◎สิงโตหินเล่าตำนานความคงกระพันชาตรีของเสด็จเตี่ย◎

◎ความคงกระพันชาตรีของเสด็จเตี่ย◎

สำหรับไพฑูรย์ พันธุ์เชื้องาม หากมิได้มีผลงานโด่งดังจนเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางแล้วคนที่ไม่เคยรู้จักจะไม่รู้ตัวเลยว่ากำลังคุยอยู่กับผู้ที่เคยต้องคำพิพากษาประหารชีวิต 2 คดีจำคุกอีกร้อยกว่าปีฆ่าคนมาแล้วหลายสิบศพเพราะบุคลิกท่าทางภายนอกตลอดจนการพูดจาหลังกรอบแว่นตาดำที่สวมใส่ตลอดเวลา ไม่ส่อให้เห็นเลยว่าบุคคลนี้คือจอมอาชญากร

แต่คราใดที่ไพฑูรย์ถอดแว่นตาดำออกให้เห็นนัยน์ตาและแววตาอย่างชัดเจน ไม่ว่าใครจะสัมผัสได้เลยว่านี่คือแววตาของเพชฌฆาตที่ฆ่าคนมาแล้วมากมาย

ไพฑูรย์เล่าว่านับแต่วันที่ก้าวพ้นประตูเรือนจําบางขวางได้สวมแว่นตาดำและสวมหมวกตลอดเวลาที่ออกนอกบ้าน

ทั้งนี้เพราะรู้ตัวว่าเป็นคนมีศัตรูมากพ่อแม่พี่น้องคนที่ไพฑูรย์ฆ่าย่อมจะผูกใจเจ็บรอคอยเวลาที่จะได้แก้แค้นผู้ที่ทำให้คนที่รักและเคารพต้องตายไปไพฑูรย์ย้ำว่าเรื่องป้องกันตัวนั้น เขาไม่เคยกลัวแต่ผลที่ตามมาคือคดีความที่จะทำให้ต้องกลับเข้าไปในบางขวางอีกครา

เท่ากับว่าไม่ได้ใส่ใจกับพระมหากรุณาธิคุณล้นเกล้าล้นกระหม่อมที่ทรงโปรดพระราชทานอภัยโทษมิได้ทำสิ่งที่ดีทดแทนพระมหากรุณาธิคุณอันยิ่งใหญ่หลวงแม้แต่น้อย

อดีตนักโทษเดนตายอย่างไพฑูรย์ขอใช้ชีวิตบั้นปลายอย่างสงบที่สุดแม้ตัวตายไปแล้วแต่เรื่องราวที่ได้เขียนไว้และถ่ายทอดให้คนคุ้นเคยฟังจะยังคงอยู่คู่กับชื่อไพฑูรย์ พันธุ์เชื้องามตลอดไป
นั่นคือปณิธานที่จอมอาชญากรหมายเลข 1 ตั้งไว้ในช่วงสุดท้ายของชีวิต

ไพฑูรย์ได้เล่าเรื่องอภินิหารเสด็จในกรมหลวงชุมพรที่ตนเองได้รับฟังมา

โดยไพฑูรย์เล่าว่าเสด็จในกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ทรงเป็นแม่ทัพเรือในรัชกาลแห่งพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงเป็นผู้เสด็จไปทรงสั่งปรับปรุงแก้ไขเรือรบหลวงพระร่วงที่ทางรัฐบาลสยามสั่งซื้อมาจากอังกฤษให้มีสมรรถนะในการรบเหนือกว่าเรือรบในเอเชียที่มีอยู่ในขณะนั้น

เมื่อต่อสำเร็จแล้วทรงนำเรือรบ หลวงพระร่วงเดินทางกลับสู่ประเทศไทยเป็นครั้งแรกที่เอเชียสามารถนำเรือเดินทางข้ามเส้นศูนย์สูตรมาได้โดยปลอดภัย

นายยัง หาญทะเลได้เล่าเหตุการณ์เมื่อตนเองได้รับพระบัญชาจากเสด็จในกรมหลวงชุมพรให้กระโดดลงจากเรือรบไปในทะเลที่มีดงฉลามว่า ทรงได้รับผ้าประเจียดมาจากท่านพระครูวิมลคุณากร(หลวงปู่ศุขวัดปากคลองมะขามเฒ่า)มา 1 ผืน เมื่อเรือจอดทอดสมออยู่กลางทะเล

ทรงตรัสเรียกนายยังที่เป็นมหาดเล็กเรือนใน
(หมายถึงข้าราชบริพารใกล้ชิด ส่วนมหาดเล็กเรียนนอกหมายถึงบุคคลธรรมดาที่ทรงคุ้นเคยสามารถเข้าออกวังนางเลิ้งที่ประทับได้อย่างเป็นทางการซึ่งมีอยู่ไม่กี่คน)

”เจ้ายัง ข้าฯได้ผ้าประเจียดมาจากท่านอาจารย์(เสด็จในกรมทรงเรียกหลวงปู่ศุขว่าท่านอาจารย์) ผืนหนึ่งเอ็งช่วยคาดหัวกระโดดลงไปในทะเลให้ข้าฯกับมหาดเล็กในเรือทั้งหมดได้ดูจะได้หรือไม่ได้”

”ได้พระเจ้าข้าฯ เกล้าจะแสดงให้ดู”

นายยัง เล่าว่า เมื่อเสด็จในกรมฯประธานผ้าประเจียดมาแล้วได้นำมาคาดรอบศรีษะผูกปมไว้ด้านหลังจากนั้นได้ถอดเครื่องแบบทหารเรือออกนุ่งกางเกงขาสั้นก้มลงกราบพระบาทสมเด็จในกรมจากนั้นได้เดินไปยืนที่กราบเรือ

ยกมือพนมรำลึกถึงหลวงปู่ศุขวัดปากคลองมะขามเฒ่าจึงกระโดดลงไปในลักษณะทิ้งดิ่งด้วยการเอาเท้าลงไปก่อน นายยังเล่าต่อไปว่าเป็นเรื่องแปลก ปกติแล้วเมื่อเท้าสัมผัสกับผิวน้ำทะเลร่างกายจะจมดิ่งลงไปตามแรงที่ตกลงมาแต่นี้พอเท้าแตะผิวน้ำทะเลรู้สึกเหมือนยืนอยู่บนยางแข็งๆ ฝ่าเท้าจมลงไปในน้ำแค่ตาตุ่ม แม้คลื่นในทะเลจะซัดเข้ามาก็ไม่ทำให้ตัวโค้งหรือล้มลงเดินหน้าถอยหลังไปบนยอดคลื่น

ในขณะนั้นมีฝูงฉลามมาว่ายวนเวียนอยู่โดยรอบครู่ใหญ่จึงมีรับสั่งให้โรยเรือลงไปนำตัวขึ้นมาเฝ้า นายยังแก้ปมผ้าประเจียดถวายคืนให้เสด็จในกรมฯทรงตรัสกับนายยังว่า

”เจ้ายังเอ็งเก่งมาก ข้าจะขอตั้งนามสกุลเจ้าว่า หาญทะเลต่อไปเจ้ามีนามสกุลหาญทะเล”

นายยังผู้นี้หลังจากเสด็จในกรมหลวงชุมพรสิ้นชีพิตักษัยแล้วได้ลาออกจากราชการมาทำมาหากินแบบพลเรือนนายยังผู้ที่ไพฑูรย์รู้จักและให้ความเคารพคือนักมวยไทยที่ขึ้นทำศึกกับ”จิ่นหัง” นักมวยเลี๊ยะพะจากประเทศจีนที่เวทีมวยสวนเจ้าเชตุฯเอาชนะมวยเลี๊ยะพะได้อย่างงดงาม

เสด็จในกรมหลวงชุมพรทรงศึกษาด้านไสยศาสตร์ทุกแขนงสำนักฆราวาสสำนักใดที่ว่าแน่จะทรงเสด็จแบบไม่เป็นทางการไปดูว่าเก่งจริงหรือไม่ถ้าเก่งจริงๆก็จะทรงยกย่องถ้าไม่เก่งจริงจะทรงให้ปิดสำนักถือว่าเป็นการหลอกลวงประชาชน

วิชาที่ทรงเล่าเรียนมาจากหลวงปู่ศุขวัดปากคลองมะขามเฒ่านั้นมีอยู่มากมายรวมทั้งเรื่องคงกระพันชาตรี จ่าประจันอดีตมหาดเล็กเรือนในของเสด็จในกรมฯ เล่าเรื่องความคงกระพันชาตรีของเสด็จในกรมที่เขาได้ประจักษ์มาให้ไพฑูรย์ฟังว่า

คืนนั้นจ่าประจันไปเที่ยวที่ซ่องแถบนางเลิ้งกับพลทหารเชยหลังจากเสร็จกิจแล้วออกจากห้องก็พบกับนายเล่งที่เป็นนักเลงคุมซ่องมาเดินโซเซผ่านมาด้วยความเมาจึงเดินเซมาชนเข้า พลทหารเชยจึงบอกว่า

”เดินประสาอะไรกัน เมาแล้วก็ไปซุกหัวนอนเสียอย่ามาเดินโท้เท้ให้ชาวบ้านเขารำคาญ”

นายเล่งชี้หน้าพลทหารเชย ตลวาดเสียงเขียวว่ามึงแน่นักหรอ รอกูอยู่นี่นะกูไปเดี๋ยวเดียวจะไปหาของมาฝากมึง จ่าประจัน รีบดึงมือพลทหารเชยให้กลับวัง แต่พลทหารเชยบอกว่าลูกผู้ชายไม่กลัวใครฉะกับมันสักตั้งให้มันรู้เสียบ้างว่ามหาดเล็กวังนางเลิ้งไม่ใช่ใครจะมาข่มเหงได้ง่ายๆ

 

ตอนนั้นเป็นที่รู้จักกันว่าเสด็จในกรมฯทรงเปิดให้มหาดเล็กได้เรียนหมัดมวย กระบี่กระบอง การต่อสู้ด้วยอาวุธโบราณ ปีหนึ่งมีการไหว้ครูใหญ่มีหลวงปู่ศุขมาเจริญพุทธมนต์และแจกของดีเป็นการไหว้ครูหมอยาและครูกระบี่กระบองมหาดเล็กทุกคนจึงมีความรู้ด้านการป้องกันตัวเป็นอย่างดี

นายเล่งหายไปไม่นานก็กลับมาพร้อมกับสมัครพรรคพวกมีตะพรตครบมือนายเล่งถือดาบยาวเฟื้อยมาด้วย พอมาถึงก็เข้าตีพลทหารเชยกับจ่าประจันที่สู้พลางถอยพลางพลทหารเชยร้องบอกกับจ่าประจันว่า

”จ่ารีบไปทูลเสด็จในกรมฯเร็วทางนี้ผมรับมือเอง”

 

จ่าประจันวิ่งไปที่วังบอกทหารยามหน้าที่ประทับให้ขึ้นไปกราบทูลว่ามหาดเล็กถูกล้อมกรอบที่ตลาดนางเลิ้ง เสด็จในกรมฯเสด็จลงมาด้วยฉลองพระองค์กางเกงแพรปักลิ้นสีดำสวมพระภูษาคอกลมแบบลำลอง

พอรู้เรื่องจากจ่าประจันก็รับสั่งให้ไปเตรียมรถม้า ทรงขับออกไปด้วยพระองค์เอง ขณะนั้นผู้คนกำลังมุงดูพลทหารเชยใช้ไม้ที่หยิบมาจากข้างทางแทนไม้ตะพดตีพวกนายเล่งจนหัวร้างข้างแตกตัวเองก็บาดเจ็บ

เสด็จในกรมฯทรงลงจากรถม้าเป็นจังหวะเดียวกับพี่พลทหารเชยลื่นล้ม นายเล่งร้องตะโกนว่า

”พวกมึงอยู่เฉยๆ กูเอง”

เงื้อดาบสุดล่า เสด็จในกรมฯทรงพุ่งวรกายลงทับบนร่างของพลทหารเชยเป็นจังหวะเดียวกับที่คมดาบของนายเล่งฟันลงมาพอดีคมดาบตัดผ่านพระฉลองพระองค์ลำลองลงไปที่พระปฤษฏางค์(แผ่นหลัง)ของเสด็จในกรมดังปึกแล้วเด้งขึ้นมาเหมือนฟันลงไปบนยางแผ่นหนาๆ

 

ไม่มีบาดแผลใดๆเกิดขึ้นนอกจากผื่นแดงๆตามแนวคมดาบเท่านั้นเสียงคนดูร้องตะโกนว่า ”ตายละวา ไอ้เล่งฟันเสด็จในกรมฯโว้ย”

นายเล่งหายเมาโยนดาบทิ้งโกยแนบหายไปในความมืดพลทหารเชยลุกขึ้นกราบบาทเสด็จในกรมฯที่ทรงช่วยปกป้องรักษาชีวิตตนเองเอาไว้

ไพฑูรย์บอกว่าดวงพระวิญญาณของเสด็จในกรมหลวงชุมพรทรงความศักดิ์สิทธิ์มหิทธิฤทธิ์เป็นที่เคารพสักการะเริ่มด้วยพระรูปหล่อที่หน้าโรงเรียนพณิชยการพระนครฯ โดยพื้นที่ที่ตั้งของโรงเรียนพณิชยการพระนครฯเดิมเป็นวังที่ประทับของพระองค์อีกแห่งหนึ่งคือในวัดพระเชตุพนฯ ศาลนี้นอกจากจะมีพระรูปหล่อของเสด็จในกรมฯแล้วยังมีฝาตำหนักที่ประทับของเสด็จในกรมหลวงชุมพรสถิตอยู่ด้วย

 

อีกแห่งหนึ่งคือศาลเสด็จในกรมหลวงชุมพรที่หาดทรายรี จังหวัดชุมพร ที่เสด็จในกรมฯสิ้นชีพิตักษัย ณ พระตำหนักลำลองมีเรือรบหลวงชุมพรที่ปลดประจำการตั้งอยู่ประจำอยู่ด้วย ศาลที่ปากน้ำกระแสจังหวัดระยอง มีผู้คนไปถวายสักการะไม่ขาดสายนอกจากนั้นยังมีศาลสถิตดวงพระวิญญาณอีกหลายแห่งล้วนมีความศักดิ์สิทธิ์ สิ่งที่ไม่สมควรเป็นอย่างยิ่งนั้นไพฑูรย์บอกว่า

”การบนให้รอดพ้นการเกณฑ์ทหารเพราะเสด็จในกรมหลวงชุมพรทรงเป็นแม่ทัพเรือเป็นนักการทหารักการรับราชการทหารเป็นชีวิตนอกจากจะไม่ทรงโปรดแล้วยังจะได้รับโทษภัยอีกต่างหากอย่าได้บังอาจบนเป็นเด็ดขาด”

ส่วนการบนอย่างอื่นก็แล้วแต่จะบนเครื่องบนนั้นนอกจากเครื่องสักการะบูชาพระกระยาหาร น้ำจันทร์กับผลไม้แล้วควรถวายการจุดธูปประทัด กับการยิงปืนถวายแต่สำหรับการยิงปืนถวายนั้นปัจจุบันทำได้ลำบากเพราะผิดกฎหมายว่าด้วยการยิงปืนในที่สาธารณะจึงควรบนถวายการจุดประทัดแทนยิ่งบนเรื่องใหญ่ยิ่งต้องถวายการจุดประทัดให้นานขึ้น

เป็นที่เชื่อถือกันในหมู่ลูกเรือประมงว่าหากเรือประมงอับปางกลางทะเลหมดหนทางรอดชีวิตให้ตะโกนพระนามเสด็จในกรมหลวงชุมพรหรือ”เสด็จเตี่ย”ให้ช่วย โดยบนตัวบวชถวายพระกุศลแด่ดวงพระวิญญาณจะรอดตายได้ราวปาฏิหารย์

ไพฑูรย์บอกว่าสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นที่พึ่งของประชาชนชาวไทยมาโดยตลอดตั้งแต่สมัยสุโขทัย อยุธยา ธนบุรีและรัตนโกสินทร์แม้แต่คนติดคุกติดตะรางที่สังคมเห็นว่าเป็นคนเลวขี้คุกขี้ตารางก็ทรงพระราชทานอภัยโทษให้กับสัตว์ผู้ยากเหล่านั้นในพระราชวโรกาสสำคัญๆอยู่เป็นประจำและนักโทษประหารที่ทูลเกล้าถวายฎีกาหลายรายที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณลดโทษประหารเป็นที่ประจักษ์แก่พสกนิกรโดยรวม

เสด็จในกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ทรงก่อตั้งโรงเรียนนายเรือ ขอพระราชทานที่ดินที่สัตหีบเพื่อสร้างฐานทัพเรือยุทธการเป็นฐานทัพเรือที่สำคัญมาจวบจนทุกวันนี้แม้แต่ประภาคารที่แหลมปู่เจ้าในฐานทัพเรือยุทธการก็ทรงให้นำพระสรีรังคาร (เถ้าพระอัฐิ) ไปบรรจุไว้เพื่อคุ้มครองรักษาฐานทัพเรือยุทธการและประเทศสยามที่ทรงรักไว้ชั่วกาลนาน

เรือรบทุกลำที่แล่นออกและกลับสู่ฐานทัพจะต้องเปิดหวูดยาวถวายสักการะดวงพระวิญญาณที่บริเวณแหลมปู่เจ้าทุกลำถือเป็นระเบียบปฏิบัติตราบใดที่ธงไตรรงค์ที่มีรูปช้างอยู่ตรงกลางยังคงโบกสะบัดอยู่บนยอดเสาเหนือเรือรบทุกลำ

ตราบใดที่ดอกประดู่บานและโรยพร้อมกันทั้งต้นวิญญาณแห่งเสด็จในกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ก็จะทรงสถิตคอยคุ้มครองทหารหาญของชาติและปวงชนชาวไทยตลอดกาลนาน..

ใส่ความเห็น