◎อภินิหารเสด็จเตี่ยกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์◎

◎อภินิหารกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์◎

เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2464 ระหว่างตอนนี้นั้นท้องพระนครหลวงยังมีรถม้า รถราง รถเจ๊กดาษดื่นทั่วกรุง และโดยเฉพาะตาม ตรอกตามซอกซอย และตามตึก 2-3 ชั้นเป็นอย่างสูง เขตถนนตกบางรักสาธร หัวลำโพง สามแยกเยาวราช ท้องสำเพ็ง เวิ้งนาครเกษม สะพานเหล็ก วังบูรพา บ้านหม้อ ต่อมาลงจนถึง บางลำภู เทเวศน์ จนไปถึงนางเลิ้ง สะพานขาว จนถึงบางซื่อ ทุกตำบลมีเจ้าของถิ่นคุ้มครองโรงร้านค้าในถิ่นนั้น

พวกเจ้าถิ่นเเต่ละตำบล มีหัวหน้าปกครอง และต้องเป็นคนมีสมัครพรรคพวก และข้อที่สำคัญที่สุด หัวหน้าเจ้าของท้องถิ่นจะต้องมีวิชาเครื่องรางของขลัง สำหรับไว้เป็นเครื่องคุ้มกันศัตรูที่มาบุกรุกข่มเหงในถิ่นของตน ในพระนครตอนนี้มีอาจารย์เครื่องรางของขลังที่มีประสิทธิภาพ มีอิทธิฤทธิ์รักษาชีวิตและร่างกายอาศัยเครื่องรางของขลังในถิ่นตำบล

ดังที่ข้าพเจ้ากล่าวมาเป็นพวกอั้งยี่เสียยี่สิบหกคณะ ฝ่ายขวา 14 คณะ ฝ่ายซ้าย 12 คณะ พวกอั้งยี่พวกนี้มาอาศัยเขตประเทศไทยตั้งสำนักงานใต้ดินเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติภายหน้า หน้าฉากพวกนี้ตั้งเป็นสมาคมอั้งยี่ ทุกคณะมีเครื่องหมายหัวหน้าจะบัญชาสั่งให้ฆ่าบุคคลใดที่มาขวางทางเดินทางการเมืองก็จะถูกฝ่ายหนึ่งเป็นผู้ฆ่า

แต่พฤติการณ์ความจริงพวกอั้งยี่แอบแฝง ทางฝ่ายวงการตำรวจก็เข้าใจว่าพวกนี้เป็นพวกอั้งยี่หากินทางมิจฉาชีพเป็นการบังหน้าฉาก

การเมืองใต้ดินนั้นมีอยู่ 2ฝ่าย ฝ่ายหนึ่งซ้ายเเละอีกฝ่ายหนึ่งขวา ฝ่ายขวากับฝ่ายซ้ายมักมีเรื่องลอบฆ่ากันตายอยู่เสมอ ตำรวจก็ไม่อาจจะจับตัวมาลงโทษได้ เพราะพวกนี้มีเงินทุนกองกลาง ได้รับการอุดหนุนจากหัวหน้าใหญ่ที่อยู่ในประเทศจีน

ฝ่ายขวาได้แก่พวกใต้กังตัง มีนายท่งเม้งกับพวกอีก 6คน เป็นฝ่ายหัวหน้าใหญ่ในกรุงเทพฯ และมีสาขาตามจังหวัดต่างๆ ทุกจังหวัด ฝ่ายซ้ายนายหวังตวง แซ่เเต้ มีหัวหน้าใหญ่อีก 6คนควบคุมกิจการ

ทั้งสองฝ่ายต้องคอยขัดกันในเรื่องการเมืองและคอยขัดกันในเรื่องหาผลประโยชน์ ในประเทศไทย อิทธิพลในเขตวัดเล่งเน่ยยี่ซึ่งมีพระภิกษุจีนของพวกฝ่ายขวาที่บวชโดยถูกต้องตามพิธีทางศาสนาจีน ภิกษุในวัดนี้เคารพนับถือลัทธิเต๋า ลัทธิขงจื้อ โดยเอาพระธรรมคำสั่งสอนของพระบรมศาสดามาประกอบการศึกษาเป็นเส้นบรรทัดธรรม พวกนี้สำเร็จวิชาวิปัสนากรรมฐาน และสามารถสร้างยันต์ (ฮู้) มีอักขระเป็นภาษาจีนข้าพเจ้าได้สอบถามผู้ที่มีความรู้ อ่านได้ความว่า นะโมพุทธายะ และอีก 4 ตัว อ่านว่า นะมะทะภะ พวกนายท่งเม้ง ได้เเจกจ่ายให้กับพวกอั้งยี่คณะใต้กังตังซึ่งเป็นพวกเดียวกันกับสมาคม 1 นับจำนวนได้ประมาณ 2000คน เป็นเครื่องลางของขลัง ที่มีประสิทธิภาพ ที่สามารถปราบปรามพวกอั้งยี่ คณะ อั้งกินเล้ง ผู้ซึ่งเป็นฝ่ายซ้ายได้โดยเด็ดขาด

เพราะลัทธิฝ่ายซ้ายเป็นลัทธิคอมมูนิสต์ไม่มีศาสนา ไม่เชื่อถือในเครื่องลางของขลัง ดังนั้นเมื่อมีการปะทะกันต่อสู้กันครั้งใด ฝ่ายขวาซึ่งเป็นพวกนับถือเครื่องลางของขลัง พวกอั้งกินเล้งมีจำนวนเท่าไรก็ตายสิ้น แต่ไม่เป็นไรพวกฝ่ายขวามีเงินนับเป็นร้อยๆ ล้าน พวกคณะเก่าตายก็เอาเงิน จ้างมาใหม่ จะเอาคนเก่ง อย่างไรก็ได้ เพราะมีเงินเป็นเครื่องประกอบ

ทางฝ่ายด้านสัมมาอาชีพอั้งยี่ทั้งสองคณะนี้มีโรงงิ้วฝ่ายละ 2-3 โรง ประชาชนที่ไปชมโดยมากจะเป็นพวกกรรมกร เนื้อเรื่องที่แสดงงิ้ว ก็เป็นเรื่องฉากชีวิตธรรมชาติ คนดูเเล้วก็มีความเศร้านึกเวทนาสงสารคนจน เรื่องงิ้วที่ทางฝ่ายขวา แสดงเป็นเรื่องที่ ชักจูงจิตใจให้พวกมีเงินมีทองช่วยกันกำจัดฝ่ายตรงข้าม สถานที่ศักดิ์สิทธิที่พวกฝ่ายซ้ายเคารพนับถือโดยมากมักจะนับถือพวกศาลเจ้าเขาถือว่าเป็นสิริมงคล วัดญวน วัดไทย วัดจีน สรุปผลแล้วเคารพนับถือ ศาสนาพุทธ วัดเล่งเน่ยยี่เป็นวัดที่ใหญ่โตและมีประชาชนชาวจีนทุกชั้นมาไหว้เจ้าเคารพสักการะบูชา ศาลเจ้าทุกศาลเจ้าถึงวันเดือนปีพิธีของชาติศาสนาเหล่าประชากรชาวจีนก็จะยกขบวนมาจากสถานที่ต่างๆมาวัดเล่งเน่ยยี่ พวกของไอ้ท่งเม้งซึ่งเป็นฝ่ายชักชวนเพื่อนฝูงมาทำการฉุดคร่าจนมีเหตุเกิดฆ่าฟันกัน พวกไอ้ท่งเม้งผู้เป็นฝ่ายอธรรม ถูกอั้งยี่พวกคณะใต้กังตังฆ่าตายหมด
ฝ่ายขวาเป็นฝ่ายแพ้มีจิตใจอาฆาตเเค้นเคืองคิดยึดอำนาจ และได้ประชุมปรึกษาพวกเดียวกันที่ จะช่วยกันจับพระทั้ง 6 ที่วัดเล่งเน่ยยี่ฆ่าตายให้หมด

ในยามดึกพวกไอ้ท่งเม้ง ประมาณ 30คนบุกเข้ามาในวัดเล่งเน่ยยี่ ยึดอำนาจ จัดการจับพระฝ่ายขวา 6องค์ และลูกศิษย์อีก 6คน มัดเเล้วขังห้องมืดใช้มะนาวอุดปากใช้ผ้ามัดเอาไว้อย่างเเข็งแรง
พวกพระฝ่ายซึ่งได้เตรียมกางเกงจีวร อังสะ และพวกอีก 6คน โกนหัวโกนคิ้วปลอมตัวสวมรอยแทนพระตัวจริง เมื่อยึดอำนาจได้เรียบร้อยแล้ว

ชาวประชายังไม่รู้ว่าเหตุการณ์ของในวัดได้เปลี่ยนแปลงไปแล้ว ถึงเวลามาทำบุญไหว้เจ้าต่างก็พากันมาเช่นเคย ไอ้ท่งเม้งจึงเตรียมวางแผนกับผู้หญิงสาวๆสวย ที่มาไหว้เจ้ามาทำปู้ยี่ปู้ยำมากมายหลายคน บรรดาพ่อแม่ญาติพี่น้องที่ลูกและหลานสาวหายไปก็เเจ้งความกับตำรวจท้องที่ ตำรวจก็สืบเสาะหาต้นเหตุถึงเรื่องที่เกิดขึ้น จะพบได้อย่างไร เพราะพวกไอ้ท่งเม้งนำตัวไปขังไว้ในวัดอย่างมิดชิด ถ้าผู้หญิงสาวคนไหนสวยมันก็จะลำเลียงลงเรือไปสู่ประเทศจีนเพื่อเป็น เครื่องรางวัล ของวัญกับหัวหน้าใหญ่เป็นที่เดือดร้อน

วงการตำรวจเห็นว่าในกรณีเช่นนี้จะต้องเป็นการกระทำของพวกอั้งยี่คณะหนึ่งคณะใดเป็นเเน่

หญิงสาวที่ถูกส่งตัวไปประเทศจีนก็ถูกล้างสมองด้วยอำนาจ ฤทธิ์ยาวิทยาศาสตร์มีประสิทธิภาพให้ลืมความหลังและจำตัวเองไม่ได้ พวกไอ้ท่งเม้งทำบาป หยาบช้าถึงคราวที่จะรับการสนองบาป

มีผู้หญิงจีนคนหนึ่งมาไหว้เจ้าที่วัดเล่งเน่ยยี่มากัน 4 คน และ 3 คนมาไหว้เจ้าก่อน เธอชื่อกินเต๋ง แซ่โค้ว กำลังซื้อสิ่งของที่จะนำมาไหว้เจ้ายังไม่ครบถ้วนพอเรียบร้อยก็เดินมาสายตามองดูเพื่อน 3 คน ซึ่งกำลังก้มไหว้เจ้า ทันใดนั้นเห็นสถานที่ไหว้เจ้าเลื่อนลับเข้าไปในฝาพนังเธอก็มองดูสถานที่นั่งไหว้เจ้าก็เลื่อนออกมาไหว้ยังที่เดิม เธอเห็นดังนั้นจึงตกใจกลัวและนำเหตุการณ์ที่นางสาวตันกินเต็ง มาเเจ้งความบอกกับตำรวจ และเล่าเรื่องเหตุผลแห่งความจริงให้ฟัง

ทางฝ่ายตำรวจรู้เรื่องเเล้วต่างก็ยกพวกไปล้อมที่วัดเล่งเน่ยยี่ และจับพระภิกษุจีนทั้ง 4 องค์ซึ่งเป็นพระปลอม มาสอบถามถึงเหตุที่เกิดขึ้นซึ่งไอ้ท่งเม้งหัวหน้าพระกับแก้เกี้ยวด้วยอุบายอันชาญฉลาดบอกกับตำรวจว่าพวกเขาทั้ง 6 เป็นพระจริงส่วนพระปลอม นั้นพวกเขาได้จับขังไว้หมดตำรวจหลงเชื่อไม่รู้ซึ่งคำลวงของไอ้พวกกังฉินตำรวจ ก็ยังไม่ ทันที่ จะได้สอบสวนจึงจัดการบอกให้ไอ้ท่งเม้ง นำพระทั้ง 6 องค์ที่ว่าปลอม ออกมาพวกไอ้ท่งเม้งก็เอาพระหวังกวงกับพวกอีก 5 คนออกมาให้ตำรวจเป็นประจักษ์ และได้ตรวจค้น สถานที่ลี้ลับในวัดเล่งเน่ยยี่ ปรากฏมีทั้งห้องกลที่ไอ้ท่งเม้งจัดทำไว้ดักจับผู้หญิงสาวๆ สวยๆ ดังที่ข้าพเจ้าได้กล่าวมาเเล้ว
ค้นพบผู้หญิงหลายสิบคนที่ถูกขังอยู่ไอ้ท่งเม้งจัดเอาไว้สำหรับบำเรอความสุขทางกามารมณ์

เมื่อตำรวจ จัดการ นำพา พวกผู้หญิงที่ถูกจับไปไว้โรงพักกลาง เพื่อสอบสวนต่อไป ตำรวจกำลังจะนำตัวขึ้นรถม้า ก็พอดี ในกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ พระองค์ตรวจดูแลความทุกข์สุขพวกราษฏรที่อยู่ในเขตท้องพระนครหลวง มาพบในรายการดังกล่าว

เหตุความจริงท่านผู้อ่านเป็นผู้ที่มีนิสัยชอบทางเครื่องลางของขลังโดยเฉพาะพระอาจารย์ที่มีเครื่องลางของขลังจะเป็นวัดหนึ่งวัดใด ข้าพเจ้าชอบไปกราบก้มวิงวอนขอของดี นอกจากวิชาคงกระพันชาตรีเเล้ว ก็ชอบศึกษาทางเมตตามหานิยม ประกอบกับข้าพเจ้าเป็นนักเรียนระหว่างนั้นเป็นลูกเสือของโรงเรียนเทพศิรินทร์อยู่ชั้นมัธยมปีที่ 1 ข่าวร่ำลือเกริกก้องโด่งดังในชื่อเสียงของ เสด็จในกรมฯ ทั่วทั้งประเทศ พระองค์ชอบวิชาไสยศาสตร์

พระองค์จะเสด็จไปทางไหนก็เเล้วแต่จะมีประชาชนติดตามเพื่อไปคอยดูเสด็จในกรมฯ ไปทดลองตามบรรดาพระอาจารย์ต่างๆ ข้าพเจ้าเห็นหลายครั้งบางครั้งคนที่ถูกฟันถูกแทงเลือดไหลโชกเสด็จในกรมฯ ก็ให้ยารักษาบาดแผล และชี้หน้าด่าว่าไอ้อาจารย์พวกเปรตมีเเต่ของปลอม บางครั้งที่เสด็จในกรมฯทั้งแทงทั้งฟันอาวุธไม่ระคายผิวหนังเสด็จในกรมฯยกมือไหว้และเรียกว่าอาจารย์ และขอยอมมอบตัวเป็นลูกศิษย์

สวัวดีท่านผู้อ่านที่รัก ท่านชอบอ่านข้าพเจ้าชอบเขียน และที่ข้าพเจ้าเขียนเป็นเรื่องที่ข้าพประสพการณ์มาด้วยตนเอง เรื่องของเสด็จในกรมฯนี้เป็นเรื่องที่ไม่ค่อยจะได้เห็นในนิตยสารฉบับไหน ข้าพเจ้าเกิดทันและได้ติดตามเสด็จในกรมฯ โดยแอบแฝงไปกับขบวนเสด็จในกรมฯ ไปนมัสการหลวงพ่อเขากับ หลวงพ่อเดิม หลวงพ่อเต๋ พลวงพ่อพลอย แต่ละครั้งที่ไปนัมสการมีการทดลอง และลอง ดีระหว่างเสด็จในกรมฯ กับพระอาจารย์ต่างๆ จนเป็นที่ประจักษ์ชัด ข้าพเจ้าจะนำบันทึกของข้าพมาให้ท่านผู้อ่านรู้ และทราบถึงอิทธิฤทธิ์ ของเวทมนต์ ที่มีความขลังโด่งดังมาจนถึงยุคนี้ เรื่องดีในฉบับนี้โปรดติดตาม

 

ใส่ความเห็น