“วิชากระสุนคด” ของหลวงปู่กลิ่น

ฝากข้อคิดก่อนอ่าน วิชาเหรียญสองด้านของอาจารย์ไพฑูรย์ท่านนั้นมีประโยชน์ยิ่งนักสำหรับใช้พิจารณาทุกสิ่งทุกอย่างที่เห็นมองเป็นสิ่งไม่ดีน่าเกลียดและสวยงามเมื่อลองพิจารณาพลิกดูอีกด้านของเหรียญให้ดีแล้วทุกสิ่งท่านในโลกมีทั้งดีและโทษแฝงไว้อยู่ตรงกันข้ามเสมอ..

วันนี้ได้นำเรื่องราวของ “วิชากระสุนคด” ของหลวงปู่กลิ่น นำมาให้ทุกท่านได้อ่านศึกษา ไปชมกันเลย

เรื่องเล่าเรื่องแรกคือ ตอนศิษย์ผู้ไม่เหยียบรอยเท้าอาจารย์ คนเฒ่าคนเเก่เเละชาวบ้านที่อยู่ในละเเวกวัดสะพานสูงได้เล่าสืบต่อกันมาว่า หลวงปู่กลิ่นท่านเป็นผู้ที่มีความกตัญญูและนอบน้อมต่อหลวงปู่เอี่ยมซึ่งเป็นอาจารย์ยิ่งนัก จนมีชาวบ้านเล่าขานกันมาช้านานว่า หลวงปู่กลิ่นท่านไม่เคยเหยียบรอยเท้าหลวงปู่เอี่ยม มีเรื่องเล่าต่อกันมาว่าช่วงเวลาทำวัตรเช้าและทำวัตรเย็น พระเเละเณรจะต้องเดินไปทำวัตรที่โบสถ์ หลวงปู่เอี่ยมจะเดินนำหน้าหลวงปู่กลิ่นจะเดินตามหลัง ท่านจะไม่เหยียบรอยเท้าของหลวงปู่เอี่ยมผู้ซึ่งเป็นอาจารย์เป็นอันขาด ท่านจะเดินเยื้องไปทางซ้ายหรือขวาหรือเวลาท่านจะขึ้นศาลาก็ตามที ท่านจะปฏิบัติเช่นนี้ตลอด ด้วยความกตัญญูกตเวทีของหลวงปู่กลิ่นที่มีต่ออาจารย์

ทำให้ชาวบ้านไม่ว่าไกลหรือใกล้ต่างให้ความเคารพและศรัทธาหลวงปู่กลิ่นเป็นจำนวนมากจนชาวบ้านเรียกหลวงปู่กลิ่นว่า “หลวงปู่เล็ก”และเรียกหลวงปู่เอี่ยมว่า“หลวงปู่ใหญ่” หลวงปู่กลิ่นท่านเป็นผู้มักน้อยและรักสันโดษแม้ในยามที่ท่านมรณภาพในย่ามของท่านมีเพียงกระดาษอยู่เเผ่นเดียวเขียนว่า“ของทุกอย่างไม่ใช่ของเรา”ส่วนในด้านวิชาอาคมท่านไม่น้อยหน้าใครเช่น วิชากระสุนคดคือการยิงกระสุนให้โค้งถูกอะไรก็ได้โดยไม่จำเป็นต้องเห็นสิ่งๆนั้นชาวบ้านละเเวกวัดสะพานสูงรู้ซึ้งดี โดยเฉพาะพวกขี้เมาที่ชอบมาเอะอะโวยวายบริเวณวัด มีอยู่ครั้งหนึ่งมีคนมาทำบุญในวัดเป็นจำนวนมาก

เมื่อทำบุญเสร็จก็เเยกย้ายกันกลับบ้านคงเหลือเเต่คนเฒ่าคนเเก่ที่ส่วนมากมาสวดมนต์กันในศาลาตกค่ำทุกคนก็จะสวดมนต์ เเต่วันนั้นโอกาสดีหลวงปู่กลิ่นขึ้นมาสวดมนต์เเละสนทนาธรรมด้วย ในขณะที่สวดมนต์อยู่นั้นก็ได้ยินเสียงร้องรำทำเพลงของพวกขี้เมาอยู่ข้างสะพานสร้างความรำคาญอย่างมาก หลวงปู่กลิ่นท่านโกรธมากใช้ให้ลูกศิษย์นำคันกระสุนมา เมื่อได้คันกระสุนมาท่านก็ยิงกระสุนไปที่ต้นมะขามหน้าศาลาซึ่งอยู่ห่างจากกลุ่มขี้เมามากเมื่อยิงไปไม่นานเสียงขี้เมาก็เงียบหายไป สักพักกลับมีเสียงร้องครวญครางของพวกขี้เมาตามมาไม่ช้าเสียงก็เงียบหายไปในที่สุด

อีกเรื่องเล่าคือหลวงปู่กลิ่นใช้คันกระสุนยิงเป็ดแต่กลับโดนคน ในสมัยก่อนในคลองพระอุดมเป็นสถานที่ร่มรื่นมีสัตว์น้อยใหญ่อาศัยอยู่เป็นจำนวนมากเเละมีนกนานาชนิดโดยเฉพาะในวัดสะพานสูงผู้คนมักจะมาพักผ่อนจากการทำนาหรือค้าขาย อยู่มาวันหนึ่งมีกลุ่มชายกลุ่มหนึ่งประมาณ๕คน เป็นฝรั่ง๓คน คนไทยแต่นับถือศาสนาอื่นอีก๒คน เดินเเบกกระสอบพะรุงพะรังเข้ามาในวัด ในกระสอบมีนกชนิดต่างๆเต็มกระสอบ เมื่อทุกคนเห็นต่างวิ่งไปบอกหลวงปู่เมื่อหลวงปู่กลิ่นทราบก็กล่าวว่านกทุกตัวเขาถึงที่ตายเเล้ว เเต่มีอยู่ตัวนึงยังไม่ถึงที่ตาย

หลวงปู่กลิ่นจึงหยิบคันกระสุนเดินไปที่คนกลุ่มนั้น หลวงปู่ถามว่ามาจากไหน ถามเท่าไหร่ คนกลุ่มนั้นก็ไม่สนใจ หลวงปู่จึงบอกว่าขอเเลกนกตัวนึงในกระสอบกับอะไรก็ได้ได้หรือไม่ ฝรั่งคนนึงได้ส่งภาษาผ่านคนไทยกลุ่มนั้นว่า ได้เเต่ขอเเลกกับไก่ในวัด๕ตัวถึงจะได้นะหลวงปู่ตอบตกลงทันที หลวงปู่กลิ่นให้คนกลุ่มนั้นเทกระสอบออกมาปรากฏว่ามีนกเป็ดน้ำตัวหนึ่งรอดกระเสือกกระสนออกมาจากกองซากนกแล้ววิ่งไปลอยคอในน้ำ จากนั้นหลวงปู่กลิ่นจึงบอกว่า ฉันไม่เเลกเเล้วนกตายทั้งนั้น กลุ่มคนพวกนั้นเมื่อได้ยินก็โกรธอย่างมากเเสดงความไม่พอใจโดยการหยิบปืนขึ้นมายิงเป็ดที่ลอยคอในน้ำแต่ยิงเท่าไหร่ก็ยิงไม่ถูก เเถมเจ้าเป็ดก็ยังอยู่นิ่งๆอีกต่างหากเนื่องจากอยู่ในกระสอบเป็นเวลานาน จากนั้นหลวงปู่กลิ่นจึงพูดว่า ปืนฝรั่งนี่ไม่ดีเลยยิงตรงๆก็ยิงไม่ถูก สู้คันกระสุนของฉันไม่ได้ยิงเป็ดเเต่โดนคน ทันทีที่พูดจบหลวงปู่กลิ่นคว้าคันกระสุนส่องไปที่เป็ดพร้อมในทันที

เเต่กระสุนไม่โดนเป็ดเเต่กลับมาโดนกลุ่มคนทั้ง๕คนกลุ่มนี้โดยกระสุนก็ร้องครวญครางดูเเล้วน่าเวทนายิ่งนัก หลวงปู่จึงถามว่าเจ็บไหม จากนั้นหลวงปู่จึงเดินกลับกุฏิเช้าวันรุ่งขึ้นก็มีคนกลุ่มหนึ่งนับสิบคนขนอาหารคาวหวานพายเรือมาขอพบหลวงปู่ ในจำนวนนี้มีกลุ่มคนทั้งห้าคนที่โดนกระสุนคดหลวงปู่อยู่ด้วยท่านจึงถามว่าหายเจ็บรึยังหนึ่งในจำนวนนั้นบอกว่าหายเเล้ว หลังจากวันนั้นเป็นต้นมาคนกลุ่มนี้ก็มาที่วัดสะพานสูงอีกหลายต่อหลายครั้ง

บทความที่กล่าวมาข้างต้น เป็นเรื่องราวที่เป็นตำนานเล่าขานที่เล่าสืบทอดกันมารุ่นสู่รุ่นและมีบันทึกไว้ นำมาเผยแพร่บารมีของครูบาอาจารย์เพื่อเป็นวิทยาทานแก่ทุกๆท่าน สาธุ สาธุ เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน

 

Leave a Reply