◎แย่งคู่กันนอน◎ ไพฑูรย์ พันธุ์เชื้องาม

◎แย่งคู่กันนอน◎

ในนรกบนแดนดินถิ่นบางขวาง เป็นที่รวมของนักโทษอุกฉกรรจ์ ไม่ว่าจะเป็นสิงห์เหนือเสือใต้พยัคฆ์ร้ายภาคกลาง หรือเพชฌฆาตหมอแคนแดนอีสาน จะถูกส่งตัวมาที่นี่ เมื่อมาอยู่รวมกันแล้วก็จะสร้างอิทธิพลในหมู่พวกภาคเดียวกัน เรียกว่า ”ขาใหญ่” ใครเป็นขาใหญ่ก็จะมีบริวารมาก ไปไหนก็มีแต่นักโทษพวกเดียวกันห้อมล้อม มีน้องหรือเมียที่เป็นชายด้วยกันโดยเสพกามกันทางเวจมรรค (ทวารหนัก) หลายคน เกิดหึงหวงเกิดการแย่งชิงจนฆ่าแกงกันตายในที่สุด

สำหรับไพฑูรย์นั้น เขาบอกว่าไม่มีสังกัด เป็นอิสระไม่ขึ้นกับใคร เป็นนักโทษชั้นดี อยู่ฝ่ายรักษาความสงบ คอยช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ปราบปรามพวกที่แหกกฏ เป็นเพื่อนกับนักโทษทุกภาค ใครเดือดร้อนมาขอความช่วยเหลือก็ช่วยไปเท่าที่จะช่วยได้ พวกขาใหญ่แต่ละภาคแม้จะไม่ชอบหน้าไพฑูรย์นักแต่ก็ไม่กล้ามาตอแย เพราะไพฑูรย์เป็นนักโทษคดีอาญาที่มีโทษสูงถึงประหารชีวิต แต่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณลดโทษมาเป็นลำดับ

เหตุร้ายที่เกิดในคุกมักจะมีเหตุมาจากสิ่งที่เรียกว่า

”แย่งข้าวกันกิน แย่งถิ่นกันอยู่ แย่งคู่กันนอน(น้อง)” ฆ่าแกงกันมามากราย เสือสำนวนถูกส่งมาจากนครราชสีมา ผิวขาวเหลือง หน้าตาดี แต่มีคดีติดตัวด้วยการฆ่าสมภารขณะที่บวชเป็นพระ ถูกสึกมาดำเนินคดีต้องโทษจำคุก 20ปี พอถูกส่งเข้ามาในคุกวันแรกก็เป็นที่ถูกใจของ

น.ช.นุ้ย หัวหน้าโจรปล้นฆ่าจากนครศรีธรรมราช ขาใหญ่นักโทษทางภาคใต้ อยู่ได้ไม่นาน น.ช.นุ้ยก็ให้ลูกน้องแอบเอาใบกระท่อมป่นปนกับกัญชาผสมกาแฟให้ น.ช.สำนวนกิน

ยาที่ผสมกาแฟให้กินเรียกว่า ”กล่อมนิทรา” กินเข้าไปแล้วก็จะเมาไม่ได้สติ น.ช.สำนวนดื่มกาแฟเข้าไปแล้วก็สะลืมสะลือ ถูกหามไปส่งให้ น.ช.นุ้ย ขาใหญ่ ที่สุด น.ช.นุ้ยก็เสพกามทางทวารหนัก น.ช.สำนวนหลายครั้ง เมื่อฤทธิ์ยาหมด น.ช.สำนวนก็รู้สึกตัว แต่ทุกอย่างสายไปแล้วก็เลยกลายเป็นเมีย (น้อง) ของ น.ช.นุ้ย ที่สุดก็ได้ย้ายมาอยู่รวมกันกับ น.ช.นุ้ย ทั้งคุกก็รับรู้ว่า น.ช.นุ้ยเป็นผัวของ น.ช.สำนวน

น.ช.นุ้ยให้ลูกน้องหัดให้ น.ช.สำนวนเล่นโนราห์ แต่งหน้าทาปากแสดงในวันอาทิตย์ มีแฟนนักโทษติดกันมาก มีผู้นำบุหรี่ ใบมุก (แทนเงิน 20บาท) มาให้เป็นรางวัล นางเอกจะให้หอมแก้มหนึ่งฟอด เสียงนักโทษที่เป็นลูกน้องของ น.ช.นุ้ยก็จะตะโกนบอกว่า

”หอมได้แต่ห้ามเกินเลย น้องโนราห์เป็นเมียเสือนุ้ย จะตายโหงเอาง่ายๆ”

ในจำนวนแฟนมโนราห์ก็มี น.ช.ฟัก เสือร้ายปล้นฆ่ามาจากกรุงเก่าอยู่ด้วย ประวัติร้ายเหมือนกันที่มาคอยเกาะแกะนางเอกโนราห์โดยไม่เกรงบารมี น.ช.นุ้ย เพราะเป็นขาใหญ่คุมนักโทษภาคกลางโดยจะซื้อบุหรี่มาให้ประจำ เมื่อนางเอกให้รางวัล น.ช.ฟักไม่หอมเปล่า ยังอุ้มนางเอกมานั้งตักจนเสียงลูกน้องของเสือนุ้ยตะโกนว่า

”ไอ้ฟัก มึงนี่ไม่ดูตาม้าตาเรือเลย นางเอกเป็นเมียพี่นุ้ยนะ มึงมันหาเรื่องตายแล้ว”

เมื่อโนราห์เลิกเเสดง ต่างฝ่ายต่างคุมเชิงกันระหว่าง น.ช. ภาคกลาง กับ น.ช.ภาคใต้ เสือนุ้ยกับเสือฟักมองหน้ากันอย่างอาฆาตเเค้น แต่ที่สุดก็ไม่มีการลงมือลงไม้เพราะไม่ได้เปรียบเสียเปรียบกัน เมื่อไปถึงห้องขัง น.ช.สำนวนก็ถาม น.ช.นุ้ยว่า ทำไมดูหน้าตาไม่สบาย น.ช.นุ้ยบอกว่าเกรงว่า น.ช.สำนวนจะไปรักเสือฟัก น.ช.สำนวนก็เลยเอาจดหมายรักของ น.ช.ฟักมาให้ น.ช.นุ้ยอ่าน และบอกว่าตนไม่ได้สนใจ และไม่เคยตอบจดหมาย น.ช.ฟักสักฉบับ

รุ่งขึ้น น.ช.นุ้ยก็ไปพบ น.ช.ฟักที่ร้านสหกรณ์ของคุก พอเห็นหน้ากันก็เกิดศึกปะทะคารมกันทันทีทำให้นักโทษสองฝ่ายที่อยู่ตรงนั้นต่างมามุงดูกันแน่น

”ไอ้ฟัก มึงเขียนจดหมายถึงเมียกู แล้วเเช่งให้กูตาย เพื่อมึงจะได้ครองเมียกูต่อไป มึงต่างหากที่จะตาย ไม่ใช่กู ไอ้ฟัก”

”หน็อย…ไอ้นุ้ย กูเคยให้ความเกรงใจมึงว่าอยู่ที่นี่มาก่อน เรียกมึงว่าพี่ จดหมายกูก็เขียนไปด้วยอารมณ์คึกคะนอง มึงมันหมาบ้าพากระแชงนี่หว่า”

”มึงต้องมากราบตีนกู กูจึงจะไม่เอาเรื่อง ถือว่าเลิกเเล้วต่อกันไป”

”ถุย กราบตีน มึงซีน่าจะมากราบหว่างขากู มามะไอ้นุ้ย”

ไม่ต้องรอจังหวะ น.ช.นุ้ย กับ น.ช.ฟักต่างชักมีดที่พกมาเข้าแทงกันอุตลุด แต่หนังดีทั้งคู่เนื่องด้วยรอยสักลายพร้อย ชกต่อยกอดปล้ำกันจนหอบซี่โครงบาน น.ช.ฟักซึ่งมีอายุน้อยกว่าเลยขึ้นคร่อมอยู่ด้านบน เอามือบีบกระเดือก น.ช.นุ้ยจนตาเหลือกลิ้นจุกปาก

”ตายห่าเสียเถอะมึงไอ้นุ้ย หน็อยเก่งนัก หนังดี คราวนี้กระเดือกมึงจะเหนียวอีกไหม”

”ปี๊ด ๆ ๆ โพละ”

เสียงนกหวีดจากผู้คุมเข้ามามาระงับเหตุ ตามด้วยเสียงกระบองที่ตีกบาลของ น.ช.ฟัก แล้วช่วยกันลากตัวออกมา น.ช.นุ้ยจึงรอดตายมาได้อย่างหวุดหวิด จากนั้นนำตัวทั้งคู่ไปพบ ผบ.คุก ท่าน ผบ.โกรธมาก ยกมือชี้หน้าสองนักโทษ

”ไอ้พวกมึงมันไม่สำนึกตัว มีโทษอาญาแล้วก็ไม่ได้คิดกลับตัวกลับใจ ทำตัวเป็นขาใหญ่เข่นฆ่ากัน คราวนี้ต้องจัดการให้รู้สำนึกเสียบ้างเเล้ว เฮ้ย…ย้าย น.ช.สำนวนไปอยู่แดน 3 ส่วนไอ้นุ้ยกับไอ้ฟักตีตรวนหนัก ให้มันทำงานหนักกลางแดด เอาตัวไป”

ตีตรวนทำงานหนักกลางเเจ้งไม่เท่าไหร่ แต่การที่ น.ช.สำนวนถูกย้ายไปอยู่แดน 3 ซึ่งเป็นแดนเดียวกับ น.ช.ฟักคู่อาฆาต ป่นปี้หมดแน่คราวนี้ ที่สุด น.ช.ฟักก็ได้ น.ช.สำนวนเป็นน้อง (เมีย) ข่าวรู้ไปถึง น.ช.นุ้ย จึงเรียก น.ช.อิ่ม น.ช.กลด น.ช.ดำ และ น.ช.ปุ่น ที่เป็นนักโทษคดีอุกฉกรรจ์ของภาคอีสานมาว่าจ้างด้วยใบมุกคนละ 5 ใบ ให้ลวง น.ช.ฟักไปฆ่า

วันอาทิตย์ มือเพชฌฆาตทั้งสี่หลอก น.ช.ฟักมาเล่นไฮโล เเล้วช่วยกันอุดปากอุ้มไปกดน้ำในบ่อจนตายจากนั้นหมกศพไว้ในเลน

เมื่อพบว่า น.ช.ฟักหายตัวไปจึงได้มีการออกตามหา ไปพบเป็นศพลอยอยู่ในบ่อน้ำสำหรับรดผัก เมื่อส่งศพไปผ่าพิสูจน์ แพทย์ยืนยันว่าถูกกดน้ำจนตายมิได้จมน้ำตายธรรมดา แต่จับมือใครดมไม่ได้ ส่วน น.ช.นุ้ยเองยังไม่หนำใจ วางแผนฆ่า น.ช.สำนวน อดีตน้องรักที่ปันใจไปให้ น.ช.ฟักที่เป็นผีไปแล้ว

คราวนี้ไม่จ้างใคร แต่จะลงมือเอง

วันอาทิตย์เป็นวันที่นักโทษทุกแดนจะได้รับอนุญาตให้มาดูการแสดง เช่น ลิเก โนราห์ หมอลำ วันนั้น น.ช.สำนวนป่วยไม่ได้ไปแสดง นอนอยู่ในห้อง น.ช.นุ้ยติดสินบน น.ช.ผิน ผู้ถือกุญแจห้องขังให้เปิดเพื่อจะเข้าไปหา น.ช.สำนวน พอ น.ช.ผินไขกุญแจให้ น.ช.นุ้ยก็ลั่นดาลชิงกุญแจไปจาก น.ช.ผิน

น.ช.ผินเห็นท่าไม่ดีจึงไปแจ้งให้ผู้คุมทราบ

ผู้คุมแดนมาถึงก็ได้ยินเสียงของ น.ช.สำนวนร้องว่า

”ช่วยด้วย โอ๊ย ตายเเล้ว พอแล้ว”

”อีสัตว์ อีคนหลายใจ กูจะส่งมึงไปพบกับไอ้ฟักวันนี้แหละ”

ผู้คุมแดนร้องตะโกนบอก น.ช.นุ้ยว่า

”หยุดนะไอ้นุ้ย โทษของมึงคราวนี้ถึงประหารเลยนะ เฮ้ย…มึงหยุดซะ โทษหนักจะได้เป็นเบา”

”อย่ามาพูดมาก กูเข้ามาในนี้ก็หมายความว่ากูพร้อมจะไปนรกเเล้ว เก่งจริงมึงอย่ายืนเห่าอยู่ข้างนอกนั่น เข้ามาจับกูเลย มาซิ”

เสียง น.ช.สำนวนเงียบไปแล้ว ผลการตรวจพิสูจน์ศพ น.ช.สำนวนพบว่าถูกแทงที่รูทวารหนักแล้วคว้านจนกลวงโบ๋ นับรวมกับบาดแผลที่ตัวทั้งหมด 34 แผล

เรื่องรู้ไปถึง ผบ.คุก ท่านสั้งว่าจับให้ได้ จับเป็นหรือตายก็ได้ หาไม่เเล้วจะเสียการปกครองเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ไปเบิกปืนไรเฟิ้ลและปืนลูกซองมาจากคลัง ล้อมแดน 3ไว้ บ้างก็เอาบันไดพาดขึ้นไปแล้วเอาปืนยิงเข้าใส่ น.ช.นุ้ยที่วิ่งหลบไปมา บางกระบอกยิงไม่ถูก บางกระบอกยิงไม่ออก ที่ยิงถูกก็ทำอะไร น.ช.นุ้ยไม่ได้ เสียงปืนดังติดกันเป็นระยะ ๆ

ตอนนั้นไพฑูรย์ได้ยืนดูเหตุการณ์อยู่ด้วย ผบ.คุกเกรงว่าเรื่องจะยืดเยื้อ จึงร้องประกาศว่า

”ใครเข้าไปจับเสือนุ้ยได้ ไม่ว่าจะเป็นหรือตาย มีเงินค่าหัวให้ 500บาท ถ้าเป็นพนักงานจะเสนอให้ 3ขั้น”

ไม่มีใครขันอาสาเพราะเกรงอาคมของ น.ช.นุ้ย ไพฑูรย์จึงขันอาสาเอง ผบ.คุกถามเขาว่าต้องการอาวุธชนิดใด ไพฑูรย์ตอบว่า

”ผมจะลองเจรจาก่อน ถ้าไม่ไหวผมขอดาบเพชฌฆาตในห้องเก็บเครื่องมือประหาร”

ผบ.คุกอนุญาต ไพฑูรย์จึงเข้าไปเจรจากับ น.ช.นุ้ยทันที

”นุ้ย นี่ไพฑูรย์นะ มีอะไรจะพูดด้วยสักคำสองคำ”

”อาจารย์อย่ามาเกลี้ยกล่อมผมเลย ผมเลือกทางตาย ไม่มีใครกล้ามาตอแยกับผม อาจารย์ก็แน่ ผมก็หนึ่ง เข้ามาเจอกันข้างในนี้เลยอาจารย์”

”นุ้ย เรากับนายก็เป็นเพื่อนนักโทษด้วยกัน กินข้าวกระทะเดียวกัน อย่ามาฆ่าแกงกันเลย เอาชีวิตไว้รอพ้นโทษดีกว่า”

”มึงอย่ามาพูดไอ้ไพฑูรย์ มึงมันไอ้พวกจิ้งจกเปลี่ยนสี ไปเข้ากับไอ้ ผบ.คุก และผู้คุม มึงก็พูดได้ซี แต่กูมันนักโทษที่เหมือนหมาตัวหนึ่ง อย่าดีกว่า”

เมื่อ น.ช.นุ้ยขึ้นมึงขึ้นกูกับไพฑูรย์ หมดเวลาที่จะต่อรอง ไพฑูรย์เดินกลับไปหา ผบ.คุก ท่านสั่งให้ไปเบิกดาบเพชฌฆาตมาให้ เป็นดาบสันหนา (เหมือนปังตอ) คมบางเหมือนดาบทั่วไป ไพฑูรย์รับดาบมาพนมไว้ที่อก รำลึกถึงหลวงพ่อเดิม ที่มีรอยเท้าเย็บติดกับปกคอเสื้อด้านหลัง รำลึกถึงบรรดาเพชฌฆาตที่เคยใช้ดาบประหารเล่มนี้มาก่อน พอหลับตาก็ได้ยินเสียงคนพูดที่ข้างหูว่า

”ดีใจจริง ได้กินเลือดอีกเเล้ว”

เจ้าหน้าที่เรือนจำทำลายล็อคด้านล่างที่เป็นทางขึ้นไปยังเรือนขังด้านบนซึ่งเป็นประตูเดี่ยว น.ช.นุ้ยก็แน่พอสมควร เปิดประตูเตรียมเอาไว้แล้ว ไพฑูรย์พุ่งตัวเข้าไปทันที

ไพฑูรย์เล่าว่า ”เหมือนที่คาดไว้ น.ช.นุ้ยแทงผมด้วยมีดเสือซ่อนเล็บที่มีมีดสองเล่มเสียบเข้าหากัน ดูภายนอกคล้ายเป็นมีดเล่มเดียว”

แม้จะเอาสันดาบตีปัดข้อมือของ น.ช.นุ้ยได้ข้างหนึ่ง แต่อีกข้างหนึ่งไม่ทัน ปลายมีดจึงเสียบเข้าที่ชายโครงของไพฑูรย์ เขาเล่าว่า

”หากเข้าผมคงตาย เพราะเสือนุ้ยแทงเเม่นมาก กะว่ากะซวกชายโครงอ่อนเเล้วคว้านไส้ให้ไหลออกมา แต่รอยเท้าหลวงพ่อเดิมคุ้มเอาไว้จนได้ในที่สุด ปลายมีดไม่อาจทะลุหนังของผมเข้าไปได้ผมเซถลาไปตามแรง แต่ไม่ล้ม พอหันกลับมาตั้งหลักได้ มือถือดาบกราดไปมาเพื่อหาจังหวะเข้าเสือนุ้ยก็ถือมีดเสือซ่อนเล็บคอยระวังมิให้ผมรุกเข้าใกล้ได้ ผมกราดปลายดาบล่อ เสือนุ้ยเบี่ยงตัวหลบออกด้านข้าง สวนแทงผมเข้าที่ยอด อก ไม่เข้าอีกเหมือนเดิม ผมร่ายพระเวทคัดของขลังว่า”

”พุทธังปัจจักขามิ ธัมมังปัจจักขามิ สังฆังปัจจักขามิ”

”จากนั้นตวัดใบดาบเข้าฟันตัดต้นเเขนของเสือนุ้ยทันที ความคมของใบดาบและความหนักของสันดาบ ทำให้เเขนขาดตกลงไปอยู่ที่พื้น มือยังกำมีดอยู่แน่น ผมตวัดใบดาบอีกครั้งตัดคอของเสือนุ้ยขาดกระเด็นลงไปกลิ้งกับพื้น เลือดพุ่งกระฉูด ร่างของเสือนุ้ยค่อยๆล้มลง ผมยกใบดาบขึ้น ใช้ลิ้นเลียเลือดกินนิดหนึ่ง ก่อนจะหันหลังกลับออกมาได้ใช้ปลายดาบขีดกากบาทลงบนพื้นเพื่อป้องกันวิญญาณตายโหงตาม”

”ลงมาด้านล่าง มอบดาบคืนให้เจ้าหน้าที่แล้วรีบไปอาบน้ำชำระร่างกายจนสะอาดจากนั้นเข้าไปที่ห้องพระเพื่อสวดมนต์และร่ายพระเวทป้องกันตัว ผมได้รับเงิน 500บาทตามสัญญา และได้รับการเสนอลดโทษตามสัดส่วนที่กรมราชทัณฑ์กำหนด เพราะถือว่าได้ช่วยราชการ”

ตอนนี้ขอมอบพระคาถาที่เรียกว่า ◎ คาถากำกับธาตุ◎

”นะมะ นะอะ นอกอนะกะ นะอะกะอัง อุมิ อะมิ มะหิสุตัง สุนะพุทธัง อะสุนะอะ”

ใส่ความเห็น