◎ตำนานบุคคลผู้มีองค์ในตัว◎

◎ตำนานบุคคลผู้มีองค์ในตัว◎

(เหตุที่แอดมินได้มีโอกาสได้นำเสนอเรื่องราวเกี่ยวผู้มีองค์นั้นเป็นเรื่องที่แอดมินเองมีโอกาสได้ประสบพบเจอกับเรื่องราวปาฏิหาริย์มากับตัวเองประมาณหนึ่งอาทิตย์ก่อนนี้เองเนื่องด้วยญาติผู้ใหญ่ของแอดมินท่านเจ็บป่วยได้นอนพักรักษาตัวอยู่ทางโรงพยาบาลอยู่นานรักษาอย่างไรก็ไม่หาย เมื่อโรงพยาบาลไม่สามารถรักษาอาการเจ็บป่วยของท่านได้ ทางลูกของท่านซึ่งเป็นญาติผู้ใหญ่ของแอดมินเช่นกันจึงได้ชักชวนให้แอดมินเดินทางไปปรึกษาสอบถามกับร่างทรงตามที่นิยมนับถือสืบต่อกันมาของทางภาคเหนือ ภาษาทางเหนือเรียกว่า*ไปถามเมี่ย*

ครั้นเมื่อเดินทางไปถึงยังสำนักทรงซึ่งเป็นพื้นที่ห่างไกลจากตัวเมืองมากพอสมควร โดยตัวแอดมินเองเป็นคนลำปาง และสำนักร่างทรงที่ได้เดินทางไปพบนั้นหากแอดมินจำไม่ผิดรู้สึกจะเป็นบ้านทุ่งกล้วย ต.บ้านเอื้อม อ.เมือง จ.ลำปาง ซึ่งในหมู่บ้านรู้สึกจะมีบ้านเรือนไม่มากนัก

เมื่อไปถึงก็เห็นรถยนต์ต่างถิ่นจอดกันเต็มหน้าสำนัก เมื่อไปถึงก็ได้เข้าไปดูการประทับ ซึ่งการประทับทรงนั้นจะมีทั้งเจ้าพ่อ กุมาร ตามวันที่คนทรงได้กำหนด เมื่อเข้าไปก็มีกระดาษให้เราเขียน ชื่อนามสกุล วันเกิดปีพ.ศ.เกิดและปีนักษัตรที่เกิด โดยการถามดวงตัวเองนั้นจะมีค่าครูอยู่ที่19บาท ถามคนเจ็บป่วย39บาท

เมื่อเข้าไปแอดมินก็ได้เข้าไปดูการทำนายทายทักต่างๆของร่างทรง ซึ่งร่างทรงเป็นผู้หญิงวัยประมาณอายุน่าจะไม่เกิน50-60ปี และมีขันครูให้ใส่ค่าครูก่อนจะทำการสอบถาม เมื่อถึงคิวก็จะให้ใส่ค่าครูตามที่ต้องการจะสอบถาม

เมื่อใส่ค่าครูในขันธุ์ด้านหน้าของร่างทรงแล้ว คนที่มาสอบถามจะอ่านชื่อนามสกุลที่อยู่ อายุและปีนักษัตร ร่างทรงก็ทำนายได้ราวกับตาเห็น ถึงขนาดระบุสิ่งของภายในบ้านได้อย่างอัศจรรย์ แรกๆแอดมินเองก็คิดว่าคงจะเป็น หน้าม้าแหกตา กระมัง

เมื่อมาถึงคิวแอดมินจึงได้ทดลองพิสูจน์ว่าจริงหรือไม่ เมื่อแอดมินใส่เงินค่าครูเรียบร้อย จึงได้อ่านชื่อ สกุลที่อยู่ปีเกิดของตนเอง และได้สอบถามดวงชีวิตตัวเองและสอบถามว่าภายในบ้านเรือนมีสิ่งไม่ดีวิญญาณร้ายที่ให้โทษอยู่หรือไม่ เมื่อร่างทรงได้ฟังคำสอบถาม ก็ได้หลับตาแล้วบอกกับแอดมินว่าที่บ้านมีพระมากมาย มาจากหลายที่ มีวิญญาณอยู่4-5ตนซึ่งเป็นบรรพบุรุษของแอดมินและที่บ้านของแอดมินเองได้เก็บรูปถ่ายของอาจารย์ทางพิธีกรรมต่างๆไว้ซึ่งท่านได้เสียไปนานแล้วโดยเป็นรูปที่ถ่ายรวมกับทวดของแอดมินในอดีต

ร่างทรงท่านได้หลับตาเเล้วบอกรายละเอียดชีวิตของแอดมินได้ราวกับรู้จักตัวแอดมินดียิ่งกว่าตัวแอดมินเสียอีก เพียงแค่บอกชื่อที่อยู่อายุก็สามารถระบุว่าแอดมินได้มีเมียเเล้ว มีลูกชายหนึ่งคน ที่บ้านมีพระมาก ได้มาจากทั้งของปู่ที่เสียไป และของตาที่ท่านได้ให้ไว้ ระบุรูปลักษณะของวิญญาณที่สถิตอยู่ในบ้านได้ราวกับเคยเห็นตัวจริงซึ่งบ้านแอดมินจะเก็บรูปของปู่ย่าลุงทวดที่ท่านเสียไปเเล้วไว้

ร่างทรงท่านสามารถระบุได้ชัดเจนมากที่หน้าแปลกมากก็คือระบุว่าที่บ้านมีวิญญาณอาจารย์ผู้ทำพิธีทางศาสนาในอดีตภาษาทางเหนือจะเรียกว่าพ่อหนานซึ่งท่านได้บวชเรียนศึกษาเกี่ยวกับพิธีต่างๆมาอย่างชำนาญร่างทรงบอกกับแอดมินว่าที่บ้านมีพ่อหนานมาสถิตอยู่ด้วยและบอกว่าพ่อหนานท่านวนเวียนอยู่กับตำราขอมของท่านซึ่งมีอยู่4เล่ม ซึ่งแอดมินเองก็ชื่นชอบทางนี้อยู่เเล้วจึงได้ถามทางร่างทรงว่าขอตำรานั้นได้หรือไม่

ร่างทรงท่านก็หลับตาอยู่ครู่นึงก็ได้บอกกับแอดมินว่า ได้สิทำไมไม่ไปเอาตอนนี้ปลวกแทะอยู่ และบอกกับแอดมินว่าที่บ้านมีพระคอหักอยู่4องค์(พระเก๊)ให้เอาทิ้งอย่าได้เสียดายแอดมินได้ถามต่อไปอีกว่าที่ตัวมีพระคอหักอยู่ด้วยหรือไม่ร่างทรงท่านได้บอกกับแอดมินว่าที่คอแขวนพระอยู่5องค์มีหนึ่งองค์เป็นพระคอหักให้เอาออกแอดมินจึงได้ถามต่อไปว่าเป็นพระเหรียญหรือเนื้อผงร่างทรงบอกว่าเป็นเหรียญ

โดยเหรียญนี้เองซึ่งแอดมินได้เช่าบูชามาแต่ก็เป็นพระสภาพใช้ดูยากมากเซียนที่ไหนดูก็บอกดูรวมๆแล้วดีแต่ก็ไม่สามารถฟันธงได้ว่าเก๊หรือแท้ และที่หน้าแปลกมากก็คือ ร่างทรงท่านกล้าพูดว่าแอดมินแขวนพระอยู่5องค์โดยไม่มีลังเลเลยซึ่งวันนั้นแอดมินได้ใส่เสื้อรัดกุมมากขนาดว่าญาติผู้ใหญ่ที่มาด้วยยังไม่รู้เลยว่าแขวนพระอยู่5องค์

และเมื่อถามเกี่ยวกับอาการไข้ของญาติผู้ใหญ่เสร็จแล้วก็ได้เดินทางกลับและได้เเวะบ้านพ่อหนานซึ่งจะสอบถามเกี่ยวกับตำราขอมพบลูกสาวของท่านและได้สอบถามเกี่ยวตำราทางลูกสาวท่านก็ตอบว่ามีอยู่4เล่มดังที่ร่างทรงได้บอกไว้ไม่มีผิดแต่ตำรานั้นตอนท่านเสียทางลูกสาวได้มอบให้แก่อาจารย์ทางพิธีกรรมอีกคนไปเเล้วและอาจารย์ที่ได้รับตำรานั้นก็ได้เสียไปนานเเล้วเช่นกันคงจะตกไปอยู่กับลูกของอาจารย์ที่เสียไปแล้ว ลูกสาวของพ่อหนานก็รับปากว่าจะติดตามสอบถามมาให้ เมื่อกลับมาที่บ้านก็ค้นดูหิ้งพระก็พบพระเก๊อยู่4องค์ตามที่ร่างทรงท่านได้ระบุไว้ไม่มีผิด เรื่องราวที่เหลือเชื่อยังมีอีกมากแต่ไม่อาจจะอธิบายได้หมด

แอดมินเองก็เคยดูดวงมามากส่วนมากจะพูดในวงกว้าง ซึ่งนี้ก็เป็นครั้งแรกที่ได้พบเจอกับร่างทรงที่พูดเรื่องราวของตัวแอดมินเองได้แม่นยำและระบุทุกอย่างได้ชัดเจนไม่มีพูดกว้างๆเหมือนที่เคยประสบพบมาทั้งหมดนี้ก็เป็นเรื่องอัศจรรย์ที่แอดมินได้มีโอกาศประสบพบมากับตนเองจึงทำให้มีใจเลื่อมใสและได้ประจักษ์แล้วว่าสิ่งที่มองไม่เห็นนั้นมีอยู่จริงเวรกรรมต่างๆเป็นของจริงอย่างแน่นอน เรื่องนี้ก็เเล้วแต่ความเชื่อส่วนบุคคลนะครับ แต่แอดมินเองยืนยันได้ว่าขมีจริงอย่างแน่นอนเพราะตัวแอดมินเองเป็นคนไม่เชื่ออะไรง่ายๆจนกว่าจะได้พบเจอกันตนเอง)

ซึ่งนี้ก็เป็นอีกเรื่องที่อยากให้แฟนเพจทุกท่านได้ศึกษาอยู่เหมือนกัน

◎เหตุที่ทำให้มีองค์เทพฯ◎

เหตุที่ทำให้มีองค์เทพฯ ปฐมเหตุของการเกิดร่างทรงองค์เทพมากมายในยุคนี้กล่าวกันว่า เมื่อครั้งพุทธกาล ก่อนที่องค์สมเด็จสัมมาสัมพุทธเจ้ายังทรงพระชนชีพอยู่พระพุทธองค์ได้ตรัสกับพุทธบริษัททั้งหลายว่า พระพุทธศาสนาของพระพุทธเจ้าองค์แต่ก่อนมีอายุ 5,000 ปี แต่ของพระองค์นั้น ต้องการจะให้พระศาสนามีอายุเพียง 2,500 ปี เท่านั้นพระอานนท์จึงทูล ถามว่า เหตุใดพระองค์จึงมิให้พระศาสนาดำรงอยู่จนครบ 5,000 ปี ดังพระพุทธเจ้าองค์ก่อนๆพระพุทธองค์ทรงตรัสว่า แล้วผู้ใดเล่าจะเป็นผู้ดูแลพระศาสนา พระอานนท์จึงทูลว่า

“ขอให้พระภิกษุสงฆ์ สามเณร ภิกษุณี อุบาสก อุบาสิกา ผู้เป็นพุทธบริษัทเป็นผู้ดูแลและบำรุงรักษาพระพุทธศาสนากึ่งหนึ่งเป็นเวลา 2,500 ปี“ พระพุทธเจ้าท่านก็ทรงอนุญาตแล้ว ทรงถามต่อไปอีกว่าใครจะขออะไรบ้าง ปวงเทพทั้งหลายทุกเหล่าชั้น อันได้แก่ พระอินทร์ พระพรหม พระยม พระกาฬ เหล่าเทพเทวาทั้งหลาย จึงพร้อมใจกันกราบทูล ขอให้ปวงเทพได้ดูแลและบำรุงพระพุทธศาสนาต่อไปอีกครึ่งหนึ่งของ พระอานนท์คือ 1,250 ปี

พระพุทธเจ้าท่านก็ทรงอนุญาตอีก แล้วทรงถามต่อไปว่าใครจะขออะไรอีกเหล่าพญาครุฑ คนธรรพ์ นาคราช ท้าวกุเวร กินนร กินนรี และภูติผีปีศาจ จึงกราบทูลขอดูแลอายุพระศาสนาเท่าที่เหลือ 1,250 ปี ให้พวกเขาได้ดูแลรักษา จนกว่าพระศาสนาจะค่อย ๆ เรียวเล็กลงไป ยุคนั้นมนุษย์จะ มีร่างกายเล็กลงไปตามลำดับ ถึงกับต้องปีนบันไดสอยลูกมะเขือ หรือเก็บเม็ดพริกพระสงฆ์สาวกก็จะร่อยหรอแทบว่าจะไม่มีเหลือ จะเหลือเพียง ผ้าเหลืองผืนน้อย ๆ ห้อยอยู่ที่หู เพื่อให้เป็นที่สังเกตุว่าเป็นพระสงฆ์เท่านั้น พระศาสนาก็จะเสื่อมถอยลงไปจนหมดพอดี 5,000 ปี

ตามพุทธฎีกาที่กำหนดไว้เมื่อถึงกึ่งพุทธกาล 2,500 ปี เป็นต้นมา จึงเป็นหน้าที่ของเทพพรหมเทวาทั้งหลายที่จะมาทำหน้าทีอุปถัมภ์ค้ำชูทนุบำรุงสืบพระศาสนาขององค์สมณโคดม ตามที่ได้ทูลขอกับพุทธองค์ไว้ จึงเป็นเหตุในเกิดมีร่างทรงองค์เทพมากมายในปัจจุบัน ดัง นั้นการที่องค์เทพจะมาเกี่ยวข้องกับมนุษย์นั้นก็ด้วยเหตุ 2 ประการ คือ

1. ญาณจุติ หมายถึงภาระหน้าที่ในการเกิดเป็นมนุษย์ตามวาระ และเป็นส่วนหนึ่งของเทพที่ลงมาจุติ เพื่อมารับกรรมบางอย่างและเพื่อทำหน้าที่ในการเป็นผู้นำทางศาสนา เช่น พระสงฆ์ อุบาสก อุบาสิกา ผู้เลื่อมใสในพระพุทธศาสนา เป็นผู้นำทางฝ่ายสงฆ์หรือฆราวาสก็ตาม ที่เป็นผู้ใฝ่ในการปฏิบัติจนได้ญาณหรือฌาณ และมักจะลำบากในช่วงแรกแต่จะสบายในช่วงปลาย

2. ญาณแฝง หมายถึง องค์เทพในระดับต่าง ๆ ที่ยังไม่ถึงวาระการเกิดเป็นมนุษย์ แต่มีความเลื่อมใส ปรารถนาจะช่วยส่งเสริมและมีส่วนร่วมในการสืบพระศาสนาด้วย ครั้นจะลงมาเกิดใหม่เพื่อสร้างบุญ ก็จะต้องรอเวลาอีกนานกว่าจะถึงเวลานั้น ญาณนี้แหละทีมักถูกเรียกกันว่า “องค์ ” มีภาระหน้าที่ตามความสัมพันธ์ในอดีต คือให้การอารักขาผู้ที่ได้มาจุติเป็นมนุษย์ เพราะเคยเกี่ยวสัมพันธ์กันมาแต่ชาติปางก่อน เมื่อร่างนี้ได้ทำบุญและแผ่เมตตาให้ ก็จะได้ร่วมอนุโมทนาบุญด้วยกัน ขณะเดียวกันก็จะคอยปกป้องคุ้มครอง ช่วยเหลือการทำมาหากิน ดลจิตดลใจ หรือเกิดเป็นลางสังหรณ์ในเรื่องราวต่าง ๆ จะพาสร้างบารมีทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา บางครั้งเวลาสวดมนต์นั่งกรรมฐานองค์เทพท่านจะพาสวดมนต์เป็นภาษาเบื้องบนหรือภาษาเทพไปเลยก็มี ความสัมพันธ์ดังกล่าวได้แก่
ลักษณะการประทับทรง

การประทับทรงของร่างทรง ควรเป็นลักษณะนุ่มนวล สุภาพอ่อนโยน พูดจาไพเราะ หรือถ้าเป็นแบบอิทธิฤทธิ์ จะดุดัน แต่แฝงด้วยเมตตา

การทรงลักษณะ หิวโหย กินเหล้าเมายา กินของสดๆ เอะอะโวยวาย พูดจาหยาบคาย มิใช่สายเทพครับ

ส่วนสิ่งที่มนุษย์จะได้รับตอบแทนจากองค์เทพนั้น ขึ้นอยู่กับการอธิษฐานขอในตอนครอบขันธ์ ทั้งนี้ทั้งนั้นย่อมไม่เกินกฏแห่งกรรม ลักษณะของชั้นเทพลักษณะของจิตวิญญาณในระดับต่างๆ ที่ลงมาประทับทรงหรือเข้าทรงมนุษย์นั้น หากเรารู้จักสังเกตุให้ดี ก็พอจะแยกได้ว่า เป็นเทพหรือเป็นผี โดยอาศัยหลักพิจารณาโดยสังเขปดังนี้

1. ประทับทรงจากส่วนล่าง จิตวิญญาณใดที่ประทับทรงจากปลายเท้าขึ้นมา มักจะเป็นพวกสัมภเวสี หรือ วิญญาณมนุษย์ที่ตายไปแล้ว

2. ประทับทรงจากด้านหลัง จิตวิญญาณใดประทับทรงจากด้านหลังมักจะเป็นวิญญาณทั่วไปที่มีฤทธิ์อำนาจ ซึ่งมักจะเรียกขานกันว่า เจ้าพ่อ เจ้าแม่ เจ้าปู่ ฯลฯ

3. ประทับทรงจากด้านหน้า จิตวิญญาณใดที่ประทับทรงจากด้านหน้า มักจะเป็นวิญญาณของมนุษย์ที่ไปเกิดเป็น เทวดาชั้นจาตุมฯ ที่อยู่ใกล้ชิดมนุษย์

4. ประทับทรงจากทางบ่า จิตวิญญาณใดที่ประทับทรงจากทางบ่ามักจะเป็นเทพหรือดาบสที่มีฤทธิ์ ในระดับกลาง ๆ

5. ประทับทรงจากกลางกระหม่อม จิตวิญญาณใดที่ประทับทรงจากส่วนศรีษะหรือกระหม่อม มักจะเป็นเทพในระดับสูง

จากลักษณะของการประทับทรง

๑. ประทับทรงจากส่วนล่าง มีอธิบายไว้ว่าเกิดจากสัมภเวสี วิญญาณของมนุษย์ที่ตายไปแล้ว อาจเป็นการโดนคุณของคุณไสย์ ลมเพลมพัดได้ครับ

ข้อสังเกต มนุษย์ผู้ที่มีองค์เทพแฝงอยู่นั้นสังเกตได้ด้วยตนเองไม่ยาก

1. มึนศรีษะข้างเดียวเป็นประจำ บางทีทางการแพทย์ว่าเป็น ไมเกรน

2. หนักต้นคอ บางครั้งหนักบ่าสองข้างเหมือนมีใครมาขี่คอ บางทีขับรถอยู่ดี ๆ ก็รู้สึกหนักบ่า

3. แน่นหน้าอกเป็นบางครั้ง เหมือนคนหายใจไม่อิ่ม บางคนเป็นบ่อย

4. ฝันแม่นยำ มีลางสังหรณ์แม่นยำ บางทีเรียกสัมผัสที่หก หรือ “ ซิกเซ้นท์ ”

5. ชอบฝันหรือตีเป็นตัวเลข เสี่ยงโชคได้ใกล้เคียงบางที ผิดแต้มเดียว กลับบนกลับล่าง กลับหน้ากลับหลัง ซื้อทีไรก็เฉี่ยวไปเฉี่ยวมาเป็นประจำ แต่ถ้าไม่ซื้อเที่ยวบอกใคร เขาก็จะถูก

6. บางครั้งหูจะได้ยินเสียงเรียกชื่อเบาๆ เหมือนเสียงกระซิบก็มี เสียงดังก้องในหู ก็มี

7. ไปตามสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ หรือ มีอะไรที่ลี้ลับ จะรับรู้โดยการสัมผัส ขนลุกชันเย็นซ่าไปทั้งตัว

8. บางครั้งสวดมนต์เป็นภาษาบาลีอยู่ดีๆ ก็เปลี่ยนเป็นภาษาอื่นรัวเร็วขึ้นมา

9. หากนั่งสมาธิจะได้หูทิพย์ ตาทิพย์ เร็วกว่าคนทั่วไป

ดังนั้นอาการบางอย่างหาหมอก็แล้ว กินยาก็แล้ว มันไม่หาย ก็ให้ สวดมนต์นั่งสมาธิตามที่ว่าแล้วแผ่เมตตาบ่อยๆ ทุกอย่างมันจะหายไปเอง เสี่ยงโชคลาภก็จะได้ เพราะบารมีที่ทำนี่แหละ แต่บางอย่างก็อาจจะเกิดจากสัมภเวสีได้เช่นกัน

1. ปวดศรีษะเป็นประจำ บางครั้งปวดมากจนทนไม่ไหว หมอว่าเป็นความดันบ้างก็แล้วแต่ ก็ควรตรวจเช็คแก้ไข เพราะอาจถูกสัมภเวสีเกาะอยู่ในศรีษะได้

2. ปวดไหล่เป็นประจำ หมอว่าเป็นเส้นเอ็นอักเสบ กินยาทายาก็แล้ว มันไม่หาย ตึงไปหมด ถือว่าผิดปกติ

3. มือเท้าชาเป็นซีก จากไหล่ หรือตะโพก หัวเข่าก็ตาม

4. แน่นหน้าอกมากผิดปกติ5. ปวดบริเวณกระเบนเหน็บ บางที่การแพทย์ระบุว่า หมอนรองกระดูกทับเส้น เว้นแต่กรณีการเกิดอุบัติเหตุ ลื่นหกล้มจนกระแทกพื้นอย่างแรง นั่นก็จะต้องพิจารณารายละเอียดเป็นกรณีไป

จุดที่สำคัญในร่างกายทั้งหมด7จุด

1.มูลธาร อยู่ที่ปลายกระดูกสันหลัง “มูลธาร”ธารแห่งชีวิตเริ่มต้นที่นี้การนั่งกับพื้น จะทำให้กระแสพลังในร่างกายสามารถแตะรับพลังจากแม่พระธรณี รวมเป็นกระแสที่ พุ่งผ่านขึ้นมา

2.สวาธิษฐาน คือจุดที่อยู่ต่ำกว่าสะดือหนึ่งฝ่ามือ เหนือเครื่องเพศ”สวาธิฐาน” สะวะ คือการไหล การหยดย้อย หยดแห่งชีวิตมนุษย์อุบัติที่นั่น การอธิฐานมาเกิดย่อมเริ่ม ณ จุดนั้น

3.มณีปุระ สายใยแห่งชีวิต เมื่อมนุษย์คลอดพ้นครรภ์มารดา รก จะถูกตัดขาดแยกเป็น ชีวิตใหม่ หลุดจากกายทิพย์

4.อนาหตะ จุดกึ่งกลางอก “อะนะ”คือลมหายใจคือการเคลื่อนไหว”หตะ”คือถึงที่จุดจบ ยามมรณะจุดนี้จะเป็นจุดหมดสิ้นของชีวิต

5.วิสุทธิ อยู่ตรงคอหอยคือความใสสะอาดหมดจรด

6.อาชญะ อยู่กึ่งกลางหน้าผากระหว่างหัวคิ้ว เป็นจุดแห่งอำนาจ แสงสว่างจากจิตจะ แสดงได้ตรงนี้

7.สหสราระ “สะหะ”คือร่างแรงพลังศักติ์ “สร”คือการไหล คือจุดที่พุ่งออกจากมูลธาร ผ่านจุดต่างๆขึ้นเบื้องบน ยามมรณะกาลมาถึง จุดหยดน้ำสีขาว(คือหยดแห่งบิดา)จากจุดพินทุภายในกึ่งกลาง กระโหลกศีรษะจะค่อยๆหยาดย้อยไหลลงมา ผ่านช่องกลางของกระดูกสันหลังตรงข้อต่อ ขณะจุดหยดน้ำสีแดง(คือหยดแห่งมารดา)จะเคลื่อนผ่านจากหทัยไปอยู่ตรงช่องกลาง ณ ทรวงอก สำหรับผู้ทรงฌานชั้นสูงเมื่อถึงมรณะกาล ลมปราณจะพันเป็นเกลียวแน่น
ณ จุดมูลธาร ปลายกระดูกสันหลังตรงก้นกบ กระดูกสันหลังจะเปิด ลมปราณจากมูลธาร จะดันขึ้นไปจนถึงจุดที่หยาดหยดน้ำขาวและแดงรวมกัน จากนั้นจะถูกลมดันให้พุ่งออก ทางกระหม่อม เมื่อผ่านออกได้ก็ถึงมรณะกาล

*โยคะกรรม* ในร่างกายมนุษย์นั้น พลังขั้วลบจะอยู่ปลายกระดูกสันหลังเรียกว่าพลัง “กุณฑาลินี” พลังขั้วบวกจะอยู่กลางกระหม่อมเรียกบัลลังก์พระวิษณุ การดึงพลังจากขั้วบวก จะทำให้พลังทิพย์ในร่างกายหมุนวนดี ” ท่าการปฏิบัติการขจัดพิษร้ายออกจากร้างกาย” นั่งขัดสมาธิใช้นิ้วชี้ขวาแตะกึ่งกลางหน้าผากแล้วหายใจออกแรงๆ จากนั้นใช้นิ้วหัวแม่มือ กดจมูกขวา หายใจเข้ายาว…ลึก แล้วกลั้นไว้ก่อนค่อยระบายออก แล้วเปลี่ยนไปใช้นิ้วกลาง
กดจมูกซ้ายหายใจเข้า-ออก แบบเดียวกัน อัดลมหายใจ ค่อยโน้มตัวไปข้างหน้าจนหน้าผาก ติดพื้น แล้วเกร็งตัวลุกขึ้นนั่ง ผ่อนลมผายใจออก ท่านี้เป็นท่าการขัดพิษร้ายออกจากร่างกาย สติก่อให้เกิดสมาธิ สมาธิก่อให้เกิดปัญญา เกล็ดความรู้จากนิยายเรื่องชามี่
เขียนโดย ทมยันตี

◎ปฏิบัติอย่างไรเมื่อตรวจพบว่ามีองค์เทพ ข้อปฏิบัติในเบื้องต้น◎

๑ . งดหรือห้ามรับประทานเนื้อวัวควายตลอดชีวิต เมื่อท่านต้องการบูชาเทพ ควรตั้งคำถามว่า ท่านมีจุดประสงค์ใดดังนี้

๑. อยากเป็นร่างทรง

๒. อยากหายอาการเจ็บไข้

๓. อยากลบกรรมลิขิต โดยคิดว่าคนอื่นจะมองไม่เห็นกรรมนั้น

๔. อยากรวย

๕. อยากช่วยคน

๖ อยากมีเครื่องยึดเหนี่ยวให้เป็นคนดีอาจารย์จึงอยากถามว่ามีข้อไหนบ้าง ที่ท่านประสงค์จะกระทำโดยมีศรัทธาเป็นที่ตั้งครับ

๒ . ห้ามรับประทานเครื่องเซ่นบวงสรวงของคนอื่น (เครื่องเซ่นบวงสรวง ของตัวเอง สามารถนำมารับประทานได้ครับ ของเซ่นไหว้บรรพบุรุษ หรือผีไม่มีญาติควรงดครับ เครื่องเซ่นที่ปักธูปดอกเดียว ควรงดครับ)

๓ . ห้ามรับประทานอาหารหรือของกินต่างๆในงานศพงานแต่งหากจำเป็นต้องไป ให้จุดธูปกลางแจ้ง ๑๖ ดอกบอกกล่าวขออนุญาติต่อองค์เทพ ที่ว่าไม่ควรกินอาหารที่งานศพ ด้วยเหตุว่า

๑. ไม่ทราบว่าสะอาดหรือไม่

๒. ถ้าไปงานแล้วอยู่ไม่กี่ชั่วโมง ให้ทานอาหารจากบ้านไปครับ

๓. ถ้าอยู่ช่วยงานทั้งวัน เวลาจะกินให้ตักไปกินนอกศาลาครับ ให้จุดธูปบอกกล่าวต่อเทพเทวาหรือพนมมือตั้งจิตอธิฐาน ว่ามีเหตุจำเป็นเพราะผู้ที่ล่วงลับเป็นญาติผู้ใหญ่ จำต้องร่วมงานและช่วยงานศพให้ลุล่วงด้วยดี เป็นการแสดงความกตัญญูกตเวทิตา

๔ . สวดมนต์เป็นประจำ ชีวิตจะรุ่งเรือง

๕ . ก่อนที่จะไปทำการรับขันธ์ ต้องทำพิธีอาบน้ำมนต์

๓ ครั้งก่อนหากดวงท่านต้องรับขันธ์หรือเดินสายเทพครับ การรับขันธ์ อาจารย์หมอยา ขอให้เป็นทางเลือกสุดท้ายครับ

มีข้อคิดเตือนใจ สำหรับ(ผู้ที่มีองค์เทพครับ) คือการครองเรือนครับ ข้อควรปฏิบัติดังนี้

๑. หากจะมีวันพิธีสำคัญเช่นไหว้ครูบูชาเทพประจำปี ประจำหิ้งบูชาตัวเอง ให้ลูกศิษย์ทุกท่านถือศีลให้บริสุทธิ์อย่างน้อย๒วันก่อนวันพิธีครับนับวันพิธีเป็นวันที่สามครับ

๒. ในระหว่างการไหว้ครู บูชาเทพที่หิ้งให้ รักษาระดับจิตใจ และอารมณืให้นิ่งและสำรวม

๓. ตั้งจิตอธิฐานถ้าจะมา ขอให้มาด้วยบุญฤทธิ์ มาด้วยบารมี มาด้วยสง่าราศรีครับ

๔. นอกเวลาการบูชา ขอให้ทุกท่านจงอย่าหลงติด คือสามารถใช้ชีวิตเป็นปกติเช่นคู่สามี-ภรรยาโดยทั่วๆไปครับ

๕. หากเป็นคู่สามี-ภรรยา ไม่อนุญาติให้แยกห้องนอนครับ ความอบอุ่น ความใกล้ชิดจะหายไปครับ ให้ใช้ชีวิตตามปกติครับ (กรณีที่ร่างนั้นยังอายุไม่มาก จะเห็นได้ว่า หากขาดผู้ชี้นำปัญหาการครองเรือนมักตามมาด้วยความไม่เข้าใจกัน ระหว่างสามี-ภรรยา)

๖. สำหรับการเปิดตำหนัก ผู้ที่เปิดตำหนัก การรักษาวินัยและศีลย่อมต้องเคร่งครัดกว่าธรรมดาครับ เพราะท่านไปยุ่งกับชะตาของผู้อื่น

๗. สำหรับเจ้าตำหนักควรยึดหลักสามประการให้เป็นหลักเกณท์ในการปฏิบัติ

๗.๑ ไม่รักลูกศิษย์ (มีความสัมพันฉันท์ชู้สาว) ส่วนมาก มักพบปัญหานี้เสมอไม่ว่าเจ้าตำหนักจะหนุ่มหรือแก่ ดังนั้น จงระวังกาย ใจ ไว้เสมอ(ปาราชิก,สังฆาทิเสส)

๗.๒ ไม่โลภเรียกร้อง เงินทอง

๗.๓ ไม่โกรธถ้ามีผู้แนะนำตักเตือน ในท้ายที่สุด การบูชาเทพหรือปฏิบัติธรรม อาจารย์หมอยา ขอให้ศิษย์ทุกท่านได้ ประพฤติ ปฏิบัติในลักษณะสายกลาง ไม่หักโหมแต่ให้ดำเนินไปโดยสม่ำเสมอและมีศรัทธา เชื่อมั่น ไม่สงสัย แค่นี้ก็เป็นสุขได้ครับ เอวังก็มีด้วยประการเช่นนี้…สาธุการ

๖ . ควรมีประคำประจำกายอย่างน้อย ๑ เส้น จะเป็นแบบใดแล้วแต่องค์เทพฃองแต่ละท่านครับ

๗ . หากท่านตรวจพบว่ามีหรือถูกทำนายทายทักว่า มีให้ไปตรวจอีกหลายๆที่จนแน่ใจว่าชัดเจนจึงจะดีครับ

สำหรับผู้ที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ อายุครบ ๒๐ ปีบริบูรณ์ตามกฏหมาย ควรมีผู้ปกครองชี้แนะเพราะ เจ้าชะตาอายุยังน้อยอาจตัดสินใจหรือรับขันธ์ทั้งที่ยังไม่พร้อม หรือไปรับขันธ์ผิดได้ครับ ด้วยทั้งยังขาดวุฒิภาวะ ประสบการณ์ชีวิต วิสัยทัศน์ และหลงตนเองว่ามีฤทธิ์มีเดชไปเที่ยวลองของผู้อื่น

นี่เป็นบทความที่ดีมากของท่าน tada โอม สดา ศิเวศวร อิสี มุณี ปุญญะ

หลักแห่งการปฏิบัติที่พึงกระทำ

1.ย่อมไม่โอ้อวดตน

2.ย่อมไม่ละโมบ

3.ย่อมไม่อหังการ

4.ย่อมละทิฐิ

5.ย่อมมีเมตตาเป็นที่ตั้ง

6.ย่อมรู้จัก ละ ลด ปลด วาง

7.ย่อมไม่ขวนขวายในสิ่งอันมิชอบมาเป็นของตน

คนมีองค์หรือเป็นเจ้าตำหนัก หากถามเข้ามาจะดูง่ายครับ.. เพราะวาสนาจะลอยเด่นครับ… และผู้มีองค์เทพถึงระดับเปิดตำหนักก็มักจะมาดีและถามเป็นการเป็นงานครับ.. เพราะรู้ว่าของทุกอย่างก็มีครูเทพเทวาทั้งสิ้น… จึงควรให้ความเคารพครับ.. และทุกท่านก็ประจักษ์แก่ใจตนเองความศักดิ์สิทธิ์มีจริง และรับรู้ได้แก่ผู้เป็นร่างทรงแล้วทั้งสิ้น…..

◎สิ่งที่ควรมีในผู้เดินสายเทพ◎

๑. ควรมีสัมมาคาราวะ รู้จักให้เกียรติผู้อื่น

๒. ควรมีการรู้กาละเทศะ ว่าอะไรควรไม่ควร ของแบบนี้ไม่เชื่อก็ไม่ควรลบหลู่ครับ

๓. ควรรู้จักการครองตน ไม่ใช่ว่าเรียนวิทยาคมไสย์เวทย์มาเก่งหรือปฏิบัติสายเทพมา ไปอวดอ้างหรือไปลองภูมิ ลองของคนอื่น เรียกว่าไม่ประมาณตน หากจะโปรดหรือช่วยผู้อื่นก็ขอให้เป็นไปโดยสุภาพชน ด้วยน้ำใจไมตรี

กรณี ที่ตรวจองค์ท่านว่าไม่มีแล้วท่านคิดว่ามี หมอยาได้เรียนให้ท่านทราบแต่เบื้องต้นแล้วครับ ว่าคนมีจะดูง่ายเพราะดาวจะบอกอย่างชัดเจน นอกจากวัน/เดือน/ปีเกิดและเวลาตกฟากคลาด เคลื่อนครับ

ส่วนคนที่มีความสงสัยเพราะเห็นว่าการทำนายของเวบนี้…เป็นของฟรี…ก็มีมากครับ
๑ ท่านที่กระทู้เข้ามาส่วนมากมีการรับขันธ์หรือ ได้รับการทักทายมาจากที่ต่างๆเป็นทุนเดิมครับ

๒ ท่านเหล่านั้นมาหาความมั่นใจเพิ่มเติมรับ

๓ เท่าที่ผ่านมาเมื่อท่านเหล่านั้นได้รับคำทำนาย ก็หาได้ปักใจเชื่อไม่ว่ามีองค์เทพดัง ที่ตอบไปครับ จึงไปต่อ ยอดยังที่อื่นๆ เมื่อ ได้ประจักแก่ตนเองแล้วจึง มีเมล์ มาบอกกล่าว ขอบคุณก็มีอยู่เสมอครับ

๔ เนื่องจากว่าเป็นการตรวจฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย บางท่านเลยคิดต่อว่าหรือดูแคลนครับ หากคิดเงิน ท่านก็ว่าหวังอยากได้หรือหลอกลวงครับ การทำความดีบางครั้งก็ยากครับ

๕ มั่นใจได้เลยครับว่าตั้งใจตรวจให้ทุกท่านครับ

๖ กรุณาอย่าถามว่าเทพอะไรคงต้องขออภัยครับไม่ทราบว่าจะแนะนำเช่นไรครับ เพราะต้องใช้ การคำนวณในทางโหราศาสตร์ซึ่งมีขั้นตอนยุ่งยากพอสมควร และจะเป็นที่ ครหานินทาและเข้าใจผิดกันได้ครับ ขออย่าได้ถือโทษโกรธเคืองนะครั

๗ หมอยาไม่ได้เปิดตำหนักหรือเป็นคนทรงแต่อย่างไรครับ จึงไม่ส่วน ได้เสียในการ บูชาเทพของท่านครับ

๘ บางท่านมีถามเข้ามาแบบว่าชี้นำว่าตนเองมี และหมอยาว่าไม่มีก็มีครับ

๙ หมอยาได้อธิฐานตนตอนรับขันธ์ต่อครูอาจารย์ว่า ขอให้ดูดวงแลตรวจองค์มีความเที่ยงตรง ขอเจริญในองค์เทพองค์ญาณครับ ไม่เป็นคนทรง หรือเปิดตำหนักครับ ขอทำโดยบริสุทธิ์ใจครับเรื่องเทพ บุญรักษาครับ หมอยา

หากหมอยาทำนายว่าท่านมีองค์เทพแต่องค์เทพไม่เปิดหรือหวง ร่างเช่นนี้จะง่ายแก่ผู้ทำนายและไม่ต้องถูกท่าน สงสัยเป็นการโยนความรับ ผิดชอบไปไว้ที่ตัวเจ้าของดวงครับ
ความเป็นไปได้อีกประการคือเมื่อได้ทำการขับดาว ของท่านถอยหลังเพื่อดูบุญบารมี..หากท่านมีบุญ บารมีสูง..อาจวิเคราะห์เป็นสาเหตุว่าการมีเทพ ของท่านเป็นกรณีพิเศษแต่มิใช่ผู้มีองค์เทพครับ ซึ่งกรณีนี้..หากผู้ทำนายเห็นลักษณะการวางดวง ก็จะทำการขับดาวหรือแจ้งให้ท่านไปทำการผูก ดวงชะตาให้เป็นเรี่องเป็นราวครับ

คน ทำฤา….จะสู้ฟ้าลิขิตครับ
ดี ชั่วอยู่ที่ตัวทำ สูงต่ำอยู่ที่ทำตัว
บารมีไม่ บำเพ็ญต่อ ย่อมต้องหมด
อิทธิฤทธิ์ไม่ฝึกฝน ย่อมไร้ผลต่อเนื่อง
ความดี มีเท่าไรต่อให้ตาย ไม่เคยไกลตัว
อวด อะไร ไม่เท่าได้ อวดความดี
ศิษย์ไร้ครู เหมือนงูไร้พิษ…..
ศิษย์กตัญญูย่อมเจริญวัฒนาสืบ

การมีองค์เทพชัดเจนแลแบบปฏิบัติ
อนุโมทนา ครับ ท่านสมาชิก เนื่องจากทางอาจารย์หมอยาและเวบองค์เทพดอทคอม ได้ให้บริการตรวจองค์เทพแลมีคำตอบให้ ในคำตอบนั้นบางท่านอาจเกิดความสงสัยจึงขอเรียนชี้แจงว่า เจตนารมณ์ของเวบ

๑.ทำเพื่อบูชาครูเทพเทวาครูโหราศาสตร์

๒.อุทิศกรรมดีให้แก่……….

คุณพ่อเชืองเซ็ง แซ่หว่อง
คุณแม่เง็กลั้ง แซ่ก๊วย
ผู้ล่วงลับ ด้วยความอาลัยอาจารย์หมอยา เป็นแค่หมอดูจนๆท่านหนึ่งเท่านั้น บุญกุศลที่สามารถทำได้ก็คงเป็นเพียงวิธีนี้เท่านั้น ที่สามารถทำได้ตลอดเวลาไม่ว่าเวลาไหน

๓.เพื่อบันทึกแลศึกษาวิชาโหราศาสตร์ไทย ซึ่งลึกซึ้งแลสูงล้ำค่ายิ่ง ตามคำสอนของบรมครูว่า เรียนโหราศาสตร์นี่ต้องบันทึก แลศึกษาเพิ่มเติมเสมอไปครับ

คำตอบในการตรวจองค์เทพจะมีดังต่อไปนี้ตามผลงานวิจัยเบื้องต้น ซึ่งนับว่าเป็นงานต้นแบบเรียกว่า demo ซึ่งจะพยายามปรับปรุงให้สมบูรณ์ เท่าที่จะสามารถเป็นไปได้ครับ ตามกำลังเฒ่าชราผู้หนึ่งจะสามารถทำครับ ถูกใจท่านหรือขัดหูขัดตาท่านหนึ่งท่านใดก็ขอ ขมาต่อท่านนั้นๆ

๑.ท่านมีองค์เทพ แสดงว่า เป็นการมีองค์เทพที่เวลาท่านไปดูหมอที่ไหนหรือตำหนักเขาจะทักท่านว่า มีองค์เทพแต่ไม่ต้องรับขันธ์บางตำหนักก็จะให้ขึ้นขันธ์ครู ในกรณีนี้บางท่านจะมี วิญญาณบรรพบุรุษคอยคุ้มครอง หรือมีเทวดารักษาอยู่ครับ ขึ้นอยู่กับบุญเก่าที่ท่านสะสมมาในอดีตชาติด้วยครับ ต้องพิจารณาจุดนี้ด้วยครับ…. วิเคราะห์ได้ดังนี้ครับ

ก. ท่านยังไม่สมควรรับขันธ์ ให้ศึกษาบทความในเวบนี้ จะเข้าใจอะไรได้พอสมควรครับ อย่าด่วนรับขันธ์ทั้งๆที่ท่านยังขาดความรู้ความเข้าใจในการปฏิบัติ

ข. ผู้ที่จะรับขันธ์ครู ควรเป็นผู้ที่ได้ปฏิบัติและมีนิมิตกับองค์เทพ มาบ้างพอสมควร

ค. ผู้ที่จะรับขันธ์ครู ควรเป็นผู้ที่มีศรัทธา เชื่อมั่น ไม่สงสัย

ง. ผู้ที่จะรับขันธ์ครู ควรเป็นผู้ที่มีอาการรับรู้ สัมผัสหรือเห็น นิมิตต่างๆชัดเจน ไม่สบายวันพระวันโกนเป็นต้นครับ

จ. ผู้ที่จะรับขันธ์ครู ควรตรวจกรรมลิขิต หากท่านไม่ติดค้างการทำแท้ง เนรคุณ จึงสมควรรับขันธ์ครูได้ครับ

ฉ. ผู้ที่จะรับขันธ์ครู ควรมั่นใจว่าสามารถดูแลขันธ์ของตนเองได้

๒.ท่านมีองค์เทพชัดเจน แสดงว่า เป็นการมีองค์เทพ ที่เวลาท่านไปดูหมอหรือตำหนักทรง เขาจะทักว่ามีแลให้ท่านรับขันธ์ โดยระดับความมั่นใจในการทำนาย ของเจ้าตำหนักหรือหมอดูมีน้ำหนักมากกว่าลำดับที่๑ เป็นเครื่องช่วยในการตัดสินใจบางท่านอาจมีอาการขนลุก หรืออาการแปลกๆเหมือนจะอาเจียนและ อาการประหลาดอื่นๆ จนตัวเจ้าของเองก็แปลกใจ…..ในกรณีนี้ อาจมีวิญญาณบรรพบุรุษหรือเทวดามารักษา ก็ขึ้นอยู่กับกรรมดีในอดีตชาติส่งผลมาครับ ข้อควระวัง หากเป็นการมีวิญญาณติดตาม แลเป็นสัมภเวสี อาจมีการตัดสินใจเรื่องมีองค์เทพแลให้ท่านรับขันธ์ กรณีนี้ผู้รับคำทำนายจึงควรไตร่ตรองเพราะทางเวบได้เตือนไว้แล้วว่า ให้การรับขันธ์เป็นทางเลือกสุดท้าย โดยที่แยกแยะจนชัดเจนก่อนจึงจะไม่เกิดปัญหาภายหน้า วิเคราะห์ได้ดังนี้ครับ

ก. ท่านยังไม่สมควรรับขันธ์ ให้ศึกษาบทความในเวบนี้ จะเข้าใจอะไรได้พอสมควรครับ อย่าด่วนรับขันธ์ทั้งๆที่ท่านยังขาดความรู้ความเข้าใจในการปฏิบัติ

ข. ผู้ที่จะรับขันธ์ครู ควรเป็นผู้ที่ได้ปฏิบัติและมีนิมิตกับองค์เทพ มาบ้างพอสมควร

ค. ผู้ที่จะรับขันธ์ครู ควรตรวจกรรมลิขิต หากท่านไม่ติดค้างการทำแท้ง เนรคุณ จึงสมควรรับขันธ์ครูได้ครับ

ง. มีโอกาสควรอาบน้ำมนต์ให้ครบสามครั้งในเวลาสามเดือนครับ

จ. ผู้ที่จะรับขันธ์ครู ควรมั่นใจว่าสามารถดูแลขันธ์ของตนเองได้

ฉ. ท่านควรมีศรัทธา เชื่อมั่น ไม่สงสัยครับ

๓.ท่านมีองค์เทพแบบปฏิบัติ แสดงว่า เป็นการมีองค์เทพในแบบที่เจ้า ตัวเอง บางครั้งไม่ทราบมาก่อนว่าตัวเองมีองค์เทพ ในกาลต่อมาเมื่อตัวเอง ได้เข้าไปสัมผัสหรือเข้าพิธีกรรมบวงสรวง หรือเกี่ยวข้องกับร่างทรงตำหนัก ต่างๆ การได้ไปงานไหว้ครูครอบครูต่างๆ ก็จะเกิดอาการขนลุกหรืออาการแปลกๆเหมือนจะอาเจียนและ อาการประหลาดอื่นๆ จนตัวเจ้าของเองก็แปลกใจ….. ท่านเหล่านี้เมื่อได้ทำพิธีกรรมตามคำแนะนำ ก็สามารถทำการเดินสายเทพในรูปแบบที่ถูกที่ควรก่อน โดยยังไม่ควรด่วนรับขันธ์โดยพละการ ในกรณีนี้ อาจมีวิญญาณบรรพบุรุษหรือเทวดามารักษา ก็ขึ้นอยู่กับกรรมดีในอดีตชาติส่งผลมาครับ ข้อควระวัง หากเป็นการมีวิญญาณติดตาม แลเป็นสัมภเวสี อาจมีการตัดสินใจเรื่องมีองค์เทพแลให้ท่านรับขันธ์ กรณีนี้ผู้รับคำทำนายจึงควรไตร่ตรองเพราะทางเวบได้เตือนไว้แล้วว่า ให้การรับขันธ์เป็นทางเลือกสุดท้าย โดยที่แยกแยะจนชัดเจนก่อนจึงจะไม่เกิดปัญหาภายหน้า วิเคราะห์ได้ดังนี้ครับ

ก. ท่านยังไม่สมควรรับขันธ์ ให้ศึกษาบทความในเวบนี้ จะเข้าใจอะไรได้พอสมควรครับ อย่าด่วนรับขันธ์ทั้งๆที่ท่านยังขาดความรู้ความเข้าใจในการปฏิบัติ

ข. ผู้ที่จะรับขันธ์ครู ควรเป็นผู้ที่ได้ปฏิบัติและมีนิมิตกับองค์เทพ มาบ้างพอสมควร

ค. ผู้ที่จะรับขันธ์ครู ควรตรวจกรรมลิขิต หากท่านไม่ติดค้างการทำแท้ง เนรคุณ จึงสมควรรับขันธ์ครูได้ครับ

ง. มีโอกาสควรอาบน้ำมนต์ให้ครบสามครั้งในเวลาสามเดือนครับ

จ. ผู้ที่จะรับขันธ์ครู ควรมั่นใจว่าสามารถดูแลขันธ์ของตนเองได้

ฉ. ท่านควรมีศรัทธา เชื่อมั่น ไม่สงสัยครับ

๔.ท่านมีองค์เทพชัดเจนแลแบบปฏิบัติ แสดงว่า เป็นการมีองค์เทพในแบบที่เจ้าตัวจะมีอาการต่างๆเช่น จะเกิดอาการขนลุกหรืออาการแปลกๆเหมือนจะอาเจียน และอาการประหลาดอื่นๆ จนตัวเจ้าของเองก็แปลกใจ… อาจมีมาแต่ตอนเด็กหรือมาเป็น ตอนมีอายุมากขึ้นและจะเป็นมากขึ้นเรื่อยๆจนบางท่านหนักบ่า หนักต้นคอมีอาการครั่นเนื้อตัว ยามได้อาบน้ำมนต์ บางท่านจะมีอาการเหมือนองค์ลงหรืออื่นๆ บางชะตาฟ้าลิขิตให้ต้องรับขันธ์หรืออาจมีอานิสงน์ สามารถเปิดเป็นตำหนักช่วยคนในเวลาต่อมา…..ในกรณีนี้ อาจมีวิญญาณบรรพบุรุษหรือเทวดามารักษา ก็ขึ้นอยู่กับกรรมดีในอดีตชาติส่งผลมาครับ ข้อควระวัง หากเป็นการมีวิญญาณติดตาม แลเป็นสัมภเวสี อาจมีการตัดสินใจเรื่องมีองค์เทพแลให้ท่านรับขันธ์ กรณีนี้ผู้รับคำทำนายจึงควรไตร่ตรองเพราะทางเวบได้เตือนไว้แล้วว่า ให้การรับขันธ์เป็นทางเลือกสุดท้าย โดยที่แยกแยะจนชัดเจนก่อนจึงจะไม่เกิดปัญหาภายหน้า วิเคราะห์ได้ดังนี้ครับ

ก. ท่านยังไม่สมควรรับขันธ์ ให้ศึกษาบทความในเวบนี้ จะเข้าใจอะไรได้พอสมควรครับ

ข. ผู้ที่จะรับขันธ์ครู ควรเป็นผู้ที่ได้ปฏิบัติและมีนิมิตกับองค์เทพ มาบ้างพอสมควร

ค. ผู้ที่จะรับขันธ์ครู ควรตรวจกรรมลิขิต หากท่านไม่ติดค้างการทำแท้ง เนรคุณ จึงสมควรรับขันธ์ครูได้ครับ

ง. มีโอกาสควรอาบน้ำมนต์ให้ครบสามครั้งในเวลาสามเดือนครับ

จ. ผู้ที่จะรับขันธ์ครู ควรมั่นใจว่าสามารถดูแลขันธ์ของตนเองได้

ฉ. ท่านควรมีศรัทธา เชื่อมั่น ไม่สงสัยครับ

๕.การมีองค์เทพแบบกึ่งอวตาร(ลักษณะพิเศษ)สำหรับท่านที่มีลักษณะเช่นนี้ จะพบเห็นได้จากการผูกดวงชะตาในระดับลึกมีการทำมุมกันในชะตาขั้นอุกฤต บางท่านจะชอบเจริญกรรมฐาน บางท่านจะไม่ชอบเลยลักษณะการดำเนินไปจะแยกเป็น ๒ทาง

๕.๑มีคุณสมบัติของคนมีองค์เทพแบบปฏิบัติรวมอยู่ด้วย มี พลังบารมีที่ หากผู้มีองค์เทพและปฏิบัติมาดียามเมื่อเข้าใกล้พลังแห่งบารมีจะสามารถสัมผัส ได้ แลท่านนั้นยามปกติ จะดูเหมือนเม่อลอยหรือไม่เป็นตัวของตัวเองเต็มที่นัก…ลักษณะเช่นนี้ หมอยาพบเห็นได้จากเจ้าตำหนักหรือพระบางท่านจะมีลูกศิษย์ลูกหาเลื่อมใส ถวายตัวเป็นศิษย์รับขันธ์ บางตำหนักบางแห่งมีลูกศิษย์นับพันครับ ไหว้ครูได้ยิ่งใหญ่อลังการครับ

๕.๒มีคุณสมบัติของคนมีองค์เทพชัดเจน นับ ว่า เป็นผู้ที่มีคุณสมบัติแบบผู้มีองค์เทพอยู่แล้ว บางท่านสับสนหาจุดยืนมิได้ ด้วยอิทธิพลของดวงดาวบังคับ เป็นผู้ที่หาอาจารย์ของตนเองได้ยากครับ เป็นผู้คงแก่เรียนหรือชอบศึกษาหรือเสาะแสวงหาหรือชอบลองของ เพื่อหวังว่าวันหนึ่งจะพบผู้ที่สมควรแก่การมอบตัวเป็นศิษย์ หากพบเมื่อใดทางสายเทพของเขาผู้นั้นจึงสมบูรณ์ สำหรับท่านที่เข้าข่ายกฏข้อนี้ ส่วนมากเป็นชะตาสวรรค์กำหนดมักเป็นมากกว่าร่างทรงทั่วๆไปครับ

๖.การมีองค์เทพแบบอวตาร(ลักษณะพิเศษ) เป็น ผู้ที่มีองค์เทพสถิตย์อยู่เหนือเกล้า (องค์เทพท่านจะคงอยู่ในใจของเขาผู้นั้นเพราะเขาผู้นั้นเต็มเปี่ยมไปด้วย ศรัทธาอยู่แล้ว) เป็นผู้มีบุญเก่าหรือสั่งสมอภิญญามา มักไม่เข้ามาเกี่ยวกับการเปิดตำหนักแต่กลับไปเจริญสายกรรมฐาน วิปัสสนา บางท่านก็บวชเป็นพระเดินทางสายพุทธตามรอยพระพุทธองค์ จึงเห็นได้ว่าทางสายเทพมิได้แยกออกจากทางสายพุทธเลยสามารถปฏิบัติไปได้พร้อมๆกันครับสรุปในรูปแบบการตอบทั้ง๖ข้อ คงทำความเข้าใจให้ท่านได้ในระดับหนึ่ง สำหรับข้อ๒-๕ ทุกท่านสามารถ เปิดเป็นเจ้าตำหนักได้ทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับรายละเอียดปลีกย่อยในเนื้อดวงประการสำคัญประการหนึ่ง เท่าที่พบมามีครับบางตำหนักที่หมอยา เองก็ยังยอมรับในองค์เทพเทวาของเจ้าตำหนักผู้นั้นครับว่าเปี่ยมด้วยเมตา หรือมีบารมีสูง หรือมีทั้งเมตตาบารมีครับแผ่นดินนี้กว้างใหญ่ เรื่องร่างทรงที่มีบารมีย่อมมีแน่นอนครับสุดท้ายนี้ แม้ท่านทั้งหลายที่มีร่างทรงองค์เทพ อย่างไรเสียเราก็เป็นพุทศาสนิกชน การทำบุญไหว้พระ การทำนุบำรุงศาสนาสวด มนต์ และถือศีลห้า ให้บกพร่องน้อยที่สุด จึงนับว่าประเสริฐแล ทุกอย่างที่ทำเพื่อความสบายใจแลเป็นสิริมงคล อย่าได้หลงในอิทธิฤทธิ์ จงกระทำโดยใจศรัทธาเป็นหลัก…..เรื่องที่นำเสนอในบทความนี้เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โบราณว่าไว้ ฟังหูไว้หู ไม่เชื่อก็ขออย่าถือโทษโกรธเคืองตำหนิติเตียน..ให้เป็นที่เสียน้ำใจกันครับ…….

สำหรับแฟนเพจท่านใดที่อยากจะศึกษาด้านนี้เพิ่มเติมหาอ่านได้จากเว็ป http://www.ongtep.com/index.php ซึ่งเป็นที่มาของข้อมูลต่างๆเกี่ยวกับผู้มีองค์

ใส่ความเห็น