“หลวงพ่อจำเนียร สีลเสฏโฐ ” พระห้อยพระ

ฝากข้อคิดก่อนอ่าน วิชาเหรียญสองด้านของอาจารย์ไพฑูรย์ท่านนั้นมีประโยชน์ยิ่งนักสำหรับใช้พิจารณาทุกสิ่งทุกอย่างที่เห็นมองเป็นสิ่งไม่ดีน่าเกลียดและสวยงามเมื่อลองพิจารณาพลิกดูอีกด้านของเหรียญให้ดีแล้วทุกสิ่งท่านในโลกมีทั้งดีและโทษแฝงไว้อยู่ตรงกันข้ามเสมอ..

วันนี้ได้นำเรื่องราวของ “หลวงพ่อจำเนียร สีลเสฏโฐ” พระห้อยพระ  นำมาให้ทุกท่านได้อ่านศึกษาไปชมกันเลย

“หลวงพ่อจำเนียร”ทำไมท่านโด่งดังมากในต่างแดน ชาวมาเลเซีย สิงคโปร์ ไต้หวัน ศรัทธา รูปถ่ายของท่านมีติดบูชาให้เห็นอยู่ทั่ว เอกลักษณ์เฉพาะตัวเด่น “พระห้อยพระ” หลวงพ่อจำเนียร สีลเสฏโฐ ชื่อเสียงของท่านโด่งดังมากในต่างประเทศเกือบทุกที่ไม่ว่าจะเป็นมาเลเซีย สิงคโปร์ ไต้หวัน เอกลักษณ์เฉพาะตัวของท่านโดดเด่น“พระห้อยพระ” เป็นพระเกจิชื่อดังที่พกพระเครื่องและเครื่องของขลังมากที่สุด ปัจจุบันท่านไม่ได้อยู่จำพรรษาที่วัดถ้ำเสือ จ.กระบี่แล้ว ท่านไปอยู่สามแยกวังมะนาว วัดเขาหลาว จ.ราชบุรี

พระเดชพระคุณหลวงพ่อจำเนียร สีลเสฏโฐ อดีตประธานสงฆ์วัดถ้ำเสือวิปัสสนา จ.กระบี่ เป็นพระสุปฏิปันโนองค์หนึ่งที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวางของคนไทยทั้งในและต่างประเทศ ท่านเป็นพระคณาจารย์ที่มีกิจนิมนต์จำนวนมากในแต่ละปี โดยเฉพาะการเดินทางไปแสดงธรรมในประเทศต่างๆ อาทิ สหรัฐอเมริกา ไต้หวัน ฮ่องกง อินโดนีเซีย มาเลเซีย สิงคโปร์ เป็นต้น นอกจากนี้ท่านยังมีกิจนิมนต์ในประเทศส่วนใหญ่อยู่ในกรุงเทพมหานครประกอบกับอายุที่มากขึ้นของท่าน ทำให้คณะศิษย์เป็นห่วงในเรื่องสุขภาพเป็นอย่างมาก จึงได้นิมนต์ท่านมาอยู่ที่แยกวังมะนาววัดเขาหลาว จ.ราชบุรี เป็นที่สัปปายะเหมาะแก่การประพฤติปฏิบัติรวมทั้งสามารถต้อนรับลูกศิษย์เป็นหมู่คณะเล็กๆได้เท่านั้น แบบไม่ค่อยได้เปิดเผย เพราะกลัวญาติโยมจะมากันมากมีโอกาสพักผ่อนน้อย

เมื่อราวต้นปีพ.ศ.๒๕๕๓ หลวงพ่อจำเนียรได้รับกิจนิมนต์มาในงานพุทธาภิเษกวัตถุมงคล สำหรับงานกฐินปี พ.ศ. ๒๕๕๓ ของวัดเขาหลาว วัตถุประสงค์เพื่อสร้าง“พระพุทธสัมพุทโธ” ซึ่งเป็นพระพุทธรูปก่ออิฐถือปูนขนาดใหญ่หน้าตัก ๙.๙๙ เมตรสูง ๒๔ เมตร ท่านจึงปรารภเรื่องการจำพรรษาขึ้นมาอีกครั้งหนึ่งว่า วัดแห่งนี้เหมาะสมเป็นอย่างยิ่งที่ท่านจะมาอยู่จำพรรษา ซึ่งขณะนั้นเหลือเวลาอีกเพียงไม่ถึง๒เดือนก็จะถึงวันปวารณาเข้าพรรษาแล้ว

ความทราบถึง “พระอาจารย์งาม รัตนญาโณ” ท่านมีความปีติปราโมทย์เป็นอันมากสำหรับข่าวอันเป็นมงคลยิ่งนี้ แต่วัดเขาหลาวเป็นวัดเล็กๆเสนาสนะที่เหมาะสมกับพระเดชพระคุณหลวงพ่อนั้นไม่มี ท่านจึงใช้เวลาที่เหลืออยู่ไม่ถึง๒เดือนนั้นพร้อมกับคณะศิษย์ของท่านดำเนินการสร้างกุฏิที่พักให้แล้วเสร็จภายใน๔๙วัน ทันวันปวารณาเข้าพรรษาในปีพ.ศ.๒๕๕๓ พอดี นับแต่นั้นมาจนถึงปัจจุบันพระเดชพระคุณหลวงพ่อจำเนียร สีลเสฏโฐ ยังคงจำพรรษา ณ วัดเขาหลาว ทางคณะศิษย์ขอกราบขอบพระคุณในความเมตตาของพระคุณท่าน ที่มีให้กับวัดเขาหลาว บารมีของพระคุณท่าน แผ่ไพศาลส่งผลให้วัดเขาหลาวเจริญเติบโตเป็นที่รู้จักของพุทธศาสนิกชนทั้งหลายทั้งใกล้และไกล

ตามประวัติหลวงพ่อจำเนียร สีลเสฏโฐเกิดวันศุกร์ที่๑พฤษภาคม๒๔๗๙ ขึ้น๑๑ค่ำเดือน๖ปีชวด แม่ชื่อต้าพ่อชื่อเพชร ชลสาคร บ้านเกิดอยู่ที่บ้านปากนครต.ท่าไร่อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช มีพี่น้อง๗คน  ก่อนที่โยมพ่อของหลวงพ่อจำเนียรจะมีครอบครัวเคยเป็นพระธุดงค์มาก่อนจึงได้ฝึกให้ท่านนั่งกรรมฐานตั้งแต่อายุ๓-๔ขวบและผลการสมาธิระดับหนึ่ง จึงทำให้ท่านรักในการนั่งกรรมฐานและบ่อยครั้งแอบไปนั่งกรรมฐานภาวนาในป่าช้า แค่อายุเพียง๕ขวบ ท่านถูกฝึกหนักตั้งแต่ยังเด็กฝึกให้มีความกล้าเช่น ให้ลงไปในคลองที่มีจระเข้ ลงในทะเลที่มีฉลามเสือเพื่อให้มีความกล้าไม่กลัว ฝึกให้เพ่งกสิณเพ่งดวงอาทิตย์และยังได้รับการถ่ายทอดประสิทธิ์ ประสาทวิชาการต่างๆเช่น คาถาอาคม โหราศาสตร์ ยาสมุนไพรแผนโบราณ วิชาที่พ่อเคยร่ำเรียนมาสมัยเป็นพระธุดงค์

ต่อมาโยมแม่ของท่านได้เสียชีวิตเมื่อท่านอายุได้๖ขวบ๔เดือนและท่านได้แม่เลี้ยงช่วยสอนหนังสือให้โดยใช้ความพากเพียรพยายามอย่างแรงกล้า๑๕วันจึงเขียนได้อ่านออก พออายุ๗ขวบนึกอยากจะบวชเพราะผิดหวังในความรักแม่ ที่แม่ต้องมาตายไปแต่พ่อไม่อนุญาติเนื่องจากสุขภาพของพ่อไม่ค่อยแข็งแรงจึงต้องรับ ภาระในการเลี้ยงดูครอบครัว อายุ๘ขวบได้เรียนโหราศาสตร์ ไสยศาสตร์และพุทธศาสตร์อายุ๙ขวบ เรียนพระไตรปิฏกทีวัดมหาธาติวรวิหารอ.เมืองจ.นครศรีธรรมราช และเรียนเพิ่มเติมที่วัดนารีประดิษฐ์อีก ต่อมาเมื่ออายุ๒๑ปีท่านจึงได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุเมื่อวันที่๒กรกฏาคม๒๕๐๐ ณ พัทธสีมาวัดนารีประดิษฐ์ตำบลท่าไร่อำเภอเมืองจังหวัดนครศรีธรรมราช โดยมีพระครูกาเดิมวัดบูรณารามเป็นพระอุปัชฌาย์พระครูประดิษฐ์สุวรรณวัตรเป็นพระกรรมวาจาจารย์ได้รับฉายาว่า“สีลเสฎโฐ”

หลังจากบวชแล้วท่านได้ร่ำเรียนวิชาอย่างเอกอุจวบจนได้ชื่อว่าเป็นพระเกจิอาจารย์ชื่อดังบุคลิกของท่านจะแต่งต่างจากพระภิกษุทั่วไป ในตัวของท่านจะพกพระเครื่องและเครื่องรางของขลังจำนวนมากน้ำหนักหลายสิบกิโลฯ ปัจจุบันวัตถุมงคลที่ท่านแจกจ่ายลูกศิษย์ลูกหาและที่ท่านอธิษฐานจิตปลุกเสกเป็นที่นิยมในหมู่นักสะสมอย่างมาก รูปถ่ายของท่านลูกศิษย์ชาวต่างชาตินำไปตั้งติดบูชาหลายแห่งมีทั้งที่มาเลเซีย ไต้หวัน และสิงคโปร์ โดยเฉพาะตามศูนย์พระในต่างแดนแสดงถึงความเลื่อมใสศรัทธาของบรรดาลูกศิษย์ที่มีต่อท่าน“หลวงพ่อจำเนียร สีลเสฏโฐ”

หนังสือพิมพ์ คัมภีร์นิวส์

บทความที่กล่าวมาข้างต้น เป็นเรื่องราวที่เป็นตำนานเล่าขานที่เล่าสืบทอดกันมารุ่นสู่รุ่นและมีบันทึกไว้ นำมาเผยแพร่เพื่อเป็นวิทยาทานแก่ทุกๆท่าน สาธุ สาธุ เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน 

⌘ข้อคิดท้ายเรื่อง⌘ รู้หรือไม่ว่าทุกวันนี้คนเรากินศพกับน้ำสกปรกหายใจเอาแต่กลิ่นตดกลิ่นในที่ลับของทุกๆคนมาตลอด⌘

ทุกอย่างล้วนมาจากดินส่วนดินก็มาจากซากพืชซากสัตว์ทับถมกันวันๆหนึ่งคนถุยน้ำลายกันลงพื้นกี่คนเหงื่อหยดลงดินกันกี่คนใบไม้ตกลงกันกี่ใบขี้วันละกี่คนเยี่ยววันละกี่สตรีเป็นเมนส์วันละกี่คนน้ำที่อาบล้างของลับก็ไหลลงดินคนตายวันละกี่คนสัตว์ตายวันละกี่ตัวเมื่อสัตว์ตายแล้วก็เน่ายุ่ยสลายค่อยๆกลายเป็นฝุ่นผงที่ละน้อยส่วนบ้างทีก็ฝังฝนตกมาก็กรองน้ำจากสัตว์คนตายนั้นละมาใช้ส่วนคนที่ตายก็นำไปเผาเมื่อเผากลายเป็นควันขึ้นไปเป็นฝนศพฝนลมตดอีก

ส่วนขี่เถ้าก็ถูกลมผัดไปกระจายไปทับถมกันเป็นดินอีกนี้คือความจริงของโลกทุกอย่างหากย้อนกลับไปในอดีตล้วนมีแต่ต้นไม้กับตัวเปล่าส่วนต้นไม้เองก็ดูดกลืนจากซากพืชซากสัตว์กินน้ำจากลมฝนตดศพลมสกปรกที่เกิดจากควันรถลมคนควันจากการเผาศพลมที่ผัดผ่านประจำเดือนผู้หญิงถังขยะซากศพสัตว์ตาย

พัดผ่านขี้เยี่ยวผัดผ่านขยะบุรี่ควันไฟที่หุงข้าวผ่านของลับคนทั้งโลกกันอีกหลายอย่างฯลฯ ลอยขึ้นไปแตกเป็นละอองกระจายกันเป็นเมฆตกลงมาให้เรามีลักษณะสีสันสวยสดใสแต่จริงๆแล้วสกปรกเหม็นคาวยิ่งนักลองคิดถึงกลิ่นขอทานเหม็นๆที่ลอยขึ้นฟ้าดูสิครับแล้วยิ่งลมบนไม่พัดลงข้างล่างอีกต่างหากนี้ละโลก

ส่วนน้ำที่เราใช้ทุกวันนี้จากที่เกริ่นไว้เริ่มต้นคงจะรู้กันแล้วว่าฝนมาจากไหนแล้วน้ำที่เททิ้งจากการซักผ้าละบ้างก็เป็นเมนส์เททิ้งน้ำเน่าน้ำเสียน้ำที่ซึมจากสัตว์ตายจากสิ่งโสโครกที่เราทิ้งลงบนพื้นไม่เชื่อเพื่อนๆของขับคนดูข้างทางเอาเถิดว่าทุกวันนี้เรากินน้ำที่กรองจากอะไรวันหนึ่งคนเยี่ยวลงพื้นกี่คนยิ่งส้วมทุกบ้านสมัยนี้เป็นส้วมซึมกันคิดดูว่าเราใช้น้ำผ่านขี้กินซากสัตว์กินเสลดเพื่อนบ้านและตัวเองเอาเถิดครับ

ส่วนท่านใดที่ว่ากรองแล้วกรองจากอะไรละถ้าไม่ใช่หินดินทรายที่เกิดจากเสลดที่ถุยลงพื้นแล้วฝุ่นละอองจับตัวกันเป็นก้อนลองนึกถึงหินงอกหินย้อยในถ้ำหรือต้นไม้ที่แช่น้ำอยู่นานๆแล้วกลายเป็นหินดูเอาเถิด

คนทุกคนเองก็เกิดมาจากขี้เยี่ยวซากศพซากสัตว์กันทั้งนั้นของมองลึกลงไปถึงต้นกำเนิดยุคไดโนเสาร์ดูเทคโนโลยีทุกสิ่งล้วนมาจากดินกับต้นไม้ที่ดูดเอาซากศพซากสัตว์ฝนศพและตดที่สะสมจากกลิ่นไม่พึงประสงค์ไปใช้ทั้งนั้นขออภัยนะครับถ้าพ่อแม่เราไม่กินขี้เยี่ยวซากพื้ชซากสัตว์ขี้เยี่ยวสักเจ็ดวันจะมีเเรงผสมพันธุ์กันไหมไม่มีแน่นอนแม่ท้องเราแล้วก็กินซากพืชซากสัตว์ของสกปรกดังกล่าวที่นี้ให้เราโตมาจนถึงทุกวันนี้

บางที่อ้างว่าหินมาจากลาวาจริงๆแล้วก็ใช่แต่มันมีกระบวนการย่อยสลายจากน้ำเสาะผสมขี้เยี่ยวไปหลายล้านปีแล้วไฟฟ้าเองผู้เขียนเคยดูต้องขุดไปถึง ๑๐ กิโลจึงจะพบถ่านหินลิกไนต์ที่นำมาทำไฟฟ้ามีลักษณะเป็นเเอ่งหินมีฟอสซิสหอยอีกต่างหากคงไม่ต้องพูดถึงว่าทุกวันนี้เราใช้น้ำที่กรองจากอะไรใบไม้ซากศพซากสัตว์ทับทมกันทั้งนั้น

ที่เกริ่นและกล่าวมาทั้งหมดนี้เพื่อให้ท่านผู้อ่านได้ถอนอุปปาทานใน รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัสต่างๆของนึกถึงข้าวที่มีน้ำประจำเดือนผู้หญิงขี้เยี่ยวแตกกระจายในปากดูสิครับอย่าลืมมองตัวเองด้วยละว่าเป็นของน่าเกลียดสอิดสเอีัยน

พยายามหาต้นตอที่มาของทุกสิ่งดูลองเปิดคลิปตรวจหาสารในน้ำปะปากรองดูได้เป็นความจริงดิน น้ำ ลม ไฟ รูปรสกลิ่นเสียงล้วนมาจากขี้เยี่ยวซากศพซากสัตว์ทับถมกันส่วนวิธีถอนอุปปาทานนั้นมีหลายวิธีบ้างก็ดูจิตตัวเองตลอดเวลาหากเกิด รัก โลภ โกรธ หลงก็ให้รีบระงับดับมันซะ(ตัวโกรธจะเห็นง่ายสุดให้ข่มใจสยบความโกรธให้ได้ก่อนใจโกรธแต่ทำท่าทางเหมือไม่โกรธสักพักความโกรธก็จะสลายไปเอง)

ส่วนอีกวิธีนั้นก็คือระลึกย้อนกลับไปตอนเราเกิดหรือก่อนอยู่ในท้องให้ทำจิตเป็นทองไม่รู้ร้อนพระพุทธเจ้า พระอินทร์ พระพรหม พระยมต่างๆนาๆฯลฯ เรามาเอาจากโลกทั้งนั้นพ่อแม่ลูกเมียก็เช่นกันจะสามารถดับอุปปาทานลงเสียได้(ผู้ปฏิบัติควรระวังเจ้าสัญญามันจะมาทำหน้าที่รีความชั่วซ้ำๆขึ้นมาในดวงจิตให้ดีให้ใช้วิธีว่าอวิชามันทำไม่ใช่ตัวเราทุกอย่างเรามาเอาจากโลกทั้งสิ้น)

วันหนึ่งคนขี้เยี่ยวตดอาบน้ำซักผ้าวันละกี่คนแล้วน้ำพวกนั้นไปไหนหมดถ้าไม่ใช่ลอยขึ้นฟ้ากลายมาเป็นฝน

ทุกอย่างคือศพขี้เยี่ยวดินจากศพ น้ำจากเมนส์ ลมจากตด ไฟจากแก๊สซากสัตวฺอยู่ในตัวเราทุกอย่างคือตัวเองใครอยากครองโลกอ่านจบก็ได้ครองแล้วครับส่วนฝนและขี้เถ้าศพคนที่เรารักอยู่ในตัวของเราทุกคนเพราะผู้อื่นและเราได้กินฝนศพขี้เถ้าของคนที่เรารักมาเจริญเติบโตทุกอย่างคือตัวเองและทุกคนคือคนที่เรารักปู่ย่าตายายเพราะเพื่อนบ้านและอีกหลายคนได้กินฝนศพขี้เถ้าคนที่เรารักนั้นทั้งสิ้นแลควรมองทุกคนคือคนที่เรารักฯ เรื่องฆ่าทุกคนก็หลีกเลี่ยงไม่ได้แม้แต่วัวควายก็ยังฆ่าพืชรุกขเทวดามากินทุกคนล้วนต่างบริสุทธิ์อยู่ที่เจตนาหรือไม่เท่านั่น**เรื่องนี้ของเอาวิทยาศาสตร์พิสูจน์ดูได้ว่าจริงไหม**

(ก่อนจักวาลและโลกจะเกิดทุกสิ่งคือสมมุติและคำว่าสมมุตินี้ก็คือสมุติเช่นกัน)

#ธรรมะของพระพุทธเจ้านามพระกัสปะหรือพระกัสสปยุคสมัยของพญามาราธิราช

Leave a Reply