◎อิทธิฤทธิ์พระเวทสะเดาะ◎(ไพฑูรย์ พันธุ์เชื้องาม)

◎อิทธิฤทธิ์พระเวทสะเดาะ◎(ไพฑูรย์ พันธุ์เชื้องาม)

คุกบางขวางเป็นคุกที่สำหรับขังนักโทษชั้นอุกฉกรรจ์ ชั้นมหันต์โทษ เดี๋ยวนี้เปลี่ยนชื่อใหม่ว่าเรือนจำบางขวาง ทั้งนี้เพราะเป็นที่รับนักโทษที่ส่งมาจากต่างจังหวัด 77 จังหวัดทั่วพระราชอาณาจักร ประเภทนักโทษที่ถูกส่งมาโทษประหารชีวิต โทษตลอดชีวิต โทษ 20 ปีถึง 150 ปี เพราะเรือนจำต่างจังหวัดของนักโทษได้โทษนั้นไม่เกิน 10 ปี เมื่อถูกส่งมาอยู่เรือนจําบางขวาง ก็ร่วมกันมาอยู่ สถานที่เดียวกัน รวมทั้งหมดขังนักโทษเต็มที่ได้ 1 หมื่นคน
แต่ปัจจุบันขณะนี้มีนักโทษประมาณ 8000 คน

นักโทษที่ถูกส่งมาต่างจังหวัดล้วนแต่นักโทษ ชั้นเสือ ตัวเด็ดๆ ดังๆหนังเหนียวคงกระพันชาตรี แต่จะเหนียวด้วยเครื่องรางของขลังสิ่งใดนั้นแล้วแต่ครูบาอาจารย์แต่ละคน เพราะสิ่งที่นักโทษมีบางคนก็มีพระเครื่องรางของขลั ง มีวิชาหนุมานคลุกฝุ่น องค์การปัททะมืด บางคนก็มีแหวนกระเบนท้องน้ำ มีแหวนมหาอุดต์ บางคนก็มีว่านกินแล้วอยู่ยงคงกระพันชาตรี บางคนก็เก่งวิชาอาพัสน้ำ อาพัสปูน คาดคอ ของแต่ละชิ้นแต่ละอย่างเป็นของจริงและแน่นอน

เพราะนักโทษชั้นอุกฉกรรจ์ชั้นเสือ ได้ต่อสู้กับพวกตำรวจและศัตรูอื่นๆมาอย่างโชกโชน จึงรอดชีวิตเข้ามาอยู่ในคุก

ต้องเข้ามาจมทนทุกข์ทรมานรับกรรมซึ่งเป็นการกระทำของตัวเองไปตามบาปที่สร้างไว้ คุกบางขวางเป็นเมืองของคนจริงนักโทษที่รับกรรมโทษตั้งแต่ 20 ถึงประหาร มีมากมายหลายร้อยคน

หลังจากที่ข้าพเจ้าได้ถูกจับครั้งสุดท้ายมาอยู่คุกบางขวาง เมื่อพ.ศ. 2488 ในคุกอุดมสมบูรณ์ด้วยลูกปืน โซ่หวาย ตรวน เพราะระยะตอนนี้บ้านเมืองอยู่ระหว่างศึกสงครามในคุกบางวันบางคืนไฟดับตลอด 24 ชั่วโมง เพราะข้าศึกอาศัยลำน้ำเจ้าพระยาเป็นเส้นทางนำเรือนบินมาทิ้งไข่มฤตยูยังพระนครหลวงยังเหตุการณ์ได้ผ่านมาแล้ว

สภาพคนคุกแดน ทางการเขาขุดหลุมหลบภัยให้ สำหรับให้นักโทษ เข้าไปอยู่เพื่อกลัวว่าจะได้รับอันตรายจากลูกระเบิดนรก แต่แปลกไหมครับท่าน ถ้าเรือบินมากลางวันเสียงสัญญาณเตือนภัยทางอากาศบอกให้นักโทษหลบเข้าหลุมหลบภัยแต่เมินเสียเถอะที่พวกนักโทษจะลงหลุมหลบภัย นักโทษไม่ลงหลุมเลยนับเป็นร้อยๆ เเหงนมองดูบนท้องฟ้าเพ่งสายตาไปที่เครื่องบิน ยืนกวักมือทั้งสองข้างเพื่อให้เรือบินทิ้งลูกระเบิดลงมา

ท่านรู้ไหมทำไมถึงเป็นเช่นนั้น ก็เพราะว่าพวกนักโทษเขาต้องการความอิสระมากกว่ากลัวความตาย โบกมือให้เรือบินทิ้งลูกระเบิดเพื่อถูกกำแพงพัง เขาจะได้วิ่งหนีออกจากคุกไปสู่ความอิสระ

ระหว่างบ้านเมืองอยู่ในภาวะคับขันไฟฟ้าแรงสูงที่ทางการ ขึงดักจับนักโทษไว้ไม่มีประสิทธิภาพ เพราะไฟดับแทบทั้งคืน คืนหนึ่งมีสัญญาณไฟบอกเหตุร้ายหลายครั้ง นักโทษที่คิดหนีคุกตอนนี้ก็หลายแดน แดน 5 หนี 9 คน แดน 4 หนี 5 คน แดน 3 หนี 11 คน เเดน2 หนี 6 คน แดน1 หนี 5 คน แดนพยาบาล หนี 3 คน

แต่ละแดนหนีกันอุตลุด เพราะไม่มีสายไฟฟ้าแรงสูงดังกล่าว แม้ว่าจะไม่มีไฟฟ้าแรงสูงแต่ก็มีเจ้าพนักงานยามป้อมรักษาอย่างเข้มแข็ง มีไฟฉายพิเศษพร้อมที่จะฉายส่องคนที่หนีและมีอาวุธปืนกลอยู่บนตึกบัญชาการชั้น 7 พร้อมที่จะพ่นลูกกระสุนมาเจาะสมองคนหนี

นักโทษที่หลบหนีแดน 2 มี 5 คน น.ช.แถม แก้วเลิศ โทษ 20 ปี
น.ช.คล้อย ม่วงทอง โทษตลอดชีวิต นช.เจิด นพมาศ โทษ 52 ปี น.ช.เสือกี ผาดแก้ว โทษตลอดชีวิต ทุกคนถูกจองจำเครื่องพันธนาการขนาด 25 มม.

ในจำนวน 5 คนนี้นช.เสือกีเป็นเสือแห่งลุ่มน้ำนครสวรรค์ เป็นเสือที่มีความรู้มีเวทมนต์อาถรรพณ์อันฉกาจ เสือกีเป็นลูกศิษย์หลวงพ่อทองวัดเขากบ อยู่ยงคงกระพันชาตรีและมีพระเวทสะเดาะห์โซ่ตรวนต่างๆได้ เป็นคู่คดีกับน.ช.ทั้ง 4 เสือกีเป็นคนมีวิชาความรู้ ทางฝึกอาชีพ เก่งในทางสานหมวกหางนกยูงซึ่งกองงานสานหมวกหางนกยูงอยู่เรือน 2 เสือกีจึงชักชวนคู่คดีทั้ง 4 มาทำงานอยู่กองหมวกด้วยกัน

คดีที่เสือกี่กับพวกถูกกล่าวหาเป็นเรื่องเป็นโจรสลัด ฆ่าทารุณโดยใช้โซ่ผูกคอและก็เอาเจ้าทรัพย์ทิ้งลงแม่น้ำแห่งนครสวรรค์ ศาลตัดสินจำคุกตลอดชีวิต บางคนก็ 20 ปี คู่คดีของเสือกี เมื่อเข้ามาอยู่ในคุกต่างคนต่างตั้งหน้าทำงานเพื่อหวังกลับตนเป็นพลเมืองดีของประเทศชาติ

เจ้าพระคุณเอ๋ย สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายตลอดจนพระเสื้อเมืองพระหลักเมือง พระสยามเทวาธิราชได้บันดาลให้ฝ่ายทางรัฐบาลยื่นเรื่องเสนอกราบทูลต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ให้อภัยโทษกับนักโทษทั่วราชอาณาจักร

สัตว์นรกทั้งหมดได้รับอภัยโทษจากใต้เบื้องยุคลบาท ร.7 โทษประหารชีวิตเหลือตลอดชีวิต โทษตลอดชีวิตเหลือ 20 ปี นักโทษชั้นดีเยี่ยมได้ 1ใน2 ชั้นดีมาก 1 ใน 3 ชั้นดี 1 ใน 4
ชั้นกลาง 1 ใน 5 ชั้นเลว 1ใน6 ขั้นเลวมาก 1 ใน 7 คดีที่ไม่ได้รับการอภัยโทษมีคดีโจรสลัด คดีธนบัตรปลอม คดีฆ่าพระฆ่าเณร คดีว่าด้วยคอมมิวนิสต์ คดีพยายามคิดปองร้ายคณะรัฐมนตรี และคิดร้ายต่อพระราชบัลลังก์

พวกนักโทษที่ไม่ได้รับอภัยโทษต่างส่งเสียงด่าพ่อด่าแม่รัฐบาล บางคนก็แก้ผ้าวิ่ง บางพวกก็สไตล์ไม่กินข้าว ทำความยุ่งยากให้กับเจ้าพนักงานถูกทุบถูกตีถูกยิงตายก็หลายคน

ทำให้เสือกี่กับพวกก็ไม่ได้รับพระราชทานอภัยโทษ เพราะคดีเสือของเสือกีเป็นคดีโจรสลัด ฟ้องตามกฎหมายลักษณะอาญามาตรา 302

นักโทษปล้นธรรมดา มาตรา301 ได้รับการอภัยโทษโดยอาศัยเหตุดังกล่าวนั้นสร้างความเศร้าสลดเสียใจให้เสือกีกับพวกอย่างใหญ่หลวง

เสือกีกับพวกจึงหันหน้ามาปรึกษากัน เพื่อสมคบคิดกันหนีคุกเป็นที่ตกลงกันว่า ต่างก็เตรียมตัวมาหาเครื่องประกอบการหนี มาทำบันไดลิงและเราขอเลิกเกี่ยวไว้กับบันได เวลาหนีก็จะได้เกาะขอบกำแพง แล้วก็จมน้ำทิ้งไว้ที่่บอแดนสงวน จำที่จมเอาไว้อย่างดี

ในคืนที่เสือกีหนีเขากับพวกเอาดอกไม้ธูปเทียนเข้ามาในห้องขัง เสือกีได้ใช้พระเวทย์สะกด ต่อจากนั้นเสือกี่ก็จุดธูปเทียนพร้อมกันทั้ง 5 คน พอธูปหมดดอกเสือกี สะเดาะโซ่ตรวนออกจากข้อเท้า ให้กับพรรคพวกและตัวเองแล้วมาสะเดาะกุญแจออกจากนอกห้อง

เจ้าพนักงานซึ่งกำลังนั่งหลับอยู่ยามรักษาการณ์อยู่ เห็นเหตุการณ์ยังไม่ทันจะร้องเรียกบอกเรื่องนักโทษเเหกคุก เสือกีกับพวกก็ช่วยกันรุมแทงตาย สะเดาะกุญแจออกจากห้องแล้วก็ปีนกำแพงชั้น 2 ลงมาที่โรงพยาบาล แล้วก็ตรงไปที่แดนสงวน มียามรักษาหน้าประตู ชื่อ นายพวง นิกร เสือกีกับพวกช่วยกันล็อคคอกดลงน้ำตายในบ่อ แล้วเสียกีกับพวกก็รีบตรงมาที่บ่อซึ่งเป็นที่ซ่อนบันไดไว้ ก็นำไม้ที่ทำเป็นบันได พาดขอบกำแพง

เท่านั้นเองยามป้อมรักษาการณ์อยู่บนกำแพง ป้อมที่ 5 6 7 ก็เห็นพวกทั้ง 5 แต่เพียงเป็นเงาดำตะคุ่ม จึงได้ฉายไฟมาส่องเมื่อเห็นร่างคนถึงกำแพงเจ้าพนักงานป้อมก็ยิง น.ช.ทั้ง 5 ทันที แต่ก็ไม่อาจทำอันตรายใดๆได้ เพราะนช.ทั้ง 5 ทุกคนมีธงของหลวงพ่อทองวัดเขากบ ป้องกันอันตรายกระโดดมาถึงพื้นดินนอกกำแพงซึ่งเป็นเขตของความอิสระ แล้วก็โดดลงแม่น้ำเจ้าพระยา

แต่ปรากฏว่า น.ช. จุกกับ น.ช.แถม กระโดดลงมาไปถูกเสาซีเมนต์ที่เขากองตั้งไว้ ที่หักก็มีโด่ระเกะระกะ น.ช.ทั้งสองโดดมาหน้าอกไปถูกเสาดังกล่าว ถึงกับสลบนอนอยู่ตรงนั้นทันที

 

ส่วนเสือกีกับพวกอีก 2 คนลงแม่น้ำเจ้าพระยามารู้ภายหลังว่า ได้ใช้ไม้กระบองที่แพคนละลำเกาะลอยตามลำน้ำ ซึ่งตอนนั้นเป็นเดือน 12 นช.ทั้งสามไปสู่ความอิสระ เพราะอาศัยเครื่องรางของขลังดังกล่าวมาแล้ว

ส่วนน.ช.จุกกับ น.ช.แถม นอนสลบอยู่เจ้าพนักงานเรือนจำนำตัวมาหน้าตึกบัญชาการ ท่านผู้บัญชาการหัวหน้าแผนกควบคุมลงมติเป็นเอกฉันท์เดียวกัน ให้ยิง น.ช.ทั้งสองทิ้ง เพราะเป็นคดีอหังการ ฆ่าเจ้าพนักงานตายถึง 2 คน

เจ้าพนักงานได้รับคำสั่งจากผู้บัญชาการ แล้วก็นำตัวน.ช.ทั้งสอง ไปที่โรงพยาบาลเรือนจำนายแพทย์เวรได้ ให้ กินยาดมยา และรักษารอยฟกช้ำที่ถูกเสา จน น.ช. ทั้งสองฟื้นจากการสลบ แล้วจึงนำมาแดน 1 นช. ทั้ง 2 เรี่ยวแรงก็ไม่มีเหลือแล้วท่านผู้อ่านที่รัก ถึงคราวที่ นช. ทั้งสองจะถึงฆาตดาวประจำตัวตกจากฟ้า ดวงชะตาขาดแล้วแน่นอน

เจ้าพนักงานมีนายชัยวุฒิ สิงขร กับ นายแก้ว นิลประเสริฐ ใช้อาวุธปืนสั้นยิง น.ช. ทั้งสอง ปรากฏว่าลูกกระสุนปืนไม่ดัง ยิงทั้งสองคนจนหมดลูกโม่คนละ 6 นัด ไม่มีทางใดดีกว่าใช้ไม้กระบองเจ้าพนักงาน จากนั้นเจ้าพนักงานและผู้ช่วยเหลือเจ้าพนักงานประมาณ 20 คนก็ช่วยกันตีให้ตาย ทุบจน น.ช. ทั้งสองร้อง ”โอ๊ยกลัวแล้วนายขอชีวิตไว้สักครั้ง” แทนที่นายจะสงสารกลับตีกระหน่ำซ้ำเข้าให้ แม้ว่า น.ช. ทั้งสองจะมีธงอันมีอิทธิฤทธิของหลวงพ่อทองก็ไม่อาจสามารถจะคุ้มกันชีวิตได้

เมื่อถูกตีล้มก็ได้ยินเสียง ”ตูม! ตูม!” เหมือน ตีวัว ตีควาย ส่วนล่างของน.ช. ทั้งสองเหลวเละ พอเช้าขึ้นมา มีเจ้าพนักงานมาชันสูตรพลิกศพ ข้าพเจ้าเห็นศพของนช. ทั้งสอง ถูกมัดด้วยกระสอบกลมเหมือนลูกฟุตบอล ตีทำร้ายกันจนกลมเหมือนลูกขนมต้ม

นี่แหละครับท่านผู้อ่าน ”คุกคามคำรามคุก” คิดหนีคุกเป็นการเสี่ยงต่อชีวิต

นักโทษชายจุกและนักโทษชายแถม รับเคราะห์แทนพวกทั้งสาม ตามทางสันนิษฐาน ท่านผู้บัญชาการสอบถาม น.ช.จุกกับ น.ช. แถม ก่อนตายที่ให้การว่า สะเดาะโซ่ตรวนและกุญแจประตูนั้น เป็นความจริงไม่มีเจ้าพนักงานที่กินสินบนช่วยเหลือ ได้ไปพบตรวนที่กองเอาไว้ที่นอน ตรวนไม่มีรอยตัด จนเป็นข่าวอื้อวิพากษ์วิจารณ์กันถึงเรื่องฤทธิ์เดชอภินิหารของเสือกีกับพวก เป็นเสือแห่งลุ่มแม่น้ำนครสวรรค์ เรื่องของเสือกีกับพวกหนีคุกเป็นข่าวร่ำลือของชาวคุกจนทุกวันนี้ หนีคุกแดน 3 พวกเสือต่วนเจ้าพ่อบางพลี ”เสือทิ้งเจ้าเขาสามร้อยยอด” โปรดติดตามดูอภินิหารของพวกเสือที่มี อิทธิฤทธิ์เวทมนตร์ไสยศาสตร์ในตอนต่อไป

”เครื่องรางของขลังเวทมนต์ไสยสาสตร์เป็นสิ่งลี้ลับ จะรู้เห็นได้แก่ผู้ที่ควรเเก่รับรู้เท่านั้น หากไสยศาสตร์ต่างๆรับรู้ได้โดยทั่วกันสิ่งนั้นก็ไม่ใช่สิ่งที่ลี้ลับต่อไป”

ใส่ความเห็น