◎สิงโตหินดวลดับอั้งยี่ตอนจบ◎ ไพฑูรย์ พันธุ์เชื้องาม

◎สิงโตหินดวลดับอั้งยี่ตอนจบ◎(ไพฑูรย์ พันธุ์เชื้องาม)

ความเดิมตอนที่แล้วคณะป้ายโลหิตส่งจดหมายท้ามาขอประลองกับไพฑูรย์ด้วยทางฝ่ายอั้งยี่ป้ายโลหิตต้องการจะล้มไพฑูรย์เพื่อกลืนคณะอั้งยี่ของแม่ดอกเหมยที่รักไว้ในกำมือการประลองคราวนี้คณะป้ายโลหิตร้องขอให้ต่อสู้กันถึงตายเพราะทรนงว่าลิ้ม ปักมีมีดบินที่ยากแก่การป้องกันและเพลงสามง่ามที่ไม่เป็นรองใคร

การต่อสู้เป็นไปอย่างตื่นเต้นแต่อำนาจแห่งว่านที่ไพฑูรย์เคี้ยวกินก่อนเข้าต่อสู้กับมีดหมอหลวงพ่อเดิมคุ้มกันเอาไว้ทำให้ไพฑูรย์เพียงแต่ถูกมีดแต่ไม่ทะลุเข้าไปในเนื้อ การต่อสู้ระหว่างสามง่ามกับกระบี่ประจำตัวของแม่ดอกเหมยที่รักได้มอบให้ไพฑูรย์เป็นอาวุธป้องกันตัวดำเนินต่อไปจนต่างฝ่ายต่างหอบเถ้าแก่จึงให้สัญญาณหยุดด้วยการโยนไม้ติ้วลงไปที่พื้น

ไพฑูรย์เดินไปจิบน้ำที่แม่ดอกเหมยที่รักเตรียมไว้ให้ ใช้ผ้าขนหนูชุบน้ำเช็ดร่างกายและใบหน้าเพื่อเป็นการเรียกความสดชื่นคืน แม่ดอกเหมยที่รักกระซิบว่า

“ผู้คุมกฎ สามง่ามเป็นอาวุธที่ใช้แทงอย่างเดียวใช้ฟันไม่ได้ มีวงแคบกว่ากระบี่ ดังนั้นหากผู้คุมกฎทำให้มันเสียโอกาสในการแทงและรุกไล่ เจ้าลิ้ม ปัก จะถึงกับจนมุม มีข้อควรระวังคือ หากแทงกระบี่ลอดสามง่ามเข้าไปแล้วมันใช้กระบี่ลอดสามง่ามบิดกระบี่จะเกิดแรงบิดทำให้กระบี่หลุดมือได้ เตี่ยอั๊วเคยประลองกับพวกสามง่ามมาแล้วจึงได้สอนอั๊วไว้”

“อั๊วก็ทำอยู่ประมุข ( ต่อหน้าผู้อื่นแล้วไพฑูรย์จะเรียกแม่ดอกเหมยที่รักว่าประมุข ) แต่ต้องระวังมีดบินของมันทำให้เกิดการห่วงหน้าพะวงหลัง”

“มีดบินมีอยู่ 10 เล่มเท่านั้น มัดซัดลื้อไป 1 เหลืออีก 9 ขอให้ลื้อคอยนับจำนวนมีดบินที่ไอ้คนแซ่ลิ้มซัด พอครบ 10 เล่มก็รุกไล่เอามันให้ตายไปเลย”

สัญญาณการต่อสู้ยกสองเริ่มขึ้น ไพฑูรย์เริ่มเปิดโอกาสให้ลิ้ม ปัก ชักมีดใส่โดยไม่เข้าคลุกประชิดวงใน มีดที่เหลือ9เล่ม ถูกชักออกมาอีก4รวมเป็น5เหลืออีก5เล่มไพฑูรย์เริ่มยั่วยุด้วยการรุกด้วยกระบี่ในมือฟันล่างสลับบนและแทงเมื่อโอกาสอำนวยปลายกระบี่ทำให้เกิดบาดแผลจากการกรีดของปลายกระบี่ถึงสามรอยเลือดหยดเป็นทาง ลิ้ม ปัก ถอยออกห่างโยนสามง่ามสลับมือไปมาเพื่อให้ไพฑูรย์คอยระวัง

พอได้ทีจึงทิ้งสามง่ามลงหมุนตัวไปข้างหลัง พอหมุนตัวกลับมีดบินก็ถูกสลัด ออกจากมือ ไพฑูรย์ระวังตัวอยู่แล้ว จึงเอนตัวไปข้างหลัง มีดบิน 2 เล่ม วิ่งผ่าน ตัวไปตกด้านหลัง ตอนนี้ลิ้ม ปัก เหลือมีดอีก 3จะประมาทมิได้ พอดีกับไม้ติ้ว ถูกโยนลงมาที่พื้น อีกครั้ง ไพฑูรย์กับลิ้ม ปัก จึงแยกออกจากกัน มาให้น้ำ แม่ดอกเหมย ที่รัก กระซิบว่า

” มันเหลือมีด อีก 3 เล่ม มันจะไม่ซัด จนกว่าจะแน่ใจ และคราวนี้ มันจะซัดใส่ ลูกนัยน์ตาหรือ เพื่อหวังผล เพราะเนื้อตัว ของลื้อ คงกระพัน”

“ประมุข อย่าได้เป็นห่วงอั๊ว จะใช้เพลงดาบไทย กับกระบี่ของประมุข ไอ้ลิ้ม ปัก สิ้นลายแน่ ยกนี้แหละอวสาน”

สัญญาณการต่อสู้ยกที่ 3 เริ่ม ไพฑูรย์ เปลี่ยนจาก เพลงกระบี่ แบบจีนมาเป็นแบบดาบไทย โดยร่ายรำสลับเข้าหาลิ้ม ปัก ทั้งด้านซ้ายและด้านขวา พร้อมจู่โจมด้วยเพลงรุก3ฆาตประกอบด้วย เพลงเสือทลายห้าง ช้างประสานงา และกาล้วงไส้

เพลงดาบเสือทลายห้าง คือโดดขึ้นจากพื้น แล้วฟันผ่าลงมาบีบให้คู่ต่อสู้ ต้องเตรียมตัว รับการโจมตี

เพลงดาบช้างประสานงา คือจังหวะที่คู่ต่อสู้ ใช้อาวุธรับดาบไว้ได้ กดดาบให้ตรึงอาวุธของคู่ต่อสู้ มิให้พริ้วตัวออกด้านข้างได้

กาล้วงไส้ กระชากดาบที่กดอาวุธ คู่ต่อสู้ไว้ ออกด้านข้างโดยเร็ว แล้วตวัดใบดาบเข้าที่ชายโครง อ่อนที่เอว ทำให้เกิดแผลกว้าง เครื่องในทะลักออกมาตายทันที

ลิ้ม ปัก มิใช่หมู พอไพฑูรย์ ใช้เพลงดาบที่ 2 แล้ว จะเข้าสู่เพลงที่ 3 ลิ้ม ปัก ใช้พลังทั้งหมด กระแทกกระบี่ที่ไพฑูรย์กดอยู่ กระเด็นออกไป มีดบิน แทนที่จะบินกลับถูกแทงสวนออกมา ในจังหวะที่ไพฑูรย์ กระเด็นออกมาปลายมีด กระแทกลิ้นปี่ ไพฑูรย์ ดังบึกแต่ไม่เข้า ไพฑูรย์ จึงใช้ฝ่าเท้า ยันหน้าอก ลิ้ม ปัก กระเด็นออกไป

เหลือมีดอีกเพียง 2 เล่ม ไพฑูรย์ เริ่มใช้เพลงดาบไทย รุกไล่อันเพลงดาบใคร มีหลักว่า ใบดาบแม้ยาวก็รำให้สั้นเป็นระยะประชิดติดตัวได้เรียกว่าวงใน ไพฑูรย์นึกถึงมีดหมอขนาดใหญ่เสียบไว้ที่เอวขึ้นมาได้จึงยิ้มยั่ว ลิ้ม ปัก แล้วร้องท้าว่า

“ไล้ ไล้ ไล้”(แปลว่าเข้ามา เข้ามา เข้ามา)

ลิ้ม ปัก รีบควงสามง่ามบุกเข้าหาทันที ไพฑูรย์แสร้งกราดดาบวงนอก เปิดโอกาส ให้ลิ้ม ปัก ชักมีดบิน 2 เล่มสุดท้ายออกมา ได้ผลทันที มีดบิน 2 เล่ม ถูกซัดออกมา ไพฑูรย์จ้องแต่เล่มที่แม่ดอกเหมยที่รักเตือนว่าจะพุ่งเข้าลูกนัยน์ตา โดยตี กรรเชียงถอย และส่าย ศีรษะไปมา มีดบินอ่อนแรง ตกลงตรงหน้า อีกเล่มหนึ่ง ถูกเข้าที่หน้าขา ก่อนจะหมดแรงแต่ไม่เข้า

สัญญาณพักยก ดังขึ้น แต่ทั้งไพฑูรย์ และลิ้ม ปัก ไม่ใส่ใจ คงต่อสู้กันต่อไป ไพฑูรย์ตั้งใจแทงกระบี่ลอดสามง่าม เข้าไปให้ลิ้ม ปัก บิดกระบี่ ให้หลุดออกจากมือ เป็นดังที่ตั้งใจไว้ ลิ้ม ปัก ใช้สองมือ กำด้ามสามง่ามไว้ แล้วออกแรงบิด

“ว้าก เพ้ย”

ไพฑูรย์ ปล่อยมือจากด้ามกระบี่ ไม่ออกแรงต้านร่างของลิ่ม ปัก จึงเสียหลักไปด้านหลัง ไพฑูรย์ กระชากมีดหมอ ออกจากเอวเอาปากคาบปลอกมีด มือขวากระชากมีดหมอ ออกจากฝัก ขว้างใส่ลิ้ม ปัก ปลายมีดหมอ พระร่วงใต้ลิ้นปี่ของ ลิ้ม ปัก เข้าไปครึ่งเล่ม ลิ้ม ปัก ใช้สองมือกำด้าม มีดหมอ จะกระชากออก แต่หมดแรง เพราะมีดหมอนั้นมีอานุภาพมาก ไพฑูรย์คุกเข่าลง ตรงหน้าของลิ้ม ปัก

“อั๊วดึงออกให้เองแล้ว จากนั้นจะรักษาบาดแผลให้”

“ลื้อมาช่วยอั๊วทำไม ถ้าเป็นลื้อ อั๊วจะฆ่าลื้อเสียเลย”

“อาลิ้ม เราเป็นนักบู๊ด้วยกัน มีหน้าที่ รับผิดชอบ ทุกอย่างที่เกิดขึ้น เพราะกฎเกณฑ์มันบังคับไว้ ลื้ออยู่เฉยๆ อั๊วจะดึงมีดออกให้เอง”

ไพฑูรย์ภาวนาคาถาในใจว่า ” พุทธังปัจจะขามิ ธัมมังปัจจะขามิ สังฆังปัจจะขามิ” จึงกลั้นลมหายใจดึงมีดออก ประคองลิ้ม ปัก ไปส่งให้คณะอั้งยี่ป้ายโลหิตนำส่งโรงพยาบาลเพื่อผ่าตัด รักษา บาดแผล ส่วนไพฑูรย์ ใช้ด้ามมีดหมอฝนกับฝาละมีหม้อดินเอาน้ำใส่ขวดให้ลิ้ม ปัก ใช้ทาแผล เพื่อ มิให้แผล เกิดเป็นพิษ จนลิ้น ปัก หายสนิท

ลิ้ม ปัก ตัดสินใจเดินทาง ออกจาก ดินแดนสยามกลับบ้านเกิด ไพฑูรย์กับแม่ดอกเหมยที่รัก ไปส่งที่ท่าน้ำ ราชวงศ์ ลิ้ม ปัก ยื่นห่อ ผ้า ให้ไพฑูรย์ พร้อมกับ กล่าวว่า

” หากวันนั้นลื้อ เสือกมีดเข้าไปจนมิดกั่น แล้วบิดอั๊วคงตายแต่ลื้อ ก็ให้โอกาสกับอั๊ว อาวุธประจำตัวอั๊ว มีดบิน ขอมอบให้รู้ไว้เป็นที่ระลึกอั๊ว กลับไปคราวนี้จะเลิกบู๊ หันมาค้าขายหรือไม่ก็ทำนา”

มีดบิน 10 เล่ม ไพฑูรย์มอบให้แม่ดอกเหมยที่รัก นำไปติดประดับห้องโถง ให้แขกไปใครมาได้เห็นกันทั่วน้ำใจของไพฑูรย์ ทำให้คณะอั่งยี่ป้ายโลหิต ยุติการเป็นศัตรูกับคณะอั้งยี่ของแม่ดอกเหมยที่รักไม่มาตอแยบุกรุกพื้นที่การคุ้มครองของแม่ดอกเหมยที่รักอีกต่อไป

ส่วน เสี่ยว หลังได้แต่คุมเชิงเพราะตอนนี้มีดบิน ลิ้ม ปักกลับไปเมืองจีน คณะป้ายโลหิตกับ คณะเสี่ยวหลังไม่เป็นพันธมิตรกันอีกต่อไป เป็นอีกครั้งหนึ่งที่มรสุมโลหิตเรื่องบาดหมางระหว่างคณะป้ายโลหิตกับคณะของแม่ดอกเหมยที่รัก ด้วยดี ไม่มีการล้มหายตายจากไป

ไพฑูรย์บอกว่าเหตุที่ไว้ชีวิตลิ้ม ปัก ตัวเองกินว่านและมีมีดหมอหลวงพ่อเดิมติดตัวส่วนลิ้ม ปัก มีแต่ตัวกับหัวใจที่กล้าแกร่ง กับมีดสั่น 10 เล่ม รู้สึกละอายเป็นอย่างยิ่งหากจะสังหารลิ้ม ปัก

ไพฑูรย์บอกว่าลูกผู้ชายน้ำใจสำคัญที่สุดในการต่อสู้ แม้จะเป็นศัตรูที่จะต้องห้ำหั่นกัน น้ำใจลูกผู้ชายในการต่อสู้แบบแฟร์ๆไม่เอารัดเอาเปรียบเล็กๆน้อย ให้โอกาสให้ถึงที่สุด ล้มคู่ต่อสู้ลงได้จึงจะสง่างาม

ไพฑูรย์หลบออกจากเยาวราชเพราะกองปราบแจ้งให้เถ้าแก่ทราบว่า การให้ที่พักอาศัยแก่เสือไพฑูรย์จะทำให้ตำรวจต้องลำบากใจด้วยการเข้าตรวจค้นเพื่อล่าตัวเสือไพฑูรย์ให้ได้ เถ่าแก่แจ้งให้แม่ดอกเหมยที่รักทราบแม่ดอกเหมยจึงนำมาบอกกับไพฑูรย์ ไพฑูรย์รับปาก ว่าจะหลบออกจากเยาวราชเพื่อความสงบสุขของส่วนรวม แม่ดอกเหมยนำเงินที่ได้จากการเก็บค่าคุ้มครองมามอบให้ไพฑูรย์เป็นทุนแต่ไพฑูรย์ปฏิเสธโดยบอกว่า

” อาหมวยเอาเงินจำนวนนี้สะสมไว้ให้พวกลิ่วล้อดีกว่าเพราะอั๊วมีเงินเหลือใช้แล้วขอบคุณมากสำหรับน้ำใจของอาหมวย”

ไพฑูรย์ออกจากเยาวราชแล้วดิ่งไปซ่องลับทันที เจ้าอำไพ เจ้าประจวบ เจ้าหม่อมหลวงกำมะลอหิ้วขวานหงายมา 1 ขวดดวดกันเมาหัวทิ่มบ่อเพราะชีวิตอาชญากรนั้นอยู่ไปวันวันไม่รู้ว่าพรุ่งนี้จะเป็นอย่างไร ถูกตำรวจจับ ดวลกับตำรวจถูกวิสามัญ อาชญากรด้วยการฆ่าตายมันเป็นไปได้เมื่อยังมีลมหายใจอยู่ พึงหาความสุขใส่ตัวเข้าไว้ก่อน

คาถามหาอำนาจตวาดฟ้าป่าหิมพานต์

เมื่อเข้าที่คับขันให้ทำจิตให้มั่นคงแล้วภาวนาคาถามหาอำนาจตวาดฟ้าป่าหิมพานต์ไว้ในใจให้มั่น

“ภะ สัม สัม วิ สะ เท พะ ภะ”

เมื่อจิตเป็นหนึ่งแล้วจึงวิ่งทะลวงออกไปส่งเสียงตวาดหรือตะโกนอะไรก็ได้แล้วฟ้าออกไปศัตรูจะตกตะลึงทำอะไรไม่ถูกเลยบอกให้พวกนักพนันไปใช้ให้วิ่งฝ่าตำรวจที่เข้าไปจับบ่อนได้ผลมาแล้วหลายต่อหลายราย

ใส่ความเห็น