◎อำนาจคำสั่งตายในคุกบางขวาง◎

◎คำสั่งตาย◎

เรือนจำบางขวางจังหวัดนนทบุรี เป็นที่สำหรับคุมขังนักโทษคดีอุกฉกรรจ์ที่เรียกกันว่า ”มหันตโทษ” ตั้งเเต่20ปีขึ้นไป จนถึงตลอดชีวิตและประหาร ไพฑูรย์ พันธุ์เชื้องาม บอกกับข้าพเจ้าว่า
”มันเป็นนรกบนแดนดินโดยแท้” เขาต้องโทษสูงสุดถึงประหารชีวิตกับอีก 129 ปี แต่ต่อมาได้รับอภัยโทษลดลงมาจนเหลือตลอดชีวิต ได้เป็นผู้ช่วยผู้คุมแผนกรักษาความสงบ แบ่งออกเป็น

แดน1 แดนนักโทษประหาร แดน2 เป็นเเดนอบรม แดน3 เป็นแดนทอผ้า แดน4เป็นแดนมหรสพ แดน5 เป็นแดนทอเสื่อและพรม แดน6เป็นแดนนักโทษการเมือง ขุนนนทเดชวิทยาเป็น ผบ.เรือนจำ แดนมหรสพ จะแบ่งการแสดงออกเป็นสามภาค ภาคกลางลิเก ภาคใต้แสดงโนราห์ ภาคอีสานแสดงลิเกลาว พระเอกน่ะผู้ชายเเน่ แต่นางเอกก็เอาผู้ชายแต่งหน้าเป็นนางเอก

พวกนางเอกที่อ้อนแอ้น เรียกกันว่า ”เด็กสาว” รักใครพอใจใครก็มาให้กำลังใจ มีของกำนัลมาฝาก มาเกี้ยวพาราสีแบบผู้หญิงกับผู้ชาย หากชอบพอกันทางฝ่ายชายก็จะไปสู่ขอกับหัวหน้าคณะลิเก ไพฑูรย์ พันธุ์เชื้องาม เล่าว่า

”มันเป็นระเบียบปฏิบัติของคนคุกมาเเต่ไหนแต่ไร นักโทษทุกคนล้วนปฏิบัติตามกฏนี้ มหรสพพวกนี้แสดงทุกวันอาทิตย์ หมุนเวียนกันไปตามแดน วันนี้มีลิเกเรื่องขุนช้างขุนแผน ตอนวันทองห้ามทัพ มี น.ช. (หมายถึงนักโทษชาย ก่อนจะติดคุกจะเป็นใครมาจากไหนก็เเล้วเเต่ พอมาอยู่ในคุกก็ต้องถูกนำหน้าชื่อว่านักโทษชายทุกคน) สมชายเป็นนางเอก เพราะมีผิวขาวเหลืองละเอียดหน้าตาท่าทาง เมื่อแต่งหน้าทาปากและสวมเครื่องเเล้ว ผู้หญิงบางคนสู้ไม่ได้”

วันนี้มีนักโทษต่างแดนแอบติดสินบนผู้คุมแดนเข้ามาดูมาเกี้ยวนางเอกที่ตัวเองพอใจ พอนางเอกออกมา เสียงปรบมือกระทืบเท้าเป่าปากดังระงม นางเอกด้นกลอนสดเอาใจพวกคนดู เพื่อจะขอมาลัย พอร้องจบ น.ช.แกล้วก็เดินออกมาหน้าเวที ในมือมีพวงมาลัยติดด้วยธนบัตรใบละ 10 บาทมาด้วย นางเอกสมชายก็เดินมานั่งพับเพียบก้มศีรษะให้คล้องพวงมาลัย น.ช.แกล้วละมือจากพวงมาลัยหอมแก้มนางเอกฟอดหนึ่ง นางเอกก็เอียงอาย

ทันใด น.ช.อุดมที่เล่นเป็นตัวโกงก็พรวดออกมาจากฉากหลัง เอาเท้าถีบหน้า น.ช.แกล้วหงายหลังผลึ่ง ปากก็ร้องว่า

”ไอ้เเมวขโมยจะมากินปลาย่าง ก็อีนางสมชายนี่น่ะมันเมียกู เฮ้ย! มึงมันหยามกูจนสุดทน เลยต้องเอาส้นตี…นเจิมหน้ามึง”

”ไอ้หน้ามืด ก็นางเอกร้องว่ายังไม่มีใครจอง น้องยังไม่มีคู่ กูจึงเอาพวงมาลัยมาให้ กะว่าจะเกี้ยวเอาไปทำเมียกู ทำไมมึงไม่สักหน้าเมียมึงไว้ล่ะว่ามีผัวเเล้ววะไอ้ชาติหมาน?”

โดนด่าไอ้ชาติหมาน น.ช.อุดมก็เห็นช้างตัวเท่ามด ชักมีดออกมาแทงเข้าที่ลิ้นปี่ของ น.ช.แกล้ว เสียงดังบึ้ก!! คมมีดกระเด้งออกมา น.ช.แกล้วหนังเหนียว เพราะมีเขี้ยวหมู่ป่าตันที่พระอาจารย์นก วัดสังกระสีศิษย์หลวงพ่อปานวัดคลองด่านลงอักขระให้คุ้มครองไว้ เซหลุนๆไปหลายก้าว น.ช.อุดมตามเข้ามาจะแทงซ้ำ น.ช.แกล้วชักมีดออกมาแทงสวนเข้าให้ในระยะประชิด คมมีดทะลุชายโครง เลือดพุ่งกระฉูด น.ช.อุดมเห็นเลือดเข้าก็หายบ้า นอนดิ้นเลือดสาดนองพื้น

ความวุ่นวายก็เกิดขึ้นเพราะพวกพ้องของ น.ช.อุดม และนช.แกล้ว ต่างฮือเข้าตีรันฟันแทงกันอุตลุด เสียงโป๊ก!! ตุ้บ พลั่ก…โอ้ย!! ดังไม่ขาดระยะ จนผู้คุมจากแดนต่างๆ พากันเป่านกหวีดถือกระบองเข้าระงับเหตุจลาจล พักเดียว นักโทษที่บาดเจ็บและสลบก็ถูกหามออกไปส่งโรงพยาบาลในคุก น.ช.แกล้วไม่ยอมให้ผู้คุมควบคุมตัว เพราะโทษคือถูกตีสามสลบ หมายความว่าตีสลบแล้วก็เอาน้ำราดให้รู้ตัว ตีจนสลบอีกครั้งเอาน้ำราดให้รู้ตัว แล้วตีอีกจนครบ 3สลบจึงเอาตัวกลับไปแดนขัง

ผู้คุมแม้จะมีมากกว่า แต่กิตติศัพท์ความเหนียวของ น.ช.แกล้วและความเหี้ยมของจิตใจทำให้ไม่กล้าบุ่มบ่ามบุกเข้าไป จึงต้องแจ้งให้ท่านขุนนนทเดชวิทยา ผบ.คุกมาเจรจา ท่านขุนก็มายืนเจรจากับ น.ช.แกล้วด้วยตัวเอง

”น.ช.แกล้ววางอาวุธลงมอบตัวดีกว่า โทษหนักจะได้บรรเทาลง”

”ได้ขอรับท่านขุน แต่ท่านขุนต้องรับปากผมว่า มอบตัวเเล้วผู้คุมจะไม่ตีกระผมสามสลบ”

โดนไม้นี้เข้าไป ท่านขุนในฐานะ ผบ.คุกถึงกับหนวดกระดิกด้วยเเรงโทสะที่นักโทษมาบังอาจต่อรองกับ ผบ.คุก ทั้งๆที่ตัวเองผิดจึงคำรามใส่ น.ช.แกล้วด้วยเสียงอันดังว่า..

”มึงใช่พ่อกูนี่จะได้สั่งให้กูทำอะไรตามอำเภอใจมึง มึงผิดสมควรได้รับโทษแต่มึงกลับไม่สำนึกทนมีดได้ กูอยากรู้ว่าทนปืนได้หรือไม่ เฮ้ย…เอาปืนเล็กยาวยิงมัน อย่าไปปรานี กูจะให้โอกาสมึงอีกครั้งนับหนึ่งถึงสามหากมึงดื้อรั้นก็จบกัน”

พอสิ้นเสียงนับสาม น.ช.แกล้วก็ไม่ยอมทิ้งมีด ท่านขุนสั่งยิงทันที
ปืนเล็กยาวระเบิดเสียงกึกก้องกัมปนาท ลูกปืนเฉียดร่าง น.ช.แกล้วไปหมด ท่านขุนชักปืนพกจากซองมายิงไปที่ร่างของ น.ช.แกล้วบ้าง ปืนกระบอกนี้ หลวงพ่อเลียบวัดเลาลงอาคมที่ปากกระบอก สามารถทำลายความแคล้วคลาดของ น.ช.แกล้วลงได้ แต่กลับทำลายความขลังตามธรรมชาติของเขี้ยวหมูตันลงไม่ได้ ลูกปืนของท่านขุนจึงทำได้เพียงทำให้ร่างกายของ น.ช.แกล้วเป็นช้ำเท่านั้น

ท่านขุนเรียกผู้คุมมากระซิบกระซาบ ผู้คุมรีบวิ่งผละออกไปจากที่ที่คุมเชิงกันอยู่ ไพฑูรย์เล่าว่า

”ตอนนั้นผมอยู่ที่แผนกปราบปราม ผู้คุมมาบอกว่าท่านขุนต้องการให้ไปเจรจากับ น.ช.แกล้วที่ไม่ยอมให้ปลดอาวุธ ผมรับปากแล้วเดินไปที่หมวดอบรม ที่ผมฝากมีดหมอหลวงพ่อเดิมไว้ที่นั่น ก้มลงกราบพระสามครั้ง ระลึกถึงหลวงพ่อเดิมวัดหนองโพที่ผมนับถือที่สุดในชีวิต หยิบมีดหมอหลวงพ่อเดิมมาจบที่หน้าผาก ร่ายคาถาอาวุธห้าประการแล้วเสียบมีดไว้ที่เอวเดินไปยังแดนที่เกิดเรื่อง พอไปถึงท่านขุนก็เรียกผมไปกระซิบว่า”

”ไพฑูรย์นายช่วยลบชื่อเจ้า น.ช.แกล้วนี่ออกไปจากรายชื่อนักโทษ มันยะโสโอหัง อุตส่าห์พูดกับมันดีๆ มันกลับทำตัวเหนือกว่า ผบ.คุก คนอย่างนี้ปล่อยไว้ก็เปลืองข้าวแดงหลวงท่าน”

ไพฑูรย์ได้รับคำสั่งตายจาก ผบ.เรือนจำเเล้วก็โบกมือให้ท่านขุนและผู้คุมถอยออกไปคุมเชิงอยู่ห่างๆ ก่อนเข้าไปเผชิญหน้ากับ น.ช.แกล้ว เเล้วเอ่ยว่า

”แกล้วเพื่อนรัก มอบตัวเถิด อย่าร่ำไรเลย อย่างไรเสียก็สู้เขาไม่ได้หรอก เขามีทั้งอาวุธและกฏหมายอยู่ในมือ”

”อาจารย์มาเกี่ยวอะไรด้วยล่ะ ผมมอบตัวมันก็ตีผมสามสลบ อาจารย์สัญญาได้มั้ยล่ะว่ามันจะไม่ตีผม”

”ฟังก่อนแกล้วเพื่อนรัก ฉันเป็นนักโทษที่เขาให้ช่วยผู้คุมแผนกปราบปรามจึงต้องมาทำหน้าที่ อีกอย่างหนึ่งฉันจะขอให้บรรเทาโทษเพียงสลบเดียวก็เเล้วกันนะ”

”ถ้าอย่างนั้นผมก็ยอมตายดีกว่าให้พวกมันตีเหมือนหมูเหมือนหมา กลั่นเเกล้งทรมานผมก็หมดศักดิ์ศรีไปปล่าวๆ ผมยอมตายแบบเสือ อาจารย์เเน่ก็เข้ามาเลย อย่ารอช้า”

”อโหสิกรรมให้เราด้วยนะเเกล้ว หากเราพลั้งมือฆ่านาย และถ้าหากเราพลาดเราก็อโหสิให้นาย ไม่ต้องมาจองเวรจองกรรมกันต่อไป”

ไพฑูรย์ดึงมีดหมอหลวงพ่อเดิมออกมาจากเอว กระชากใบมีดออกจากฝัก ส่วนฝักคาบไว้ในปากใบมีดกระทบแสงแดดเป็นประกายกล้า ส่วน น.ช.แกล้วใช้มีดพกธรรมดาที่ทำจากเหล็กในแผนกช่าง สองฝ่ายต่างคุมเชิงกันด้วยการใช้ปลายมีดรุกไล่อีกฝ่ายให้ต้องหลบหลีกหาช่องว่างเข้าแทง ต่างฝ่ายต่างชำนาญ ปลายมีดจึงเฉี่ยวไปเฉี่ยวมาน่าหวาดเสียว ประมาณ 10นาทียังทำอะไรกันไม่ได้ ครั้งหนึ่งไพฑูรย์จับข้อมือข้างที่ถือมีดของ น.ช.แกล้วไว้ได้

น.ช.แกล้วก็จับข้อมือที่ถือมีดของไพฑูรย์ไว้ได้เช่นกันต่างฝ่ายต่างพยายามกดปลายมีดของตัวเองให้เข้าปักร่างกายของอีกฝ่ายหนึ่งให้ได้ แต่ก็ได้แต่กดกันไปกดกันมา ทำอะไรกันไม่ได้ จนที่สุดก็ปล่อยมือออกจากกัน ไพฑูรย์เล่าว่า

แยกออกจากกันมายืนหอบหายใจ ผมก็บอกกับ น.ช.แกล้วว่า

”มัวเเต่มาแทงกันแบบนี้ มันรู้ผลเเพ้ชนะลำบาก แทงกันเลยแลกกัน ไม่ต้องมาป้องกัน คนละทีสองทีก็จบเเล้ว”

”ดีเหมือนกันอาจารย์ โทษผมก็มาก อยู่ไปก็ลำบาก ออกไปก็ลำบากอีก มาเลยอาจารย์ ได้ยินว่าฆ่ามาหลายศพแล้ว วันนี้มาเป็นศพเสียบ้างก็ท่าจะดี”

ไม่มีการหลบหลีก เดินเข้าหากันแล้วเเทงกันเลย เสียงดังแน่นๆ กับดังซึบๆ มีดของ น.ช.แกล้วแทงที่หน้าอกด้านซ้ายสองทีซ้อน หากหนังไม่ดี รอยเท้าหลวงพ่อและมีดหมอไม่กันไว้ คมมีดจะตัดขั้วหัวใจพอดี แต่หลวงพ่อเดิมยังช่วยเหลืออยู่ คมมีดเด้งออกมา รู้สึกขัดๆที่หน้าอก

มีดหมอที่ผมแทงทะลวงเข้าไปที่หน้าอกซ้ายจนจมมิดลงไปค่อนใบร่างของ น.ช.แกล้วสะดุ้งเฮือกมือที่ถือมีดตกแต่ยังมีสติร้องบอกพอได้ยินว่า

”อย่าให้ผมทรมานเลย อาจารย์ช่วยสงเคราะห์ผมหน่อย”

จึงกระชากมีดออกเเล้วแทงสวนขึ้นไปที่ลิ้นปี่ของ น.ช.แกล้วอีกครั้งจนมิดถึงกั่น กล่าวกับ น.ช.แกล้วเป็นคำสุดท้ายว่า

”อโหสิกรรมให้กันด้วยเถอะเพื่อนยาก”

เมื่อดึงมีดหมอออกมา ร่างของ น.ช.แกล้วก็ทรุดลงกองกับพื้นสิ้นใจทันที ข้าพเจ้าเดินออกจากการต่อสู้ไปล้างเลือดที่มีดและมือ อาบน้ำชำระกายก่อนที่จะนำมีดหมอไปเก็บที่เดิมต่อไป

นี่แหละครับที่ไพฑูรย์ พันธุ์เชื้องาม ได้ใช้คำว่า ”อาชญาประกาศิต” เพราะชีวิตของเขาบางครั้งก็ต้องโหดเหี้ยมหินชาติเพราะเวรกรรมมันชักพาไปนั้นเอง

*เสือปล้นโจรร้ายในยุคก่อนที่มีวิชาอาคมต่างคนก็เหนียวสุดจนต้องมีพระบรมราชโองการให้สร้างปืนพระรามหกพระราชทานให้แก่ผู้ที่รับราชการที่ต้องมีหน้าที่ปราบปรามเสือร้าย ไม่เหนียวจริงไม่ขลังจริง พ่ออยู่หัวคงไม่สร้างปืนพระรามหก พระราชทานออกมาหรอกครับ

สำหรับตอนนี้ขอมอบ◎พระคาถาอัญเชิญเทวดา◎มาคุ้มตัวเมื่อเวลาจะออกจากบ้านให้ภาวนาว่า

”สัตถาเทวะมะนุสสานัง” (3ครั้ง)

แล้วใช้สองฝ่ามือลูกศีรษะไปถึงท้ายทอย 3ครั้งเมื่อกลับถึงบ้านแล้วก็ให้ภาวนาว่า

”พุทโธภะคะวาติ”

ใส่ความเห็น