◎สิงโตหินเยือนถิ่นเสือสุพรรณ◎ ตอนจบ

◎สิงโตหินเยือนถิ่นเสือสุพรรณ◎ ตอนจบ (ไพฑูรย์ พันธุ์เชื้องาม)

หลังจากนายสิงห์นำไพฑูรย์ไปคารวะนายช้วนแล้ว อีกสองวันต่อมานายช้วนได้นัดให้ไพฑูรย์ที่ปลอมตัวเป็นนายสนิทมาพบที่โรงสี เมื่อมาพบนายช้วนได้แนะนำให้รู้จักนายปลั่งและนายปลื้มมือปืนคุ้มกันสองพี่น้องที่อายุน้อยกว่าไพฑูรย์ สำหรับไพฑูรย์ถือว่าการอ่อนน้อมถ่อมตนถือเป็นลูกผู้ชายที่แท้จริง จึงยกมือไหว้มือปืนสองพี่น้องก่อน

แต่ผิดคาดแทนที่มือปืนสองพี่น้องจะทำขรึมกลับลุกขึ้นยกมือไหว้ตอบและตรงเข้ามาจับมือไพฑูรย์ข้างละคน นายปลื้มกล่าวกับไพฑูรย์ว่า

“พี่มาไหว้ผมทำไม พี่อายุมากกว่าผมแต่กลับมาไหว้ผมก่อน ผมแม้อายุน้อยแต่เห็นคนมามาก แต่ละคนล้วนแต่เป็นพวกแมงป่อง เอาเข้าจริงกับเหลว ผมมาเจอคนจริงเข้าแล้ว”

“ขอบใจน้องชายทั้งสองมากที่ให้ความนับถือ ไอ้สนิทคนนี้จะขอยืนร่วมเป็นร่วมตายด้วยกันโดยเฉพาะการปกป้องชีวิตของพี่ช้วนอันเป็นที่เคารพของเราทุกคน”

นายช้วนส่งเสียงหัวเราะด้วยความพอใจกล่าวกับทั้งสามคนว่า

“มันต้องอย่างนี้ถึงจะเรียกว่าเสือ เสือจะไม่ทำร้ายกันเอง แบ่งเขตแดนกันไม่ลุกล้ำกันเพราะล้วนมีลายพาดกลอนด้วยกันเป็นอันว่าไปไหนไปด้วยกัน ไอ้ช้วนคนนี้จะอุปถัมภ์ค้ำชูพวกเอ็งและครอบครัวให้มีสุข”

เสือฝ้ายในยุคนั้นนอกจากจะเป็นเสือปล้นแล้วยังมีกิจการรับจ้างฆ่าคนพร้อมกันไปมีเสือไฝเป็นผู้รับผิดชอบงาน เถ้าแก่กิมไป๊ หรือเถ้าแก่กิม ไปพบกับเสือไฝเพื่อปรึกษางาน เสือไฝพอรู้ว่าเป็นนายช้วนก็ไม่รับงานเพราะนายช้วนเป็นที่เคารพในหมู่ชาวนาและเจ้าหน้าที่บ้านเมืองว่าเป็นคนดี

เถ้าแก่กิมรู้สึกผิดหวังแต่ยังไม่หมดหวัง ได้ข้ามไปกาญจนบุรี ไปหานายหาญหนวดแดง นายหาญแกเป็นตำรวจเก่าแต่ทำตัวเป็นโจรเสียเองจึงถูกออกจากราชการ ประกอบอาชีพเป็นผู้รับซื้อของป่า แต่เบื้องหลังคือเป็นซ่องโจรแหล่งส้องสุมมือปืน

นายหาญฟังเรื่องแล้วหนวดกระดิก ดีดมือเปาะบอกกับเถ้าแก่กิมว่า

“ต่อให้มันเป็นคนดีศรีทวาราวดีก็ตายได้ เพราะลูกปืนมันแยกแยะไม่ออกหรอกว่าเป็นคนดีหรือไม่ดี วางเงินล่วงหน้ามาก่อน 10,000 บาท งานเสร็จจ่ายอีก 10,000 เป็นอันว่าจบ แต่ตอนแรกนี่พาคนชี้เป้าไปดูตัวไอ้ช้วนเพื่อจะได้นำมือปืนไปยิง”

เสือไฝไปพบนายช้วนถึงโรงสีเพราะเสือไฝเคยได้รับการอุปการะจากนายช้วนมาก่อน ทุกวันนี้ครอบครัวเสือไฝอยู่ดีมีสุขได้ก็เพราะนายช้วน

“ไอ้กิมมันมาติดต่อให้ผมหามือปืนมายิงพี่ช้วนแต่ผมไม่รับงาน ผมว่ามันไม่หยุดหรอก มันต้องไปหามือปืนที่อื่นมาทำงานแทนผม ตอนนี้ขอให้พี่ระมัดระวังตัวให้มากที่สุด ไม่จำเป็นอย่าเดินทางไปรับซื้อข้าวนอกพื้นที่ในระยะนี้”

“ทำไม่ได้หรอกไฝ รับปากชาวนาเขาไปแล้วจะไป ทำเล่เก๊กับเขาไม่ได้ ถึงเวลาก็ต้องไปซื้อไม่งั้นเสียหายทั้งระบบ”

นายหาญหนวดแดงได้ข้อมูลเกี่ยวกับนายช้วนครบจึงเตรียมมือปืนไว้คอยประกบยิงนายช้วนเมื่อได้โอกาส โดยหาข่าวการเดินทางของนายช้วน

สำหรับไพฑูรย์นั้นได้ปรับระบบใหม่โดยแต่เดิมนายช้วนจะนั่งไปกับรถซื้อข้าว มีสองพี่น้องมือปืนนั่งจักรยานยนต์ประกบหน้าหลังคอยคุ้มกัน โดยไพฑูรย์จะนั่งประกบนายช้วนด้านหน้ารถบรรทุกสำหรับซื้อข้าวเปลือก นายปลื้มขับรถเก๋งติดตามประกบท้าย ส่วนนายปลั่งขี่จักรยานยนต์สำรวจเส้นทางล่วงหน้า

หากมีเหตุร้ายไพฑูรย์จะป้องกัน ส่วนนายช้วนให้ลงจากรถบรรทุกมาขึ้นรถเก๋งที่นายปลื้มขับนายปลั่งจะขี่จักรยานยนต์คุ้มกัน ส่วนไพฑูรย์จะถอยหนีจากเขตอันตราย จะเดินทางไปไหนอย่าได้ออกข่าวล่วงหน้าเพื่อป้องกันอันตราย

โบราณว่าก่อไฟมิให้เกิดควันนั้นมิได้ เพราะการซื้อข้าวเปลือกเป็นเรื่องเปิดเผย การไปซื้อข้าวเปลือกของนายช้วนที่ท่ามะการู้ไปถึงหูนายหาญหนวดแดง นายหาญจึงเรียกมือปืนมาพบพร้อมมอบปืนขนาด 9 มม. สำหรับลงมือสังหารนายช้วน ปืนนี้เป็นปืนส่วนกลางที่มือปืนจะได้รับไปเพื่อยิงเหยื่อจากนั้นนำกลับมาคืน

นายหาญจะนำมาปรับแต่งเกลียวลำกล้องเพื่อทำลายหลักฐาน

ลานหน้าบ้านผู้ใหญ่สมานคือแหล่งซื้อขายข้าวเปลือกที่ท่ามะกา ที่นั่นมือปืนและคนชี้เป้ามาพร้อมกันเพื่อฉกชิงฉวยโอกาสสังหารนายช้วน

ไพฑูรย์เดินประกบตัวนายช้วน ส่วนนายปลื้มกับนายปลั่งคอยดินตรวจตราโดยรอบบริเวณ เพื่อความไม่ประมาท มือปืนเลือกปฏิบัติการในขณะที่มีการซื้อข้าวเปลือก

ไพฑูรย์สังเกตพบว่ามีคนแปลกหน้าแต่งตัวผิดกับชาวบ้านคือสวมแว่นตาดำสวมเสื้อแจ็คเกตฟิลด์ดูรุ่มร่ามมาเยี่ยมๆมองๆอยู่ใกล้กับจุดที่นายช้วนกำลังเจรจาซื้อข้าวเปลือก

ไพฑูรย์บอกว่าในสมัยนั้นคนทั่วไปไม่นิยมใส่แว่นตาดำคงมีแต่พวกมือปืน พวกนักเลง และมิจฉาชีพที่นิยมสวม ยิ่งเป็นแจ็คเกตฟิลด์ด้วยแล้วบอกยี่ห้อชัดเจน

ไพฑูรย์ค่อยๆเคลื่อนตัวเข้าไปใกล้ๆมือปืน มือซ้ายของ ไพฑูรย์ยกชายเสื้อที่สวมทับเสื้อยืดด้านในเผยให้เห็นด้ามปืนออโต้ที่เอวด้านหลังเป็นการเตรียมพร้อมเป็นจังหวะเดียวกับที่มือปืนทำเยี่ยงเดียวกัน

“ควับ ควับ”

ไพฑูรย์เล่าว่าเสียงกระชากปืนออกจากเอวดังขึ้นเกือบพร้อมกัน มือปืนวาดปากกระบอกเข้าใส่ร่างนายช้วน ไพฑูรย์อาศัยมองเส้นแนวสันปืนด้านบนเป็นหลักไม่ต้องเล็งให้เสียเวลาวาดสันปืนขึ้นได้ระดับนกที่อยู่ในลักษณะที่เรียกว่า “ฮาล์ฟค็อก” ถูกดึงขึ้นเหนี่ยวไกทันที

“ตึ้ม ตึ้ม บุ้ม บุ้ม บุ้ม บุ้ม”

ลูกปืนที่ ไพฑูรย์ยิงก่อนสองนัดเจาะเข้าที่ท้องน้อยใต้สะดือลงไปประมาณ 2 นิ้ว เป็นที่ๆไพฑูรย์บอกว่าใครโดนเข้าจะยืนไม่อยู่ มือปืนโดนเข้าถึงกับทรุด นิ้วเหนี่ยวไกปืนตามสัญชาตญาณแต่เปะปะ เสือปลื้มกับเสือปลั่งบุกเข้ามาประกบตัวนายช้วนพาไปที่รถเก๋ง ส่วน ไพฑูรย์หูฟังเสียงจักรยานยนต์คนชี้เป้าจะหนีออกจากที่เกิดเหตุ พอได้ยินเสียง ไพฑูรย์วาดปกกระบอกปืนตามไปทันที ไพฑูรย์เล่าว่า

“ระยะห่างประมาณ 20 ม. เป็นระยะแม่นยำ กระสุนปืนอีกสองนัดสาดใส่ร่างคนชี้เป้าร่วงลงจากจักรยานยนต์ ไม่ต้องดูผลวิ่งตามไปขึ้นรถเก๋งคู่กับนายช้วนแล่นออกจากที่เกิดเหตุ นายช้วนบอกว่ากลับไปที่เดิม สนิทนายเป็นคนแปลกหน้าและเป็นคนยิง นายเอาเงินนี่ไปหาทางกลับไปรอที่โรงสี ฉันจะกลับไปให้ปากคำกับตำรวจ ขอให้โชคดี”

ตำรวจสอบปากคำนายช้วนที่เป็นเจ้าทุกข์เพราะรูปการบ่งบอกว่ามือปืนต้องการจะสังหารนายช้วน แต่กลับถูกยิงตายคนยิงไม่รู้ว่าเป็นใคร คนที่เห็นเหตุการณ์ให้การกับตำรวจว่า รูปร่างสันทัด ผิวสองสี สวมเสื้อทับเสื้อยืด ยิงด้วยปืนออโตเมติก ยิงแล้วหนีไปทางไหนไม่เห็นเพราะเกิดเหตุชุลมุนขึ้น

สองวันต่อมา ไพฑูรย์จึงกลับมาที่โรงสีของนายช้วน นายช้วนกอด ไพฑูรย์ไว้แน่น ปากก็ชอบอกชอบใจที่ได้ช่วยชีวิตเอาไว้จากการถูกมือปืนสังหาร

“สนิท นายเป็นคนที่มีฝีมือ ฉันขอให้อยู่ทำงานกับฉันเสียที่นี่เป็นหลักเป็นแหล่ง เรื่องเงินทองครอบครัวไม่ต้องเป็นห่วง มาอยู่ด้วยกันเสียที่นี่”

“ผมตัวคนเดียวเหมือนนกที่รักอิสระผมอยู่ที่ไหนไม่นาน นี่ก็กะว่าจะอยู่สักระยะหนึ่งก็จะลาพี่ช้วนออกเดินทางต่อไปตามทางของผม”

“น่าเสียดายนะพี่สนิท ผมอยากจะได้เรียนรู้เรื่องต่างๆเกี่ยวกับปืนและพวกมือปืนจากประสบการณ์ของพี่เพื่อไว้เป็นความรู้ พี่น่าจะอยู่เป็นลูกพี่ของพวกผมเสียที่นี่อย่าไปไหนอีกเลย” นายปลื้มออกปากชวน

ไพฑูรย์ใช้เวลาที่เหลืออยู่สอนเทคนิคต่างๆให้กับปลื้มและปลั่งเพื่อใช้ในการเป็นมือปืนคุ้มกันเมื่อถึงเวลาอันสมควร ไพฑูรย์ในคราบนายสนิทก็ลานายช้วนและนายสิงห์เพื่อออกเดินทางต่อ นายช้วนมอบเงินให้ 5,000 บาท

“เงินนี่มันเล็กน้อยเมื่อเทียบกับชีวิตฉันที่รอดตายมาได้เพราะนายสนิท อย่าว่าฉันดูถูกเอาเงินฟาดหัวเลย ถ้านายอยู่กับฉันจะได้มากกว่าหลายเท่า”

“พี่ช้วนเงินสำหรับผมแล้วไม่มีความหมาย แต่ที่ผมยอมทำงานให้พี่นานถึง 3 เดือน เพราะพี่เป็นคนดีศรีสุพรรณก็ว่าได้ พี่เห็นใจชาวไร่ชาวนาไม่กดราคาซื้อ ไม่เหมือนไอ้เถ้าแก่กิมที่นอกจากจะกดราคาแล้วยังโกงตาชั่งชาวนาเสียอีก คนอย่างมันมีเงินก็ใช้คนอย่างผมไม่ได้ ผมจากไปแล้ววันหนึ่งพี่คงจะรู้ว่าผมเป็นใครกันแน่”

ไพฑูรย์ออกเดินทางลงมานครปฐม จากนั้นขึ้นไปทางปราณบุรีเพื่อลงใต้ต่อไป อีกหลายปีต่อมาได้มีโอกาสไปที่ศรีประจันได้พบกับนายสิงห์ นายสิงห์ดีใจสุดๆที่ได้พบกับ ไพฑูรย์อีก คราวนี้ได้หลีบพาหลบไปในไร่ ระหว่างที่กินไก่บ้านต้มยำใบมะขามกับเหล้าเถื่อน นายสิงห์บอกกับ ไพฑูรย์ว่า

“ไอ้เสือซ่อนเล็บ ไม่เคยนึกเลยว่าคนที่ได้พบปะ ได้กินเหล้า ได้คลุกคลีกันมาตั้งสามเดือนจะเป็นเสือไพฑูรย์ที่ทางการต้องการตัว ผู้ใหญ่บ้านพาผู้กองมาจากกองปราบมาพบพี่ช้วน มีประกาศจับนายมาด้วย พวกเราจึงรู้ว่านายคือเสือไพฑูรย์ให้ตายสินายนี่มันเสือซ่อนเล็บโดยแท้”

ไพฑูรย์กับนายสิงห์หัวเราะพร้อมกันก่อนที่วันรุ่งขึ้นจะไปเยี่ยมนายช้วนที่ยังคงรับซื้อข้าวเปลือกอยู่เหมือนเดิม นายช้วนสัพยอกไพฑูรย์ว่า

“ไอ้เสือฑูรย์นี่เอง มาคราวนี้ไม่ชวนให้อยู่แล้ว กลัวเดือดร้อน ฮ่า ฮ่า ฮ่า”

 

ใส่ความเห็น