๕ อันดับ ตะกรุดหนังหน้าผากเสือ อยู่ยงคงกระพัน

ฝากข้อคิดก่อนอ่าน วิชาเหรียญสองด้านของอาจารย์ไพฑูรย์ท่านนั้นมีประโยชน์ยิ่งนักสำหรับใช้พิจารณาทุกสิ่งทุกอย่างที่เห็นมองเป็นสิ่งไม่ดีน่าเกลียดและสวยงามเมื่อลองพิจารณาพลิกดูอีกด้านของเหรียญให้ดีแล้วทุกสิ่งท่านในโลกมีทั้งดีและโทษแฝงไว้อยู่ตรงกันข้ามเสมอ..

วันนี้ได้นำเรื่องราวของ ๕ อันดับตะกรุดหนังหน้าผากเสือที่น่าสนใจ นำมาให้ทุกท่านได้อ่านศึกษาไปชมกันเลย

ในการจัดทำวัตถุมงคลของแต่ละเกจิอาจารย์ในสมัยก่อนนั้นจะมีกรรมวิธีค่อนข้างมากและยุ่งยากไม่ว่าจะเป็นเบี้ยแก้ ตะกรุด ปลัดขิก พระปิดตาประเภทต่างๆหรือเครื่องรางของขลังประเภทอื่น แต่ละเกจิอาจารย์ก็จะมีวิธีของแต่ละท่านไม่เหมือนกัน เช่น หลวงปู่นาคในการจารย์พระปิดตาท่านจะดำน้ำลงไปจารหรือแม้กระทั่งการจารตะกรุดของเกจิอาจารย์หลายท่านที่มีวิชาเข้มขลังอย่างเช่น หลวงปู่ศุขวัดปากคลองมะขามเฒ่าประวัติของท่านจะระเบิดน้ำลงไปจารเลยครับ

แต่สิ่งที่จะพูดถึงในวันนี้จะพูดถึงเรื่องตะกรุดแต่เป็นตะกรุดหนังหน้าผากเสือที่มีความเข้มขลังและไม่เหมือนตะกรุดทั่วไปที่เกจิอาจารย์ได้มีการทำขึ้นมานั้นคือเรื่องที่จะบอกกล่าวในวันนี้ให้ท่านทั้งหลายทราบ ในจำนวน๕อันดับของตะกรุดดังตั้งแต่สมัยก่อนจนมาถึงทุกวันนี้มีตะกรุดหนังหน้าผากเสือที่มีความเข้มขลังและถูกยกให้เป็นสุดยอดตะกรุดหนังหน้าผากเสือก็คือ

๑. ตะกรุดหนังหน้าผากเสือของหลวงปู่นาค วัดอรุณราชวราราม (วัดแจ้ง) จ.กรุงเทพมหานคร ตะกรุดหนังหน้าผากเสือหลวงปู่นาควัดอรุณฯกรุงเทพมหานคร ขนาด๒นิ้ววิชาตะกรุดนี้ท่านได้ประสิทธ์ประสาทเพราะเป็นลูกศิษย์สมเด็จพระวันรัต(แดง)ขณะที่ท่านจำพรรษาที่วัดสุทัศน์ฯเป็นพระอุปัชฌาย์และมีหลวงพ่อหว่างวัดเทียนถวายปทุมธานีเป็นพระกรรมวาจาจารย์และเป็นอาจารย์ผู้สอนวิชาการสร้างตะกรุดหนังหน้าผากเสือ มีอานุภาพครอบจักวาลมีอำนาจต่อผู้พบเห็นสยบสิ่งอัปมงคลป้องกันคุณไสย ลมเพลมพัด การกระทำของผู้มีอวิชชาหรือทำของ อยู่ยงคงกระพัน แคล้วคลาดปลอดภัย มีโชคลาภ เมตตามหานิยม มหาเสน่ห์ในตัว ดังพญาเสือฉันใดฉันนั้น ใครชอบของอาถรรพ์แรง ไม่ควรพลาดหามาสะสมนะครับ

๒. ตะกรุดหนังหน้าผากเสือหลวงปู่บุญวัดกลางบางแก้ว จ.นครปฐม สำหรับตะกรุดหนังหน้าผากเสืออันดับ ๒ ของเมืองไทย หลวงปู่บุญวัดกลางบางแก้ว จ.นครปฐม(ยุคต้น)จัดเป็นตะกรุดชั้นยอดของหลวงปู่เลยก็ว่าได้ เพราะว่าท่านสร้างไว้ไม่มากขบวนการสร้างของท่านก็ลำบากยากยิ่งเพราะว่ากว่าจะลงได้จะต้องดูฤกษ์ดูยามและต้องทำพิธีบายศรีมีหัวหมู ผู้ที่จะทำจะต้องจัดหาเครื่องพิธีมาครบและเอาหนังหน้าผากเสือมาให้ท่าน เสือหนึ่งตัวใช้ได้อันเดียว(ทำได้แค่ดอกเดียวเพราะตบะมหาอำนาจโดนดึงออกมาหมดแล้ว) ตะกรุดหน้าผากเสือของหลวงปู่บุญท่านกำหนดเอาหนังส่วนเฉพาะช่วงเหนือของตาเสือขึ้นไประหว่างทั้งสองเฉพาะช่วงนั้นเท่านั้น

ดังนั้นหนังเสือ๑ตัวจะทำตะกรุดได้ดอกเดียวเท่านั้น กรรมวิธีการสร้างเมื่อได้หนังหน้าผากเสือตามลักษณะดังกล่าวมาแล้วต้องให้หลวงปู่กำหนดฤกษ์จากนั้นจะตั้งเครื่องสังเวยบูชาเทวดาครูอาจารย์ แล้วท่านจะเข้าพิธีลงอักขระเลขยันต์ในแผ่นหนังหน้าผากเสือ ในการทำพิธีแต่ละครั้งทำได้ครั้งละเพียง๑ดอกเท่านั้น เมื่อลงเสร็จแล้วท่านจะปลูกเสกจนครบ เจ็ดเสาร์ เจ็ดอังคาร จึงจะถือว่าใช้ได้ เป็นอันว่าเสร็จพิธีอย่าสมบูรณ์แบบนับว่ามีกรรมวิธีสร้างที่ค่อนข้างยากมาก ดังนั้นในชีวิตของหลวงปู่จึงสร้างไว้ไม่มากนัก คนมีความปรารถนาแรงเกล้าและมีโอกาสเท่านั้นที่จะได้ครอบครองเป็นเจ้าของ

๓. ตะกรุดหนังหน้าผากเสือหลวงพ่อจง วัดหน้าต่างนอก จ.พระนครศรีอยุธยา ตะกรุดหนังหน้าผากเสือหลวงพ่อจงวัดหน้าต่างนอกจังหวัดอยุธยา หนึ่งในเครื่องรางเสือที่ทรงคุณค่าและหายากยิ่ง หลวงพ่อจงวัดหน้าต่างนอกท่านเริ่มสร้างตะกรุดหนังหน้าผากเสือเมื่อปีพ.ศ. ๒๔๙๐ การสร้างตะกรุดหนังหน้าผากเสือของท่านหลวงพ่อจงวัดหน้าต่างนอกจึงได้เกิดขึ้นตั้งแต่บัดนั้น โดยนำหนังเสือมาตัดเป็นแผ่นขนาดเท่าตะกรุดจากนั้นนำไปลอกขนออกก็มีไม่ลอกขนออกก็มีแล้วแต่ความเหมาะสมของหนังเสือชิ้นนั้นๆ แล้วจึงทำพิธีลงอักขระเลขยันต์ด้วยกระทู้เจ็ดบท จากนั้นจึงนำมาม้วนเป็นตะกรุดผูกด้วยเชือกหรือสายสิญจน์สามเปราะ แต่ละเปราะกำกับด้วยอักขระ มะ อะ อุ หรือนำเชือกหรือเชือกสายสิญจน์มาควั่นถักจนเต็มความยาวของตะกรุด

หลังจากนั้นนำมาทาด้วยยางมะพลับแล้วปิดทองพอแห้งสนิทดีแล้วท่านหลวงพ่อจงก็จะนำเข้าพิธีปลุกเสก การปลุกเสกตะกรุดหนังหน้าผากเสือของท่านหลวงพ่อจง วัดหน้าต่างนอกนั้นท่านจะใช้คาถากำกับไปทางด้านมหาอุตม์แต่เคยมีผู้ถามท่านว่า ใช้ในทางเมตตามหานิยมจะใช้ได้หรือไม่หลวงพ่อจงท่านก็ตอบว่า ” ได้ ” ใช้ดีทางเมตตามหานิยม มหาอำนาจ แคล้วคลาดคงกระพันชาตรี แลกันเขี้ยวงา กันไข้ป่าดง กันสัตว์ร้ายทางบกทางน้ำ เป็นเสน่ห์แก่ชายหญิง ไปเหนือไปใต้สารทิศใดมีผู้คนเกรงขามเอาไว้แก่ตัวคนพาลจะทำร้ายมิได้ แขวนไว้หัวนอนกันโจรผู้ร้ายกันฟืนไฟต่างๆใช้ได้ ๑๐๘ ประการดีนักแล เมื่อท่านจะไปไหน ให้ระลึกถึงหลวงพ่อจงวัดหน้าต่างนอกตั้งนะโม ๓ จบ แล้วท่องพระคาถาด้วย “อิทธิ ฤทธิ พุทธนิมิตตัง ขอเดชะเดชัง ขอเดชเดชะ จงมาเป็นที่พึ่งแก่ มะอะอุ บัดเดี๋ยวนี้ด้วยเถิด” ว่าสามเที่ยวหรือเจ็ดเที่ยวแล้วนำพกพาติดตัวป้องกันภัยได้๑๐๘ประการแล

๔. ตะกรุดหนังหน้าผากเสือหลวงพ่อเต๋ คงทอง วัดสามง่าม  จ.นครปฐม ตะกรุดหนังหน้าผากเสือหลวงพ่อเต๋คงทอง วัดสามง่าม ต.ดอนตูม จ.นครปฐม สร้างประมาณ ปี ๒๕๑๐-๑๕ ถักเชือกลงรักปิดทองเต็มดอก มีประสบการมากมายนักจนทำให้ท่านมีเชื่อเสียงโด่งดังมาก พุทธคุณเด่นทางด้าน มหาอุต คงกระพันชาตรี แคล้วคลาดปลอดภัย กันคุณไสย กันภูตผีปีศาจ ต้องพูดได้ว่าดีทุกด้านครับ ตามตำราการใช้ตะกรุดของท่านที่สือทอดต่อกันมาจนถึงปัจจุบันนั้น คาถาปลุกตะกรุดหนังหน้าผากเสือ ตั้งนะโม ๓ จบ อุตธัง อัตโธ ปัดนะ นะโมพุทธายะ นะแคล้ว โมคลาด พุทธปัด ธาปิด ยะมิถูก นะสันตะรันโตผิด โสอิกะวิติภา วิธีการใช้ตะกรุดทั้ง ๔ ทิศ ๑.เวลาสู้ให้ตะกรุดไว้ด้านหน้า ๒.เวลาหนีให้ตะกรุดอยู่ด้านหลัง ๓.ใช้เป็นเมตตาทางผู้หญิงให้ตะกรุดอยู่ด้านซ้าย ๔.ใช้เป็นเมตตาทางผู้ชาย ให้ตะกรุดอยู่ด้านขวา

๕. ตะกรุดหนังหน้าผากเสือหลวงพ่อนอ วัดกลางท่าเรือ  จ.พระนครศรีอยุธยา หลวงพ่อนอท่านได้มาเป็นเจ้าอาวาสวัดกลางท่าเรือเพราะญาติโยมที่เคยเห็นสรรพคุณของท่านมาก่อนได้นิมนต์มาช่วยสร้างวัดเพราะตอนนั้นวัดกลางท่าเรือเป็นวัดที่แทบจะเป็นวัดร้าง หลวงพ่อนอจึงได้ตั้งใจเด็ดเดี่ยวกับกรรมการวัดว่า ไม่เป็นไรหรอกเมื่อไว้ใจให้ฉันมาช่วยสร้างวัดคอยดูนะฉันจะจารตะกรุดสร้างวัดให้พวกแกดู การก็เป็นความจริงหลวงพ่อนอลงตะกรุดโทนตะกรุดหนังหน้าผากเสือหาเงินเข้าสร้างโบสถ์และเสนาสนะปรากฏว่า ตะกรุดโทนหลวงพ่อนอตะกรุดหนังหน้าผากเสือของท่านท้ายิงได้ทุกดอกยิงออกไม่ต้องเอาเงินทำบุญ

พุทธคุณหนังหน้าผากเสือดีทางมหาอำนาจสูงมากแต่ทั้งนี้เสือนั้นมีดี ๓ อย่าง ๑. เป็นเจ้าป่ามีตบะเดชะมหาอำนาจ แค่เพียงกลิ่นสาปเสือโชยไปกระทบสัตว์อื่นเป็นต้องหวาดกลัว ๒. ถึงแม้เสือจะเป็นสัตว์ที่ดุและน่ากลัวแต่คนก็อยากเห็นและอยากเจอเสือ ข้อนี้ท่านว่าเป็นเมตตามหานิยมครับ ๓.หากินคล่องไม่มีฝืดเคืองเรื่องอาหาร หลวงพ่อนอท่านลงตะกรุดหนังหน้าผากเสือ ถวายพระเจ้าอยู่หัวเมื่อปี ๒๔๙๕ (จากบันทึกของสำนักราชเรขาธิการ ลงวันที่ถวาย ๑๐ สิงหาคม ๒๔๙๕และพระเจ้าอยู่หัวทรงโปรดเกล้าฯให้จัดไตรครองนำมาถวายหลวงพ่อนอ ๑ ชุดลงวันที่ ๒๒ สิงหาคม ๒๔๙๕

ร้านฟาโรห์ศูนย์พระเครื่อง

บทความที่กล่าวมาข้างต้น เป็นเรื่องราวที่เป็นตำนานเล่าขานที่เล่าสืบทอดกันมารุ่นสู่รุ่นและมีบันทึกไว้ นำมาเผยแพร่เพื่อเป็นวิทยาทานแก่ทุกๆท่าน สาธุ สาธุ เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน 

 

Leave a Reply