◎หนี้เวรสิงโตหิน◎ ไพฑูรย์ พันธุ์เชื้องาม

◎หนี้เวรสิงโตหิน◎(ไพฑูรย์ พันธุ์เชื้องาม)

ไพฑูรย์จดจำเรื่องราวแต่หนหลังได้เป็นอย่างดีแต่มิได้เรียงลำดับก่อนหลัง นึกอะไรก็เขียนก่อน ดังเช่นหนังสือบันทึกความทรงจำแห่งนรกบางขวางที่เขียนขึ้นมาในชื่อ “จอมอาชญากรหมายเลขหนึ่ง” รวม 6 เล่ม หากท่านผู้อ่านได้อ่านผ่านสายตามาแล้วจะเห็นว่าเป็นเรื่องไม่ปะติดปะต่อกัน ดังเช่นที่ปรากฏในเกิดใต้ดาวโจร ที่มีผู้อ่านหลายท่านโทรศัพท์มาถามว่าทำไมไม่ต่อเนื่องกันก็ด้วยเหตุเดียวกัน

การฆ่าคนหนึ่งคนเท่ากับสร้างศัตรูเพิ่มขึ้นเป็น 10 ในคราวเดียวกัน คนตายล้วนมีพ่อ แม่ ลูก เมีย ญาติพี่น้อง สหาย คนเหล่านั้นล้วนเคียดแค้นผู้ที่เข่นฆ่าคนที่ตัวเองรัก หากท่านผู้อ่านได้ติดตามอ่านเกิดใต้ดาวโจรมาอย่างต่อเนื่องคงจำได้ว่า ไพฑูรย์ได้รับพระราชทานอภัยโทษแล้วได้บวชยังถูกลูกชายของคนที่ถูกไพฑูรย์ฆ่าตายบุกมาล้างแค้นถึงกุฏิมาแล้ว

บวชแล้วสึกออกมาเป็นไทยยามกับบริษัทจัดหายามรับจ้างวันนั้นเข้ายามกะดึก พอไปถึงเพื่อนยามที่ออกกะได้ส่งซองจดหมายให้กับไพฑูรย์แล้วบอกว่า

“ยามกะเช้าบอกว่ามีหนุ่ม 2 คน ซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์มาถามหาคนชื่อไพฑูรย์ว่ายามที่ชื่อไพฑูรย์หรือเปียมาทำงานหรือไม่ ยามกะเช้าบอกว่ายามไพฑูรย์ พันธุ์เชื้องามวันนี้อยู่กะดึก เข้า 00.00 น.ออกกะ 08.00 น. หนึ่งในสองหยิบจดหมายมายื่นให้และสั่งว่าฝากให้ถึงมือไพฑูรย์ด้วย”

ฉีกซองดึงจดหมายออกมาอ่าน ข้อความในจดหมายระบุว่า

ไอ้ไพฑูรย์ มึงคงนึกไม่ถึงว่าบัดนี้กรรมที่มึงก่อไว้กับเสือสนองกำลังจะสนองมึง ขอให้มึงจงระวังตัวให้ดี มึงอุตส่าห์รอดชีวิตจากคุกแต่ไม่รอดมือกูหรอก จากเพชฌฆาตราตรี

ไพฑูรย์นึกทบทวนถึงเรื่องของเสือสนองอยู่พักหนึ่งจึงนึกขึ้นได้ว่า เสือสนองคือนักโทษชายสนอง ที่ก่อเหตุฆ่านักโทษชายดิกอ้อด้วยความหึงหวง โดยใช้มีดแทงแล้วคว้านทวารหนักจนตาย แล้วสังหารผู้คุมชิงกุญแจไปไขเรือนนอนขังตัวเองไว้ด้านใน

ไพฑูรย์ตอนนั้นทำหน้าที่ผู้ช่วยเจ้าพนักงานรับอาสาเข้าไปจับโดยใช้มีดหมอควาญช้างที่ฝากไว้กับเจ้าหน้าที่และใช้กุญแจสำรองไขเข้าไป การต่อสู้เป็นไปอย่างดุเดือดเพราะเสือสนองได้พูดกับไพฑูรย์เป็นคำสุดท้ายว่า

“อาจารย์ก็รู้ว่าผมมีโทษตลอดชีวิต ไม่อยู่ในข่ายได้รับพระราชทานอภัยโทษเพราะติดคุกมายังไม่ถึงกำหนด อยู่ไปก็ไร้ประโยชน์ ส่วนอาจารย์ทำหน้าที่เพื่อรอพระราชทานอภัยโทษ ทำหน้าที่ของอาจารย์เถิด เงินที่ผมมีอยู่ขอมอบให้กับเมียและลูก อาจารย์ช่วยจัดการให้ผมด้วย”

การต่อสู้จบลงด้วยการที่แทงสวนกันคนละที่ มีดที่อยู่ในมือเสือสนองไม่อาจทำอันตรายต่อไพฑูรย์ได้ ไพฑูรย์ใช้มีดหมอแทงเข้าที่ลิ้นปี่จนจมถึงกั่น พอกระชากมีดออกนักโทษชายสนองก็ล้มลงขาดใจตาย ไพฑูรย์ได้จัดการตามที่เสือสนองสั่งโดยมอบเงินที่เสือสนองสั่งโดยมอบเงินที่เสือสนองเก็บสะสมไว้ให้กับเมียเสือสนอง พร้อมด้วยเงินที่ทาง ผบ.คุก ได้มอบให้ไพฑูรย์เป็นกรณีพิเศษที่ได้ปฏิบัติการช่วยเหลือเจ้าพนักงานจำนวน 1,000 บาทให้กับภรรยาเสือสนอง

“เงิน 1,000 บาทนี้ผมได้มาจากทางราชการในการทำหน้าที่ปราบสามีของคุณ ผมขอมอบให้คุณได้นำไปเลี้ยงดูลูก เพราะมันเป็นเงินค่าชีวิตของเสือสนอง”

ใบหน้าและแววตาลูกชายเสือสนองที่เดินทางมารับศพพ่อไพฑูรย์ยังจำได้ไม่ลืม มันมีแววประหลาดอย่าบอกไม่ถูก บัดนี้เด็กคนนั้นโตเป็นหนุ่มและกลับมาล้างแค้นให้กับพ่อตัวเอง มันเป็นเรื่องของกรรมเวรจริงๆ แต่จะทำอย่างไรได้ อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิดช่วยไม่ได้

อีกทั้งเมื่อได้รับพระราชทานอภัยโทษมาแล้วก็ปฏิญาณว่าจะไม่กลับเข้าไปในแดนนรกนั้นอีก

จากนั้นเรื่องก็เงียบหายไป แต่ไพฑูรย์ไม่ประมาท มีดหมอควาญช้างติดซองไว้ที่เอวตลอดเวลาเพื่อป้องกันตัว เพราะผู้ที่ใช้นามว่า “เพชฌฆาตราตรี” คงจะรอเวลาที่จะปรากฏตัวไม่ช้าก็เร็วและแน่นอนต้องเป็นตอนกลางคืนทุกครั้งที่ไพฑูรย์เข้ากะดึกนั่นหมายความว่าเป็นเวลาที่จะถูกจู่โจม

โกดังสินค้ามีทางออกสองทาง ด้านหน้าเป็นซอยแยกจากถนนสุขสวัสดิ์สำหรับการขนสินค้าในโกดังไปทางบก ส่วนด้านหลังเป็นท่าน้ำสำหรับเทียบเรือเพื่อส่งสินค้า ป้อมยามจึงมีสองจุดเพื่อป้องกันการโจรกรรมคืนที่เกิดเหตุไพฑูรย์อยู่ป้อมยามด้านหลังที่ติดกับท่าน้ำ แต่ยามด้านหน้ามาขอเปลี่ยนตำแหน่ง

เพราะหมอกินเหล้าเมาแอ่น กะว่าอยู่ด้านหลังจะหลับยามได้ อีกอย่างประตูโกดังอยู่ด้านหน้า ประตูหลังล็อคกุญแจจากด้านในยากแก่การเปิด พูดง่ายๆคือจะต้องโจมตีทางด้านหน้ามาก่อน

คู่กะของไพฑูรย์คิดผิดเพราะเพชฌฆาตราตรีบุกเข้ามาด้านหลังอย่างเงียบๆ ไพฑูรย์ออกเดินตรวจมาทางด้านหลังโกดังที่มีไฟสลัวๆเปิดทิ้งไว้ ไปถึงป้อมยามด้านหลังก็พบคู่กะนอนสลบหัวแตกเพราะถูกตีด้วยของแข็ง

ไพฑูรย์ดึงมีดหมอออกมาจากซองเตรียมพร้อมก่อนเดินอ้อมโกดังไปด้านหน้าเพื่อกลับป้อมยาม พอลับเหลี่ยมโกดังก็ถูกโจมตีทันทีเสียงหวือของของแข็งแหวกอากาศ ไพฑูรย์ถอยหลังกลับเข้าเหลี่ยมโกดัง คมแฝกที่ตีหมายทัดดอกไม้จึงหวดมุมโกดังแทน

ไพฑูรย์วิ่งอ้อมโกดังไปอีกทางหนึ่ง พอวิ่งไปครึ่งทางก็ใช้วิธีเสือย้อนรอยวิ่งกลับมาทางเดิม ได้ผล พอโผล่ออกมาก็มองเห็นชายหนุ่มถือไม้คมแฝกไปดักรออยู่มุมโกดังอีกด้านหนึ่ง พอเห็นไพฑูรย์โผล่ออกมาก็วิ่งมาหาควงคมแฝกเป็นระวิง ไพฑูรย์ถือมีดหมอวิ่งสวน เสียงชายหนุ่มร้องว่า

“ไอ้เสือไพฑูรย์ วันนี้กูจะเอาชีวิตมึงให้ได้ เพื่อเซ่นวิญญาณพ่อสนองของกู กูจำได้ไม่ลืมวันที่แม่พากูไปรับศพพ่อสนอง กูสาบานไว้ในใจว่าจะฆ่ามึงล้างแค้นให้พ่อกู”

“ใจเย็นๆ พ่อสนองของนายกับเราสู้กันแบบลูกผู้ชาย ไม่มีได้เปรียบเสียเปรียบ แทงสวนกันพ่อของนายพลาดจึงต้องตาย”

“มึงไม่ฆ่าก็ได้ แต่มึงก็ฆ่าได้ลงคอ”

“ไอ้หนุ่มคงไม่รู้ว่ากฎของเรือนจำนั้นนักโทษที่ฆ่าผู้คุมจะถูกตีด้วยกระบองจนตาย มันเป็นการลงทัณฑ์อย่างโหดเหี้ยม พ่อของไอ้หนุ่มก็รู้จึงขอให้เราจบชีวิตของเขาแทนการจับเป็น เพื่อหนีทัณฑ์อันหฤโหดนั้น”

“ถึงอย่างไรมึงก็ฆ่าพ่อกูอยู่ดีนั่นแหละ วันนี้ไม่มึงก็กูต้องตายไปข้างหนึ่งแน่”

“หากไอ้หนุ่มคิดว่าทำได้ ก็เข้ามาเลย”

ไพฑูรย์เล่าว่าภาวนาคาถากระทู้เจ็ดแบกว่า “อิ ระ ชา คะ ตะ ระ สา อิ” เป็นคาถาสุดยอดแคล้วคลาด เพราะคนหนุ่มอย่างลูกชายเสือสนองเรี่ยวแรงเหลือหลาย แม้ไพฑูรย์จะมีชั้นเชิงการหลบหลีกแต่สังขารไม่อำนวย คาถาได้ผล คมแฝกตีวืดไปวืดมา

ในขณะเดียวกันปลายมีดหมอก็ตวัดเข้าหาจนทำให้จังหวะการตีไม้คมแฝกไม่ต่อเนื่องดังที่ผู้ตีต้องการ ถึงกับยืนหอบ

ทันใดนั้น ลูกชายเสือสนองก็โยนไม้คมแฝกทิ้ง กระชากปืนที่พกไว้ที่เอวด้านหลังออกมา มันเป็นปืนที่ใช้ในราชการทหารที่เรียกกันว่า “ปืน ยูเอส. อาร์มี” ขนาด 11 มม. วาดปลายปากกระบอกปืนเข้าหา ไพฑูรย์ระลึกถึงหลวงพ่อเดิมผู้สร้างมีดหมอ เป็นจังหวะที่ลูกชายเสือสนองเหนี่ยวไกปืน

“เเชะ”

ไม่มีเสียงปืนดัง ลูกชายเสือสนองกระชากลำเลื่อนปลดกระสุนเก่าออกดันกระสุนนัดใหม่ เข้าไปในรังเพลิงแล้วเหนี่ยวไกอีกครั้ง

“เเชะ”

ครั้งที่สองไพฑูรย์สวนเข้าถึงระยะแทงพอดีในขณะที่ลูกชายเสือสนองตกตะลึงคิดไม่ถึงว่าเหตุการณ์จะตาลปัตรเช่นนี้ หากแทงก็ตายเหมือนพ่อ ไพฑูรย์เลือกใช้ปลายมีดกรีดที่ขมับเปิดแผลขึ้นหนึ่งแผลเอาเลือดออกมาเซ่นมีด ลูกชายเสือสนองมือตก

ไพฑูรย์ถีบซ้ำเขาที่ยอดอกหงายหลังผลึ่ง เท้าขวาเหยียบข้อมือข้างที่กำปืนกดกับพื้นไว้อย่างแรง มือขวาจับด้ามมีดในลักษณะเตรียมพร้อมจะขว้างปักอกลูกชายเสือสนอง

“ไอ้หนุ่ม นายได้ทำหน้าที่ลูกกตัญญูของนายครบถ้วนแล้ว แต่นายทำไม่สำเร็จ ชีวิตนายเราขอคืนให้กับวิญญาณพ่อนาย เลิกแล้วต่อกัน นายไปตามทางของนาย เราก็ไปตามทางของเรา ไม่กลับมาพบกันอีก หากนายไม่จบเราก็จะจบนายเดี๋ยวนี้แหละ เราอายุมากแล้ว หากเข้าคุกใหม่ไม่กี่ปีก็ตาย ส่วนนายหมดอนาคตเห็นปืนนายแล้วเราก็รู้ว่านายเป็น ส.ห. สารวัตรทหาร เราเองก็เคยเป็นนายทหารพระธรรมนูญ”

ลูกเสือสนองพยักหน้า ไพฑูรย์ถอนฝ่าเท้าออกจากข้อมือลูกชายเสือสนอง เอื้อมมือไปจับมือลูกชายเสือสนองให้ลุกขึ้นยืน

“ผมสิบเอกสมาน ส.ห. สังกัดกรมสารวัตรทหาร ต้องขออภัยที่ล่วงเกินคุณลุง แต่ผมเห็นแล้วว่าคุณลุงเป็นลูกผู้ชายที่แท้จริง พ่อผมตายด้วยน้ำมือของคุณลุงดีกว่าถูกตีตายจริงดังที่คุณลุงได้บอกไว้”

“ขอบใจที่เข้าใจ กลับเถิดเดี๋ยวมีคนมาพบเข้าจะยุ่งกันใหญ่ ส่วนยามที่ไอ้หนุ่มตีหัวแบะเราจะทำไม่รู้ไม่ชี้เสียก็หมดเรื่อง นายรีบไปเลย”

สิบเอกสมานมอบเงินไว้ให้เป็นค่าทำขวัญกบาลของยามคู่กะของไพฑูรย์ ไพฑูรย์เดินไปส่งที่ท่าน้ำด้านหลังโกดังที่สิบเอกสมานจอดเรือเร็วไว้ สิบเอกสมานยกมือไหว้ไพฑูรย์ก่อนลงไปในเรือ แก้เชือกผูกสตาร์ทเครื่องเรือแล่นหายไปในความมืด

ไพฑูรย์รอจนยามคู่กะฟื้นแล้วให้ไปโรงพยาบาล โดยมอบเงินของสิบเอกสมานให้ไปรักษาแผลบนกบาลโดยแกล้งบอกว่าให้ยืมกรณีฉุกเฉิน

สำหรับพระคาถากระทู้7แบกหากท่านต้องการขอประสิทธิ์กับอาจารย์ไพฑูรย์ก็สามารถทำได้ตามรายละเอียดด่านล่างนี้เลยครับคนโบราณยึดถืออะไรแล้วมักจะทำจริงๆโดยไม่สงสัยลังเลดังเรื่องราวที่อาจารย์ได้เล่นประสบการณ์ของท่านที่ว่าหากชักมีดออกจากฝักแล้วต้องได้เลือดมาเซ่นมีด นักเลงสมัยนี้ส่วนมากซักมีดมาเล่นทั้งนั้นความขลังในวิชาอาคมจึงผิดกันกับนักเลงโบราณ

ใส่ความเห็น