◎อาถรรพ์แห่งวิชาอาคมผลวิบัติด้วยเเรงสาบาน◎

◎เเรงสาบาน◎

ไพฑูรย์ พันธุ์เชื้องามได้ย้อนหลังไปตอนที่ยังศึกษาอยู่ในชั้น ม.ปลาย เมื่อประมาณปี พ.ศ.2471แม้จะเป็นเด็กบ้านนอกจากวัดดอนเเก้ว จ.ตาก แต่เมื่อมีเจ้านายใน กทม. ไปนมัสการสมภารวัดดอนแก้ว ได้เห็นหน่วยก้านของ ด.ช.ไพฑูรย์เเล้วเกิดพอใจ ได้เอ่ยปากขอจากพ่อแม่มาเป็นเด็กในชายคาให้การศึกษาจนอยู่ในชั้น ม.ปลาย เมื่อนตอนนั้นไพฑูรย์มีเพื่อนสนิทอยู่คนหนึ่ง ชื่อนาวิน เป็นลูกคหบดีมีฐานะดีพอสมควร ที่คบกันได้เพราะชอบเรื่องไสยเวท คาถาอาคมและเรื่องความอยู่ยงคงกระพัน

ตอนนั้นมีพระรูปหนึ่งมาจำวัดอยู่ที่วัดใหม่อมตรส บางขุนพรม มีวิชาสักที่เรียกว่า มหาทะมื่นคงกระพันชาตรีไปถึงกระดูก จึงพากันมาพบท่านชื่อ ”หลวงปู่อินทร์” เป็นพระมาจากพระตะบอง เมื่อได้กราบนมัสการหลวงปู่ และเเจ้งความประสงค์ให้ทราบแล้วหลวงปู่อินทร์จึงให้เขียน วัน เดือน ปีเกิดตลอดจนเวลาตกฟาก หลวงปู่อินทร์บวกลบคูณหารในกระดานครู่ใหญ่ ก็เรียกเข้าไปหาท่าน ให้เข้าไปทีละคน สำหรับไพฑูรย์ หลวงปู่อินทร์บอกว่า

”ดวงชะตาของเจ้าตกโจร ชีวิตนี้เข้าคุกเป็นว่าเล่น วิชานี้เหมาะสำหรับเจ้า แต่เพื่อนของเจ้านั้นอายุไม่ยืน แม้เรียนไปก็ไม่ได้ใช้ป้องกันตัว แต่วิชาเขมรนี้ให้เรียนเป็นคู่ ให้สาบานว่าจะไม่ทรยศต่อกัน คอยช่วยเหลือกัน กลับไปเตรียมดอกไม้ธูปเทียน ผ้าขาวสามเมตร ผ้าแดงห้าเมตร เงินเก้าบาท”

วันเรียนมาถึง หลวงปู่อินทร์รับค่าบูชาครูแล้วจึงประกอบพิธีสักยันต์ให้ แต่ตอนนั้นยังเป็นนักเรียนจึงสักด้วยน้ำมันงาแทน หลวงปู่อินทร์สอนหัวใจมหาทะมื่นทีละคำ ให้จำด้วยปากเปล่า เมื่อจำได้แม่นยำเเล้วจึงตักน้ำมนต์ในบาตรหน้าที่บูชามายื่นส่งให่

”แบ่งกันกินคนละครึ่งให้หมดเเก้ว”

ไพฑูรย์ดื่มก่อนตามด้วยนาวิน เสียงหลวงปู่อินทร์สั่งต่อไปว่า

”ให้ว่าตามหลวงปู่ทุกคำ”

”กูทั้งสองดื่มน้ำสาบานเป็นเพื่อนตายต่อกัน จะอุปถัมภ์ค้ำชูกันเเละกัน ไม่คิดร้ายต่อกันแม้วันใดกูฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดคิดร้ายต่ออีกฝ่าย ให้ตายโหงโดยพลันทันที มิให้คลาดในเจ็ดราตรี”

จากวันนั้นจนจบการศึกษาชั้น ม.ปลาย ไพฑูรย์ไปสอบเข้าโรงเรียนนายร้อยทหารบก ส่วนนาวินไปสอบเข้าโรงเรียนนายร้อยตำรวจ ยังติดต่อกันอยู่ตลอดเวลา สำหรับไพฑูรย์สำเร็จการศึกษาเป็นร้อยตรี ได้รับการอบรมทางด้านนิติศาสตร์เพิ่มเติม ได้รับบรรจุเป็นนายทหารพระธรรมนูญยศร้อยตรี ส่วนนาวินได้รับราชการติดยศเป็นร้อยตำรวจตรี

ความแม่นยำในคำพยากรณ์ของหลวงปู่อินทร์ปรากฏเป็นจริง เมื่อไพฑูรย์ต้องคดีฆ่าคนตายด้วยการดวลปืน และ ร.ต.นาวินก็ต้องคดียิงผู้บังคับบัญชาตาย เป็นนักโทษหลบหนีคดีอาญา ถูกถอดยศหมดศักดิ์ เหลือเพียงนายไพฑูรย์กับนายนาวินที่ต้องซอกซอนหลบหนีคดีไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด

เส้นทางการหลบหนีก็มารวมกันที่ชะอำ ไพฑูรย์กับนาวินพรางตัวมาในคราบนักท่องเที่ยวจากชะอำก็ไปหัวหิน ไพฑูรย์บอกว่า โบราณบอกว่าที่ใดล่อแหลมต่ออันตราย ที่นั่นก็ปลอดภัยมากที่สุดเช่นกัน ไพฑูรย์จึงเลือกมาหัวหิน นาวินได้เงินจากพ่อแม่ที่แอบส่งเสียให้ ส่วนไพฑูรย์ได้เงินจากการปล้นพวกเศรษฐีหน้าเลือดมาแบ่งให้คนจน และส่วนหนึ่งมาใช้จ่าย จึงสามารถใช้ชีวิตที่หัวหินได้อย่างสบาย

สมัยเมื่อครั้งกระโน้นหัวหินเป็นถิ่นตากอากาศสำหรับผู้รากมากดีจากบางกอก ใครไปตากอากาศ บรรดาสาวๆลูกผู้รากมากดีมักไปเดินอวดความงามกันตามชายหาด ไปอวดความร่ำรวยกันด้วยรถยนต์ราคาเเพงๆ จอดไว้ตามโรงแรม และบังกะโลตากอากาศ ไพฑูรย์ได้มีโอกาสพบกับสุดาวรรณเจ้าของร้านเสริมสวยลูกกำพร้าหน้าตาดี โดยทั้งสองฝ่ายต่างพอใจซึ่งกันและกัน จนกลายเป็นความรัก

ไพฑูรย์คิดว่าจะพาสุดาวรรณข้ามไปอยู่มลายูหลังจากที่ทำพิธีผูกข้อมือกันเเล้ว เพราะหากอยู่ที่หัวหินต่อไป วันหนึ่งอาจพลาดถูกจับกุม วันนั้นไพฑูรย์กับสุดาวรรณได้พบกับนาวินโดยบังเอิญไพฑูรย์จึงเเนะนำให้รู้จัก โดยไม่ได้เฉลียวใจเลยว่าสตรีจะชักนำความวิบัติมาให้

ไม่นานนักสุดาวรรณก็มาบอกกับไพฑูรย์ว่านาวินมักไปที่ร้านเสมอ ไปพูดจาเรื่องชู้สาว แต่เธอเห็นว่าเป็นเพื่อนของไพฑูรย์ จึงหลบหลีกไม่ตอบวาจาเลี่ยงไปคุยเรื่องอื่น

ไพฑูรย์จึงนัดนาวินไปพบสองต่อสองที่ชายหาดและดื่มสุราคุยกัน

”สุดาวรรณบอกว่าแกไปแทะโลมเธอ ฉันไม่อยากเชื่อ แต่สุดาวรรณเป็นคนไม่เหลาะแหละ ฉันอยากฟังจากปากของแกเอง”

”เปีย ก็มีบ้าง เพราะเวลาฉันเมาก็คงจะพลั้งเผลอ แต่ไม่มีอะไรเกินเลยไปกว่านั้นหรอกเปียนายสบายใจได้”

”เราเชื่อนาย เราต่างเป็นลูกผู้ชายคงไม่ขายเพื่อนหรอก”

ไพฑูรย์ยังไม่ได้ทำพิธีผู้ข้อไม้ข้อมือให้กับสุดาวรรณ ความผูกพันจึงยังไม่ถึงที่สุด โอกาสของนาวินก็ยังมีอยู่ แต่จะทำอย่างไรนั้น ก็สุดแต่สมองชั่วๆจะบงการไปเท่านั้น ไพฑูรย์ไม่รู้เลยว่าเพื่อนร่วมน้ำสาบานกำลังคิดกำจัดเพื่อนให้พ้นทางไปจากผู้หญิงที่ตัวเองพอใจ แม้จะมาทีหลังก็ตาม

จดหมายแจ้งเบาะเเสจากพลเมืองดีมีไปยัง สภ.อ.เมืองหัวหิน บอกรูปพรรณสัณฐานและสถานที่เบ็ดเสร็จ โดยแจ้งว่า อดีต ร.ต.ไพฑูรย์ พันธุ์เชื้องาม ผู้ต้องหาคดีฆ่าคนตายหลบมาซ่อนตัวอยู่ที่บังกะโลแสงดาว ผู้ต้องหามีอาวุธปืนพกสมิธแอนด์เวสสัน ขนาด .38 พร้อมเครื่องกระสุน จะเข้าจับกุมขอให้ระวังตัว ตำรวจได้เบาะเเสแล้วจึงวางแผนเข้าจุบกุม

แต่ก่อนหน้าที่เบาะแสจะไปถึงตำรวจไพฑูรย์ได้ฝันไปว่าหลวงปู่อินทร์มาหาในฝันหลวงปู่บอกว่า

”ไพฑูรย์ หลวงปู่ตายไปแล้วนะ กลับไปตายที่พระตะบอง เป็นห่วงเอ็งเพราะว่าเอ็งกำลังมีเคราะห์ ตื่นขึ้นเอ็งรีบออกจากที่พักไปอยู่ที่อื่น ไม่งั้นจะไม่รอด”

ไพฑูรย์เล่าว่า พอตกใจตื่นก็อาบน้ำล้างหน้าเก็บข้าวของออกจากบังกะโลแสงดาวในทันที คล้อยหลังได้ไม่ถึงชั่วโมง สายสืบจาก สภ.อ.หัวหินก็เข้าซุ่มเฝ้าคอยดูการเข้าออกของไพฑูรย์ แต่เงียบผิดปกติ เวลาผ่านไปจนรุ่งเช้าอีกวันก็ไม่มีวี่แวว จึงรายงานให้ สวญ.ทราบ กำลังตำรวจจึงเข้าล้อมบังกะโลแสงดาวที่ไพฑูรย์พักก็พบแต่ความว่างเปล่า เจ้าของบังกะโลแจ้งว่าย้ายออกไปหลายวันเเล้ว

ไพฑูรย์ออกจากบังกะโลแล้วได้เช่าเรือเดินทางจากหัวหินไปที่ตัวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยตำรวจได้ตะลุยค้นที่ต้องสงสัยทั่วหัวหินไม่พบ จึงส่งหมายจับจากกรุงเทพฯ ไปยัง จ.เพรชบุรี และ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ไพฑูรย์ต้องเอาตัวรอด ขณะที่นาวินอยู่หัวหินอย่างสบายใจ หมดไพฑูรย์ไปเสียคนหนึ่ง คนที่รู้จักเบาะแสของตัวเองก็ไม่มี แถมยังอาจจะกล่อมสุดาวรรณให้หันกลับมาหาตนได้อีกด้วย

ไพฑูรย์รู้ได้ด้วยสัญชาตญาณเสือว่า บัดนี้เพื่อนร่วมสาบานเพียงเพื่อจะสมหวังในผู้หญิงของเพื่อน ยอมขายเพื่อนให้ตำรวจ จนเพื่อนเกือบจะตาย หากหลวงปู่อินทร์ไม่มาเข้าฝันให้หลบหนี เมื่อทุกอย่างค่อยๆ เงียบ เสือร้ายอย่างไพฑูรย์ก็ย้อนรอยพรานกลับคืนหัวหินอีกครั้ง เขาสะเดาะกลอนเข้าไปในร้านเสริมสวยปลุกสุดาวรรณขึ้นมา

พอสุดาวรรณเห็นหน้าไพฑูรย์ก็ตกใจ เพราะนาวินบอกภูมิหลังหมดแล้ว เธอขอชีวิตแต่ไพฑูรย์ได้เล่าความจริงถึงเหตุที่ต้องกลายเป็นฆาตกร เธอบอกว่ามันคนละแบบกับที่นาวินเล่าแต่ถึงอย่างไรเธอก็ยังรักไพฑูรย์อยู่ ไพฑูรย์จึงบอกว่า

”แม่คุณ ชาตินี้เราอยู่ด้วยกันจนแก่เฒ่าไม่ได้เเล้ว บอกแม่คุณตามตรงว่า เพราะรักจึงไม่กล้าบอกว่าเป็นฆาตกร กะว่าจะพาไปอยู่
มลายูจนแก่จนเฒ่า ถึงตรงนี้แล้วขอให้แม่คุณช่วยทำงานให้สักอย่างเถิด จากนั้นผมก็จะไปจากคุณชั่วชีวิต ขอให้คุณจงพบคนใหม่ที่ดีกว่า”

ลมทะเลพัดโยกใบมะพร้าวไหวไปมา ร่างของชายหญิงสองคนเดินคลอเคลียกันมาจนถึงชายหาดที่เงียบสงบ มีเรือประมงขนาดเล็กจอดรออยู่ เจ้าของเรือนำมาทำเป็นเรือรับส่งนักท่องเที่ยวออกทะเลไปตกปลา ฝ่ายชายเดินนำหน้าพาฝ่ายหญิงเดินตามหลังมาติดๆ พอส่งฝ่ายหญิงขึ้นเรือแล้วก็ปีนตามขึ้นไป

ชายฉกรรจ์สวมหมวกหลุบหน้า โผล่ออกมาจากห้องกัปตันเผชิญหน้ากับนาวิน ในมือถือปืนพกปลายปากกระบอกหันมาที่หน้าอกของนาวิน พอเห็นหน้าชัดเจน นาวินก็อุทานออกมาด้วยเสียงอันแสดงความตกใจ

”แกเองหรือไพฑูรย์”

”เออฉันเอง อย่าเพิ่งเตะปืน ให้สุดาวรรณเธอกลับลงไปก่อน หน้าที่ของเธอหมดเเล้ว ต่อไปแกกับฉันจะออกไปตกลงกันในทะเล”

”ออกเรือได้ไต้ก๋ง”

หัวเรือพุ่งออกสู่ทะเลฝ่าคลื่นลมออกไปในทะเล ไพฑูรย์ถอดหมวกออกโยนลงกับพื้นเรือ เสียบปืนพกเข้าที่เอว ร้องบอกกับนาวิน

”ไอ้เพื่อนทรยศ กูไม่คิดเลยว่าเพียงผู้หญิงคนเดียว มึงถึงกับขายกูให้ตำรวจ มึงคิดว่ากูคงไม่รอดแต่กูก็รอด มึงจะรอดหรือไม่ก็อยู่ที่ว่ามึงจะยิงกูตายได้หรือไม่ มึงกับกูมาซัดกันคนละนัด ชักปืนออกมาเลย มึงจำคำหลวงปู่อินทร์ได้ไหม มึงผิดคำสาบาน มึงฆ่าตัวตายตั้งแต่วินาทีที่มึงหักหลังกูแล้ว”

”ปัง”

ปืนในมือของนาวินยิงใส่ไพฑูรย์ก่อนกระสุนถูกยอด อกอย่างจังเเต่ไม่เข้า เพราะพระเวทมหาทะมื่นคุ้มไว้ (ตอนนั้นยังไม่ได้เป็นศิษย์หลวงพ่อเดิม)

”ปัง”

กระสุนปืนจากปากระบอกปืนของไพฑูรย์ทะลวงเข้าที่ท้องน้อยใต้สะดือลงไปเล็กน้อย ไพฑูรย์บอกว่า การยิงตรงจุดนั้นจะทำให้เจ็บปวดและทรมานเพราะจะเกิดอาการช็อกน้ำ ร่างอันไร้วิญญาณ ของอดีต ร.ต.ท. นาวินลอยอยู่ในทะเลเป็นเหยื่อปลา

เรือเเล่นไปยัง อ.บางสะพาน ที่นั้นไพฑูรย์จะเริ่มเตลิดหนีอีกครั้ง

ในตอนนี้ของมอบ

◎พระคาถาประกาศิตพระร่วง◎
สำหรับภาวนาก่อนจะเริ่มเรียนคาถาอาคมจะขลังนักแล

”โอม อิมัง สัจจะวาจัง อักขระ ยันตัง สันตัง วิกะริง คะเร’

ใส่ความเห็น