“เจ้าชู้ต้องวัดเหนือ เป็นอ้ายเสือต้องวัดใต้”

ฝากข้อคิดก่อนอ่าน วิชาเหรียญสองด้านของอาจารย์ไพฑูรย์ท่านนั้นมีประโยชน์ยิ่งนักสำหรับใช้พิจารณาทุกสิ่งทุกอย่างที่เห็นมองเป็นสิ่งไม่ดีน่าเกลียดและสวยงามเมื่อลองพิจารณาพลิกดูอีกด้านของเหรียญให้ดีแล้วทุกสิ่งท่านในโลกมีทั้งดีและโทษแฝงไว้อยู่ตรงกันข้ามเสมอ..

วันนี้ได้นำเรื่องราวประวัติศาสตร์ตำนาน อภินิหารพระเกจิ หลวงพ่อเปลี่ยน วัดใต้ นำมาให้ทุกท่านได้อ่านศึกษา ไปชมกันเลย

หากกล่าวถึง หลวงพ่อเปลี่ยนวัดใต้ เมื่อเยาว์วัยมีนิสัยเป็นนักสู้เข้มแข็งเพราะเกิดในวันกล้าคือวันเสาร์ห้าจิตใจจึงกว้างขวาง โยมบิดาโยมมารดาคิดวิตกว่าต่อไปคงจะเอาดีได้ยากเพราะรูปร่างล่ำสัน ผิวก็ดำ จึงเรียกกันว่า ทองดำ เมื่อย่างเข้าสู่วัยหนุ่มด้วยความเป็นผู้ที่มีนิสัยดังกล่าวข้างต้นจึงมีสมัครพรรคพวกมากขึ้นเรื่อยๆ โยมบิดาจึงตัดสินใจนำไปฝากให้เรียนหนังสือที่วัดใต้ก็คือวัดไชยชุมพลชนะสงครามในปัจจุบัน โดยนำไปฝากให้เป็นศิษย์ของท่านพระครูวิสุทธิรังษี (ช้าง) เจ้าอาวาสและเจ้าคณะเมืองกาญจน์ในสมัยนั้น เมื่อหนุ่มทองดำมาอยู่วัดก็เปลี่ยนเป็นคนสุขุมเยือกเย็นหนักแน่น สุภาพเรียบร้อยและมีความโอบอ้อมอารีผิดไปเป็นคนละคน โยมบิดาเลยเปลี่ยนชื่อให้ใหม่ว่า เปลี่ยน นับแต่นั้นเป็นต้นมา

ต่อมาเมื่ออายุครบบวช โยมบิดาจึงนำไปอุปสมบทที่วัดใต้โดยมีพระครูวิสุทธิรังษี (ช้าง) เป็นพระอุปัชฌาย์ พระอธิการรอดแห่งวัดทุ่งสมอกับพระอธิการกรณ์แห่งวัดชุกพี้เป็นคู่สวด พระอุปัชฌาย์เห็นว่าเป็นคนชะตากล้าแข็งมากเพราะเกิดในวันเสาร์ห้าตามที่กล่าวมาแล้วข้างต้น ถ้าจะให้ฉายาเป็นคนวันเสาร์ก็เกรงว่าจะกล้าแข็งมากเกินไปจึงให้ฉายาเป็นคนวันอาทิตย์ว่า อินทสโร และได้เล่าเรียนทั้งหนังสือขอมและหนังสือไทย ความตั้งใจครั้งแรกจะบวชเพียง ๗ วันเท่านั้นแต่แล้วบุญกุศลก็เสริมให้ปักใจแน่วแน่ในบวรพุทธศาสนาไม่ยอมสึกจวบจนสิ้นอายุขัย นับแต่พระภิกษุเปลี่ยนได้บวชเรียนก็ได้ปฏิบัติพระธรรมวินัยโดยเคร่งครัดร่ำเรียนวิชาไหนก็สำเร็จไปทุกอย่าง ด้วยใจที่เด็ดเดี่ยว พูดจริง ทำจริง ไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคปัญหาใดๆ หลวงพ่อช้างพระอุปัชฌาย์จึงตั้งให้เป็นพระใบฎีกาฐานาของท่าน จึงเป็นกำลังช่วยท่านตลอดมา

ในเรื่องทางไสยศาสตร์เวทย์มนต์ของหลวงพ่อใครๆก็รู้กันทั่วว่าเก่งจริงในกรุงเทพฯ สมัย ร.๕ – ร.๖ จะมีพิธีทางไสยศาสตร์แล้วจะขาดหลวงพ่อวัดใต้เมืองกาญจน์ไม่ได้เลย ดังปรากฏพัดรองและย่ามที่หลวงพ่อได้รับไปจากกรุงเทพฯ เช่นงานถวายพระเพลิง ร.๕ เสวยราชย์ ร.๖ ฉลอง ๑๕๐ ปี พัดจักรีฯลฯ พอหลวงพ่ออายุ ๗๔ ปีก็มีการฉลองหลวงพ่อโดยคณะศิษย์จัดขึ้นเป็นงานใหญ่มาก เจ้าใหญ่นายโตทางกรุงเทพฯออกไปในงานมากมายเช่น พระยาพหลพลพยุหเสนา(พจน์ พหลโยธิน) อดีตนายกรัฐมนตรีของไทยก็เป็นศิษย์ของท่านมีความเคารพนับถือหลวงพ่อเป็นอย่างมาก ได้เครื่องรางของหลวงพ่อไว้ครบเช่น เสื้อยันต์(ลงยันต์พระพิลาปป่า มีกำลังมหาศาลอิทธิฤทธิ์มาก) ผ้าประเจียด ชานหมาก ตะกรุด ลูกอม หมอนธง มหารูด หนังหน้าผากเสือ

เสื้อยันต์ฤาษีพนม หลวงปู่เปลี่ยน วัดใต้ กาญจนบุรี ปี ๒๔๘๕

หลวงพ่อเปลี่ยนได้รับการชมเชยจาก ร.๕ ในคราวเสด็จประพาสเมืองกาญจนบุรีโดยนำพระสงฆ์ ๒๐ รูปมาสวดมนต์รับเสด็จที่พลับพลาว่า “สวดมนต์เก่ง สวดได้ชัดเจน ตลอดจนการลีลาสังโยคน่าฟังและขัดตำนานได้ไพเราะ” ได้รับของพระราชทานหลายอย่างเป็นที่โปรดปรานของ ร.๕ ลักษณะของหลวงพ่อเป็นมหาอำนาจ ใครได้พบเห็นน่าเกรงขามยิ่งนักจนถึงกับมีคำขวัญว่า “เจ้าชู้ต้องวัดเหนือเป็นอ้ายเสือต้องวัดใต้” วัดเหนือหมายถึงพระครูอดุลยสมณกิจ (ดี) ในสมัยนั้นซึ่งต่อมาได้เลื่อนเป็นพระเทพมงคลรังษ์เจ้าคณะจังหวัดกาญจนบุรีสืบแทนหลวงพ่อเปลี่ยน

อสาธํ สาธุนา ชิเน : พึงชนะคนไม่ดี ด้วยความดี

โดยปกติหลวงพ่อเปลี่ยนเป็นพระเอางานเอาการปฏิบัติเคร่งครัดในระเบียบของสงฆ์โดยสมบูรณ์ ขยันทำวัตรสวดมนต์และกวดขันผู้ที่อยู่ในความปกครองอย่างมีความยุติธรรม ใครดีก็ส่งเสริมใครเลวก็จะเตือน หากเตือนแล้วไม่ฟังก็จะปราบอย่างเด็ดขาด จึงเป็นที่เคารพเลื่อมใสของชาวกาญจน์และเมืองใกล้เคียง สมเด็จพระมหาสมณฯ กรมพระยาวชิรญาณวโรรส วัดบวรนิเวศ เขียนชมเชยในตรวจการคณะสงฆ์ จ.กาญจน์ว่า “หลวงพ่อฉลาดในการปกครองมากแม้เมืองกาญจน์จะมีอาณาเขตกว้างขวาง ก็ปกครองด้วยความเรียบร้อย”

หลวงพ่อชอบทางวิปัสสนาธุระได้ฝึกฝนจนมีชื่อเสียงเป็นที่เลื่องลือไปทั่ว วัดไหนจะมีพิธีปลุกเสกเครื่องรางของขลังสร้างพระพุทธรูปต้องมานิมนต์หลวงพ่อร่วมลงแผ่นอักขระ หรือถ้าท่านว่างก็จะอาราธนามาร่วมพิธีด้วยเสมอ เป็นที่รู้จักกันทั่วไปเสือชื่อดังของเมืองกาญจน์เช่น เสือสาย เสือหัด เสือแก้ว เสือหนอม และรุ่นเก่าคือ อาจารย์บัว อาจารย์บาง ก็เคารพยำเกรงหลวงพ่อมาก หลวงพ่อถึงแก่มรณภาพเมื่ออายุ ๘๕ ปี พระราชทานเพลิงในปลายปี พ.ศ.๒๔๙๐

บทความที่กล่าวมาข้างต้น เป็นเรื่องราวที่เป็นตำนานเล่าขานที่เล่าสืบทอดกันมารุ่นสู่รุ่นและมีบันทึกไว้ นำมาเผยแพร่บารมีของครูบาอาจารย์เพื่อเป็นวิทยาทานแก่ทุกๆท่าน สาธุ สาธุ เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน 

ข้อคิดท้ายเรื่อง ครูอาจารย์ท่านช่วยสั่งสอนให้ได้พิจารณาดูสิ่งของรอบตัวว่ามีต้นกำเนิดมาจากที่ใดให้ลองย้อนดูที่มาของต้นตอสิ่งนั้นๆจนถึงที่สุด “เรื่องนี้อาจจะทำได้ยากหน่อยนะครับอะไรที่เวลาเผาหรือฝังแล้วจะมีคนร้องไห้แล้วกลายเป็นเมฆกรองเป็นน้ำ ลองมองลึกไปถึงยุคนักรบโบราณดูครับ”

ใส่ความเห็น