๘ วัตถุมงคลพระเกจิดัง ห้อยแล้วมีพลังอำนาจ เกื้อหนุนชีวิต ให้เจริญรุ่งเรือง

ฝากข้อคิดก่อนอ่าน วิชาเหรียญสองด้านของอาจารย์ไพฑูรย์ท่านนั้นมีประโยชน์ยิ่งนักสำหรับใช้พิจารณาทุกสิ่งทุกอย่างที่เห็นมองเป็นสิ่งไม่ดีน่าเกลียดและสวยงามเมื่อลองพิจารณาพลิกดูอีกด้านของเหรียญให้ดีแล้วทุกสิ่งท่านในโลกมีทั้งดีและโทษแฝงไว้อยู่ตรงกันข้ามเสมอ..

วันนี้ได้นำเรื่องราวของ ๘ วัตถุมงคลพระเกจิดัง ห้อยแล้วมีพลังอำนาจ เกื้อหนุนชีวิต ให้เจริญรุ่งเรือง นำมาให้ทุกท่านได้อ่านศึกษาไปชมกันเลย

พระเครื่องและของขลังในเมืองไทยเรามีมากมายมหาศาลอาจมากที่สุดในโลกก็ว่าได้ มีทุกแบบ ทุกชนิดให้สะสมบูชาตามจริตของแต่ละคน และด้วยคนไทยเราส่วนมากนับถือศาสนาพุธเป็นหลัก จึงมักแขวนพระกันเป็นนิสัยและปลูกฝังมาตั้งแต่เด็ก แต่มีน้อยคนนักที่จะเข้าใจในอำนาจพระพุทธคุณของพระที่เรานับถือและแขวนบูชา พระเครื่องโดยทั่วไปย่อมดีเด่นด้วยกันบนพื้นฐานของความคงกะพัน แคล้วคลาด เมตตา หรือมหาอุด

ซึ่งเป็นอำนาจจิตพื้นฐานของผู้ได้ฌานหรือได้อภิญญาระดับพื้นฐาน แต่พระที่หาได้ยากมากคือพระที่มีพลังอำนาจของการเกื้อหนุนชีวิตให้รุ่งเรืองก้าวหน้าและพระที่อำนวยผลตามการอธิษฐาน พระเครื่องของอริยเจ้า ๘ ท่านด้านล่างนี้เป็นพระเครื่องที่มีพลังอำนาจของการเกื้อหนุนชีวิตให้รุ่งเรืองก้าวหน้าและเป็นพระเครื่องที่อำนวยผลตามการอธิษฐาน(โดยไม่เกินกฎแห่งกรรมและกำลังบุญกุศลของเราเอง) เท่าที่พบและสัมผัสมาแล้ว ดังรายนามต่อไปนี้

๑. พระเครื่องหลวงปู่บุญ วัดกลางบางแก้ว นครปฐม

๒. พระเครื่องของแม่ชีบุญเรือน โตงบุญเติม

๓. พระเครื่องหลวงพ่อกวย ชุตินธโร ชัยนาท

๕. พระเครื่องหลวงปู่ทิม อิสริโก วัดละหารไร่ ระยอง

๕. พระเครื่องหลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ วัดสะแก อยุธยา

๖. พระเครื่องหลวงปู่สิม พุทธาจาโร วัดถ้ำผาปล่อง เชียงใหม่

๗. พระเครื่องหลวงพ่อเกษม เขมโก สุสานไตรลักษณ์ ลำปาง

๘. พระเครื่องหลวงปู่หมุน ฐิตสีโล วัดบ้านจาน ศรีสะเกษ

พระเครื่องของพระคุณเจ้าเหล่านี้เพียงขอให้แท้แน่จริงเท่านั้น รับรองว่ามีพลังพุทธคุณแลอำนาจของการเกื้อหนุนชีวิตให้รุ่งเรืองก้าวหน้าและเป็นพระเครื่องที่อำนวยผลตามการอธิษฐาน (โดยไม่เกินกฎแห่งกรรมและกำลังบุญกุศลของเราเอง) แน่นอน แต่ไม่ว่าจะหาพระดีอย่างไรมาแขวนบูชาหรือสะสมพระดีๆให้ล้นห้อง หากเราลืมพระในบ้านคือพ่อแม่ของเราก็อย่าหวังว่าจะได้ผลเต็มร้อยสำหรับชีวิตอย่างที่หวังเลย สำหรับชีวิตของเรานั้นมีกรรมเก่าเกาะกินในตัวทุกคน แรงแห่งผลบุญการทำดี ผลของความกตัญญูรู้คุณจะช่วยลดแรงกรรมให้น้อยลงและช่วยให้อำนาจของความศักดิ์สิทธิ์ส่งให้เห็นผลเร็วตามที่หวัง

การทำบุญสร้างทานกุศล ช่วยให้เราได้รับผลบุญเร็วอย่างที่ต้องการเมื่อผนวกกับแรงส่งจากอิทธิคุณของพระเครื่อง มีข้อคิดให้เตือนใจว่าพระแท้ดีทุกองค์หากผู้แขวนพระเป็นคนแท้จริงๆ แล้วการห้อยพระเครื่องของคนไทยเรานั้นไม่มีสูตรสำเร็จ ขึ้นอยู่กับความเชื่อ ความศรัทธาและค่านิยมของแต่ละคน เช่น

๑.ห้อยตามพระพุทธคุณ๖ทาง คือ ๑) มหาอุตม์ (ปืนยังไม่ออก), ๒)แคล้วคลาด(ปืนยิงออกแต่ไม่โดน),๓)คงกระพันชาตรี(ปืนยิงออก ยิงโดนแต่ยิงไม่เข้า), ๔) มหาอำนาจ(ใครเห็นก็เกรง),๕) เมตตามหานิยม(ใครเห็นก็รัก เมตตา และเอ็นดู),๖)โชคลาภ(ได้เงินได้ทรัพย์สมบัติแบบฟลุ๊คๆ)

๒. ห้อยตามความต้องการของตนเอง๔ อย่าง คือ ๑) ทางการรักษาโรค (ร่างกายแข็งแรง), ๒) ทางโชคลาภ (มีเงินมีทองใช้), ๓) ทางเมตตามหานิยมและมหาอำนาจ (ให้คนรอบข้างเมตตา เอ็นดู และเกรงใจ), ๔) ทางแคล้วคลาด มหาอุตม์ และคงกระพันชาตรี

ค่านิยมทั้ง๒ประเภทคือ ห้อยตามพุทธคุณและห้อยความต้องการ นั้นได้กำหนดพระเครื่องไว้หลายรุ่นหลายพระเกจิครับ แต่ต้องใช้กำลังทรัพย์มากอยู่เหมือนกันในการเช่าหามาไว้ เพราะส่วนใหญ่เป็นพระตามตลาดเซียนต่างๆ ถ้าจะเขียนถึงเนื้อที่กระดาษคงจะไม่พอเอาเป็นว่าถ้าอยากทราบว่ามีเกจิท่านใด องค์ใหน รุ่นใด ก็สอบถามโดยตรงกับผู้เขียนครับเพราะจะขอใช้เนื้อที่กล่าวถึงประเภทที่๓ต่อไป

ประเภทที่๓ที่จะกล่าวถึงนี้ เหมาะสำหรับทุกท่านใช้เป็นแนวทางเบื้องต้นในการศึกษาสะสมพระเครื่องแบบให้มีจุดหมายและสำหรับหลายท่านที่ต้องการมีพระเครื่องที่ห้อยแล้วสบายใจ อบอุ่นใจ ไม่เกี่ยวกับราคา ไม่เกี่ยวกับตลาดครับ ต้องการแค่อยากจะมีติดตัวเพื่อความเป็นศิริมงคลหรือตามชอบใจก็แล้วแต่ขอให้มีไว้แล้วเป็นสุข เห็นเครื่องรางของขลังวัตถุมงคลที่ตนติดตัวแล้วเกิดความมั่นใจไม่ละเมิดคนอื่นเป็นใช้ได้ ซึ่งนั่นคือห้อยพระตามโฉลกวันเกิดของตนเองซึ่งก็แยกเป็น ๑)ตามวันเกิด ๒) ตามปีเกิดและ ๓)ตามราศีเกิด

บทความที่กล่าวมาข้างต้น เป็นเรื่องราวที่เป็นตำนานเล่าขานที่เล่าสืบทอดกันมารุ่นสู่รุ่นและมีบันทึกไว้ นำมาเผยแพร่เพื่อเป็นวิทยาทานแก่ทุกๆท่าน สาธุ สาธุ เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน 

⌘ข้อคิดท้ายเรื่อง⌘ รู้หรือไม่ว่าทุกวันนี้คนเรากินศพกับน้ำสกปรกหายใจเอาแต่กลิ่นตดกลิ่นในที่ลับของทุกๆคนมาตลอด⌘

ทุกอย่างล้วนมาจากดินส่วนดินก็มาจากซากพืชซากสัตว์ทับถมกันวันๆหนึ่งคนถุยน้ำลายกันลงพื้นกี่คนเหงื่อหยดลงดินกันกี่คนใบไม้ตกลงกันกี่ใบขี้วันละกี่คนเยี่ยววันละกี่สตรีเป็นเมนส์วันละกี่คนน้ำที่อาบล้างของลับก็ไหลลงดินคนตายวันละกี่คนสัตว์ตายวันละกี่ตัวเมื่อสัตว์ตายแล้วก็เน่ายุ่ยสลายค่อยๆกลายเป็นฝุ่นผงที่ละน้อยส่วนบ้างทีก็ฝังฝนตกมาก็กรองน้ำจากสัตว์คนตายนั้นละมาใช้ส่วนคนที่ตายก็นำไปเผาเมื่อเผากลายเป็นควันขึ้นไปเป็นฝนศพฝนลมตดอีก

ส่วนขี่เถ้าก็ถูกลมผัดไปกระจายไปทับถมกันเป็นดินอีกนี้คือความจริงของโลกทุกอย่างหากย้อนกลับไปในอดีตล้วนมีแต่ต้นไม้กับตัวเปล่าส่วนต้นไม้เองก็ดูดกลืนจากซากพืชซากสัตว์กินน้ำจากลมฝนตดศพลมสกปรกที่เกิดจากควันรถลมคนควันจากการเผาศพลมที่ผัดผ่านประจำเดือนผู้หญิงถังขยะซากศพสัตว์ตาย

พัดผ่านขี้เยี่ยวผัดผ่านขยะบุรี่ควันไฟที่หุงข้าวผ่านของลับคนทั้งโลกกันอีกหลายอย่างฯลฯ ลอยขึ้นไปแตกเป็นละอองกระจายกันเป็นเมฆตกลงมาให้เรามีลักษณะสีสันสวยสดใสแต่จริงๆแล้วสกปรกเหม็นคาวยิ่งนักลองคิดถึงกลิ่นขอทานเหม็นๆที่ลอยขึ้นฟ้าดูสิครับแล้วยิ่งลมบนไม่พัดลงข้างล่างอีกต่างหากนี้ละโลก

ส่วนน้ำที่เราใช้ทุกวันนี้จากที่เกริ่นไว้เริ่มต้นคงจะรู้กันแล้วว่าฝนมาจากไหนแล้วน้ำที่เททิ้งจากการซักผ้าละบ้างก็เป็นเมนส์เททิ้งน้ำเน่าน้ำเสียน้ำที่ซึมจากสัตว์ตายจากสิ่งโสโครกที่เราทิ้งลงบนพื้นไม่เชื่อเพื่อนๆของขับคนดูข้างทางเอาเถิดว่าทุกวันนี้เรากินน้ำที่กรองจากอะไรวันหนึ่งคนเยี่ยวลงพื้นกี่คนยิ่งส้วมทุกบ้านสมัยนี้เป็นส้วมซึมกันคิดดูว่าเราใช้น้ำผ่านขี้กินซากสัตว์กินเสลดเพื่อนบ้านและตัวเองเอาเถิดครับ

ส่วนท่านใดที่ว่ากรองแล้วกรองจากอะไรละถ้าไม่ใช่หินดินทรายที่เกิดจากเสลดที่ถุยลงพื้นแล้วฝุ่นละอองจับตัวกันเป็นก้อนลองนึกถึงหินงอกหินย้อยในถ้ำหรือต้นไม้ที่แช่น้ำอยู่นานๆแล้วกลายเป็นหินดูเอาเถิด

คนทุกคนเองก็เกิดมาจากขี้เยี่ยวซากศพซากสัตว์กันทั้งนั้นของมองลึกลงไปถึงต้นกำเนิดยุคไดโนเสาร์ดูเทคโนโลยีทุกสิ่งล้วนมาจากดินกับต้นไม้ที่ดูดเอาซากศพซากสัตว์ฝนศพและตดที่สะสมจากกลิ่นไม่พึงประสงค์ไปใช้ทั้งนั้นขออภัยนะครับถ้าพ่อแม่เราไม่กินขี้เยี่ยวซากพื้ชซากสัตว์ขี้เยี่ยวสักเจ็ดวันจะมีเเรงผสมพันธุ์กันไหมไม่มีแน่นอนแม่ท้องเราแล้วก็กินซากพืชซากสัตว์ของสกปรกดังกล่าวที่นี้ให้เราโตมาจนถึงทุกวันนี้

บางที่อ้างว่าหินมาจากลาวาจริงๆแล้วก็ใช่แต่มันมีกระบวนการย่อยสลายจากน้ำเสาะผสมขี้เยี่ยวไปหลายล้านปีแล้วไฟฟ้าเองผู้เขียนเคยดูต้องขุดไปถึง ๑๐ กิโลจึงจะพบถ่านหินลิกไนต์ที่นำมาทำไฟฟ้ามีลักษณะเป็นเเอ่งหินมีฟอสซิสหอยอีกต่างหากคงไม่ต้องพูดถึงว่าทุกวันนี้เราใช้น้ำที่กรองจากอะไรใบไม้ซากศพซากสัตว์ทับทมกันทั้งนั้น

ที่เกริ่นและกล่าวมาทั้งหมดนี้เพื่อให้ท่านผู้อ่านได้ถอนอุปปาทานใน รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัสต่างๆของนึกถึงข้าวที่มีน้ำประจำเดือนผู้หญิงขี้เยี่ยวแตกกระจายในปากดูสิครับอย่าลืมมองตัวเองด้วยละว่าเป็นของน่าเกลียดสอิดสเอีัยน

พยายามหาต้นตอที่มาของทุกสิ่งดูลองเปิดคลิปตรวจหาสารในน้ำปะปากรองดูได้เป็นความจริงดิน น้ำ ลม ไฟ รูปรสกลิ่นเสียงล้วนมาจากขี้เยี่ยวซากศพซากสัตว์ทับถมกันส่วนวิธีถอนอุปปาทานนั้นมีหลายวิธีบ้างก็ดูจิตตัวเองตลอดเวลาหากเกิด รัก โลภ โกรธ หลงก็ให้รีบระงับดับมันซะ(ตัวโกรธจะเห็นง่ายสุดให้ข่มใจสยบความโกรธให้ได้ก่อนใจโกรธแต่ทำท่าทางเหมือไม่โกรธสักพักความโกรธก็จะสลายไปเอง)

ส่วนอีกวิธีนั้นก็คือระลึกย้อนกลับไปตอนเราเกิดหรือก่อนอยู่ในท้องให้ทำจิตเป็นทองไม่รู้ร้อนพระพุทธเจ้า พระอินทร์ พระพรหม พระยมต่างๆนาๆฯลฯ เรามาเอาจากโลกทั้งนั้นพ่อแม่ลูกเมียก็เช่นกันจะสามารถดับอุปปาทานลงเสียได้(ผู้ปฏิบัติควรระวังเจ้าสัญญามันจะมาทำหน้าที่รีความชั่วซ้ำๆขึ้นมาในดวงจิตให้ดีให้ใช้วิธีว่าอวิชามันทำไม่ใช่ตัวเราทุกอย่างเรามาเอาจากโลกทั้งสิ้น)

วันหนึ่งคนขี้เยี่ยวตดอาบน้ำซักผ้าวันละกี่คนแล้วน้ำพวกนั้นไปไหนหมดถ้าไม่ใช่ลอยขึ้นฟ้ากลายมาเป็นฝน

ทุกอย่างคือศพขี้เยี่ยวดินจากศพ น้ำจากเมนส์ ลมจากตด ไฟจากแก๊สซากสัตวฺอยู่ในตัวเราทุกอย่างคือตัวเองใครอยากครองโลกอ่านจบก็ได้ครองแล้วครับส่วนฝนและขี้เถ้าศพคนที่เรารักอยู่ในตัวของเราทุกคนเพราะผู้อื่นและเราได้กินฝนศพขี้เถ้าของคนที่เรารักมาเจริญเติบโตทุกอย่างคือตัวเองและทุกคนคือคนที่เรารักปู่ย่าตายายเพราะเพื่อนบ้านและอีกหลายคนได้กินฝนศพขี้เถ้าคนที่เรารักนั้นทั้งสิ้นแลควรมองทุกคนคือคนที่เรารักฯ เรื่องฆ่าทุกคนก็หลีกเลี่ยงไม่ได้แม้แต่วัวควายก็ยังฆ่าพืชรุกขเทวดามากินทุกคนล้วนต่างบริสุทธิ์อยู่ที่เจตนาหรือไม่เท่านั่น**เรื่องนี้ของเอาวิทยาศาสตร์พิสูจน์ดูได้ว่าจริงไหม**

(ก่อนจักวาลและโลกจะเกิดทุกสิ่งคือสมมุติและคำว่าสมมุตินี้ก็คือสมุติเช่นกัน)

#ธรรมะของพระพุทธเจ้านามพระกัสปะหรือพระกัสสปยุคสมัยของพญามาราธิราช

Leave a Reply