“เครื่องรางโจร” ที่เชื่อว่ามีไว้แล้วจะ “ไม่ตาย”

ฝากข้อคิดก่อนอ่าน วิชาเหรียญสองด้านของอาจารย์ไพฑูรย์ท่านนั้นมีประโยชน์ยิ่งนักสำหรับใช้พิจารณาทุกสิ่งทุกอย่างที่เห็นมองเป็นสิ่งไม่ดีน่าเกลียดและสวยงามเมื่อลองพิจารณาพลิกดูอีกด้านของเหรียญให้ดีแล้วทุกสิ่งท่านในโลกมีทั้งดีและโทษแฝงไว้อยู่ตรงกันข้ามเสมอ..

วันนี้ได้นำเรื่องราวของ “เครื่องรางโจร” ที่เชื่อว่ามีไว้แล้วจะ “ไม่ตาย” นำมาให้ทุกท่านได้อ่านศึกษา ไปชมกันเลย

พระเครื่องที่เชื่อกันว่าเมื่อนำไปบูชาขึ้นคอแล้วจะแคล้วคลาดอยู่ยงคงกระพันรอดจากอันตราย จากซ้ายพระปิดตาแร่บางไผ่หลวงปู่จันวัดโมลีจ.นนทบุรี,พระปิดตามหามงคลอาจารย์ศรีเงินวัดดอนศาลาจ.พัทลุงและ พระมเหศวร กรุวัดพระศรีรัตนมหาชธาตุ จ.สุพรรณบุรี (ภาพจากนิตยสารศิลปวัฒนธรรม ฉบับ พฤษภาคม 2540 ขอขอบคุณ คุณอรรถภูมิ บุณยเกียรติ ผู้อำนวยการนิตยสารสนามพระคอลเลคชั่น ที่เอื้อเฟื้อภาพพระเครื่อง)

อักขระเช่น เสื้อยันต์และธง เป็นต้น ลูกอมขี้ผึ้ง ลูกอมปรอท แหวนสวมนิ้ว แหวนสวมแขนซึ่งทำด้วยผ้า ด้วยเงิน ทอง นาก หรือโลหะต่างชนิด หวายคาดเอว ตระบองและมีด เช่นมีดหมอปลัดขิกหรือไอ้ขิก (ตัวเล็กขนาดนิ้วนางหรือนิ้วก้อยหยักหัวเหมือนขุนเพ็ด)และลูกสะกดซึ่งทำด้วยตะกั่วไม้หรือวัตถุอื่น หนังหน้าเสือขี้ผึ้งสีปากของเหล่านี้ลงด้วยเลขยันต์คาถาและอักขระเว้นแต่ลูกอม ขี้ผึ้งสีปากและลูกสะกดส่วนปลัดขิกเคยเห็นมีลงบ้างไม่ลงบ้าง คาถาและอักขระต้องลงอักษรขอมจึงจะขลังส่วนเลขลงเลขไทยเช่น ยันต์ตรีนิสิงเหหรือตรีสิงเหเป็นต้น สิ่งเหล่านี้เมื่อปลุกเสกแล้วย่อมเกิดสิทธิคือความขลังมีเพลงสรรเสริญเครื่องรางและเครื่องปลุกเสก ซึ่งโบราณผูกไว้ว่า“กระตุดโทนต้นทุนของหลวงพ่อจุ่นวัดแจ้งลูกประดู่ทองแดงแช่น้ำก็เดือด หลอกหลาวอย่าเลย มันไม่เคยกินเอยเลือด”

ตัวอย่างเครื่องรางที่เชื่อกันว่าอยู่ยงคงกระพันเช่น ตะกรุดหลวงปู่เอี่ยมวัดสะพานสูงจ.นนทบุรี เป็นที่นิยมอันดับ๑ในบรรดาตะกรุดหาได้ยากมากสนนราคาก็สูง มงคลสวมหัวหลวงพ่อขันวัดนกกระจสบจ.พระนครศรีอยุธยา เป็นต้น แม้แต่พระเครื่องที่เชื่อกันว่ามีอิทธิคุณก็เป็นเครื่องรางอีกประเภทหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นพระปั้นที่ปั้นด้วยดินผสมว่านพระพิมพ์ด้วยโลหะแล้วแต่เกจิอาจารย์องค์นั้นจะคิดขึ้นมา พระแกะสลักด้วยไม้เช่น ไม้โพ ไม้จันทน์ ไม้รัก แม้แต่ทำจากงาช้าง เขี้ยวเสือก็มี ซึ่งพระเครื่องบางองค์เชื่อกัน่าเป็นที่เลื่องลือทางด้านคงกระพันแคล้วคลาด

โดยเฉพาะพระปิดตาหรืออีกชื่อหนึ่งคือพระมหาอุดมีทั้งที่เป็นพระผงและพระที่ทำจากเนื้อโลหะ เหตุที่เรียกว่าพระปิดตา เพราะลักษณะของพระปิดตาที่เป็นพระที่มือปิดตา จมูก หู หรือที่เรียกว่าทวารทั้ง๙อาจจะให้ผู้ที่บูชานั้นระวังต่อ รูป รส กลิ่น เสียงที่จะเข้ามาทางทวารทั้ง๙ให้มีสติมั่นคง แต่ในวงการนักเลงพระต่างเชื่อกันว่าเป็นนักเลงเมื่อใส่แล้วมักมีเรื่องมาหาอยู่เสมอหรือเชื่อว่าพระปิดตาเมื่อขึ้นคอบูชาแล้วจะทำให้แคล้วคลาดอยู่ยงคงกระพัน ดูเหมือนว่าจะเป็นพระเครื่องที่พวกเสือต้องขึ้นคอบูชากันเป็นประจำ

ตัวอย่างพระปิดตาที่พวกเสือชอบห้อยเช่น พระปิดตา“แร่บางไผ่”หลวงปู่จันวัดโมลีจ.นนทบุรี ที่ขุนโจรชื่อดังอย่าง“เสือจำเรียงปางมณี”และ“เสือผาดแก้วสนธิ”ยังต้องขึ้นคอบูชา กล่าวกันว่าราคาของพระองค์นี้มีราคาสูงถึงเลข๖หลัก พระปิดตาเนื้อผงขาวผสมว่านยาหลวงปู่จีนวัดท่าลาดเหนือ จ.ฉะเชิงเทราที่เสือไหลพระภูมิและเสือทีทุยโทขุนโจรย่านชายฝั่งทะเลตะวันออกนำติดกายตลอดเวลาเป็นต้น นอกจากนี้ยังมีพิธีทางไสยศาสตร์ที่เชื่อกันว่าเมื่อผ่านพิธีนี้แล้วจะอยู่ยงคงกระพันเช่น การทำพิธีที่สำนักวัดเขาอ้อจ.พัทลุง ในอดีตสำนักแห่งนี้โจรแห่งบ้านดอนทรายรวมทั้งขุนพันดาบแดง เป็นศิษย์เอกแห่งวัดนี้ซึ่งมีการทำพิธีแช่่ว่านยาถือเป็นส่วนที่สำคัญที่สุด พอเสร็จจากการแช่ว่านยาก็ขึ้นมากินเหนียวคือกินข้าวเหนียวดำ ต่อด้วยกินมันคือกินน้ำมันงาดิบ ซึ่งเป็นน้ำมันปลุกเสกแล้วใส่ว่านยา

เสื้อยันต์เครื่องรางที่เชื่อว่ามีติดตัวแล้วจะอยู่ยงคงกระพัน (ภาพจากนิตยสารศิลปวัฒนธรรม ฉบับ พฤษภาคม 2540)

ทั้งหมดที่กล่าวมาเป็นเพียงตัวอย่างส่วนหนึ่งของเครื่องรางเท่านั้น ในเรื่องความศักดิ์สิทธ์จะมีจริงหรือไม่ก็ต้องพิจารณากันเอาเอง ต้องขึ้นอยู่กับความศรัทธาของผู้ที่บูชา แต่ก็เห็นเสือหลายรายที่มีเครื่องรางประดับกายต้องพบกับความตายอยู่เสมอ

นิตยสารศิลปวัฒนธรรม

บทความที่กล่าวมาข้างต้น เป็นเรื่องราวที่เป็นตำนานเล่าขานที่เล่าสืบทอดกันมารุ่นสู่รุ่นและมีบันทึกไว้ นำมาเผยแพร่เพื่อบารมีของครูบาอาจารย์เป็นวิทยาทานแก่ทุกๆท่าน สาธุ สาธุ เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน

⌘ข้อคิดท้ายเรื่อง⌘ รู้หรือไม่ว่าทุกวันนี้คนเรากินศพกับน้ำสกปรกหายใจเอาแต่กลิ่นตดกลิ่นในที่ลับของทุกๆคนมาตลอด⌘

ทุกอย่างล้วนมาจากดินส่วนดินก็มาจากซากพืชซากสัตว์ทับถมกันวันๆหนึ่งคนถุยน้ำลายกันลงพื้นกี่คนเหงื่อหยดลงดินกันกี่คนใบไม้ตกลงกันกี่ใบขี้วันละกี่คนเยี่ยววันละกี่สตรีเป็นเมนส์วันละกี่คนน้ำที่อาบล้างของลับก็ไหลลงดินคนตายวันละกี่คนสัตว์ตายวันละกี่ตัวเมื่อสัตว์ตายแล้วก็เน่ายุ่ยสลายค่อยๆกลายเป็นฝุ่นผงที่ละน้อยส่วนบ้างทีก็ฝังฝนตกมาก็กรองน้ำจากสัตว์คนตายนั้นละมาใช้ส่วนคนที่ตายก็นำไปเผาเมื่อเผากลายเป็นควันขึ้นไปเป็นฝนศพฝนลมตดอีก

ส่วนขี่เถ้าก็ถูกลมผัดไปกระจายไปทับถมกันเป็นดินอีกนี้คือความจริงของโลกทุกอย่างหากย้อนกลับไปในอดีตล้วนมีแต่ต้นไม้กับตัวเปล่าส่วนต้นไม้เองก็ดูดกลืนจากซากพืชซากสัตว์กินน้ำจากลมฝนตดศพลมสกปรกที่เกิดจากควันรถลมคนควันจากการเผาศพลมที่ผัดผ่านประจำเดือนผู้หญิงถังขยะซากศพสัตว์ตาย

พัดผ่านขี้เยี่ยวผัดผ่านขยะบุรี่ควันไฟที่หุงข้าวผ่านของลับคนทั้งโลกกันอีกหลายอย่างฯลฯ ลอยขึ้นไปแตกเป็นละอองกระจายกันเป็นเมฆตกลงมาให้เรามีลักษณะสีสันสวยสดใสแต่จริงๆแล้วสกปรกเหม็นคาวยิ่งนักลองคิดถึงกลิ่นขอทานเหม็นๆที่ลอยขึ้นฟ้าดูสิครับแล้วยิ่งลมบนไม่พัดลงข้างล่างอีกต่างหากนี้ละโลก

ส่วนน้ำที่เราใช้ทุกวันนี้จากที่เกริ่นไว้เริ่มต้นคงจะรู้กันแล้วว่าฝนมาจากไหนแล้วน้ำที่เททิ้งจากการซักผ้าละบ้างก็เป็นเมนส์เททิ้งน้ำเน่าน้ำเสียน้ำที่ซึมจากสัตว์ตายจากสิ่งโสโครกที่เราทิ้งลงบนพื้นไม่เชื่อเพื่อนๆของขับคนดูข้างทางเอาเถิดว่าทุกวันนี้เรากินน้ำที่กรองจากอะไรวันหนึ่งคนเยี่ยวลงพื้นกี่คนยิ่งส้วมทุกบ้านสมัยนี้เป็นส้วมซึมกันคิดดูว่าเราใช้น้ำผ่านขี้กินซากสัตว์กินเสลดเพื่อนบ้านและตัวเองเอาเถิดครับ

ส่วนท่านใดที่ว่ากรองแล้วกรองจากอะไรละถ้าไม่ใช่หินดินทรายที่เกิดจากเสลดที่ถุยลงพื้นแล้วฝุ่นละอองจับตัวกันเป็นก้อนลองนึกถึงหินงอกหินย้อยในถ้ำหรือต้นไม้ที่แช่น้ำอยู่นานๆแล้วกลายเป็นหินดูเอาเถิด

คนทุกคนเองก็เกิดมาจากขี้เยี่ยวซากศพซากสัตว์กันทั้งนั้นของมองลึกลงไปถึงต้นกำเนิดยุคไดโนเสาร์ดูเทคโนโลยีทุกสิ่งล้วนมาจากดินกับต้นไม้ที่ดูดเอาซากศพซากสัตว์ฝนศพและตดที่สะสมจากกลิ่นไม่พึงประสงค์ไปใช้ทั้งนั้นขออภัยนะครับถ้าพ่อแม่เราไม่กินขี้เยี่ยวซากพื้ชซากสัตว์ขี้เยี่ยวสักเจ็ดวันจะมีเเรงผสมพันธุ์กันไหมไม่มีแน่นอนแม่ท้องเราแล้วก็กินซากพืชซากสัตว์ของสกปรกดังกล่าวที่นี้ให้เราโตมาจนถึงทุกวันนี้

บางที่อ้างว่าหินมาจากลาวาจริงๆแล้วก็ใช่แต่มันมีกระบวนการย่อยสลายจากน้ำเสาะผสมขี้เยี่ยวไปหลายล้านปีแล้วไฟฟ้าเองผู้เขียนเคยดูต้องขุดไปถึง ๑๐ กิโลจึงจะพบถ่านหินลิกไนต์ที่นำมาทำไฟฟ้ามีลักษณะเป็นเเอ่งหินมีฟอสซิสหอยอีกต่างหากคงไม่ต้องพูดถึงว่าทุกวันนี้เราใช้น้ำที่กรองจากอะไรใบไม้ซากศพซากสัตว์ทับทมกันทั้งนั้น

ที่เกริ่นและกล่าวมาทั้งหมดนี้เพื่อให้ท่านผู้อ่านได้ถอนอุปปาทานใน รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัสต่างๆของนึกถึงข้าวที่มีน้ำประจำเดือนผู้หญิงขี้เยี่ยวแตกกระจายในปากดูสิครับอย่าลืมมองตัวเองด้วยละว่าเป็นของน่าเกลียดสอิดสเอีัยน

พยายามหาต้นตอที่มาของทุกสิ่งดูลองเปิดคลิปตรวจหาสารในน้ำปะปากรองดูได้เป็นความจริงดิน น้ำ ลม ไฟ รูปรสกลิ่นเสียงล้วนมาจากขี้เยี่ยวซากศพซากสัตว์ทับถมกันส่วนวิธีถอนอุปปาทานนั้นมีหลายวิธีบ้างก็ดูจิตตัวเองตลอดเวลาหากเกิด รัก โลภ โกรธ หลงก็ให้รีบระงับดับมันซะ(ตัวโกรธจะเห็นง่ายสุดให้ข่มใจสยบความโกรธให้ได้ก่อนใจโกรธแต่ทำท่าทางเหมือไม่โกรธสักพักความโกรธก็จะสลายไปเอง)

ส่วนอีกวิธีนั้นก็คือระลึกย้อนกลับไปตอนเราเกิดหรือก่อนอยู่ในท้องให้ทำจิตเป็นทองไม่รู้ร้อนพระพุทธเจ้า พระอินทร์ พระพรหม พระยมต่างๆนาๆฯลฯ เรามาเอาจากโลกทั้งนั้นพ่อแม่ลูกเมียก็เช่นกันจะสามารถดับอุปปาทานลงเสียได้(ผู้ปฏิบัติควรระวังเจ้าสัญญามันจะมาทำหน้าที่รีความชั่วซ้ำๆขึ้นมาในดวงจิตให้ดีให้ใช้วิธีว่าอวิชามันทำไม่ใช่ตัวเราทุกอย่างเรามาเอาจากโลกทั้งสิ้น)

วันหนึ่งคนขี้เยี่ยวตดอาบน้ำซักผ้าวันละกี่คนแล้วน้ำพวกนั้นไปไหนหมดถ้าไม่ใช่ลอยขึ้นฟ้ากลายมาเป็นฝน

ทุกอย่างคือศพขี้เยี่ยวดินจากศพ น้ำจากเมนส์ ลมจากตด ไฟจากแก๊สซากสัตวฺอยู่ในตัวเราทุกอย่างคือตัวเองใครอยากครองโลกอ่านจบก็ได้ครองแล้วครับส่วนฝนและขี้เถ้าศพคนที่เรารักอยู่ในตัวของเราทุกคนเพราะผู้อื่นและเราได้กินฝนศพขี้เถ้าของคนที่เรารักมาเจริญเติบโตทุกอย่างคือตัวเองและทุกคนคือคนที่เรารักปู่ย่าตายายเพราะเพื่อนบ้านและอีกหลายคนได้กินฝนศพขี้เถ้าคนที่เรารักนั้นทั้งสิ้นแลควรมองทุกคนคือคนที่เรารักฯ เรื่องฆ่าทุกคนก็หลีกเลี่ยงไม่ได้แม้แต่วัวควายก็ยังฆ่าพืชรุกขเทวดามากินทุกคนล้วนต่างบริสุทธิ์อยู่ที่เจตนาหรือไม่เท่านั่น**เรื่องนี้ของเอาวิทยาศาสตร์พิสูจน์ดูได้ว่าจริงไหม**

(ก่อนจักวาลและโลกจะเกิดทุกสิ่งคือสมมุติและคำว่าสมมุตินี้ก็คือสมุติเช่นกัน)

#ธรรมะของพระพุทธเจ้านามพระกัสปะหรือพระกัสสปยุคสมัยของพญามาราธิราช

 

Leave a Reply