◎อำนาจในคุก◎(อาจารย์ไพฑูรย์ พันธุ์เชื้องาม)

◎อำนาจในคุก◎(อาจารย์ไพฑูรย์ พันธุ์เชื้องาม)

อำนาจที่ได้รับสิทธิ์จากธรรมชาติคือการเกิดมาเป็นคน เมื่อเป็นคนเกิดมาเเล้วก็ต้องศึกษาเล่าเรียนเเล้วเเต่วิชาใดจะเป็นที่ถูกใจ อำนาจแห่งพลังจิตเป็นอำนาจที่สูง บุคคลใดศึกษาวิชาสะกดจิตจนสำเร็จบุคคลนั้นจะนำไปใช้ได้ทั้งทางดีและทางชั่ว วิชาทางดีนั้นนายเเพทย์ใช้วิชาสะกดจิตรักษาคนป่วย โรคที่ป่วยทางวงการวิทยาศาตร์ และเเพทย์ศาสตร์ยังยอมเเพ้ แต่นายเเพทย์ที่มีวิชาสะกดจิตมารักษาโรคนั้นหายอย่างปลิดทิ้ง

ตรงกันข้ามเคยมีนายเเพทย์ลามกใช้วิชาสะกดหญิงสาวที่สวยเพื่อพิชิตพรหมจรรย์เธอ ซึ่งเป็นการทำให้คนป่วยตกอยู่ในอำนาจผลบาปที่ทำหลายครั้งหลายหนหนีกฏของธรรมชาติไม่พ้นเพราะทำอยู่บ่อยๆ ผลสุดท้ายก็สนองให้เข้าไปอยู่ในคุกในตะราง

อำนาจความรักมีมหิทธิฤทธิมากน้อยเพียงใดนั้น ท่านผู้อ่านคงจะทราบได้โดยผ่านการอ่านนวนิยายและหนังสือที่มีสารคดีเเต่ละชนิดบรรยายเอาไว้อย่างมีเหตุมีผล

อำนาจที่มนุษย์ทุกคนกลัว คือความตาย ผู้ที่มีอำนาจในโลกนรก มีอยู่ 3 ท่าน ได้เเก่ 1.พญายม 2.พญามัจจุราช 3.ท่านท้าวเวชสุวรรณ จะกล่าวถึงอำนาจพญายมผู้ถือบัญชีคนบาป แผ่นรองรับชื่อคนบาปถูกระลึกไว้ในเเผ่นหนังหมาถึงรายชื่อคนที่จะต้องตาย พญายมก็สั่งไปยังพญามัจจุราชให้ไปรับวิญญาณ พญามัจจุราชก็จะสั่งท่านท้าวเวชสุวรรณนำเสนาทหารนรก ไปพร้อมกับพญามัจจุราชไปฉุดคร่าวิญญาณของผู้นั้นมาสอบสวนตามความผิดเเล้วก็ลงอาญาตามโทษานุโทษ

อำนาจในคุก ผู้ที่มีอำนาจสูงสุดได้แก่อธิบดีราชฑัณฑ์ มีผู้ช่วยรองต่อลงมาจนถึงผู้ยิ่งใหญ่แห่งคุก สมัยที่ข้าพเจ้าติดคุกอยู่นั้นเป็นสมัยเเห่งยุคทมิฬ ผู้ปกครองคุกชื่อหลวงศิริ ฤทธิ์ไกล (ข้าพเจ้าผู้เขียนระหว่างเวลาตอนนี้เป็น พ.ศ.2489 )ข้าพเจ้าต้องโทษอยู่ในคุก คดีเรื่องฆ่าคนตาย โทษ ประหาร 2 คดี พ่วงข้างอีก 129 ปี เมื่อพ้นโทษเเล้วให้ส่งตัวไปกักกัน ตามพระราชบัญญัติกักกันมีกำหนด 25 ปี

ข้าพเจ้าได้ต่อสู้เวรกรรมอยู่ในคุกมาจนถึง พ.ศ.2489 คงเหลือโทษที่จะจำต่อไปอีก 87 ปี กักกันอีก 25 ปี ตอนข้าพเจ้าเป็นนักโทษชั้นเยี่ยมได้รับการเเต่งตั้งให้เป็นนักโทษผู้ช่วยเหลือเจ้าพนักงาน เป็นพี่เลี้ยงคอยควบคุมนักโทษประหารเวลากินข้าวอาบน้ำ ไปเยี่ยมญาติ เพราะพวกนักโทษประหารเป็นนักโทษเด็ดขาดรอการประหารชีวิต นักโทษประหารจำนวน 30-40 คน มีสติไม่ค่อยจะสมบูรณ์ทุกคนไป บางคนกำลังใจอ่อน ก็เฝ้าเเต่เพียรร้องไห้อยู่ตลอด 24 ชั่วโมง บางคนก็ตะโกนร้องด่าท่านนายกรัฐมนตรี ท่านอธิบดี ท่านผู้บัญชาการด่าจนไม่มีใครด่า ทีนี้มาด่าข้าพเจ้า จิตใจเปลี่ยนไปจำข้าพเจ้าผู้เป็นพี่เลี้ยงไม่ได้ ข้าพเจ้าไม่รู้ ข้าพเจ้าไขจะเอาข้าวให้กินก็กระโดดต่อยด้วยกำลังเเรงข้าพเจ้าหกเขมนหงายท้อง แต่ข้าพเจ้าไม่ถือบางคนไม่ทำเช่นนั้น แอบเอาช้อนเอาชามกะมังฝันจนเเหลมไล่เเทงเจ้านาย บางทีก็เเทงข้าพเจ้านักโทษประหารนี้เวลาจะไขออกจากห้อง

ข้าพเจ้าจะต้องมีเครื่องลางของขลังติดตัวอยู่ไม่ขาด คือรอยเท้าหลวงพ่อเดิมแห่งสำนักวัดหนองโพธิ นอกจากรอยเท้าหลวงพ่อเดิมเเล้ว ก็ยังมีมีดหมอของหลวงพ่อเดิมเก็บไว้ที่หิ้งบูชา เอาไว้ปราบปรามทรชนคนที่แปลสภาพจิตใจเป็นสัตว์ป่า เมื่อบูชาพระเรียบร้อยเรียกคุณพระเข้าตัว นั้นละ ข้าพเจ้าจึงจะไขห้องนักโทษประหารมากินข้าวอาบน้ำดังได้กล่าวมา

ในคุกบางขวางเป็นเมืองนรกในโลกมนุษย์เป็นคุกที่เรือนจำต่างจังหวัดรวม 71 จังหวัด ได้ส่งนักโทษที่มีโทษมากตั้งเเต่ประหารชีวิต ตลอดชีวิตและโทษจำคุก 20ขึ้นไป ล้วนเเต่เป็นเสือตัวร้าย ๆ เมื่อเข้ามาอยู่ในคุกเเล้ว จะส่งมาจากภาคใต้นักโทษซึ่งเป็นคนเก่า อยู่ในคุกบางขวาง มีภาคเหนือ ภาคใต้ ตะวันออกตะวันตก และภาคกลาง มารวมอยู่ในคุกเดียวกัน

เมื่อ พ.ศ.2489 นี้ บุคคลที่เป็นผู้บัญชาการคุกนั้นคือหลวงศิริ ฤทธิ์ไกล และ ตำแหน่งหัวหน้าแผนกควบคุมคือร้อยเอกศิริ ภักดี อำนาจอันยิ่งใหญ่ทั้งหมด ในหน้าที่ควบคุม ซึ่งมีหน้าที่ปกครองนักโทษ 7000-8000คน นักโทษจะอยู่ดีกินดี จะต้องขึ้นอยู่กับหัวหน้าเเผนกควบคุม นักโทษในคุกมีทั้งคนดีและคนชั่ว ทางเรือนจำ จัดตั้งชั้นให้เป็นบุคคลตั้งเเต่ชั้นดีเยี่ยม ชั้นดีมาก ชั้นดี ชั้นกลาง ชั้นกลางนี้เป็นหัวเลี้ยวหัวต่อของนักโทษ ถ้าประพฤติตัวเป็นคนดีก็เลื่อนขึ้นเรื่อยๆ ขึ้นไปจนถึงชั้นดีเยี่ยม ถ้าประพฤติตัวชั่ว ก็จะถูกตัดชั้นลงมา เป็นชั้นเลว ทำชั่วอีกก็ลงไปถึงชั้นเลวมากนักโทษชั้นเลวมากเปรียบเหมือนสัตว์นรกที่อยู่ขุมลึกที่สุด กว่าจะไต่เต้าทำความดีกว่าจะถึงชั้นดีเยี่ยมก็เป็นเวลาหลายปี เรือนจำมีเจ้าพนักงานควบคุมความประพฤติคอย สอดส่องดูเเลให้ความทุกข์สุข

ปัญหาสำคัญที่สุดในคุกตอนนี้ร้อนระอุทั้งนี้เพราะท่านผู้บัญชาการกับหัวหน้าแผนกควบคุมไม่ถูกกัน ทางฝ่ายหัวหน้าแผนกควบคุมเลี้ยงลูกน้องชั้นหัวหน้าไว้สามคน และมีลูกน้องของลูกน้องอีกเกือบครึ่งคุก หัวหน้าขบวนการ ชื่อ น.ช.อนัน สินทุรักษ์ เป็นคนจังหวัดเพรชบุรีต้องโทษคดีเรื่องฆ่าคนตาย กำหนดโทษตลอดชีวิต คนที่สองชื่อน.ช.ก๊กเลี้ยง แซ่โซว หัวหน้าคณะอั้งยี่คณะไต้กันตัง คดีเรื่องฆ่าคนตาย กำหนดโทษตลอดชีวิต และอีกคนชื่อ น.ช.ตั้ว ดุจสีวัฒน์ กำหนดโทษตลอดชีวิต ศาลจังหวัดเพรชบุรีส่งมา

ส่วนลูกน้องของท่านผู้บัญชาการก็มีสามคนคนเเรกชื่อไอ้เสือเข้ม คดีเรื่องฆ่าคนตายกำหนดโทษ 36 ปี ศาลอาญาตัดสิน อีกคนชื่อ น.ช.เสือเวียน มงกุฏทอง โทษจำคุก 40 ปี ศาลอาญากรุงเทพฯส่งมา และอีกคนคือน.ช.เสือมเหศวร(1ในเสือดังเเห่งสุพรรณที่กำลังจะนำประวัติมาลงให้ทราบในเพจต่อไปครับ)ต้องโทษจำคุก 20 ปีศาลอาญาส่งมา ทั้งสามคนนี้มีลูกสมุน ล้วนเเต่เป็นคนภาคกลาง (กรุงเทพ) ทีนี้ในคุกบางขวางก็มีอยู่สองฝ่าย ลูกศิษย์ของหัวหน้าแผนกควบคุม ที่คอยรับใช้ 1.ใช้ให้รีดไถคนมีเงิน 2.ถ้าคนข้างนอกเป็นคนมีเงินจ้างฆ่าคนในคุก โดยจ้างหัวหน้าแผนกควบคุมด้วยเงินราคาเเพงหัวหน้าก็จะใช้ลูกน้องที่เลี้ยงไว้ฆ่าตามคำสั่ง แต่ถ้าคนในคุกคนไหนเป็นคนมีเงิน หัวหน้าก็จะใช้ลูกน้องบังคับขู่เข็นให้จ่ายเงินให้กับ หัวหน้าเป็นการกระทำสกปรก

ส่วนลูกน้องของท่านผู้บัญชาการ ก็ไปติดต่อกับนักโทษที่มีเงินจะเลื่อนชั้นให้โดยท่านผู้บัญชาการเป็นผู้ช่วยเหลือ นักโทษที่มีเงินก็อยากจะได้เลื่อนชั้นให้เป็นนักโทษชั้นดี ดีมาก ดีเยี่ยมเพราะนักโทษชั้นดีมีดีมาก ดีเยี่ยมจะได้รับพระราชทานอภัยโทษหนึ่งในสองของโทษ ชั้นดีมากหนึ่งในสาม ชั้นดีหนึ่งในสี่ ชั้นกลางหนึ่งในห้า ชั้นเลวหนึ่งในหก ชั้นเลวมากหนึ่งในเจ็ด ดังนี้

คนที่มีเงินก็อยากจะได้เลื่อนชั้นเป็นหมื่น เป็นเเสนก็ไม่เสียดาย เมื่อได้รับเงินจากผู้ติดต่อเเล้วทางผู้จ่าย ก็จะติดต่อญาติ ทางบ้านให้นำเงินมาให้ผู้บัญชาการเมื่อได้รับเงินเเล้ว ก็จะเเต่งตั้งให้เป็นนักโทษชั้นดี เเล้วเเต่จะขอชั้นไหน เงินมากน้อยแล้วเเต่จะตกลงกัน อำนาจที่ผู้บัญชาการจะทำการทุจริตอีกอย่างหนึ่งก็คือกินเงินเบี้ยเลี้ยงนักโทษและกินเงินผลประโยชน์รายได้ ที่นักโทษทำงานอาชีพ มีกองช่างไม้ กองเลี้ยงหมู กองเลี้ยงปลาดุก กองจัดสรร กองซักรีด ทำงานให้กับเรือนจำเกิดผลประโยชน์เเล้ว ทางเรือนจำก็จะแบ่งปันผลซึ่งรายได้ 30 % เป็นรายได้ที่คงเส้นคงวา แต่ท่านผู้บัญชาการผู้นี้ให้ปันผลนักโทษร้อยละ 20 โดยออกเล่ห์เพทุบายว่า จะเป็นไม้หวายลูกหมู ลูกปลาดุก ตอนนี้ราคาเเพง ถ้าไม่ตัดทางเรือนจำจะขาดทุน นักโทษที่เคยได้รับ 30% มาถูกตัดทอนจะตะโกนกู่ร้องบอกให้มนุษย์หรือเทวะองค์ใดให้มาช่วยในยามนี้ สุดที่จะอ้อนวอนขอความช่วยเหลือจากใครได้ ก็ความลับรู้กันเฉพาะในเมืองนรก

ถ้ามีชาวคุกคนใดเป็นหัวหมอร้องเรียนไปยังนายกรัฐมนตรี อ้างเหตุผลให้ฟังถึงเรื่องดังกล่าว บุคคลผู้นั้นถ้าผู้บัญชาการรู้ว่ามีคนดีทิ้งบัตรสนเท่ห์ไปฟ้องร้อง บุคคลผู้นั้นจะต้อง ถูกท่านผู้บัญชาการสั่งลูกน้องฆ่าตายโดยลักษณะรัดคอ มีตัวอย่างมาหลายคนเเล้ว คนคุกอยากจะดี เด่นก็ชักชวน พวกหมู่ ฟ้องร้องยื่นเรื่องราวแต่ภัยที่มีมาถึงตัวนั้นคงนึกว่าทางท่านไม่รู้ เพราะเป็นบัตรสนเท่ห์ แต่ทางท่านผู้บัญชาการจะสืบจนรู้โดยใช้วิธีให้นักโทษทั้งคุกเขียนลายมือมาให้พิสูจน์ว่าจะตรงกับฝ่าย นายกรัฐมนตรี ที่ส่งมาให้ทางราชทัณฑ์หรือไม่การตรวจสอบย่อมเป็นการหนีไม่พ้นหากลายมือตรง ก็นับวันตายได้เลยจะตายเมื่อไหร่นั้นเเล้วเเต่ท่านผู้บัญชาการ

ทางฝ่าย หัวหน้าแผนกควบคุม ก็มีลูกน้อง ทางฝ่ายผู้บัญชาการก็มีลูกน้อง แบ่งเเยกเป็นสองพวกท่านผู้บัญชาการ กับ หัวหน้าแผนกควบคุมต่างกินนอนกันสบาย ในคุกระยะตอนนี้เป็นตอนที่ไฟบรรลัยกัลป์จะไหม้คุก ชาวคุกได้รับความเดือดร้อน ดังที่ได้กล่าวมาเเล้ว

วันที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ.2489 เกิดเหตุร้ายขึ้นที่แดนหนึ่ง เป็นเเดนที่ข้าพเจ้าผู้เขียนอยู่ ในเเดนหนึ่งนักโทษชายเหล่ง ปทุมรัตน์ คดีเรื่องฆ่า ส.ส. ตายกำหนดโทษตลอดชีวิต เป็นคนมีเงิน เป็นนักโทษที่มีความรู้ สำเร็จวิชากฏหมาย และเป็นเพื่อนรักกับนายเรียง ชัยกาล ส.ส. และนายทองอิน ภูมิพัฆน์มีความห่วงใยมาเยี่ยมเยือนอยู่เสมอ ในคุกวันนั้นเป็นวันอาทิตย์ นักโทษที่ทำงานมาหกวันทางเรือนจำ ผันผ่อนให้พักและให้ไปเที่ยวภายในเขตคุกซึ่งมีเนื้อที่ 240ไร่ นักโทษไปเที่ยวได้รอบคุกเเล้วเเต่ใจจะชอบ มีเครื่องผ่อนคลายความทุกข์ มีน้ำตาลเมา บ่อนการพนัน มีโป ไฮโล ถั่ว ไพ่เผ ไพ่ตอง เบี้ยโบก อีกด้านเป็นสถานที่นางโลม ให้ความสุขทางกามารมณ์ มีพร้อม ทั้งการเล่นมหรสพ มีลิเกไทย ลิเกลาว โนราของชาวภาคใต้ มีระบำรองเงง ซึ่งนักโทษเเขกเป็นผู้เเสดง แล้วเเต่ใจชอบ เป็นวันเปิดคุกโดยพรีบรา

น.ช.เหล่ง ประทุมรัตน์ เป็นนักโทษที่มีเงิน ฝากไว้ที่เรือนจำ เพื่อนฝูง ญาติพี่น้องมาฝากให้ มีใบมุกหลายใบ รวมเงินหลายหมื่นบาท น.ช.เหล่ง ชอบเล่นการพนันทุกชนิด วันนี้ น.ช.เหล่งเป็นเจ้ามือเขย่าไฮโล มีเพื่อนนักโทษเพื่อนกัน เข้าหุ้นเกี่ยวด้วย มีเงินเค้าประมาณสามพัน ทุกคนที่เป็นนักเลงการพนัน เสี่ยงโชคเมื่อตั้งวงเข้าวางเค้าเดิมพันเป็นจำนวนหนึ่งพันบาท หลายพันบาท ลูกค้าเห็นเงินดี ก็มาแทงไฮโล

ในวันนี้ น.ช.เหล่งเจ้ามือโชคดี เขย่าไฮโลได้ประมาณสองพัน รวมเป็น 3 พัน น.ช.เหล่งกำลังจะเลิกก็พอดีมีพวกนักเลงโตที่มีอำนาจเหนือเจ้าพนักงานสามคน คือ น.ช.นัน น.ช.ตั้ว น.ช.ก๊กเลี้ยง บอกว่ามึงอย่าเพิ่งเลิก พวกกูจะแทงไฮโล น.ช.เหล่งพูดจานอบน้อมว่า พวกพี่ทั้งสามคนอย่ามาแทงไฮโลผมเลย เงินทุนผมน้อย ผมจะเฉ่งเค้าเเบ่งกัน น.ช.อนันหัวหน้าใหญ่ว่า ไอ่ห่าเดี๋ยวพ่อเตะ คนอื่นเเทงได้ พวกกูทำไมแทงไม่ได้ หรือที่มึงเขย่านี้ใช้วิธีโกง น.ช.เหล่งบอกว่าปล่าวพี่ผมเล่นซื่อๆ น.ช.ก๊กเลี้ยง พูดว่ามึงเขย่าไปถ้าไม่เขย่ากูจะเเทงให้คอขาด น.ช.เหล่งตกใจกลัวเพราะพวกนี้มีอำนาจหัวหน้าจะสั่งฆ่าใครใช้วิธีรัดคอให้ตาย ตายเเล้วก็เอาไปผูกไว้ที่หน้าห้องว่า น.ช.ผู้นั้นผูกคอตายเพราะความกลัวดังกล่าว

น.ช.เหล่งจึงพูดว่าผมจะให้พี่คนละ 100 บาทไม่ต้องเเทงก็ได้ น.ช.นันกับพวกพูดว่า หนอยดูถูกกู คนละร้อยกูไม่เอากูจะเเทงเอาให้หมด น.ช.เหล่งก็จำใจเขย่าให้พวกนักเลงโตสามคนแทง เหมือนผีเเช่ง ไอ้สามคนเสียหมด เมื่อเสียเงินหมดเเล้วมันคิดด้วยสันดานหยาบขาดความ เป็นนักเลงถือว่าเป็นลูกศิษย์เอกของ หัวหน้าแผนกควบคุม ไอ้สามคนจึงปรึกษากันปล้นทรัพย์ น.ช.เหล่ง ทั้งสามคนควักมีดออกจากกระเป๋า ไอ้ตั้วเป็นคนหยิบเงิน ไอ้ก๊กเลี้ยงกับไอ้อนันต์ ตรงเข้าเตะกระทืบ น.ช.เหล่งจนบาดเจ็บสาหัส นักโทษที่เห็นไม่อาจจะช่วยได้ เพราะเกรงกลัวอิทธิพลของคนทั้งสาม

เมื่อพวกนี้ได้เงินไปเเล้ว ก็เอาไปแบ่งกัน ส่วน น.ช.เหล่งเจ็บ ปวดมีบาดเเผลจะไปโรงพยาบาลก็ไปไม่ได้เพราะไอ้พวกสามคนห้าม น.ช.ทั้งสามไปรายงานให้ หัวหน้าแผนกควบคุม ฟังเเล้วมอบเงินที่เเย่งให้ หัวหน้าแผนกควบคุม หัวหน้าแผนกควบคุมชอบใจ น.ช.เหล่ง เป็นนักกฏหมายหัวหน้าเเผนกจึงให้ไอ้สามคนขังน.ช.เหล่งเพราะมีความผิดฐานลักลอบเล่นการพนัน ดูเถิดครับท่านทั้งหลายมันไม่น่าจะเป็นไปได้เเต่ก็เป็นไปเเล้ว น.ช.เหล่งต้องขึ้นขัง และจองจำเครื่องพันธนาการ และห้ามติดต่อกับผู้อื่น ถ้าใครมาติดต่อผู้นั้นอาจโดนโทษถึงตาย

น.ช.เหล่งได้รับความเจ็บปวดจากบาดแผล ถูกขัง เสียเงิน น้ำใจพวกนี้โหดร้ายเยี่ยงสัตว์เดรฉาน ยังก่อนท่านผู้อ่าน ยังมีความโหดเหี้ยมทมิฬ ที่จะผ่านสายตาท่าน ท่านผู้อ่านอาจเคยได้พบ ได้เห็นคนที่ใช้ความโหดร้ายทารุณเหี้ยมโหดจากหนังภาพยนต์ นวนิยาย มาเเล้ว นั่นเป็นเพียงเครื่องอุปโลกน์ แต่ความเหี้ยมโหดในนรกนั้นมันเรื่องจริง น.ช.เหล่งถูกห้ามเยี่ยมญาติ มีพ่อแม่และนายเรียงไชยกาล นายทองอินทร์ ภูริพัฒน์ และเพื่อนนักกฏหมายรุ่นเดียวกันมาเยี่ยม หัวหน้าแผนกควบคุมไม่ให้เยี่ยมโดยอ้างเหตุผลว่า น.ช.เหล่งหัวเเข็ง กระด้างกระเดื่องต่อผู้บัญชา

เมื่อนายเรียงกับเพื่อนมาเยี่ยมไม่ได้ ไปขออนุญาติเยี่ยมต่อท่านผู้บัญชาการ ท่านผู้บัญชาการรู้เรื่องราวความชั่วของ หัวหน้าแผนกควบคุมและลูกน้องดี จึงอนุญาติให้เยี่ยมนายเรียง เอาใบคำสั่งอนุญาติมาให้ หัวหน้าแผนกควบคุม หัวหน้าแผนกควบคุมดูเเล้วก็ฉีกทิ้ง อั๊วเป็น หัวหน้าแผนกควบคุม มีอำนาจเหนือผู้บัญชาการ เพราะนักโทษทุกคน คนไหนดีคนไหนเลวอั๊วรู้ ผู้บัญชาการนั่งอยู่ที่บ้านจะมารู้ได้อย่างไร นายเรียงกับเพื่อน เมื่อเยี่ยมไม่ได้ก็พากันกลับ ได้เเต่ฝากพวกขนมปังกาแฟ กล้วยหอมให้ น.ช.เหล่ง ทางญาติพี่น้อง มีความเป็นห่วงตั้งใจรอคอยฟังข่าว จากน.ช.เหล่งเมื่อเห็นเงียบหายไป

ตั้งเเต่ น.ช.เหล่งถูกขัง ไม่ได้พบญาติมาสองเดือน ไม่มีทางที่จะติดต่อกับญาติได้ จึงนึกถึงคำพูดและภาษาอักษรลับที่เคยพูดไว้กับนายเรียง ถึงเครื่องหมายแห่งความมีทุกข์บอกกันเป็นที่รู้เเจ้งเเล้ว ดังนั้น น.ช.เหล่ง จึงคิดด้วยสมองอันเฉียบเเหลม เขียนจดหมายถึงญาติ โดยไมให้ทางฝ่ายเรือนจำรู้ วิธีการส่งจดหมาย น.ช.เหล่งได้เอาไปรษนีย์บัตรฉบับละ 3สตางค์ มาฉีกกลางไปรษณีย์บัตรออกเป็นสองเเผ่น เเล้วเขียนข้อความว่าเรียง และทองอินทร์เพื่อนรัก ฉันถูกปล้นในคุกหัวหน้าแผนกร้อยเอกศิริ ภักดี เป็นหัวหน้าโจรให้นักโทษปล้นฉันในคุกและใช้อาวุธมีคมแทงทำร้ายฉัน เพื่อนได้รับจดหมายเเล้ว ให้รีบไปเเจ้งความที่กองกำกับการ จังหวัดนนทบุรีแทนฉันด้วย รักคิดถึง เซ็นชื่อว่าเหล่ง

เขียนเสร็จก็เอาไปรษณีย์สองเเผ่นที่ฉีก เอากาวปิดตรวจดูจนสนิทเเล้ว ส่วนข้อความข้างหลังไปรษณีย์บัตรที่ว่าง น.ช.เหล่งเขียนข้อความว่าเรียงเพื่อนรักอยู่สบายดีหรือ ได้ทราบข่าวว่าเพื่อนมาเยี่ยม แต่ทางการไม่ให้เยี่ยม ให้เพื่อนรู้ไว้ด้วยว่า ฉันกระทำผิดวินัยเรือนจำ แม้ว่าเยี่ยมไม่ได้ ให้ส่งเงินมาใช้เพื่อซื้อของที่ร้านค้าในคุกกินด้วย เซ็นชื่อว่า เหลง

ในวันรุ่งขึ้นเป็นเวลา 9.00 น. น.ช.เหล่งก็ให้พี่เลี้ยง นำจดหมายที่ น.ช.เหล่งเขียนส่งไปตามลำดับ จนจดหมายฉบับนั้น ไปถึงมือ หัวหน้าแผนกควบคุม หัวหน้าแผนกควบคุมตรวจดูเห็นเป็นจดหมายของ น.ช.เหล่ง รู้ว่าพวกนี้มีเพื่อนเป็น ส.ส. จึงได้ตรวจจดหมายอย่างละเอียด มาพบที่ชื่อ น.ช.เหล่งเซ็น เห็นเซ็นชื่อว่า เหลง ท่าน หัวหน้าแผนกควบคุมจึงมีความสงสัยว่าทำไมจึงไม่เซ็นชื่อเหล่ง จึงมีบัญชาสั่งเรียกไอ้ตั้ว ไอ้นันต์ ไอ้ก๊กเลี้ยง

เมื่อมาถึงเเล้ว ก็ให้เอาจดหมายนี้ไปตรวจรนไฟ เเล้วก็นึ่ง ดูว่าจดหมายฉบับนี้ จะมีปริศนาเลศในแอบแฝงอยู่หรือไม่ น.ช.นันต์ ก็เอาไปรนไฟเเล้วก็เอาไปนึ่งไปรษณีย์บัตรถูกความร้อนนึ่งเเล้ว น.ช.นันต์เอามาเเช่น้ำ กาวที่ น.ช.เหล่งผนึกไว้ละลายกระดาษไปรษณีย์ก็เเยกออกเป็นสองท่อน พอตรวจดูเห็นข้อความที่ น.ช.เหล่งเขียนจึงกลัวจะเดือดสั่งให้พวกสามคนจัดจัดการฆ่า น.ช.เหล่ง เย็นวันนี้เวลาลงอาบน้ำ โดยใช้อาวุธมีดแทง ตายเเล้วก็บอกว่า พยายามหนีคุก

และมีคำสั่งเรียกพัศดีชัยมาพบเมื่อพัศดีชัยมาหาหัวหน้าแผนก หัวหน้าก็สั่งบอกว่าเย็นนี้ประมาณ 16.00 น. ให้เป่านกหวีดเรียกประชุมนักโทษ 800 คน ที่อยู่ในแดนประชุม เมื่อประชุมพร้อมเเล้ว ให้ไอ้นันต์ ไอ้ตั้ว ก๊กเลี้ยง จัดการตามสั่ง เวลา 16.00 น. มาถึง ผู้บังคับแดนก็เป่านกหวีดเรียกประชุมนักโทษ

เมื่อนักโทษมาพร้อมที่โรงเลี้ยงเเล้ว น.ช.นันต์ น.ช.ตั้ว น.ช.ก๊กเลี้ยง ซึ่งเป็นมือเพชรฆาตก็เอากุญแจไปไขที่ห้องขัง น.ช.เหล่ง น.ช.เหล่งเห็นก็ตกใจกลัว น.ช.อนันต์ก็ตรงเข้าล๊อคคอเเล้ว น.ช.ก๊กเลี้ยงกับ น.ช.ตั้ว ก็เอาผ้าขาวม้าทำห่วง สวมคอ น.ช.เหล่ง แล้วก็ช่วยกันดึง จนขาดใจลักษณะของศพตอนที่เเพทย์ชันสูตร มีเลือดออกทางหู ทางปาก ทางจมูก มีลิ้นแลบห้อยแพทย์ก็ลงความเห็นว่าผูกคอตายเอง แม้ว่าเหล่งจะมีเครื่องรางของขลัง ที่อยู่ยงคงกระพันชาตรีป้องกันทางอาวุธปืน แต่การถูกรัดคอโดยคำสั่่งของผู้มีอำนาจช่วยกันทั้งสาม และถึงคราวที่ดาวประจำชีวิต น.ช.เหล่ง ตกจากฟ้าเเล้ว

เรื่องราวจะเกิดใหญ่อย่างเเน่ๆ เมื่อ น.ช.เหล่งตายเเล้ว ทางพ่อเเม่เพื่อนฝูงและญาติพี่น้อง ต่างมีความเป็นห่วงจนทางเรือนจำเเจ้งมาให้ญาติทราบเป็นทางการจึงได้รู้ว่า น.ช.เหล่งผูกคอตาย ทางนายเรียงและพ่อเเม่ไม่เชื่อ นายเรียงจึงดิ้นรนเพื่อหาความจริงว่า น.ช.เหล่งจะตายโดยถูกเขาฆ่า หรือว่าจะฆ่าตัวเอง

นายเรียงจึงยื่นคำร้องเสนอไปยังท่านอธิบดี ท่านอธิบดี อนุญาติ อธิบดีราชทัณฑ์ ได้ทราบเรื่องละเอียดว่า หัวหน้าแผนกควบคุมสั่งลูกน้องฆ่า น.ช.เหล่งตาย คงจะเกิดเหตุใหญ่ โดยเฉพาะอธิบดีก็เคยมี เรื่องกับนายเรียง ชัยกาลมาเเล้ว แม้กระนั้นท่านอธิบดีก็ต้องจำเป็นอนุญาติ และในการฆ่า น.ช.เหล่ง หัวหน้าแผนกควบคุมก็มาบอกอธิบดีแล้ว อธิบดีเกรงความผิด ที่จะมีมาถึงตัวเพราะมือเพชรฆาตทั้งสามตัวยังมีชีวิตอยู่

อธิบดีจึงเรียก หัวหน้าแผนกควบคุมมาที่กรม และบอกว่าให้จัดการเก็บ ไอ้ตั้ว ไอ้นันต์ ไอ้ก๊กเลี้ยง เพราะนายเรียง ชัยกาล กำลังร้องเรียนส่งเรื่องราวไปถึงรัฐมนตรี ผ่านท่านอธิบดี โดยนายเรียง ขอร้องให้ย้าย น.ช.ตั้ว น.ช.นันต์ น.ช.ก๊กเลี้ยงไปไว้เรือนจำ กันเอาไว้เป็นพยานโจทย์ เพื่อให้การเป็นพยาน ว่าใครเป็นผู้ฆ่า น.ช.เหล่ง ดังนั้น หัวหน้าแผนกควบคุม จึงรีบกลับเรือนจำแต่ท่านผู้บัญชาการไม่ให้เข้าแดนหนึ่ง ท่านผู้บัญชาการจึงไปพบท่านอธิบดี ท่านอธิบดีสั่งให้ผู้บัญชาการฆ่า น.ช.ทั้งสาม ผู้บัญชาการก็สั่ง น.ช.สอาดกับพวกสองคน ซึ่งเป็นคนสนิทของท่านผู้บัญชาการ ผู้บัญชาการเรียกทั้งสามมาสั่งให้จัดการฆ่า น.ช.ทั้งสาม

โดยท่านผู้บัญชาการจะหาเรื่องมือเพรชฆาตทั้งสามว่า วางเเผนฆ่าผู้บัญชาการ ลูกศิษย์ของท่านผู้บัญชาการก็จัดการสั่งพัสดีเอา น.ช.ทั้งสามขังห้อง หัวหน้าแผนกควบคุม ไม่สามารถเข้ามาช่วยเหลือลูกน้องได้เมื่อมือเพรชฆาตถูกขังเเล้ว ท่านผู้บัญชาการจึงสั่งให้ลูกน้องทั้งสามไปฆ่าตอน 24.00น. (1ใน3ที่ไปฆ่านั้นคือเสือมเหศวร)

ถึงเวลา 24.00น. น.ช.ทั้งสามกับพวกอีกสิบกว่าคนเข้าไปเหยีบหน้าอกเเล้วกระทืบมือเพรชฆาตทั้งสามตายคาตีน เป็นการตัดพยานโดยสิ้นเชิง

ทางฝ่ายนายเรียง ได้ขุด น.ช.เหล่งมาให้เเพทย์ข้างนอกพิสูจน์ นายเเพทย์ลงความเห็นว่า กระดูกคอเดาะมีรอยช้ำบวมที่คอ นายเเพทย์ข้างนอกลงความเห็นว่า น.ช.เหล่ง ถูกเขาฆ่าตายไม่ได้ฆ่าตัวเอง เรื่องก็กำลังจะเป็นเรื่องอยู่เเล้วคำร้องที่นายเรียงยื่นขอต่อนายกรัฐมนตรีขอย้ายพยาน คำร้องนั้นย้อนกลับมาเเจ้งผลว่า น.ช.ทั้งสามพยายามหนีคุกถูกฆ่าตาย

ความหวังของนายเรียง ไชยกาลขาดสะบั้น เพราะพยานสำคัญได้ตายเเล้ว นอกนั้นก็มีนักโทษคนอื่น ๆ ที่ไม่อาจสามารถจะมาให้การเพื่อมาเป็นพยานได้ ถ้าขืนมาเป็นพยานก็หมายถึงว่า น.ช.ผู้นั้นจะถึงอวสานของชีวิตหลังจาก ร้อยเอกศิริ ภักดี ได้ตายไปเเล้ว และพ้นหน้าที่ไปเเล้ว อำนาจในคุก ที่หัวหน้าเเผนกควบคุมมอบไว้ให้ก็หมดอำนาจ บุคคลที่มาครองอำนาจเเทน คือลูกศิษย์ของท่านผู้บัญชาการครอบครองอำนาจอยู่สองปี พอดีหลวง ศิริ ฤทธิ์ไกล ย้ายไปจากเรือนจำบางขวาง แล้วก็มีคนที่มาเป็นผู้บัญชาการเเทนคนเก่า อำนาจในคุกจะคืนชีพมาต่อยุคทมิฬอันมีประวัติการเเย่งข้าวกันกิน แย่งถิ่นกันอยู่ เเย่งคู่กันนอน แย่งอำนาจในคุก จะมีต่อไปชั่วฟ้าดินสลาย (แอดมินเพจขอบอกวัยรุ่นเลือดร้อนทั้งหลายที่หลงใช้คำว่านักเลงในทางที่ผิด นักเลงสมัยเก่าที่ดีท่านมีสัจจะไม่รังเเกผู้ที่อ่อนแอเเละพร้อมจะช่วยเหลือคนอื่นผิดกับนักเลงสมัยนี้รวมพวกรังแกคนอ่อนเเอสร้างความเดือดร้อนโดยไร้ประโยชน์เเละมุ่งเด่นดังไปในทางยาเสพติดสะส่วนใหญ่นักเลงกับขี้ยามันคนละความหมายครับ)

ใส่ความเห็น