◎สังหารผู้คุมชั่ว◎ ไพฑูรย์ พันธุ์เชื้องาม

◎สังหารผู้คุมชั่ว◎

ไพฑูรย์บอกกับผมว่า คุกบางขวางถูกสร้างขึ้นตามแบบคุกในประเทศซีกโลกตะวันตก แบ่งเป็นแดนเป็นซอกเป็นซอย มีระบบการป้องกันการหลบหนีแบบป้อมปราการ ไม่ว่าจะเป็นเสือร้ายมาจากไหน มาถึงที่นี่ก็เหลือแค่เเมวตัวเดียว

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสมัยพระกล้ากลางสมร เป็นอธิบดีกรมราชทัณฑ์ด้วยแล้วละก็ ใครขืนทำตัวเป็นเสือ ตายสถาณเดียว เพราะพระเกล้าฯ เคยพูดอบรมนักโทษทุกแดนว่า

”อั๊วนี่แหละ พระกล้ากลางสมร เป็นอธิบดีกรมราชทัณฑ์ เป็น
พระยาเงี่ยมฬ่ออ๋อง ที่คนเราเรียกว่าพยายมราช ใครเก่งละก็ต้องเจอกับอั๊ว แม้เเต่ไอ้ที่ว่าเเน่ (ปรายตามาทางไพฑูรย์ที่เป็นคู่เเค้นคู่อาฆาตอาจารย์เดียวกัน) ก็ยังสลบแล้วสลบอีก เวลาอั๊วเดินผ่านลื้อ อย่าได้บังอาจมา ถลึงตาใส่อั๊วเป็นเด็ดขาด จงก้มหน้าลงดูดิน พวกลื้อมันเป็นแดนคนที่หลวงท่านส่งมารับโทษ รับกรรมที่ได้ก่อมาให้สำนึก อย่าได้ลำพองเป็นเด็ดขาด”

นอกจากพระกล้ากลางสมรเเล้ว ก็มาถึงผู้บัญชาการเรือนจำ หัวหน้าแดน และพัศดีธรรมดาที่เเต่ละคนล้วนมีฤทธิ์มีผิดเเผกแตกกันออกไป แล้วเเต่จะทำ มีผู้คุมตัวเเสบชื่อ ถมยา เจ้าผู้คุมตัวนี้จะทำตัวเป็นสะพานระหว่างญาตินักโทษกับตัวนักโทษ ช่วยจัดการเรื่องต่างๆให้ ดังเช่นเรื่องที่เกิดกับ น.ช.อิน สังกัดพี่เสงี่ยมนางเลิ้ง

น.ช.อินก่อคดีฆ่าคนตายโดยเจตนา โดยเเทงนายโชติ พระเอกลิเก สำนักเเหวนขาวที่เข้ามาหลอกหลานสาวไปเป็นเมียแล้วทิ้ง จนหลานสาวต้องผูกคอตาย น.ช.อินข้ามถิ่นเข้าไปในเขตบ้านพานถมบางลำพู โดยพรางรอยสักเก้ายอดด้วยการสวมเสื้อแขนยาว เเละพันคอด้วยผ้าพันคอเพื่อปกปิดรอยสักเก้ายอดด้านท้ายทอย

เมื่อไปถึงที่ที่นายโชติชอบเล่นไพ่ จึงบุกขึ้นไปแล้วร้องประกาศว่า
”ไอ้โชติ วันนี้คือวันตายของมึงแล้ว กูมาล้างแค้นมึงที่ทำกับหลานสาวกูจนต้องผูกคอตายใครไม่เกี่ยวก็รีบไสหัวไป”

ส่วนนายโชติทระนงว่ามีเเหวนขาวคุ้มชีวิตจึงไม่กลัว ชักมีดเสือซ่อนเล็บฝักงามออกมาสู้กับนายอิน นายอินใช้ดิ้วเป็นอาวุธเข้าต่อสู้ ตีจนนายโชติแขนหัก หน้าตาบวมปูด เเม้จะไม่มีเลือดแต่ก็เจ็บสาหัส ส่วนนายอินถูกแทงหลายแห่งแต่ไม่เข้า เมื่อได้ทีนายอินจึงเข้าประชิดตัว กอดปล่ำเพื่อถอดเเหวนชาวออกจากนิ้วของนายโชติ เเต่ทำไม่ได้

นายอินจึงดึงมีดพกออกมาหั่นนิ้วที่สวมเเหวนจนขาด เเหวนหลุดออกจากนิ้ว นายโชติสะบัดหลุดวิ่งหนี เเต่นายอินวิ่งตามไปจนทันเเล้วถีบนายโชติล้มคว่ำ

นายอินขึ้นไปคร่อมร่างของนายโชติไว้ เอามือจิกผมให้หน้าหงาย ก่อนใช้มีดในมือขวาปาดคอหอยนายโชติจนหลอดลมขาด
คิดว่าอาจจะไม่ตาย จึงกระหน่ำเเทงซ้ำแล้วซ้ำอีก จะหนีก็ไม่ทัน ตำรวจมาล้อมจับหนี ไม่รอดโดนซ้อมจนอ่วมบนโรงพัก

พยานหลักฐานแน่นหนา อัยการส่งฟ้องศาลด้วยข้อหาหนัก ฆ่าคนตายโดยเจตนาและไตร่ตรองไว้ก่อน ด้วยความทารุณโหดร้าย
ศาลวิเคราะห์แล้วจึงพิพากษาให้ประหารชีวิต น.ช.อินจึงถูกส่งมาที่บางขวาง

นายถมยาเป็นผู้คุมแผนกเข้าเยี่ยม ทำตัวเป็นสะพานระหว่างญาตินักโทษกับตัวนักโทษ หากินกับการที่หากนักโทษต้องการเงินสดมาใช้ ก็จะให้ญาติฝากกับนายถมเพื่อนำมามอบให้ นายถมยาจะหักไว้ร้อยละ 30 ตามกฏเถื่อนที่ตั้งเอาไว้

น.ช.อินมีสันดานอยู่อย่างหนึ่งคือติดการพนันอย่างเข้ากระดูกดำ เเม้มาอยู่ในคุกจะได้ใบมุกแต่เล่นได้ไม่ถนัด จึงบอกกับน้องสาวที่เป็นแม่ค้า ซึ่งยังเป็นโสดให้ฝากเงินสดมาให้ โดยให้ฝากนายถมยาซึ่งเป็นคนกลาง

เงินสด 100บาท หัก 30บาทเหลือ 70บาท ด้วยการหาวิธีนี้ นายถมยาจึงมีทองหยองใส่เเพรวพราว นอกจากนี้นายถมยายังมีรูปร่างหน้าตาดี รู้ว่าน้องสาวของ น.ช.อินเป็นแม่ค้ามีเงินเยอะก็เลยเกาะแกะจนที่สุดก็เกิดความสนิทสนม น้องสาว น.ช.อินมาขออยู่กินกับนายถมยา เมื่อ น.ช.อินรู้ข่าวก็ให้นายถมยารับปากว่าจะเลี้ยงดูน้องสาวตนให้ดี สองคนจึงใช้ชีวิตร่วมกัน

ตอนเเรกชีวิตคู่ก็ราบรื่นดี แต่เพราะนายถมยาเป็นคนเจ้าชู้ ชอบเที่ยวตามเหลา ตามสถานเต้นรำจึงไม่เอาใจใส่น้องสาวของ น.ช.อิน ปอกลอกเอาเงินน้องสาวของ น.ช.อินไปจนหมด ทะเลาะกันคราใดก็ซ้อมจนบาดเจ็บทุกครั้ง

หนักเข้าจนทนไม่ไหว น้องสาวของ น.ช.อินก็พาร่างอันบอบช้ำมาพบพี่ชาย เมื่อเห็นสภาพและรู้เรื่องราวที่เกิดขึ้นกับน้องสาวเช่นกัน น.ช.อินจึงไปพูดกับนายถมยาว่า ไม่ใช่ลูกผู้ชายที่ทำอย่างนี้

แต่นายถมยาตวาดกลับว่า ”ไอ้ขี้คุก” กูไม่ได้เห็นว่ามึงเป็นพี่เมียกู แต่เป็นเพียงนักโทษคนหนึ่งเท่านั้น เมียของกู กูจะทำอะไรก็ได้ ก็อย่าเเส่ หาเรื่องใส่ตัวแล้วนะมึงนี่

น.ช.อินจึงได้เเต่เก็บความเเค้นไว้ในใจ ที่สุดน้องสาวของ น.ช.อินสุดทนชอกช้ำกายและใจอีกต่อไปไม่ไหวจึงกินยาตายลาโลกไป

น.ช.อินได้ข่าวน้องสาวกินยาตายก็สุดระงับที่จะเก็บเเค้นไว้ได้ มาระบายความอัดอั้นตันใจกับไพฑูรย์

”อาจารย์ ไอ้ถมยามันทำกับน้องสาวผมจนต้องกินยาตาย มันเท่ากับว่าทำร้ายจิตใจผมด้วยถ้าผมฆ่ามัน ผมจะได้รับโทษเพิ่มสักเท่าใด”

”ทำไปด้วยบันดาลโทสะ ก็อาจจะได้รับการบรรเทาโทษบ้าง แต่ที่สุดแล้วเเต่ศาลท่านจะพิจารณาการฆ่าเจ้าพนักงานนั้น โทษสูงสุดถึงประหารเลยนะ”

”อาจารย์ ทุกวันนี้ผมติดคุกตลอดชีวิตมันก็ตายทั้งเป็นอยู่เเล้ว จะถูกประหารก็คงไม่หนักหนาอะไรนักหรอก ผมยอมตาย”

”คิดให้ดีนะอิน”

”ไม่ต้องคิดหรอก ลูกเมียผมก็ไม่มี พ่อเเม่ก็ตายหมด สุดเเต่บุญเเต่กรรมเถอะ ผมไม่มีห่วงอะไรอีกเเล้ว ขออย่างเดียว อาจารย์อย่าเเพร่งพรายเรื่องนี้ออกไปให้ใครรู้เด็ดขาด”

”เรามีฉายาสิงโตหิน นายก็น่าจะเคยได้ยิน เพราะเราเป็นคนที่รักพวกพ้อง ความลับใดที่จะทำให้พวกพ้องเดือดร้อน เราจะไม่ทำ จึงเหมือนสิงโตหินหน้าศาลเจ้าที่ไม่เคยทำอันตรายใคร”

หลังจากนั้น น.ช.อินก็พยายามหาทางฆ่านายถมยามาโดยตลอด เเต่ไม่สบโอกาสสักที เพราะนายถมยาระวังเเจ ไม่ยอมให้ น.ช.อินเข้าถึงตัวได้เลย ส่วน น.ช.อินพยายามสะสมใบมุกไว้ไม่เล่นการพนันเหมือนก่อน เอาใบมุกไปแลกมีดพกทำจากแหนบรถยนต์มาได้เล่มหนึ่ง

แต่นายถมยาไม่เคยประมาท ไปไหนก็มีผู้คุมด้วยกันเดินไปด้วย มีผู้คุมลำดับต่ำกว่าเป็น รปภ. คอยคุ้มกัน มีนักโทษที่อาศัยใบบุญจากนายถมยา คอยเป็นหูเป็นตาให้ น.ช.อินจึงไม่มีโอกาสจะทำอะไรได้

ในที่สุดนายถมยาคงจะพอรู้ระเเคะระคายว่า น.ช.อินจ้องหมายปองชีวิตตนอยู่ จึงวางแผนชั่วกำจัดพี่เมียให้พ้นทาง

ในวันหยุดมีการเล่นพนันไฮโล น.ช.อินเอาใบมุกมาเล่นการพนันโดยหารู้ไม่ว่ามีการวางแผนหาเรื่องตน โดยให้ น.ช.ออด นักโทษจากนครปฐมแกล้งยักเงินของ น.ช.อินจากสูงไปต่ำ ปรากฏว่าไฮโลออกสูง แต่น.ช.ออดไม่ยอมรับผิดชอบ จึงเกิดเรื่องชกต่อยกัน พวกของ น.ช.ออดจึงเข้ามาช่วยรุมกระทืบ น.ช.อิน

ผู้คุมพวกพ้องของนายถมยาที่รับรู้เเผนการเเล้วก็ทำทีเป็นเข้าระงับเหตุ ช่วยกันเอากระบองกระหน่ำตี น.ช.อินจนคิดว่าไม่รอดเเน่จึงรามือปรากฏว่ารอยสักเก้ายอดคุ้มชีวิตไว้ได้ น.ช.อินนอนหายใจระรวยๆ จะตายก็ไม่ตาย สลบไปสามวัน ฟื้นขึ้นมาถึงขนาดทบทวนความทรงจำ

ไพฑูรย์เล่าว่า ต้องเอาใบบัวบกดำกับน้ำตาลทรายเเดงเเอบมาให้ น.ช.อินกิน พอกินเต็มที่ก็อาเจียนเอาโลหิตสีดำคล้ำมีกลิ่นเหม็นออกมา น.ช.อินบอกกับไพฑูรย์ว่า

”อาจารย์ผมรอดตายเเล้ว เลือดเสียที่อยู่ข้างในออกมาหมดเเล้ว อาจารย์ตรองดูซี ต้องเป็นไอ้ถมยาเเน่ๆ มันวางเเผน ฆ่าผมอย่างเลือดเย็น รอให้ผมฟื้นกำลังก่อนเถอะ คราวนี้มันไม่พ้นมือผมเเน่ ผมจะทำให้มันลั่นคุกไปเลย”

แล้ววันที่ดาวประจำตัวของผู้คุมถมยาจะตกลงจากฟ้าก็มาถึง
ผู้คุมถมยาไปที่แดนช่าง ไปให้นายรุณ กัลบกฝีมือดีที่ถูกข้อหาฆ่าเมียกับชายชู้ตายเปลือยขณะจับได้ว่าช่วยกันสวมเขาให้กับตัวเอง สายของน.ช.อินส่งข่าวมาให้รู้ทันที

น.ช.อินซุกซ่อนมีดไว้ในตัวอย่างดี เดินย่องมาที่ห้องตัดผม พอไปถึงก็ย่องกริบเข้าไป นายรุณกำลังตัดผมอยู่ พอเห็น น.ช.อินย่องเข้ามาก็รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น จึงส่งเสียงร้อง แต่ช้าไป น.ช.อินบุกเข้าไปถึงตัว ใช้มีดปลายเเหลมแทงเข้าที่คอหอยของผู้คุมถมยา จนเลือดพุ่งกระฉูด

น.ช.อินกระหน่ำแทงที่หน้าอกและหน้าท้องของผู้คุมถมยาแบบไม่นับ ปากก็ร้องว่า

”ไอ้ผีนรก มึงมันก่อความเดือดร้อนให้กับผู้คนมามาก วันนี้กูจะส่งมึงไปพบน้องสาวกู ที่มันรอจิกหัวมึงอยู่เเล้ว”

เสียงนกหวีดเป่า เสียงคนวิ่ง ผู้คนพากันเเห่เข้ามาที่เกิดเหตุทันที มีหัวหน้าผู้คุมมาด้วย น.ช.อินมีท่าทางเหมือนคนบ้า วิ่งสวนเข้าหาผู้คุม ”วันนี้กูยอมตายพวกมึงเข้ามาเลย”

ไพฑูรย์ซึ่งวิ่งตามหลังมาติดๆ เห็นภาพหัวหน้าผู้คุมใช้ปืนพกลูกโม่ยิงใส่สกัด น.ช.อิน ปืนลั่นเข้าใส่จุดตายทุกนัด แต่ทำได้เเค่ น.ช.อินชะงักนิดหน่อยด้วยแรงปะทะของกระสุน

บรรดาผู้คุมก็เข้าถึงตัวเหมือนกัน น.ช.อินเเทงสวน ผู้คุมรุมตีด้วยพลอง ตีด้วยกระบอง เสียงดังสนั่น น.ช.อินล้มลงไปก็ถูกกระหน่ำตีซ้ำแล้วซ้ำอีกจนแน่นิ่ง

หลังจากเหตุการณ์ผ่านไป น.ช.อินได้รับโทษเพิ่ม ไพฑูรย์เป็นผู้เขียนอุทธรณ์ให้ น.ช.อิน เเต่ศาลอุทธรณ์ยืนประหารชีวิต ศาลฏีกายืนประหารชีวิต สุดท้าย น.ช.อินจึงกลับออกไปได้เพียงร่างที่ไร้วิญญาณเท่านั้น

ตอนนี้ขอมอบพระคาถาที่เรียกว่า ”พระคาถาขุนแผนหน้าทอง”เป็นพระคาถาตับขุนแผนที่ใช้เสกแป้งผัดหน้า เสกน้ำมันหอมทาตัว ไปทางใดใครเห็นหน้าก็เมตตา เหมือนเป็นญาติสนิทมิตรสหาย

◎พระคาถาขุนแผนหน้าทอง◎

เมกะมุอุ อุมุกะเม กะเมอุมุ มุกะเมอุ

เสกให้ได้ 16จบ เวลาสเกแป้ง เทแป้งใส่อุ้งมือซ้าย ปลายนิ้วชี้ขวาจิ้มแป้งแล้ววนขวาภาวนาวนไปจนครบ 16จบ จึงขยี้แล้วผัดหน้า น้ำอบน้ำหอมให้เสกขวดก่อนใช้
ใส่บาตรให้หลวงพ่อขัน วัดนกกระจาบ ในวันพฤหัสบดี จึงเริ่มใช้คาถา

ใส่ความเห็น