทุกข์ใจ ปฏิบัติธรรมะอย่างเคร่งครัด และเผยแพร่ สั่งสอนธรรมะให้กับคนยุคสมัยนั้น จึงไม่แปลกใจเลยที่ผู้คนให้ความเคารพนับถือ แม้จะไม่มีเรื่องราวของปาฏิหารย์เข้ามาเกี่ยวข้อง

ดังนั้น นับถือได้ แต่อย่างงมงาย บูชาคุณงามความดีของพระเกจิเหล่านั้น มากกว่าจะสนใจในเรื่องของคาถาอาคม วัตถุมงคลต่างๆ เพราะหากมัวแต่พึ่งพาของเหล่านั้น แม้จะมีของดีสักแค่ไหน ก็ไม่อาจประสบความสำเร็จในชีวิตได้อย่างแน่นอน

บทความที่กล่าวมาข้างต้น เป็นเรื่องราวที่เป็นตำนานเล่าขานที่เล่าสืบทอดกันมารุ่นสู่รุ่นและมีบันทึกไว้ นำมาเผยแพร่เพื่อบารมีของครูบาอาจารย์เป็นวิทยาทานแก่ทุกๆท่าน สาธุ สาธุ เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน 

ข้อคิดท้ายเรื่อง รู้หรือไม่ว่าทุกวันนี้คนเรากินศพกับน้ำสกปรกหายใจเอาแต่กลิ่นตดกลิ่นที่ลับของทุกๆคนมาตลอด

ทุกอย่างล้วนมาจากดินส่วนดินก็มาจากซากพืชซากสัตว์ทับถมกันวันๆหนึ่งคนถุยน้ำลายกันลงพื้นกี่คนเหงื่อหยดลงดินกันกี่คนใบไม้ตกลงกันกี่ใบขี้วันละกี่คนเยี่ยววันละกี่คนเป็นเมนส์วันละกี่คนน้ำที่เราอาบล้างของลับก็ไหลลงพื้นคนตายวันละกี่คนสัตว์ตายวันละกี่ตัวเมื่อสัตว์ตายแล้วก็เน่ายุ่ยสลายค่อยๆกลายเป็นฝุ่นผงที่ละน้อยส่วนบ้างทีก็ฝังฝนตกมาก็กรองน้ำจากสัตว์คนตายนั้นละมาใช้ส่วนคนที่ตายก็นำไปเผาเมื่อเผากลายเป็นควันขึ้นไปเป็นเมฆตกมาเป็นฝนศพอีก

ส่วนขี่เถ้าก็ถูกลมผัดไปกระจายไปทับถมกันเป็นดินอีกนี้คือความจริงของโลกทุกอย่างหากย้อนกลับไปในอดีตล้วนมีแต่ต้นไม้กับตัวเปล่าส่วนต้นไม้เองก็ดูดกลืนจากซากพืชซากสัตว์กินน้ำสกปรกที่เกิดจากควันรถลมตดคนผายลมวันกี่คนควันจากการเผาศพลมที่ผัดผ่านประจำเดือนผู้หญิงถังขยะ

พัดผ่านขี้เยี่ยวผัดผ่านขยะบุรี่ควันไฟที่หุงข้าวอีกกันอย่างฯลฯ ลอยขึ้นไปแตกเป็นละอองกระจายกันเป็นเมฆตกลงมาให้เรามีลักษณะนะสีสันสวยสดใสแต่จริงๆแล้วสกปรกเหม็นคาวยิ่งนักลองคิดถึงกลิ่นขอทานเหม็นๆที่ลอยขึ้นฟ้าดูสิครับแล้วยิ่งลมบนไม่พัดลงข้างล่างอีกต่างหากนี้ละโลก

ส่วนน้ำที่เราใช้ทุกวันนี้จากที่เกริ่นไว้เริ่มต้นคงจะรู้กันแล้วว่าฝนมาจากไหนแล้วน้ำที่เททิ้งจากการซักผ้าละบ้างก็เป็นเมนส์เททิ้งน้ำเน่าน้ำเสียน้ำที่ซึมจากสัตว์ตายจากสิ่งโสโครกที่เราทิ้งลงบนพื้นไม่เชื่อเพื่อนๆของขับคนดูข้างทางเอาเถิดว่าทุกวันนี้เรากินน้ำที่กรองจากอะไรวันหนึ่งคนเยี่ยวลงพื้นกี่คนยิ่งส้วมทุกบ้านสมัยนี้เป็นส้วมซึมกันคิดดูว่าเราใช้น้ำผ่านขี้ตัวเองเอาเถิดครับ

ส่วนท่านใดที่ว่ากรองแล้วกรองจากอะไรละถ้าไม่ใช่หินดินทรายที่เกิดจากเสลดที่ถุยลงพื้นแล้วฝุ่นละอองจับตัวกันเป็นก้อนลองนึกถึงหินงอกหินย้อยในถ้ำหรือต้นไม้ที่แช่น้ำอยู่นานๆแล้วกลายเป็นหินดูเอาเถิด

คนทุกคนเองก็เกิดมาจากขี้เยี่ยวซากศพซากสัตว์กันทั้งนั้นของมองลึกลงไปถึงต้นกำเนิดทุกสิ่งดูล้วนมาจากดินกับต้นไม้ที่ดูดเอาซากศพไปใช้ทั้งนั้นขออภัยนะครับถ้าพ่อแม่เราไม่กินขี้เยี่ยวซากพื้ชซากสัตว์สักเจ็ดวันจะมีเเรงผสมพันธุ์กันไหมไม่มีแน่นอนแม่ท้องเราแล้วก็กินซากพืชซากสัตว์ของสกปรกดังกล่าวที่นี้ให้เราโตมาจนถึงทุกวันนี้

บางที่อ้างว่าหินมาจากลาวาจริงๆแล้วก็ใช่แต่มันมีกระบวนการย่อยสลายจากน้ำเสาะผสมขี้เยี่ยวไปหลายล้านปีแล้วไฟฟ้าเองผู้เขียนเคยดูต้องขุดไปถึง๑๐กิโลจึงจะพบถ่านหินลิกไนต์ที่นำมาทำไฟฟ้ามีลักษณะเป็นเเอ่งหินมีฟอสซิสหอยอีกต่างหากคงไม่ต้องพูดถึงว่าทุกวันนี้เราใช้น้ำที่กรองจากอะไร

ที่เกริ่นและกล่าวมาทั้งหมดนี้เพื่อให้ท่านผู้อ่านได้ถอนอุปปาทานใน รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัสต่างๆของนึกถึงข้าวที่มีน้ำประจำเดือนผู้หญิงแตกกระจายในปากดูสิครับอย่าลืมมองตัวเองด้วยละว่าเป็นของน่าเกลียดสอิดสเอีัยน

ทองของมีค่าขอให้ท่านลองดูวิธีร่อนทองเอาเถิดว่าเขาร่อนกันยังไงเอาไข่หรือจิมิแช่กวนๆมาให้เราใส่อยู่ทุกวันไม่เชื่อลองเปิดคลิปดูต้นตอของที่มาทุกสิ่้งดูได้วิธีถอนอุปปาทานนั้นมีหลายวิธีบ้างก็ดูจิตตัวเองตลอดเวลาหากเกิด รัก โลภ โกรธ หลงก็ให้รีบระงับดับมันซะ(ตัวโกรธจะเห็นง่ายสุด)

ส่วนอีกวิธีนั้นก็คือระลึกย้อนกลับไปตอนเราเกิดหรืออยู่ในท้องให้ทำจิตเป็นทองไม่รู้ร้อนพระพุทธเจ้า พระอินทร์ พระพรหม พระยมต่างๆนาๆฯลฯ เรามาเอาจากโลกทั้งนั้นพ่อแม่ลูกเมียก็เช่นกันจะสามารถดับอุปปาทานลงเสียได้(ผู้ปฏิบัติควรระวังเจ้าสัญญามันจะมาทำหน้าที่รีความชั่วซ้ำๆขึ้นมาในดวงจิตให้ดีให้ใช้วิธีว่าอวิชามันทำไม่ใช่ตัวเราทุกอย่างเรามาเอาจากโลกทั้งสิ้น)

วันหนึ่งคนขี้เยี่ยวตดอาบน้ำซักผ้าวันละกี่คนแล้วน้ำพวกนั้นไปไหนหมด

ทุกอย่างคือศพขี้เยี่ยวดินจากศพ น้ำจากเมนส์ ลมจากตด ไฟจากแก๊สซากสัตวฺอยู่ในตัวเราทุกอย่างคือตัวเองใครอยากครองโลกอ่านจบก็ได้ครองแล้วครับศพคนที่เรารักอยู่ในตัวของเราทุกคนเพราะผู้อื่นและเราได้กินศพของคนที่เรารักมาเจริญเติบโตทุกอย่างคือตัวเองและทุกคนคือคนที่เรารักปู่ย่าตายายเพราะได้กินศพคนที่เรารักนั้นทั้งสิ้นแลควรมองทุกคนคือคนที่เรารักฯ เรื่องฆ่าทุกคนก็หลีกเลี่ยงไม่ได้แม้แต่วัวควายก็ยังฆ่าพืชมากินทุกคนล้วนต่างบริสุทธิ์อยู่ที่เจตนาหรือไม่เท่านั่้น **เรื่องนี้ของเอาวิทยาศาสตร์พิสูจน์ดูได้ว่าจริงไหม**

#ธรรมะของพระพุทธเจ้านามพระกัสปะหรือพระกัสสปยุคสมัยของพญามาราธิราช

ที่จริงเรื่องรอดราวตากผ้าไม้ค้ำกล้วยใต้บันใดหรือที่อโคจรไม่ได้ทำให้ของเสื่อมเลยครับเพราะปกติเสื้อผ้าของเราก็ซักรวมกันอยู่กับพวกกางเกงของสตรีผู้เปื้อนประจำเดือนหรือกางเกงในอยู่แล้วหลายท่านมักจะกังวลหรือสงสัยทำให้จิตตกของดีจึงไม่อาจส่งผลบรรดาลฤทธิ์ให้เสื่อมลงได้ของดีที่จริงนั้นอยู่ที่สัจจะในข้อศีลต่างหากให้ท่านพึงตั้งจิตอธิษฐานว่าจะถือศีล๕ ในข้อใดข้อหนึ่งไปตลอดชีวิตแค่นี้เว้นแต่ที่ไม่เจตนาแค่นี้บารมีเครื่องรางของขลังก็คุ้มกายแล้วครับบางคนถือได้มากสองถึงสามข้อของดีก็คุ้มศาสตราอาวุธได้ชะงัดผู้เขียนได้เห็นอย่างประจักษ์ตามาแล้ว (ธรมมะขององค์พระต่างหากที่ทำให้เกิดอานุภาพความขลัง)

นักเลงโบราณที่มีวิชาอาคมสมัยก่อนนั้นต้องร่ำเรียนไปหาเรียนสมาธิกับพระหรือไปเป็นผ้าขาวก่อนเพื่อขอเรียนกรรมฐานจากครูบาอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญหรือพระป่าผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบก่อนนั้นจึงจะขลังการเรียนสมัยก่อนต้องการเรียนจริงต้องบวชถือเพศพรหรมจรรย์เพื่อวิชาอาคมก่อนจึงจะขลังเป็นวาจาสิทธิ์ (สมัยนี้นักเลงบวชเรียนวิชาก่อนหายาก)

พระคาถาต่างๆหากจะใช้ควรจัดพานครู หรือใส่บาตรถึงครูอาจารย์เจ้าของวิชาให้ใส่วันทุกวันหรือมีโอกาสระลึกถึงครูเป็นประจำซึ่งก่อนจดจำก็ให้ใส่บาตรถึงครูบาอาจารย์เจ้าของวิชาที่เกี่ยว ขอประสิทธิ์วิชา มิให้ขาด (ใส่ได้ทุกวันหรือทำทานให้คนจนก็จะดียิ่งนัก)หากตั้งจิตอธิษฐานข้อศีลได้๑ข้อไปตลอดชีวิตก็จะยิ่งขลังเป็นที่สุด

ใส่ความเห็น