◎ตำนานยอดธงพระเจ้าตาก◎ ไพฑูรย์ พันธุ์เชื้องาม

◎ตำนานยอดธงพระเจ้าตาก◎(ไพฑูรย์ พันธุ์เชื้องาม)

เกิดเป็นคนไทย ทุกคนต้องรู้จักพระนามสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช แห่งกรุงธนบุรีศรมหาสมุทร พระผู้กอบกู้เอกราชของชาติไทยไว้เป็นครั้งที่ 2 โดยเฉพาะผู้ที่เป็นชาวจังหวัดตากโดยกำเนิดเยี่ยง ไพฑูรย์ พันธุ์เชื้องามแล้ว

ไพฑูรย์บอกว่าผูกพันกับสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชมาแต่เกิด เพราะพระองค์ทรงดำรงยศเป็นพระยาตาก เจ้าเมืองตากมาก่อนจะเดินทางเข้าไปเฝ้าสมเด็จพระเอกทัศน์ ณ กรุงศรีอยุธยา เพื่อรับพระราชทานยศเป็นเจ้าพระยาวชิรปราการไปเป็นเจ้าเมืองกำแพงเพชร แต่ยังไม่ทันได้เดินทาง ก็ถูกพม่าล้อมไว้ในกรุงศรีอยุธยา

พระยาตากเห็นความเหลวแหลกในกรุงศรีอยุธยานานาประการ จึงเห็นว่า หากอยู่ในกรุงมีแต่ตายกับตาย ต้องนำกำลังส่วนน้อยตีแหกวงล้อมพม่าข้าศึกออกไปรวบรวมชาวไทยผู้กล้ายกมาตีกระหนาบพม่าข้าศึกให้แตกพ่าย แต่ยังไม่ทันรวบรวมผู้คนได้ พม่าก็หักเข้าเผากรุงศรีอยุธยาวอดวายเป็นเถ้าถ่าน ฆ่าฟันชาวกรุงศรีไปเป็นจำนวนมากที่เหลือตายพม่ากวาดต้อนไปเป็นเชลย

พระยาตากจำต้องปราบตาภิเษกขึ้นเป็น “เจ้าตาก” รวบรวมผู้คนจากจันทบุรีเข้ายึดธนบุรีไว้เป็นฐานปฏิบัติการ ยกไปตีชิงกรุงศรีอยุธยาจากการควบคุมของสุกี้พะนายกองได้สำเร็จ แต่กรุงศรีอยุธยาเสียหายเกินสร้างใหม่จึงสถาปนากรุงธนบุรีขึ้นเป็นเมืองหลวง ชื่อกรุงธนบุรีศรีมหาสมุทรเสด็จขึ้นปราบดาบรมราชาภิเษกเป็นสมเด็จพระเจ้าตากสินพระเจ้ากรุงธนบุรี แต่ชาวกรุงธนบุรีเรียกพระนามติดปากว่า “ขุนหลวงตากสิน”

ศาลสถิตดวงวิญญาณที่จังหวัดตาก มีผู้ไปถวายสักการบูชาเป็นจำนวนมากในแต่ละวันกลิ่นธูปเทียนกรุ่นตั้งแต่เปิดจนศาลปิด ไพฑูรย์ว่าภูมิใจที่เป็นคนจังหวัดตาก ได้เคยเล่าเรื่องมีคู่อริมาจับตัวลูกสาวไพฑูรย์ไปเป็นตัวประกัน ได้บารมีดวงพระวิญญาณสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชทรงพระเมตตาให้ได้ลูกกลับคืน

จันทบุรี เป็นหัวเมืองชายทะเลที่สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชทรงนำกำลังกองทัพกู้ชาติจากระยองเข้าตีเมืองจันทบุรี ยึดไว้เป็นที่สะสมกำลังคนและเสบียงอาหาร ต่อเรือลำเลียงพลนำกำลังกู้ชาติอาสาไทย จีน โปรตุเกส ฮอลันดา และชาวจันทบุรีผู้รักชาติ ล่องเรือลงมาตีธนบุรีได้สำเร็จ สถาปนาเป็นราชธานี

พระองค์จึงทรงผูกพันกับเมืองจันทบุรีเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะวัดบางกระจะ อันเป็นสถานที่ชุมนุมพลก่อนเข้าตีเมืองจันทบุรีนั้น เป็นแหล่งกำเนิดของพระยอดธง ที่สร้างจากตะกั่วลูกอวนลูกแห วัสดุที่หาง่ายในท้องถิ่นเทเป็นพระช่ออย่างเร่งรีบ ใช้สิ่วสกัดออกอย่างลวกๆ มีเดือยติดอยู่ด้วยทุกองค์

ขรัวเฒ่าวัดบางกระจะเป็นเจ้าพิธีและปลุกเสกลงอักขระก่อนนำลงหล่อเหลาในเบ้าเมื่อเทสำเร็จแล้วยังปลุกเสกเดี่ยวให้อีกด้วย ก่อนเข้าตีเมืองจันทบุรีทหารกู้ชาติได้รับแจกเป็นของขลังติดตัวออกรบ ได้รับชัยชนะ ที่เหลือแจกได้นำเข้าบรรจุกรุ ต่อมากรุแตกออกมาแพร่หลายเรียกว่าพระยอดธง วัดบางกระจะ จนทุกวันนี้

ไพฑูรย์แหกคุกหนีเข้าไปในเขมร ข้ามมาจากเขมรมาประเทศไทย ทางจังหวัดตราด แล้วมาจันทบุรี มาอาศัยอยู่กับญาติหม่อมหลวงลออ หม่อมหลวงกำมะลอรู้จักกันที่นางเลิ้ง ตอนที่ญาติผู้มีศักดิ์เป็นลุงมารักษาตัวที่กรุงเทพฯ มาพักอยู่บ้านหม่อมลออ โดยก่อนกลับได้บอกตำบลที่อยู่ที่จันทบุรีไว้อย่างละเอียด เป็นสวนลึกเหมาะแก่การซ่อนตัวเป็นอย่างยิ่ง

ลุงบางเป็นเจ้าของสวนผลไม้และพ่อค้าพลอย ในตลาดพลอย ในตัวเมืองจันทบุรีลุงบางเป็นคนซื่อ ค้าพลอยแบบไม่มีเล่ห์เหลี่ยม จึงถูกพ่อค้าพลอยด้วยกันโกง ลุงบางเสียรู้คนแต่ไม่รู้จะทำอย่างไร ได้แต่มานั่งๆนอนๆ ถอนหายใจอยู่กับบ้าน จนไพฑูรย์สังเกตเห็นจึงเข้าไปถาม

“ลุงบางมีทุกข์อันใดบอกกับผมมาเลยไม่ต้องเกรงใจ ลุงของเจ้าลออก็เหมือนลุงของผม หากผมช่วยได้ให้ลุงบางบอกมาได้เลย”

ลุงบางเล่าว่า ได้ขายพลอยทับทิมให้นายซ่วน พ่อค้าพลอยที่คุ้นเคยกัน นายซ่วนบอกว่าเงินมาพอ เอาไปห้าพันก่อน อีกสองหมื่นขายได้จะจ่ายที่ค้างไว้ทั้งหมด แต่พอขายได้แล้วนายซ่วนกลับทำเฉย ถามทวงก็ผลัดไปเรื่อยๆจนล่าสุด นายซ่วนที่เป็นอดีตมือปืนรับจ้างก็ออกลวดลายกับลุงบาง

“ไอ้บางมึงนี่มันกวนตีน ทวงเช้าทวงเย็น กูไม่มีเงินให้ เงินของมึงกูเอาไปยัดลงถ้วยไฮโลว์หมดแล้ว กูกะว่าเอาไปหมุน ได้กำไรก็จะเอามาใช้มึง แต่กูกลับหมดตูด ตอนนี้กูมีแต่ลูกปืน มึงจะแดกสักลูกสองลูกไหมล่ะ”

ลุงบางเพิ่งรู้จากพ่อค้าขายพลอยด้วยกันว่า ไม่ใช่แต่ลุงบางพ่อค้าคนอื่นก็เคยถูกนายซ่วนโกง ตอนที่มันมาขอซื้อพลอยจากลุงบางไม่มีใครกล้าเตือนเพราะกลัวอิทธิพลของเจ้าซ่วน

ไพฑูรย์ให้ลุงบางพาไปที่ตลาดค้าพลอย ในตัวเมืองจันทบุรี โดยไพฑูรย์แยกตัวไปนั่งที่ร้านกาแฟให้ลุงบาง พาเจ้าซ่วนมากินกาแฟเพื่อให้ไพฑูรย์ได้จำหน้าไว้

เมื่อไพฑูรย์จำหน้าได้แล้วจึงเดินทางกับ ไพฑูรย์ปลอมตัวเป็นพ่อค้าพลอย มาจากกรุงเทพฯมาหาซื้อทับทิมไปขาย ลุงบางเอาสร้อยที่มีพระยอดธงเนื้อตะกั่วมาสวมคอให้ บอกว่า ระวังตัวไอ้ซ่วนไม่ธรรมดา นี่คือพระยอดธงวัดบางกระจะที่สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชสร้างแจกนักรบตอนเข้าตีเมืองจันทบุรี ลุงได้มาจากท่านสมภารตอนกรุแตก

ไพฑูรย์เอาเงินสดที่เบิกจากเจ้าประจวบไว้เป็นเงินส่วนตัวที่ฝากไว้นำติดตัวมาเป็นทุนเพื่อใช้ในการหลบหนียัดใส่ในกระเป๋าหนีบ เดินทางมาเปิดห้องพักในโรงแรม อยู่ในโรงแรมแสดงมาดเสี่ยทำตัวเป็นเจ้าของร้านขายเพชรพลอย ที่บ้านหม้อจะมาหาซื้อทับทิมไปเจียระไนทำหัวแหวน

เจ้าซ่วนเข้ามาตีสนิทถามว่าได้ยินว่าจะมาซื้อทับทิม ไพฑูรย์วางมาดเศรษฐีขี้โอ่ แง้มกระเป๋าหนีบให้เห็นแบงค์ร้อยปึกใหญ่พูดกับเจ้าซ่วนด้วยเสียงอันดัง

“ไม่ผิด อั๊วเสี่ยเปียบ้านหม้อ ซื้อเงินสดโว้ย เงินเป็นฟ่อนขอให้ถูกตาถูกใจเป็นซื้อลูกเดียว”

เจ้าซ่วนถามไพฑูรย์แบบล้วงตับว่า เสี่ยเปียมาคนเดียวหรือมีใครมาด้วย ไพฑูรย์ในคราบเสียเปียหัวเราะลั่น

“เสี่ยเปียไปไหนไปเดี่ยวไม่มีมือปืนคุ้มกัน มีพระดีโว้ย”

เจ้าซ่วนตีสนิท ตามไปถึงห้องพักในโรงแรมที่ไพฑูรย์ไปเข้าพักเพื่อขุดบ่อล่อปลา หลังจากนัดแนะกับเจ้าซ่วนว่าจะพาไปซื้อพลอยกับเจ้าของพลอยแล้ว เจ้าซ่วนก็ลากลับ ไพฑูรย์นำปืนสองกระบอกออกมาตรวจสอบความเรียบร้อย

เมื่อได้เวลานัด ไพฑูรย์พกปืนสองกระบอกอย่างแนบเนียนสวมเสื้อแจ็กเกตทับนั่งรอในห้อง เจ้าซ่วนพกปืนออโต้เสียบไว้ที่เอวด้านหลัง เข้ามาเคาะประตูไพฑูรย์เดินถือกระเป๋าหนีบมาเปิดประตูก่อนล็อคกุญแจห้องพักไปฝากกุญแจกับพนักงาน

เจ้าซ่วนพาไพฑูรย์ซ้อนจักรยานยนต์ไปยังบ้านหลังหนึ่งห่างไกลจากชุมชน ในบ้านมีเจ้าของพลอยนั่งรอไพฑูรย์ ทำทีเป็นส่องทับทิมก้อนสีแดงสดยังไม่เจียระไน อาศัยความรู้ที่ลุงบางสอนให้ดูพลอยว่าเก๊แท้เป็นอย่างไร พบว่าเป็นพลอยแท้ จึงถามราคา

เจ้าของพลอยบอกว่า สี่หมื่นบาท ไพฑูรย์ต่อรองราคา เจ้าซ่วนถอยไปยืนอยู่ข้างหลัง เสียงชายเสื้อสะบัดทำให้ไพฑูรย์หงายหลังลงไปมือกรุกปืนออกมาเล็งไปยังเจ้าซ่วนยังไม่ทันได้ร่ายพระเวทเพราะฉุกละหุก เจ้าซ่วนยิงก่อนเสียงนกสับจานท้ายปืนดังแต๊กไม่มีเสียงตูม พระยอดธงพระเจ้าตากสำแดงเดชให้กระสุนปืนของเจ้าซ่วนด้าน

ไพฑูรย์ยิงสวนกลับสามนัดติดกัน ร่างของเจ้าซ่วนหงายหลังตึงเหมือนถูกถีบด้วยอำนาจแรงปะทะของปืนขนาด 9 มม. เจ้าของพลอยชักปืนออกมายิงใส่ไพฑูรย์ แต่ปืนไม่ลั่น ไพฑูรย์ลั่นไกใส่นัยน์ตาเจ้าซ่วนเพราะเป็นทวารเปิดอะไรก็ป้องกันไม่ได้

กระสุนปืนขนาด 9 มม. ทะลวงเข้าเบ้าตาไปออกท้ายทอยตายสนิท เจ้าของพลอยวิ่งออกจากบ้าน ไพฑูรย์ตามออกไปยิงใส่หลัง ถูกเข้าที่โคนขาทรุดลงไป ไพฑูรย์ตามเข้าไปไม่คิดว่าจะถูกยิงสวนเลยเจอเข้าให้ที่หน้าอกแม้ไม่เข้าก็จุก

ยกปืนยิงใส่เจ้าของพลอยสองนัดเข้าที่หัวตายตามไปอีกคน ไพฑูรย์ค้นทับทิมได้ในตัวเจ้าของพลอยจึงยึดเอาไว้ แล้วขี่จักรยานยนต์ออกจากที่เกิดเหตุ หลบจากจันทบุรีเข้ากรุงเทพฯ กบดานในซ่องลับ ให้เจ้าอำไพเอาทับทิมที่ยึดได้ไปขายที่บ้านหม้อ ได้เงินสด 30,000 บาท ให้เจ้าหม่อมหลวงกำมะลอไปมอบให้ลุงบางและถือโอกาสไปพักผ่อนในตัว

ลุงบางบอกฝากมากับเจ้าหม่อมหลวงลออว่า พระยอดธงพระเจ้าตาก ขอมอบให้เป็นที่ระลึก ตำรวจปิดคดีเจ้าซ่วนว่าเป็นการฆ่าล้างแค้นจากผู้ที่เป็นญาติของผู้ที่เจ้าซ่วนฆ่าตอนที่เป็นมือปืนรับจ้างมาล้างแค้น ส่วนเจ้าของพลอยดวงไม่ดีถูกปิดปากตามไปด้วย

ไพฑูรย์เล่าว่าเจ้าซ่วนก่อกรรมไว้มาก สมควรถูกฆ่า แต่เจ้าของพลอยไม่น่าพยายามฆ่าไพฑูรย์ด้วยการยิงถึงสองครั้งจึงจำต้องสังหาร เอาไว้ไม่ได้ หากไม่ยิงใส่ถึงสองครั้ง ไพฑูรย์จะละเว้นชีวิต ไพฑูรย์ว่าบางครั้งจำเป็นต้องฆ่า เพราะหากไม่ฆ่าก็ถูกฆ่า มันเป็นการต่อสู้แบบเยนเติลแมน

ไพฑูรย์พูดกลั้วเสียงหัวเราะ ผู้เขียนก็หัวเราะ เพราะเป็นครั้งแรกที่ได้ยินอดีตนายทหารพระธรรมนูญพูดภาษาอังกฤษ คำว่า เยนเติลแมน อย่างชัดถ้อยชัดคำ

ใส่ความเห็น