◎อำนาจบารมีแห่งอภิญญาหลวงปู่เอี่ยม วัดสะพานสูง◎

หลวงปู่เอี่ยม วัดสะพานสูง นนทบุรี

หลวงปู่เอี่ยม ท่านจะมีคาถาบทหนึ่งซึ่งมีอานุภาพมาก ใช้เป็นมหาปราบได้ ท่านเคยใช้ปราบเทวดา ที่เป็นเจ้าพ่อคลองไทร จนอยู่ไม่ได้ และให้รื้อศาลออก จนคนรุ่นหลังไม่รู้ว่าสมัยก่อนมีศาลเจ้าพ่อคลองไทร

สมัยที่หลวงปู่เอี่ยม ยังมีชีวิตอยู่ มีนางตะเคียนเกิดเฮี้ยนอะไรขึ้นมาไม่ทราบ พอตกกลางคืน มีใครเดินผ่าน จะออกมาหลอกหลอนเขา จนหัวโกร๋นเป็นไข้จับสั่น ต้องหามกันมาให้หลวงปู่เอี่ยมลดน้ำมนต์ ตอนแรกท่านก็ยังวางเฉย แต่ตอนหลังนี่ชักถี่ เจอใครเที่ยวหลอกหลอนเขาไปหมด หลวงปู่เอี่ยม เมื่อทำพิธีรดน้ำมนต์เสร็จ จึงเอ่ยปากว่า อย่างนี้เห็นจะไม่ได้การ อย่างนี้คงอยู่ด้วยกันไม่ได้

 

ท่านจึงเดินไปที่ต้นตะเคียนนั้น นั่งภาวนาคาถาบทอำนาจนั้น และก็เป่าไปที่ต้นตะเคียนนั้น ท่านทำอยู่สามวัน ต้นตะเคียนนั้นก็เฉาเหี่ยวแห้งตาย หลังจากนั้นไม่เคยปรากฎว่า มีตะเคียนมาหลอกหลอนคนอีกเลยเมื่อสมัยหลวงปู่เอี่ยมยังแข็งแรงอยู่ พอออกพรรษา ท่านจะนำลูกวัดออกธุดงค์ พอทำหลายปีเข้า ก็มีพระวัดอื่นมาขอขึ้นธุดงค์กับท่านด้วย ตอนหลังจึงกลายเป็นคณะใหญ่

ในสมัยนั้นวัดสะพานสูงยังอยู่ในป่า สมัยนั้นแค่เดินออกมาแค่ลาดหลุมแก้ว ก็แทบไม่มีบ้านคนแล้ว จึงเป็นที่ฝึกจิตอย่างดีสำหรับพระที่ติดตามท่านไป เมื่อท่านธุดงค์เข้าไปป่าลึก เมื่อปักกรดแล้ว ตอนเช้าชาวบ้านทราบข่าวจึงมาทำบุญใส่บาตร มีชาวบ้านคนหนึ่งเตือนหลวงปู่เอี่ยม ว่าอย่าไปทางนี้นะครับ ให้อ้อมไปทางอื่น

หลวงปู่เอี่ยม ท่านจึงถามว่าทำไมหรือโยม ชาวบ้านนั้นก็เล่าให้ฟังว่า มีช้างเกเรอยู่ตัวหนึ่ง มันคงไม่ค่อยชอบพระ ถ้าเมื่อไหร่มันเจอพระ มันจะไล่ขับพระ บางทีต้องปีนต้นไม้หนี บางองค์ปีนต้นไม้ไม่ทัน มันก็จะทำเป็นขู่ จนพระบางองค์กลัวจนขี้เยี่ยวแตก แล้วมันก็จะแผดเสียงแบบสะใจ แล้วค่อยไป แต่ก็นับว่าแปลก ช้างตัวนี้ไม่เคยได้ยินว่ามันทำร้ายจนคนตายหลวงปู่เอี่ยม ท่านได้ฟังจนจบ

เมื่อฉันเช้าเสร็จ ได้ให้ศีลให้พร ท่านจึงพาคณะเดินทางไปทางที่โยมเตือน เดินไปได้ระยะนึง ก็ได้เจอช้างเกเรยืนขวางทางอยู่ เมื่อมันเห็นคณะของหลวงปู่ มันแผดเสียงดังแปร๋นดังไปทั้งป่า พระหนุ่มๆไม่เคยเจอช้าง ก็อดหวั่นใจไม่ได้ แต่ที่ไม่ได้หนี เพราะเชื่อมั่นในองค์หลวงปู่เอี่ยมมากกว่า หลวงปู่เอี่ยม ท่านสั่งให้หลบลงข้างทางก่อน แล้วท่านยืนบริกรรมนิ่ง ช้างตัวนั้นวิ่งเข้าใส่คณะหลวงปู่เอี่ยมพื้นสะเทือนเลื่อนลั่น หลวงปู่เอี่ยม ท่านรอจนมันเข้ามาได้ระยะ ท่านเป่าพ้วงเข้าไปที่ช้างตัวนั้น ช้างตัวนั้นเหมือนโดนหมัดฮุคเข้าปลายคาง ขาหน้าทรุดกับพื้นขี้แตกขี้แตน สักพักหนึ่ง จึงลุกขึ้นยืนได้ รีบหันหลังวิ่งหนีไม่คิดชีวิต หรือเรียกว่าวิ่งป่าราบ หลังจากนั้นเมื่อคณะหลวงปู่เอียมไปอีกทีหนึ่ง ชาวบ้านรีบบอกว่า ช้างตัวนั้นมันเลิกเกเรแล้ว เดี๋ยวนี้มันเห็นพระ มันจะรีบหนีไปทันที

เป็นอีกหนึ่งครูบาอาจารย์ที่น่าเลื่อมใสศรัทธามากๆครับเรียกได้ว่าเป็นตำนานอมตะท่านหนึ่งในบรรดาเกจิย์สยามก็ว่าได้

Cr.ที่มาเนื้อหาข้อมูล : ศิษย์สายวัดสะพานสูง

ใส่ความเห็น