◎ถล่มสะพานไม้เผาตอนจบ◎ ไพฑูรย์ พันธุ์เชื้องาม

◎ถล่มซ่องสะพานไม้เผาตอนจบ◎(ไพฑูรย์ พันธุ์เชื้องาม)

ไพฑูรย์รับปากลุงชมว่า จะตามตัวทองคำลูกสาวคนเดียวของแกที่ถูกหนุ่มบางกอกอ้างว่าเป็นข้าราชการหลอกเอามาขายซ่องป๋ามิตรที่สะพานถ่าน หากยังมีชีวิตจะนำกลับไปส่งให้ถึงบ้าน หากตายแล้วก็จะส่งกระดูกไปให้ทำบุญ

ไพฑูรย์ในคราบของพ่อเลี้ยงเกี๋ยงจากปางไม้จตุมิตรเข้าไปเที่ยวซ่องของป๋ามิตร โดยเปรยเงินไม่อั้น โปรดติดตามตอนจบได้ ณ บัดนี้

ไพฑูรย์บอกว่าซ่องไม่ว่าจะเป็นที่ตรอกสลักหิน , นางเลิ้ง หรือสะพานถ่าน มักจะทำทางเข้าออกให้แคบ เพื่อง่ายกับการปิดประตูตีแมวหากแขกเกิดกลายร่างเป็นโจร หรือนักเลงที่ต้องการอาละวาดเพื่อให้ซ่องเสียชื่อเสียงหรือเข้ามามีอิทธิพลหรือเรียกค่าคุ้มครองจะได้ตีรันฟันแทงได้ถนัดมือ ดักทางออกก็ไปไหนไม่รอดเพราะมันแคบ

อีกอย่างหนึ่งที่บนประตูเข้าออกซ่องเขาจะเอาผ้าขี่ม้า (ผ้าซับประจำเดือนสตรี) ไปไว้ ของดีที่ติดตัวก็บรรลัยหมดเป็นลูกอมก็แตก ตะกรุดขลังก็แตก พระก็แตก หรือไม่ก็เสื่อมทันที ตีรันฟันแทงกันก็กลายเป็นหยวกกล้วย ตีตรงไหนฟังตรงไหนก็เลือดช่ำ

คนดีๆเขาไม่เที่ยวซ่องเพราะเป็นที่อโคจร หมายถึง สถานที่อันไม่ควรจะเข้าไปมั่วสุมนั่นเอง ไพฑูรย์กับสหายทั้งสามรู้ดีจึงไม่มีเครื่องรางของขลังเข้าไปในซ่อง มีแต่รอยสักที่ติดตัวและว่านเฒ่าหนังแห้งที่ใช้กินคงกระพันชั่วเบาหนึ่ง

ไพฑูรย์กับหม่อมหลวงกำมะลอสะกดใจไม่เคยถามถึงชื่อทองคำ เพราะเกรงว่าความจะแตกคงเข้าออกซ่องตามธรรมดาและโปรยเงินเป็นว่าเล่น ก็เงินที่ปล้นเขามาทั้งนั้น ในที่สุดป๋ามิตรก็แบไต๋

“พ่อเลี้ยงครับ พ่อเลี้ยงคงจะเบื่ออีกพวกเด็กกระด้างค้างปีเป็นแน่ ผมมีเด็กสาวหน้าตาสวยปรนนิบัติเก่งคัดเป็นพิเศษไว้ ผมคิดว่าสำหรับพ่อเลี้ยงคงยินดีจ่ายแพงหน่อย เพื่อแลกกับความสุขที่พ่อเลี้ยงจะลืมไม่ลงไปตลอดชีวิต”

ไพฑูรย์ในคราบพ่อเลี้ยงเกี๋ยงทำตาโตแลบลิ้นเลียริมฝีปากดีดนิ้วเปาะ จับมือป๋ามิตรเขย่าพูดแบบคนมีอารมณ์

“เฮา เอ๊ย ผม ไม่เกี่ยงเรื่องเงิน ผมมีรายได้มากกว่าส่วนที่ผมซื้อความสุขว่าแต่ว่าเด็ดจริงหรือเปล่า อย่าย้อมแมวกันนาผมไม่ชอบ”

“ช้าอยู่ทำไมผมไม่อยากเสียเวลาไปกันเลย”

“ไม่ต้องไปไหนหรอกครับตามผมมาเลย”

ป๋ามิตรจูงมือพ่อเลี้ยงปลอมเดินไปทางด้านหลังซ่องที่ดูเหมือนเป็นทางตัน โดยพรางต้นไม้และกระถางต้นไม้ไว้ มันคือประตูพิเศษที่เมื่อไขกุญแจจะออกไปด้านหลังซ่อง ไปสู่บ้านชั้นเดียวรั้วรอบขอบชิดมีชายฉกรรจ์สี่คนเฝ้าอยู่ คนที่เป็นหัวหน้าหน้าตาหล่อ ป๋ามิตรแนะนำให้พ่อเลี้ยงเกี๋ยงรู้จัก

“นี่เจ้าชาญลูกชายผมเอง ผมจะให้มันทำงานแทนผมเมื่อผมทำไม่ไหว ตอนนี้ให้มันทำหน้าที่คุมอีหนูชั้นดีที่มันไปหลอกมาจากหัวเมือง เจ้าชาญมันรูปหล่อคารมดี มีอีหนูถูกมันหลอกมาไว้ที่นี่ห้าคนแล้วเดี๋ยวพ่อเลี้ยงตามผมมาที่ห้องรับรอง”

ชายหนุ่มที่ชื่อชาญยกมือไหว้ไพฑูรย์ในคราบพ่อเลี้ยงเกี๋ยงอย่างสนิทใจ แล้วเดินนำหน้าพาป๋ามิตรและไพฑูรย์เข้าไปในห้องรับรองไพฑูรย์บอกว่าจมูกกระทบกับความหอมของน้ำหอมฝรั่งเศสยอดนิยมราคาแพงในเวลานั้นที่ชื่อว่า “ชัว เดอปารีส” หรือที่เรียกกันในภาษาไทยว่า “รัตติกาลแห่งปารีส” มากระทบจมูกจริงดังที่ป๋ามิตรคุยกับอีหนูที่อยู่ที่นี่หน้าตาจิ้มลิ้ม สวมเสื้อผ้าอาภรณ์บางเบา ยกมือไหว้พ่อเลี้ยงเกี๋ยงอย่างนบนอบ

“สวัสดีค่ะท่าน ยินดีต้อนรับท่านค่ะ”

บรั่นดีขวานหงายถูกเปิดมารินส่งให้พ่อเลี้ยงเกี๋ยงดื่มดับกระหายไพฑูรย์เล่าว่าทุกอย่างที่นี่ล้วนหรูหราราคาแพง แขกพิเศษเท่านั้นที่จะได้มาเที่ยวหาความสำราญ ปัญหาของไพฑูรย์คืออีหนูห้าคนใครคือทองคำเพราะแน่นอนว่าทุกคนถูกเปลี่ยนชื่อหมด ชาญแนะนำทันที

“คนนั้นผิวคล้ำหน่อยชื่อ ราตรี คนถัดไปมีเชื้อจีนชื่อ อาหง ต่อไปก็เป็นสาวเหนือจากน่านชื่อจิตรา คนที่ทำตาหวานอยู่นั่นสูงยาวปล้ำเก่งชื่อ นภา คนสุดท้ายงามหยดย้อยแต่ไม่ค่อยพูดมากชื่อ งามตา เชิญพ่อเลี้ยงเลือกตามสบายครับ”

“บอกตามตรงผมมองดูภายนอกแล้วชอบทั้งหมดแหละแต่ผมมันนิสัยเสียบางอย่างที่อยู่ภายใน ดังนั้นผมขอพาเข้าไปดูภายในที่ผมอยากดู แล้วผมจึงเลือก ราคาผมไม่เกี่ยง”

ไพฑูรย์เล่าว่าเพื่อต้องการหาว่าใครคือทองคำ ป๋ามิตรหัวเราะลั่นผายมือไปที่ห้องสำหรับให้บริการ เชื้อเชิญให้พ่อเลี้ยงพาอีหนูเข้าไปทีละคน ไพฑูรย์ใช้อุบายง่ายๆ พอลับตาก็แกล้งทำเป็นเรียกชื่อทองคำจ๊ะ สี่คนผ่านไปไม่มีใครแสดงกิริยาอะไรจนถึงงามตาพอไพฑูรย์เรียกงามตาจ๊ะ เธอก็หน้าถอดสีปากคอสั่นไพฑูรย์จุ๊ปาก แล้วเปิดประตูห้องออกมาบอกกับป๋ามิตรว่า

“งามตาสมชื่อ เท่าใดเท่ากันผมจ่ายไม่อั้น”

ไพฑูรย์อธิบายให้ทองคำเข้าใจว่าลุงชมขอให้มาช่วย ขอให้แกล้งส่งเสียงคราง ส่วนไพฑูรย์เพื่อความไม่ประมาทได้เข้าห้องน้ำสำเร็จความใคร่ตัวเอง แล้วนำน้ำกามมาให้ทองคำทาที่อวัยวะเพศจากนั้นจึงแต่งตัวเดินออกมาทำท่าทีเป็นโผเผ ป๋ามิตรเย้าว่า “ถูกใจก็เบิ้ลซีครับพ่อเลี้ยง”

“ไม่ไหวหรอกป๋ามิตร ผมมันแก่แล้ว ว่าแต่ว่าตอนนี้ผมจะกลับ ป๋ามิตรนำผมกลับด้วย” ป๋ามิตรพยักหน้ากับลูกชายแล้วพาพ่อเลี้ยงปลอมกลับทางเดิม

ลับร่างของแขก เจ้าชาญเข้าไปตรวจดูอวัยวะเพศของทองคำ พอเห็นหลักฐานก็ยิ้มออกพูดกับทองคำว่า

“หมดสงสัยแล้ว ตอนแรกมันมีท่าทีแปลกๆไม่น่าไว้วางใจ เกรงว่าจะเป็นพวกสันติบาลปลอมมาสืบหาตัวพวกมึงเพราะแต่ละคนที่หลงตามกูมาไม่ใช่ขี้ไก่สักคน”

ไพฑูรย์บอกกับป๋ามิตรว่าจะนำเพื่อนพ่อค้าด้วยกันมาเที่ยวแบบพิเศษ นำเจ้าประจวบผู้มีความเชี่ยวชาญด้านการทำแผนที่และสังเกตสังกาทำทีเป็นพ่อเลี้ยงด้วยกันเข้าไปเที่ยว คราวนี้เลือกเพื่อนของทองคำหาความสำราญ เจ้าประจวบจดจำทางหนีทีไล่ไว้ในหัว แถมยังได้สังเกตเห็นทางลับอีกทางหนึ่งที่พรางไว้เหมือนทางเข้ามา แต่ไม่อาจรู้ได้ว่าข้างหลังทางลับไปโผล่ออกที่ไหนกันแน่

เจ้าประจวบร่างแผนที่เพื่อใช้ในการวางแผนเข้าไปช่วยเหลือทองคำกับเพื่อน โดยเจ้าประจวบลงทุนไปสังเกตดูที่ตั้งภายนอกของทางลับด้านหลังซ่องจึงพบว่าประตูนั้นจะออกมาทางด้านตรอกแคบๆที่ออกทางถนนตรีเพชรไปทางศาลาเฉลิมกรุงก็ได้ขึ้นไปทางวัดสุทัศน์ฯก็ได้

ด้วยการจ่ายเงินไม่อั้นและวางตัวสนิท ทำให้ป๋ามิตรไม่ระแคะระคายเลย งูเห่าแบบแกกำลังจะถูกล้วงคอเพราะแกหน้าเงินมากไปนั่นเอง ไพฑูรย์นำหม่อมหลวงกำมะลอ, เจ้าประจวบ,เจ้าอำไพ ไปเป็นแขกประจำจนไว้เนื้อเชื่อใจให้เข้าในสถานที่สำราญอันเป็นความลับ

ก่อนสามวันที่จะเข้าไปช่วยเหลือ ไพฑูรย์ได้นัดแนะกับทองคำว่าจะมาช่วยแต่อย่าได้แพร่งพรายให้เพื่อนๆรู้วินาทีสุดท้ายจึงจะให้พวกเธอติดตามหลังสู่อิสรภาพ

ไพฑูรย์เลือกวันจันทร์เป็นวันทำการ เพราะคนไม่พลุกพล่านและเป็นเวลาบ่ายโมงครึ่งเศษๆ ที่หนังรอบเที่ยงฉายแล้ว ข้าราชการกลับเข้าทำงานกันหมด ป๋ามิตรนำสี่สหายเข้าไปยังทางลับ พอไขกุญแจเสร็จเจ้าอำไพก็ตะบันปลายคางด้วยสนับมือ ป๋ามิตรคางแตกนอนสลบเหมือด ไพฑูรย์กับพวกเข้าไปด้านใน เจ้าชาญยกมือไหว้ไพฑูรย์ แล้วทำสีหน้าประหลาดใจว่าพ่อทำไมไม่มาด้วย

“ป๋ามิตรติดธุระ มีเจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจเลยไปรับหน้า เอาละผมกับพวกจะเข้าไปหาความสุขไปกันเลย” ไพฑูรย์กล่าวตอบเจ้าชาญ

“เดี๋ยวก่อนให้ผมไปดูพ่อก่อน”

ชาฉกรรจ์สี่คนออกจากที่ซุ่ทมเปิดชายเสื้อให้เห็นด้ามปืนทุกคน ไพฑูรย์ยกมือโบกไปมาคล้ายจะห้ามปรานนั่นคือสัญญาณการต่อสู้

“ใจเย็นๆอ้ายน้องชายพวกเราเป็นแขกต้อนรับอย่างนี้จะเสียแขกหมด”

กล่าวจบก็ยกถีบเจ้าชาญหงายหลังไม่ต้องนัดแนะปืนถูกชักออกมาจากเอวของเจ้าประจวบ,หม่อมหลวงกำมะลอ,เจ้าอำไพ ที่ทุกคนกินว่านเฒ่าหนังแห้งกันมาพร้อมแล้ว เนื้อหนังกำลังเห่อหนาพอดี

เสียงปืนดังระงม ไพฑูรย์ถูกเข้าที่หน้าท้องแต่ไม่เข้า เพื่อความไม่ประมาทไพฑูรย์ยิงเข้าที่ลูกนัยน์ตา อันเป็นหนึ่งในทวารเปิดทั้งเก้าของเจ้าชาญต่อให้กินว่านก็ไม่รอด ไม่ต้องยิงซ้ำนัดที่ 3 ส่วนลูกน้องเจ้าชาญโดนยิงเข้าที่ปากบ้าง หูบ้างอันเป็นหนึ่งในทวารเปิดทั้งเก้าดังที่สี่สหายได้นัดแนะเอาไว้ นอนตายเกลื่อนอำนาจว่านเฒ่าหนังแท้งเหตุที่ทำให้ลูกปืนที่สาดมากระทบร่างของของฝ่ายไพฑูรย์แต่ไม่อาจทำอันตรายได้ เพราะฝ่ายเจ้าชาญมากกว่าไพฑูรย์กับเพื่อนอยู่หนึ่งคน

ทองคำไปบอกเพื่อนๆให้รีบออกมาตามหลังกับพรรคพวก เจ้าอำไพใช้ปลายเสียมที่ทำสวนงัดทำลายกุญแจเปิดประตูออกไป แล้ววิ่งไปออกถนนตรีเพชร รถสามคันที่แม่ดอกเหมยที่รักให้มารับจอดรออยู่แล้ว ไพฑูรย์ให้พาสี่สาวไปส่งที่วังปารุสให้ไปขอความช่วยเหลือจากกรมตำรวจ ผ่านนายเวรของหลวงอดุลเดชจรัส เพราะไม่ไว้ใจตำรวจท้องที่และกองปราบปราม

ส่วนทองคำนำไปที่ท่าน้ำราชวงศ์ ขึ้นเรือเร็วไปส่งให้ลุงชมที่บ้านในกรุงเก่า สองพ่อลูกกอดกันร้องไห้ ลุงชมทรุดตัวลงจะกราบเท้าไพฑูรย์ แต่ไพฑูรย์ชิงคุกเข่าลงก่อนพูดกับลุงชมว่า

“ลงชมเป็นญาติผู้ใหญ่ของหม่อมหลวงลออ ก็ถือเป็นญาติผู้ใหญ่ของผมด้วยเหมือนกันไม่ต้องขอบคุณผม คนที่หลอกทองคำชื่อชาญเป็นลูกชายของป๋ามิตรสะพานเก่า ผมยิงนัยน์ตามันเละไปแล้ว”

หนังสือพิมพ์ลงข่าวฆ่ากันตายในซ่องป๋ามิตร สันนิษฐานว่าหักหลังกันในด้านค้าออหรี่เพราะมีสตรีสี่นางบุกไปร้องเรียนกับนายเวรของหลวงอดุลเดชจรัส อธิบดีกรมตำรวจทำให้เดือดดาลมากส่งสอบสวนเอาผิดตำรวจท้องที่และตำรวจกองปราบ ซ่องป๋ามิตรกับซ่องบริวารถูกปิดไม่มีกำหนดเปิด

(หากแฟนเพจท่านใดมีเรื่องราวของอาจารย์ไพฑุรย์นอกเหนือจากที่ทางเพจเคยลงไว้หากมีจิตศรัทธาต้องการจะเผยแพร่ความรู้ไว้เป็นวิทยาทานก็สามารถinboxเข้ามาทางเพจได้นะครับ )

ใส่ความเห็น