๙ พระคาถาโบราณของ “หลวงพ่อเงิน พุทธโชติ”

ฝากข้อคิดก่อนอ่าน วิชาเหรียญสองด้านของอาจารย์ไพฑูรย์ท่านนั้นมีประโยชน์ยิ่งนักสำหรับใช้พิจารณาทุกสิ่งทุกอย่างที่เห็นมองเป็นสิ่งไม่ดีน่าเกลียดและสวยงามเมื่อลองพิจารณาพลิกดูอีกด้านของเหรียญให้ดีแล้วทุกสิ่งท่านในโลกมีทั้งดีและโทษแฝงไว้อยู่ตรงกันข้ามเสมอ..

หากกล่าวถึงคาถาคือ ร้อยกรองคำสอนของพระพุทธศาสนา ถ้อยคำที่ร้อยกรอง ถ้อยคำที่ผูกไว้ ถ้อยคำที่ขับร้อง ท่อง สวด หรืออักขระข้อความที่เชื่อว่าท่องบ่นหรือเสกเป่าแล้วศักดิ์สิทธิ์ วันนี้ได้นำ ๙ บทพระคาถาโบราณของ “หลวงพ่อเงิน พุทธโชติ” มาให้ทุกท่านได้อ่านศึกษา ไปชมกันเลย

หลวงพ่อเงิน พุทธโชติ วัดบางคลาน พิจิตร ท่านเป็นพระเถราจารย์ที่โด่งดังมากในอดีต แม้แต่ “เสด็จเตี่ย” ยังต้องเดินทางไปพบเพื่อขอเป็นศิษย์ เล่าเรียนวิชาซึ่งกว่าจะได้พบก็เจออิทธิฤทธิ์ต่างๆนาๆมากมาย ท่านเป็นที่นับถือของคนทั่วไปมากมาย วัตถุมงคลมีราคาค่อนข้างแพงและหายาก เป็นที่หวงแหนของทุกๆคน และแม้แต่รูปถ่ายที่ไม่ได้ปลุกเสกยังเต็มไปด้วยอิทธิฤทธิ์ ในด้านคาถาอาคมในแต่ละบทล้วนผ่านการใช้งานเห็นผลกันมามาก สามารถใช้งานได้อย่างจริงแท้แน่นอน

พระคาถาของหลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน พิจิตร ประกอบไปด้วยพุทธคุณอันศักดิ์สิทธิ์ ปกป้องคุ้มภัยอันตราย แคล้วคลาดปลอดภัย มีเมตตามหานิยม มีโชคมีลาภ ทำมาค้าขายก้าวหน้าเจริญรุ่งเรืองยิ่งๆขึ้น

(๑)คาถาบูชาหลวงพ่อเงิน พุทธโชติ ให้ตั้ง นะโมฯ ๓ จบ แล้วสำรวมจิตกล่าวคาถา

สิทธิพุทธัง กิจจังมะมะ ผู้คนไหลมา นะชาลีติ สิทธิธัมมัง จิตตังมะมะ ข้าวของไหลมา นะชาลีติ สิทธิสังฆัง จิตตังมะมะ เงินทองไหลมา นะชาลีติ ฉิมพลี จะ มหาลาภัง ภะวันตุเม

(๒)คำบูชาหลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน จ.พิจิตร ให้ตั้ง นะโมฯ ๓ จบ แล้วสำรวมจิตกล่าวคำบูชา

อะกะ อะธิ อะธิ อะกะ ธิอะ กะอะ วันทามิ อาจาริยัญจะ หิรัญญะ นามะกัง ถิรัง สิทธิ ทันตัง มหาเตชัง อิทธิ มันตัง วะสาทะรัง (สิทธิ พุทธัง กิจจัง มะมะ ผู้คนไหลมา นะชาลี ติ สิทธิ ธัมมัง จิตตัง มะมะ ข้าวของไหลมา นะชาลี ติ สิทธิ สังฆัง จิตตัง มะมะ เงินทองไหลมา นะชาลี ติ ฉิมพลี จะ มหาลาภัง ภะวันตุ เม)

(๓)คาถาหลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน จ.พิจิตร ให้ตั้ง นะโมฯ ๓ จบ แล้วสำรวมจิตกล่าวคาถา

นะ พุทธัง อะระหังเมตตาจิต นะ ธัมมัง อะระหังเมตตาจิต นะ สังฆัง อะระหังเมตตาจิต เอหิพุทธัง ปิยังมะมะ ผู้คนไหลมานะชาลิติ เอหิธัมมัง ปิยังมะมะ ข้าวของไหลมานะชาลิติ เอหิสังฆัง ปิยังมะมะ เงินทองไหลมา นะชาลิติ ฉิมพลี จะ มหาลาโภ ภะวันตุ เม

(๔)คาถาหลวงพ่อเงิน (สำหรับคงกระพัน) ให้ตั้ง นะโมฯ๓ จบ แล้วสำรวมจิตกล่าวคาถา

พระพุทธัง พระเจ้าคงหนัง พระธัมมัง พระเจ้าคงเนื้อ พระสังฆัง พระเจ้าคงกระดูก โอม เพชรคงคา ตรีคงสวาหะ

(๕)คาถาหลวงพ่อเงิน (เวลาเดินทางไปไหนให้ใช้ภาวนา) ให้ตั้ง นะโมฯ ๓ จบ แล้วสำรวมจิตกล่าวคาถา

” สุสูสัง อะระหัง ภคะวา “

(๖)คาถาหลวงพ่อเงิน (สำหรับเมตตา) ว่าดังนี้

” มัคคะยาเทวัง “

(๗)คาถาหลวงพ่อเงิน (ฉบับย่อ) ให้ตั้ง นะโมฯ ๓ จบ แล้วสำรวมจิตกล่าวคาถา

นะเงินมีมา นะชาลีติ นะเงินไหลมา นะชาลีติ (๙ จบ)

(๘)มนต์มหาจินดา ตั้ง นะโมฯ ๓ จบ แล้วสำรวมจิตกล่าวคาถา

จิตตะกัง จิตตะโร มาจิตตังมะมะ จิตติสุหิ จิตติมานิมานิมา อิสัพเพชะนา ก็มาจิตติ อิติพหูชะนา อิมะนุสสา ก็มาแห่งใจมนุษย์ก็มา สิตะอิทะอิอัง ไตรอุสุ พระราชา วิหลุดสุดยอดสอดอินทราชัย พุทธาครารอด สอดพระพุทธา สุขังหิรัญญังวา อาคัจฉายะ อาคัจฉาหิ

(๙)พระคาถาอโหสิกรรมแผ่เมตตา ตั้ง นะโมฯ ๓ จบ แล้วสำรวมจิตกล่าวคาถา

” พุทโธ กัมมัฏฐาโม กรรมมะจุติ สัมพุทโธ “

เป็นคาถาที่หลวงพ่อเงินวัดบางคลานท่านได้เจริญภาวนาทุกวันก่อนบิณฑบาต ว่ากันว่าเป็นการแผ่เมตตาไปยังสัตว์โลกด้วย

เมื่อจะท่องหรือจะใช้พระคาถาใดๆทุกๆพระคาถาจะต้องตั้ง “นะโม” สามจบก่อน การใช้เวทมนตร์คาถานั้น ผลสำเร็จจะเกิดขึ้นได้ก็อยู่ที่ดวงจิตอันสำรวมเป็นสมาธิ และที่สำคัญที่สุด ถือศลี๕ข้อ หมั่นทำความดี สร้างบุญบารมี จะช่วยปกป้องคุ้มครองเราตลอดไป

บทความที่กล่าวมาข้างต้น เป็นเรื่องราวของบทพระคาถา “หลวงพ่อเงิน พุทธโชติ” วัดบางคลาน ที่เป็นตำนานได้เล่าสืบทอดกันมารุ่นสู่รุ่น นำมาเผยแพร่บารมีครูบาอาจารย์เพื่อเป็นวิทยาทานแก่ทุกๆท่าน สาธุ สาธุ

พระคาถาต่างๆหากจะใช้ควรใส่บาตรถึงครูอาจารย์เจ้าของวิชาให้ใส่วันทุกวันหรือมีโอกาสระลึกถึงครูเป็นประจำซึ่งก่อนจดจำก็ให้ใส่บาตรถึงครูบาอาจารย์เจ้าของวิชาที่เกี่ยว ขอประสิทธิ์วิชา มิให้ขาด (ใส่ได้ทุกวันหรือทำทานให้คนจนก็จะดียิ่งนัก)หากตั้งจิตอธิษฐานข้อศีลได้๑ข้อไปตลอดชีวิตก็จะยิ่งขลังเป็นที่สุด

⌘ข้อคิดท้ายเรื่อง⌘ รู้หรือไม่ว่าทุกวันนี้คนเรากินศพกับน้ำสกปรกหายใจเอาแต่กลิ่นตดกลิ่นในที่ลับของทุกๆคนมาตลอด⌘

ทุกอย่างล้วนมาจากดินส่วนดินก็มาจากซากพืชซากสัตว์ทับถมกันวันๆหนึ่งคนถุยน้ำลายกันลงพื้นกี่คนเหงื่อหยดลงดินกันกี่คนใบไม้ตกลงกันกี่ใบขี้วันละกี่คนเยี่ยววันละกี่สตรีเป็นเมนส์วันละกี่คนน้ำที่อาบล้างของลับก็ไหลลงดินคนตายวันละกี่คนสัตว์ตายวันละกี่ตัวเมื่อสัตว์ตายแล้วก็เน่ายุ่ยสลายค่อยๆกลายเป็นฝุ่นผงที่ละน้อยส่วนบ้างทีก็ฝังฝนตกมาก็กรองน้ำจากสัตว์คนตายนั้นละมาใช้ส่วนคนที่ตายก็นำไปเผาเมื่อเผากลายเป็นควันขึ้นไปเป็นฝนศพฝนลมตดอีก

ส่วนขี่เถ้าก็ถูกลมผัดไปกระจายไปทับถมกันเป็นดินอีกนี้คือความจริงของโลกทุกอย่างหากย้อนกลับไปในอดีตล้วนมีแต่ต้นไม้กับตัวเปล่าส่วนต้นไม้เองก็ดูดกลืนจากซากพืชซากสัตว์กินน้ำจากลมฝนตดศพลมสกปรกที่เกิดจากควันรถลมคนควันจากการเผาศพลมที่ผัดผ่านประจำเดือนผู้หญิงถังขยะซากศพสัตว์ตาย

พัดผ่านขี้เยี่ยวผัดผ่านขยะบุรี่ควันไฟที่หุงข้าวผ่านของลับคนทั้งโลกกันอีกหลายอย่างฯลฯ ลอยขึ้นไปแตกเป็นละอองกระจายกันเป็นเมฆตกลงมาให้เรามีลักษณะสีสันสวยสดใสแต่จริงๆแล้วสกปรกเหม็นคาวยิ่งนักลองคิดถึงกลิ่นขอทานเหม็นๆที่ลอยขึ้นฟ้าดูสิครับแล้วยิ่งลมบนไม่พัดลงข้างล่างอีกต่างหากนี้ละโลก

ส่วนน้ำที่เราใช้ทุกวันนี้จากที่เกริ่นไว้เริ่มต้นคงจะรู้กันแล้วว่าฝนมาจากไหนแล้วน้ำที่เททิ้งจากการซักผ้าละบ้างก็เป็นเมนส์เททิ้งน้ำเน่าน้ำเสียน้ำที่ซึมจากสัตว์ตายจากสิ่งโสโครกที่เราทิ้งลงบนพื้นไม่เชื่อเพื่อนๆของขับคนดูข้างทางเอาเถิดว่าทุกวันนี้เรากินน้ำที่กรองจากอะไรวันหนึ่งคนเยี่ยวลงพื้นกี่คนยิ่งส้วมทุกบ้านสมัยนี้เป็นส้วมซึมกันคิดดูว่าเราใช้น้ำผ่านขี้กินซากสัตว์กินเสลดเพื่อนบ้านและตัวเองเอาเถิดครับ

ส่วนท่านใดที่ว่ากรองแล้วกรองจากอะไรละถ้าไม่ใช่หินดินทรายที่เกิดจากเสลดที่ถุยลงพื้นแล้วฝุ่นละอองจับตัวกันเป็นก้อนลองนึกถึงหินงอกหินย้อยในถ้ำหรือต้นไม้ที่แช่น้ำอยู่นานๆแล้วกลายเป็นหินดูเอาเถิด

คนทุกคนเองก็เกิดมาจากขี้เยี่ยวซากศพซากสัตว์กันทั้งนั้นของมองลึกลงไปถึงต้นกำเนิดยุคไดโนเสาร์ดูเทคโนโลยีทุกสิ่งล้วนมาจากดินกับต้นไม้ที่ดูดเอาซากศพซากสัตว์ฝนศพและตดที่สะสมจากกลิ่นไม่พึงประสงค์ไปใช้ทั้งนั้นขออภัยนะครับถ้าพ่อแม่เราไม่กินขี้เยี่ยวซากพื้ชซากสัตว์ขี้เยี่ยวสักเจ็ดวันจะมีเเรงผสมพันธุ์กันไหมไม่มีแน่นอนแม่ท้องเราแล้วก็กินซากพืชซากสัตว์ของสกปรกดังกล่าวที่นี้ให้เราโตมาจนถึงทุกวันนี้

บางที่อ้างว่าหินมาจากลาวาจริงๆแล้วก็ใช่แต่มันมีกระบวนการย่อยสลายจากน้ำเสาะผสมขี้เยี่ยวไปหลายล้านปีแล้วไฟฟ้าเองผู้เขียนเคยดูต้องขุดไปถึง ๑๐ กิโลจึงจะพบถ่านหินลิกไนต์ที่นำมาทำไฟฟ้ามีลักษณะเป็นเเอ่งหินมีฟอสซิสหอยอีกต่างหากคงไม่ต้องพูดถึงว่าทุกวันนี้เราใช้น้ำที่กรองจากอะไรใบไม้ซากศพซากสัตว์ทับทมกันทั้งนั้น

ที่เกริ่นและกล่าวมาทั้งหมดนี้เพื่อให้ท่านผู้อ่านได้ถอนอุปปาทานใน รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัสต่างๆของนึกถึงข้าวที่มีน้ำประจำเดือนผู้หญิงขี้เยี่ยวแตกกระจายในปากดูสิครับอย่าลืมมองตัวเองด้วยละว่าเป็นของน่าเกลียดสอิดสเอีัยน

พยายามหาต้นตอที่มาของทุกสิ่งดูลองเปิดคลิปตรวจหาสารในน้ำปะปากรองดูได้เป็นความจริงดิน น้ำ ลม ไฟ รูปรสกลิ่นเสียงล้วนมาจากขี้เยี่ยวซากศพซากสัตว์ทับถมกันส่วนวิธีถอนอุปปาทานนั้นมีหลายวิธีบ้างก็ดูจิตตัวเองตลอดเวลาหากเกิด รัก โลภ โกรธ หลงก็ให้รีบระงับดับมันซะ(ตัวโกรธจะเห็นง่ายสุดให้ข่มใจสยบความโกรธให้ได้ก่อนใจโกรธแต่ทำท่าทางเหมือไม่โกรธสักพักความโกรธก็จะสลายไปเอง)

ส่วนอีกวิธีนั้นก็คือระลึกย้อนกลับไปตอนเราเกิดหรือก่อนอยู่ในท้องให้ทำจิตเป็นทองไม่รู้ร้อนพระพุทธเจ้า พระอินทร์ พระพรหม พระยมต่างๆนาๆฯลฯ เรามาเอาจากโลกทั้งนั้นพ่อแม่ลูกเมียก็เช่นกันจะสามารถดับอุปปาทานลงเสียได้(ผู้ปฏิบัติควรระวังเจ้าสัญญามันจะมาทำหน้าที่รีความชั่วซ้ำๆขึ้นมาในดวงจิตให้ดีให้ใช้วิธีว่าอวิชามันทำไม่ใช่ตัวเราทุกอย่างเรามาเอาจากโลกทั้งสิ้น)

วันหนึ่งคนขี้เยี่ยวตดอาบน้ำซักผ้าวันละกี่คนแล้วน้ำพวกนั้นไปไหนหมดถ้าไม่ใช่ลอยขึ้นฟ้ากลายมาเป็นฝน

ทุกอย่างคือศพขี้เยี่ยวดินจากศพ น้ำจากเมนส์ ลมจากตด ไฟจากแก๊สซากสัตวฺอยู่ในตัวเราทุกอย่างคือตัวเองใครอยากครองโลกอ่านจบก็ได้ครองแล้วครับส่วนฝนและขี้เถ้าศพคนที่เรารักอยู่ในตัวของเราทุกคนเพราะผู้อื่นและเราได้กินฝนศพขี้เถ้าของคนที่เรารักมาเจริญเติบโตทุกอย่างคือตัวเองและทุกคนคือคนที่เรารักปู่ย่าตายายเพราะเพื่อนบ้านและอีกหลายคนได้กินฝนศพขี้เถ้าคนที่เรารักนั้นทั้งสิ้นแลควรมองทุกคนคือคนที่เรารักฯ เรื่องฆ่าทุกคนก็หลีกเลี่ยงไม่ได้แม้แต่วัวควายก็ยังฆ่าพืชรุกขเทวดามากินทุกคนล้วนต่างบริสุทธิ์อยู่ที่เจตนาหรือไม่เท่านั่น**เรื่องนี้ของเอาวิทยาศาสตร์พิสูจน์ดูได้ว่าจริงไหม**

(ก่อนจักวาลและโลกจะเกิดทุกสิ่งคือสมมุติและคำว่าสมมุตินี้ก็คือสมุติเช่นกัน)

#ธรรมะของพระพุทธเจ้านามพระกัสปะหรือพระกัสสปยุคสมัยของพญามาราธิราช

ใส่ความเห็น