๑ใน๙ เครื่องรางสะท้านแผ่นดินหมากทุยแห่งวัดหนัง

๑ใน๙ เครื่องรางสะท้านแผ่นดินหมากทุยแห่งวัดหนัง

๑ ใน ๙ เครื่องรางสะท้านแผ่นดิน….

หมากดี ที่วัดหนัง ถ้าเบี้ยขลัง วัดนายโรง

ไม้ครู คู่วัดอินทร์ ส่วนมีดบิน วัดหนองโพ

พิสมร วัดพวงมาลัย ครั่งเหลือร้าย วัดโตนดหลวง

ราหู คู่วัดศรีษะ แหวนอักขระ วัดหนองบัว

ลูกแร่ ที่วัดบางไผ่ ฤทธิ์เหลือร้ายหาใดปาน

เก้าสิ่งล้วนเป็นมงคล ทั่วทุกคนควรค้นหา

ติดกายยามยาตรา ภัยมิกล้ามาแผ้วพานฯ

คือบทโคลงกลอนที่นักสะสมเครื่องรางของขลังในยุคเก่าก่อนได้กล่าวถึง ๙ เครื่องรางของขลังทรงคุณค่าที่ควรมีไว้คู่กาย อันได้แก่ ๑. หมากทุยหลวงปู่เอี่ยม วัดหนัง ๒. เบี้ยแก้หลวงปู่รอด วัดนายโรง ๓. ตะกรุดไม้ครู หลวงปู่ภู วัดอินทร์ ๔. มีดหมอ (มีดบิน) หลวงพ่อเดิม วัดหนองโพธิ์ ๕. ตะกรุดพิสมรหลวงพ่อแก้ว วัดพวงมาลัย ู๖. ตะกรุดอุดครั่งหลวงพ่อทองศุข วัดโตนดหลวง ๗. ราหูหลวงพ่อน้อย วัดศรีษะทอง ๘. แหวนอักขระหลวงปู่ยิ้ม วัดหนองบัว ๙. ลูกสะกดเนื้อแร่บางไผ่ หลวงปู่จันทร์ วัดโมลี…ใครที่มีชิ้นใดชิ้นหนึ่งก็ว่าดีแล้ว ยิ่งใครมีครบนี่นับว่าเป็นมงคลมากทีเดียว แต่กว่าจะมาเป็นเครื่องรางของขลังทรงคุณค่าที่ผู้คนนิยมและศรัทธามากเช่นนี้ ประวัติความเป็นมาก็เข้มข้นน่าสนใจไม่น้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “ไม้ครู” หลวงปู่ภู วันอินทร์ ซึ่งถือว่าเป็น “ยอดไม้ครู” อันดับ ๑ ของเมืองไทย หนึ่งในชุดเครื่องรางมงคลสะท้านแผ่นดิน

หมากทุยหลวงปู่เอี่ยม วัดหนัง

คนไทยในสมัยโบราณ จะนิยมพกพาเครื่องราง ของขลัง ติดตัว เพื่อป้องกันอันตรายต่าง ๆ เครื่องรางที่เป็นที่นิยม ได้แก่ เขี้ยวเสือ ตะกรุด เบี้ยแก้ คตขนุน และหมากทุย วันนี้ ผู้เขียนจะขอกล่าวถึง หมากทุย ซึ่งเป็นเครื่องรางอีกชนิดหนึ่ง ซึ่งค่อนข้างหายาก และสร้างได้ยากมาก หมากทุย ก็มีสร้างหลายสำนัก แต่ที่มีชื่อเสียงโด่งดังและโดดเด่นที่สุด และเป็นเบอร์ 1 ของวงการ ต้องยกให้หมากทุย ของหลวงปู่เอี่ยม วัดหนัง

หมากทุย เป็นเครื่องรางของขลังชนิดหนึ่ง ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีในหมู่ ผู้นิยมสะสม เครื่องรางของขลัง หมากทุยที่มีชื่อเสียงโด่งดัง มากที่สุดเห็นจะได้แก่ หมากทุย ” หลวงปู่เอี่ยม วัดหนัง ” ซึ่งจัดอยู่ในชุดเครื่องรางมงคล ๙ สะท้านแผ่นดิน ในอันดับแรกสุด ดังนี้

“หมากดี ที่วัดหนัง ถ้าเบี้ยขลัง วัดนายโรง ไม้ครู คู่วัดอินทร์ ส่วนมีดบิน วัดหนองโพ พิสมร วัดพวงมาลัย ครั่งเหลือร้าย วัดโตนดหลวง ราหู คู่วัดศรีษะ แหวนอักขระ วัดหนองบัว ลูกแร่ ที่วัดบางไผ่ ฤทธิ์เหลือร้ายหาใดปาน เก้าสิ่งล้วนป็นมงคล ทั่วทุกคนควรค้นหา ติดกายยามยาตรา ภัยมิกล้ามาแผ้วพานฯ”

กรรมวิธีการสร้างหมากทุย

ในตำรับเครื่องรางของขลังไทยนั้น ท่านได้บอกไว้ประการหนึ่งว่า อันต้นไม้ใดก็ดีที่อยู่ดี ๆ ก็มีอันเป็นยืนตายแห้งทั้ง ๆ ที่ผืนดินก็อุดมสมบูรณ์ดีไม่มีวี่แววแห่งโรคต้นไม้นั่นแหละเรียกกันว่า “ต้นไม้ตายพราย” จะเป็นหมากตายพราย มะยมตายพราย หรือไม้ไผ่ไม้รวกตายพรายก็เหมือนกัน นำเอาชิ้นส่วนของมันมาทำเครื่องรางของขลังได้อย่าทิ้งให้เปล่าประโยชน์ไป ที่ไม่เข้าหลักก็มีเพียงกล้วยตานี้ตายพรายเท่านั้น ที่เขาไม่ค่อยจะนิยมเพราะถือว่าเป็นอวมงคล เหมือนคนออกลูกตายทั้งกลมนั่นแหละ การสร้างหมากทุยนั้น ประการแรกท่านจะให้ศิษย์ไปขึ้นต้นหมาก เพื่อเอาลูกหมากที่ตายพรายลงมา และลูกหมากนั้นจะต้องเป็นลูกหมากอ่อนที่มีขนาดเล็กพอเหมาะ ส่วนการจะขึ้นไปนั้นท่านจะสอนคาถาภาวนาให้ เมื่อเวลาขึ้นต้นหมากก็ต้องภาวนาทุกช่วงเวลาไต่ ครั้นพอถึงแล้วก็ไม่ให้เอามือเด็ด แต่ให้ใช้ปากคาบ แล้วดึงจนลูกหมากขาดแล้วเวลาคาบไว้ในปากพร้อมกับภาวนาคาถากำกับทุกช่วงไปการขึ้นครั้งหนึ่งจะได้ไม่กี่ลูกเท่านั้น

เมื่อได้ลูกหมากตายพรายมาแล้วก็เปิดจุกด้านบนคว้าเอาเนื้อหมากด้านในออกให้หมด จากนั้นจึงเอาเม็ดพระธาตุใส่ บางลูกก็ลงอักขระเลขยันต์ ตามตำราของท่านอันมี อยู่ว่า “นะปถมัง” เป็นหลักใหญ่ และประกอบด้วย หัวใจ พระรัตนตรัย คือ มะ อะ อุ และพระนามย่อพระเจ้าห้าพระองค์ คือ” นะโมพุทธยะ ” และหัวใจมหาอุตคือ ” อุดทัง อัดโธ” ลงในกระดาษสาแล้ว บรรจุลงไปในลูกหมากที่เตรียมไว้ แล้วอุดด้วยชันนางโรงใต้ดิน เมื่อทำการปลุกเสกแล้วก็บรรจุไปด้านในแทนให้เต็ม จากนั้นก็เอาชันโรงใต้ดินมาอุดปิดทับด้านบนให้แน่น เพื่อป้องกันความชื้นและพวกตัวแมลง

การปลุกเสกกำกับด้วยพลังจิต จนเกิดอุดมนิมิต เป็นว่าลูกหมากนั้นลุกขึ้นตั้งได้เอง เมื่อปลุกเสกดีแล้วจะถือเป็นเครื่องรางชั้นดี ” เรียกว่า หมากทุย วัดหนัง ” ที่นักนิยมเครื่องรางของขลัง เสาะแสวงหามาครอบครองกัน มีสรรพคุณเด่นชัดในด้านทางอยู่ยงคงกระพัน ชาตรีชนิดที่ว่า ” แมลงวันไม่กินเลือด “

ใส่ความเห็น