◎ถล่มสะพานไม้เผาตอน๑◎ ไพฑูรย์ พันธุ์เชื้องาม

◎ถล่มซ่องสะพานไม้เผาตอน๑◎(ไพฑูรย์ พันธุ์เชื้องาม)

ไพฑูรย์ย้ำเสมอว่าเกิดมาเป็นมนุษย์ต้องสร้างความดีไว้บ้างแม้จะเป็นส่วนน้อยก็ดีกว่าไม่ทำอะไรเลย การปล้นคนรวยที่ร่ำรวยจากความเดือดร้อนของผู้อื่นคือการทำความดีเพราะสามารถคืนเงินส่วนหนึ่งให้กับคนจนเหล่านั้นได้ถามว่าได้บุญหรือไม่ ไพฑูรย์บอกว่าได้หรือไม่ไม่รู้แต่รู้สึกสุขใจที่ได้ทำ บุญคือความสุขมิใช่ หรือความสุขใจที่ได้ก็น่าจะเป็นบุญ

ซ่องออหรี่สมัยโน้นโด่งดังที่สุดคือที่”สะพานไม้เผา” หรือ”สะพานถ่าน” ที่นั่นมีซ่องออหรี่หรือซ่องโสเภณีมากที่สุด ลูกผู้ชายไม่ว่าหนุ่มหรือแก่ หาก ไม่ได้ผ่านซ่องออหรี่หรือ ที่สะพานถ่านถือว่าไม่ใช่ลูกผู้ชายยิ่งได้หนองในกลับมาด้วย ถือว่าสุดยอด แห่งประสบการณ์ เลยทีเดียวโรคหนองในคน จีนเรียกว่า “จาโบ้ฮวง”แปลเป็นไทย ว่า”โรคสตรี”แต่คนไทย เรียกกลับกันกับคนจีนโดยเรียกว่า”โรคบุรุษ”

หนองในหรือซิฟิลิส เป็นโรคไม่ร้ายแรงมากนักแต่ถ้าเป็นหนักเข้ารักษา ไม่หายละก็อาจลามขึ้นไปถึงสมองเชื่อหรือไม่ว่าจอมอาชญากรหน้าบาก”อัลคาโปน”เจ้าพ่อที่แม้แต่มาเฟียพันธุ์แท้จากอิตาลียังหงอเซียนซือตายคาคุกด้วยโรคซิฟิลิสขึ้นสมองเพราะมีเพศสัมพันธ์ สำส่อนแทนการติดคุกจนตาย

พูดถึงอัลคาโปน แล้วถือเป็นอาชญากรหมายเลข 1 ของสหรัฐอเมริกาที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯต้องลงมาสั่งการกวาดล้างให้สิ้นซากเพราะทำให้รัฐบาลสหรัฐฯสูญเสียภาษีสรรพสามิตจากสุราไปเป็นจำนวนมหาศาลเจ้าหน้าที่รัฐต้องสังเวยชีวิตให้กับแก๊งอัลคาโปนเป็นจำนวนมาก ทนายมือดีของสหรัฐฯถูกอัลคาโปน ซื้อไปเป็นที่ปรึกษากฏหมายแม้แต่อัยการฝีมือดีก็ถูกซื้อไปร่วมเป็นที่ปรึกษากฎหมาย

ในทางสังคมอัลคาโปนคือผู้บริจาคเงินเข้าการกุศลรายใหญ่เป็นนักสังคมสงเคราะห์เป็นผู้มีจิตเมตตา มีชื่อเป็นคณะกรรมการและประธานมูลนิธิการกุศลต่างๆปรากฏตัวเป็นข่าวบนหน้าหนังสือพิมพ์ในฐานะพ่อพระของคนยากเป็นที่ยกย่องของชาวชิคาโกและใกล้เคียง

องค์การกุศลที่เข้าไปพบเพื่อขอเงินบริจาคไม่เคยได้รับความผิดหวังจากอัลคาโปน เมื่อเขาตกเป็นผู้ต้องหาทุกครั้งจะมีคนไปให้กำลังใจท่วมท้น เขามักพูดกับผู้สื่อข่าวว่า

“ผมหรือที่จะทำความผิดตามที่อัยการรัฐได้ฟ้องร้องผม ผมคือผู้บริสุทธิ์ ผมมีแต่ให้ ผมไม่เคยเรียกร้องสิ่งตอบแทนผมมีฐานะร่ำรวยเพราะผมทำงานที่สุจริตทำในสิ่งที่คนอื่นไม่เคยคิดจะทำแต่ผมทำ”

อัลคาโปนขึ้นศาลในฐานะจำเลยและเดินลงจากศาลในฐานะผู้บริสุทธิ์เพราะศาลไม่อาจตัดสินลงโทษตามที่อัยการรัฐเป็นโจทก์ยื่นฟ้องเพราะขาดหลักฐานและทีมงานกฎหมายที่เหนือชั้นของอัลคาโปน พยานถูกเก็บ เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับคดี ตายอย่างไร้ร่องรอยมือสังหาร ชิคาโกเป็นรัฐอิสระที่ปกครองโดยอัลคาโปน อัลคาโปนคือกฎหมาย บ่นว่าไม่ชอบขี้หน้าใครไม่เกิน 48 ชั่วโมงหมอนั่นกลายเป็นศพถูกยิงจนพรุน

อเลียส เนสส์ สันติบาลเหล็กสังกัดกรมสรรพสามิตถูกตามตัวมารับงานพร้อมทีมงาน อเลียส เนสส์ ถูกล่าสังหารจากคนของอัลคาโปนครั้งแล้วครั้งเล่าแต่รอดมาได้ แถมยังดับสมุนมือดีของอัลคาโปนไปทีละดวงสองดวง ในที่สุดอเลียส เนสส์ ก็เล่นงานอัลคาโปนด้วยข้อหาที่ทีมงานทนายความและตัวอัลคาโปนหัวเราะกันงอหาย แต่แท้ที่จริงข้อหาหลีกเลี่ยงภาษีของอัลคาโปนเป็นเพียงการที่จะนำตัวอัลคาโปนขึ้นศาลเพื่อรับทราบข้อหาเพิ่มเติมจากหลักฐานพยานวัตถุและพยานบุคคล

อัลคาโปนถูกส่งไปจำคุกด้วยข้อหาบงการฆ่า กระทำการเป็นแก๊งอิทธิพล ค้าสุราเถื่อน รีดไถเรียกค่าคุ้มครอง เปิดซ่องโสเภณี บ่อนการพนันอย่างผิดกฎหมายจนไปตายในคุกด้วยโรคซิฟิลิสขึ้นสมอง

ไพฑูรย์เล่าเรื่องอัลคาโปน เพราะไพฑูรย์นิยมชมชอบในตัวของอัลคาโปนที่เป็นเจ้าพ่อผู้ยิ่งใหญ่ผู้ชาญฉลาดไพฑูรย์บอกว่าเมืองไทยรู้จักอัลคาโปนจากภาพยนตร์ที่ฮอลลีวู้ดได้สร้าง จากประวัติจริงของอัลคาโปนที่มีผู้เขียนไว้ในชื่อ”ดิ อัน ทัชเบิ้ล”ไพฑูรย์ก็เคยดูภาพยนตร์เรื่องนั้นแล้วเก็บความประทับใจไวหลายครั้งที่ไพฑูรย์นำแนวความคิดของอัลคาโปนมาเป็นแนวทางในการ ก่ออาชญากรรม

ขณะที่ไพฑูรย์ซ่อนตัวที่แถบท่าน้ำราชวงศ์ หม่อมหลวงกำมะลอก็ได้แนะนำชายชราที่มาจากกรุงเก่า “ชื่อลุงชม” ในระหว่างการมารับประทานอาหารที่ภัตตาคารห้อยเทียนเหลาเพราะที่นั่นเป็นเขตอิทธิพลของอั้งยี่ชาวจีน สันติบาลไม่กล้าเข้ามายุ่ง ไพฑูรย์ใช้ห้อยเทียนเหลาเป็นที่วางแผนการช่วยแม่ดอกเหมยที่รักทุกครั้งหากท่านได้ติดตามเรื่องราวของเกิดใต้ดาวโจรมาโดยตลอดคง จะจำได้ถึงเหตุการณ์การดวลปืนระหว่างไพฑูรย์กับมือปืนที่มาจากแก๊ง มังกรดำของญี่ปุ่นได้ดี

การมารับประทานอาหารที่ห้อยเทียนเหลา (หยาดฟ้าภัตตาคาร)ไพฑูรย์ปลอม ใบหน้าสวมแว่นดำใส่หมวกแม้จะเป็นถิ่นที่ปลอดภัยแต่ไพฑูรย์ก็ไม่เคยประมาทเพราะคติที่ว่า “ที่อันตรายที่สุดคือที่ที่ปลอดภัยที่สุด ที่ที่ปลอดภัยที่สุดคือที่ที่อันตรายที่สุด”

ปืนพก 2 กระบอกพกติดตัวตลอดเพื่อความปลอดภัย ลุงชมเป็นญาติของหม่อมหลวงกำมะลอที่ทองคำลูกสาวคนเดียวถูกหนุ่มจากกรุงเทพฯแต่งตัวเป็นข้าราชการหลอกให้ตามลงมาที่กรุงเทพฯโดยที่ลุงชมไม่เคยรู้มาก่อน

ลุงชมเข้าแจ้งความคนหายกับตำรวจกองเมือง ขายควายเป็นค่าแรงให้สายสืบลงมากรุงเทพฯ เพื่อเสาะหาเบะแสในที่สุดก็พบว่าทองคำถูกลวงมาขาย ไว้ในซ่องของป๋ามิตร อันมีฉายาว่าเจ้าพ่อสะพานผ่าน เพราะซ่องของป๋ามิตรตำรวจไม่เคย มาแตะต้องวอแส ป๋ามิตรแกจ่ายไม่อั้นทุกครั้ง ที่มีการเข้าตรวจค้นหาสตรีที่ถูกแจ้งความว่าถูกล่อลวงมา จะมีหนอน กินเงินค่าน้ำกามจาป๋ามิตรคาบข่าวมาบอก ป๋ามิตรก็จะย้าย พวกที่เป็นเป้าหมายไปอยู่ในบ้านพักที่กักขังย่านชานเมืองรอจนการตรวจค้นเสร็จสิ้นจึงกลับมาที่ซ่องใหม่ทำให้ป๋ามิตรแกรอดตัวไปได้ทุกครั้ง

ลุงชมยกมือเช็ดน้ำตาที่ไหลอาบแก้มไม่ยอมแตะต้องอาหารแกพร่ำแต่ว่าแม้ว่าทองคำจะแหลกเหลวไปแล้ว แกก็ยังต้องการได้ลูกสาวกลับ ไปอยู่กับแกช่วยดูแลแกจนกว่าจะตายเสียเท่าใดแก่ยอม แม้จะต้องขายที่ดิน ที่มีอยู่สักแปลงสองแปลง เพื่อเป็นค่าแรงในการดึงตัวทองคำออกมาจากซ่องนรกตามที่ตำรวจสายสืบ ที่ส่งมาได้กลับไปรายงาน ให้แกรู้

ไพฑูรย์ในชื่อปลอม ว่า “ร้อยตำรวจเอกสมชายแห่งกองปราบปราม” รับปากว่าจะช่วยโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย แม้แต่บาทเดียวเพราะหม่อมหลวงละออ(หม่อมหลวงกำมะลอ)เป็นเพื่อนสนิทกับไพฑูรย์จึงรับปากช่วยเหลือขอให้กลับไปรอที่บ้าน จะนำทองคำไปส่งให้ถึงบ้านหากยังมีชีวิตอยู่แม้ตายแล้วก็จะเอากระดูกไปให้บำเพ็ญกุศล นั่นแหละลุงชมจึงรับประทานอาหาร อย่างเอร็ดอร่อย หลังจากร่ำลากันแล้ว ก็ส่งลุงชมกลับบ้านที่สถานีรถไฟหัวลำโพง

ไพฑูรย์ เจ้าอำไพ หม่อมหลวงกำมะลอ เจ้าประจวบ ประชุมหารือกันในซ่องลับ ปัญหาคืออิทธิพลของป่ามิตรไม่ใช่ธรรมดา มีทั้งนักการเมือง ,ตำรวจกองปราบ และนักเลงอันธพาลครบเครื่อง เป็นซ่องที่ใหญ่ที่สุดในย่านสะพาน แมงดาดุมีเรื่องทำร้ายร่างกาย แขกที่มาเที่ยวแล้วเบี้ยวหรืออาละวาดปางตายและตายมาแล้วหลายคดี แต่ทุกคดีก็เงียบหายไปไม่เคยปรากฏในหน้าหนังสือพิมพ์อีกเลย

หม่อมหลวงกำมะลอหัวเสียระเบิดอารมณ์ในที่ประชุม

“มันจะใหญ่แค่ไหนเชียววะถึงแตะต้องมันไม่ได้ หลานเราถูกพวกมันหลอกมาขายตัว แต่พวกนายโดยเฉพาะเปียนายกลับไม่กระตือรือร้นอะไรเลยหรือรับปากเพียงผ่านผ่านไปเท่านั้น”

ไพฑูรย์จ้องหน้าหม่อมหลวงกำมะลอ ด้วยแววตาที่มิได้ปิดบังด้วยแว่นดำ แววตานี้ไม่ว่าจะเป็นหม่อมหลวงกำมะลอ ,เจ้าอำไพและเจ้าประจวบ รู้ดีว่าเป็นแววตาของเพชฌฆาตที่พร้อมจะเด็ดชีวิตมนุษย์ทุกคนที่บังอาจมาหยามศักดิ์ศรีของสิงโตหินตัวนี้ทุกคนกลุ่มหน้าหลบตาแทบจะพร้อมกัน

“เพื่อนรักทำอะไรอย่าบุ่มบ่ามพวกเราทุกคนล้วนมีคดีติดตัวหากพลาดพลั้งลงไปพวกมันจะวิสามัญพวกเราทิ้งอย่างสมเหตุผล ตายเปล่า ช่วยคนก็ไม่ได้ เรื่องแรกคือสืบให้รู้ว่าทองคำยังมีชีวิตอยู่หรือเปล่าและอยู่ที่ซ่องป๋ามิตร จริงหรือไม่ ทำแผนที่ทางหนีทีไล่เอาไว้ให้ละเอียดเพื่อใช้ในการวางแผนชิงตัว เราต้องแบ่งหน้าที่กันทำ ทุกคนต้องทำงานกันหมด

ไพฑูรย์เป็นคนจังหวัดตากพูดคำเมืองเป็น ปลอมตัวเป็นพ่อเลี้ยงเกี๋ยง พ่อค้าไม้รายใหญ่จากลำปางเจ้าของปางไม้ที่ไพฑูรย์อุปโลกน์ว่าชื่อ “ปางไม้จตุมิตร” มีเจ้าหม่อมหลวงกำมะลอปลอทตัวเป็นเจ้าหน้าที่ป่าไม้กระทรวงเกษตรผู้นำพ่อเลี้ยงเกี๋ยงมาหาความสำราญโดยแนะนำตัวเองกับป๋ามิตรผ่านแมงดาสังกัดช่องที่นางเลิ้งที่เคยนำเด็กไปขายให้ป๋ามิตรเป็นประจำจนคุ้นเคย

“ประตูดินก็มีทีเด็ดนี่นา ทำไมพ่อเลี้ยงถ่อมาถึงบางกอกนี่เล่าที่นั่นมีเด็กให้เลือกเยอะกว่าที่นี่อีก”

“เฮาเอ๊ยผมน่ะลงมาเก็บเงินค่าไม้ซุงจากเถ้าแก่สือเจ้าของโรงไม้ที่บางโพ สี่ห้า เดือนก็ลงมาทีหนึ่ง ครั้งละล้านสองล้าน แลกเป็นแคชเชียร์ เช็คกลับบ้าน เฮาเอ้ยผมเบื่อเสียงเรียกป้ออเลี้ยงเจ้า! ป้อเลี้ยงเจ้า! จ้าดนัก แฮ่ะๆ ขอโทษเบื่อเอามากๆเลยเมืองครับ”

(หากแฟนเพจท่านใดมีเรื่องราวของอาจารย์ไพฑุรย์นอกเหนือจากที่ทางเพจเคยลงไว้หากมีจิตศรัทธาต้องการจะเผยแพร่ความรู้ไว้เป็นวิทยาทานก็สามารถinboxเข้ามาทางเพจได้นะครับ )

ใส่ความเห็น