#เรื่องเล่าความคงกระพันของหลวงพ่อเงินวัดบางคลาน

ที่สุดแห่งตำนานที่มาวิชาหนังเหนียวหลวงพ่อเงินวัดบางคลาน

ในสมัยก่อนตามประวัติของหลวงพ่อเงินเคยมีเรื่องเล่าครั้งหนึ่งสืบต่อกันมาตามประวัติที่ได้มีบันทึกของท่านว่า สมัยที่ท่านอายุยังไม่มากนั้นมีเรื่องเล่าว่าหลวงพ่อเงินท่านได้เคยทะเลาะกับพี่ชายคนที่สามของท่านถึงขั้นว่าไม่ถูกชะตากันจนวันตายเลยทีเดียว ซึ่งพี่ชายของท่านมีชื่อว่าตาทองหรือเรียกตามยศคือ ”ท่านขุนภุมรา” ตาทองพี่ชายของท่านนั้นเจนจบและชำนาญวิชาการแพทย์มากจนเรียกได้ว่าท่านเป็นหมอชาวบ้านที่เก่งหาใครเปรียบได้ท่านหนึ่งเลยทีเดียว ไม่ว่าชาวบ้านจะเดือดร้อนด้วยโรคอะไรมาหาแกตาทองแกก็ยินดีให้ความช่วยเหลือบรรดาชาวบ้านเสมอ

ซึ่งยศขุนภุมรานี้เองท่านก็ได้รับมาจากการเป็นนายกองส่วยรัชรูปการ เพราะมีความรู้ด้านวิชาแพทย์แผนโบราณมากและได้รับหน้าที่ให้ทำการเก็บส่วยน้ำผึ้ง ต่อมาจึงได้รับแต่งตั้งยศเป็น ‘’ท่านขุนภุมรา’’

การช่วยเหลือให้การรักษาโรคแก่ชาวบ้านของตาทองนั้นนับว่าเป็นสิ่งที่น่านับถือแต่น่าเสียดายที่ท่านมีอุปนิสัยที่ชอบการดื่มเหล้าเป็นชีวิตจิตใจ(เป็นหมอแท้ๆแต่ไม่รักษาสุขภาพเลย๕๕) เรื่องที่หลวงพ่อเงินท่านผิดใจกับตาทองพี่ชายแกนั้นมีเรื่องเล่าอยู่ว่า

มีอยู่วันนึงควายที่ตาทองกับควายของหลวงพ่อเงินที่ทั้งสองท่านต่างเลี้ยงเอาไว้และนำไปผูกไว้ในลานวัดได้เกิดคึกอยากวัดมวยซึ่งกันและกันเข้าจึงได้ขวิดกันสนั่นลานวัด ซึ่งการดวลกันนั้นได้ใช้เวลาอยู่นานพอสมควรจนในที่สุดควายของหลวงพ่อซึ่งเป็นมวยกว่าอีกทั้งหนังดีกว่าเพราะบารมีของหลวงพ่อจึงเป็นฝ่ายชนะไป

ส่วนควายของตาทองที่แพ้ราบคาบไปนั้นไม่แพ้เปล่าแต่แพ้แบบแตกหลายแผลเลยก็ว่าได้เพราะเลือดไหลอาบตามเนื้อตัวอันเกิดจากแผลที่ควายของหลวงพ่อเงินประเคนเขาให้กิน ฝ่ายตาทองเมื่อมาเห็นสภาพควายของตัวเองที่อยู่ในสภาพเลือดอาบส่วนควายของหลวงพ่อเงินนั้นไม่มีแม้แต่รอยถลอกจึงได้เกิดความโกรธแค้นควายของหลวงพ่อเป็นที่สุด

เมื่อถึงเวลาพลบค่ำ ตาทองจึงกรึ๊บย้อมใจใส่ดีกรีพอได้ที่แล้วจึงได้ออกเดินทางเพื่อตรงไปหาหลวงพ่อเงินผู้เป็นน้องชายของตน เมื่อไปถึงที่หมายตาทองแกก็เริ่มระเบิดอารมโมโหที่ได้ทวีคูณขึ้นด้วยฤทธิ์สุราเอะอะลั่นวัดว่า

‘’ว่ายังไงหลวงพ่อได้ข่าวมีวิชาดีเยอะไม่ใช่หรือ!!’’ 

หลวงพ่อเงินเองเมื่อได้ยินเสียงเอะอะโวยวายก็ได้ออกมาดูก็พบว่าตาทองพี่ชายของตนนั้นอยู่ในสภาพเมามายมีท่าทางจะมาหาเรื่องท่าน หลวงพ่อเงินท่านจึงได้พูดเพื่อให้โทสะของตาทองนั้นลดลง

‘’อาตมาเป็นพระอยู่ในเพศบรรพชิตจะเก่งได้อย่างไรเล่า’’

ตาทองจึงพูดตอบไปว่า

  ‘’เห็นชาวบ้านลือกันให้ทั่วว่าหลวงพ่อ มีวิชาดี มีดปืนไม่ได้กินเลือดมันจะแน่จริงรึ!!’’

ข้าชักอยากทดสอบเสียแล้วสิ…..

หลวงพ่อท่านก็ตอบว่า

’’อาตมาไม่ได้มีวิชาดีอะไรหรอกโยมพี่’’

ตาทองซึ่งถูกอำนาจโทสะและฤทธิ์สุราครอบงำอยู่นั้นด้วยความโกรธที่ควายรักของตนพ่ายแพ้จนเลือดอาบทั้งตัวนั้นจึงได้เดินทางกลับไปบ้านของตนเพื่อไปเอาปืนแก๊ปยาวคู่มือแล้วเดินทางข้ามฝากเพื่อกลับมาหวังจะทดลองยิงหลวงพ่อดูว่าจะขลังจริงดังที่ชาวบ้านร่ำลือไหม

ฝ่ายหลวงพ่อเงินเมื่อเห็นตาทองโยมพี่ชายเดินถือปืนเข้ามาหาเช่นนั้นแทนที่ท่านจะรีบหลีกหนีภัยอันตรายกลับเดินออกไป แล้วร้องบอกตาทองเสียอีกว่า

‘’เอ้าโยมพี่ อยากลองก็ลองเลยอาตมาอยู่นี้แล้วเชิญท่านลองได้ตามใจท่านได้เลย’’

ตาทองเมื่อถูกหลวงพ่อบอกท้าให้ยิงเช่นนั้นตนก็เกิดโทสะทวีขึ้นอีกยกปืนขึ้นเพื่อยิงไปยังหลวงพ่อทันที…..

 แป๊ก! แป๊ก! แป๊ก! เสียงนกสับท้ายปืนแก๊บดังอยู่สามสี่ครั้งปรากฏกระสุนปืนไม่ยอมลั่น อีกทั้งเมื่อลดปากกระบอกปืนลงต่ำก็กลับมีน้ำไหลออกจากปากกระบอกปืนมากมาย

เมื่อหลวงพ่อเห็นตาทองผู้เป็นพี่ตนหมายเอาชีวิตกันจริงๆอีกทั้งในขณะที่หลวงพ่อเป็นพระอยู่ในผ้าเหลืองเป็นเพศบรรชิตเสียอีกจึงพูดขึ้นกับตาทองว่า

‘’นี้ถ้าไม่เห็นว่าเป็นพี่ละก็ข้าจะตีสั่งสอนเข็ตหลาบ’’ เมื่อปืนไม่สามารถทำอะไรหลวงพ่อได้ตาทองได้เเต่ตลึงในความอัศจรรย์ของหลวงพ่อเดินคอตกกลับไปยังบ้านเรือนของตน

ซึ่งภายหลังจากเหตุการณ์ที่ตาทองแบกปืนเพื่อจะไปยิงหลวงพ่อครั้งนั้นเป็นที่โจษขานกันจากชาวบ้านทั่วทุกตำบลถึงความศักสิทธิ์เข้มขลังในวิทยาอาคมของท่าน ทำให้ชาวบ้านต่างพากันเดินทางเพื่อจะมาขอเครื่องรางของขลังจากท่านเป็นจำนวนมากแทบทุกวัน

จากเหตุการณ์ครั้งนั้นเมื่อวันเวลาผ่านไปภายหลังเมื่อตาทองแกหมดบุญสิ้นชีวิตลง หลวงพ่อเงินท่านถึงขนาดไม่ยอมไปเผาผีหรือแม้แต่ร่วมงานศพของตาทองผู้เป็นพี่ชายด้วยตนเองเลยเพียงแต่ได้ฝากให้ลูกศิษย์ใกล้ชิดท่านนำผ้าไตรไปช่วยเหลืองานศพเพียงเท่านั้น

วันมรณภาพของหลวงพ่อเงินเมื่อทางวัดได้ทำการฌาปณกิจร่างของหลวงพ่อ บรรดาญาติโยมตลอดจนศิษย์ใกล้ชิดที่นับถือท่านทั้งหลายต่างพากันยื้อแย่งเอาข้าวของที่ท่านใช้ขณะยังมีชีวิตอยู่เพื่อนำไปเป็นวัตถุมงคลกันมากมาย ไม่ว่าจะเป็นสบง จีวร ข้าวของเครื่องใช้อื่นๆ แม้จะได้คนละเล็กละน้อยก็เอากัน แม้แต่เถ้าถ่านก็ไม่มีเหลือให้เห็นเลยทีเดียว

หลวงพ่อเงินท่านมรณภาพใน วันศุกร์ แรม๑๑ค่ำ เดือน๑๐ ปีมะแม เวลา๕.๐๐ น.ตามปฏิทินสากลที่ใช้คือวันที่20กันยายน พุทธศักราช2462 ท่านมรณภาพที่วัดบางคลานหรือมีอีกชื่อคือวัดหิรัญญารามหรือวัดวังตะโก(ชื่อวัดเยอะแท้)อยู่ในตำบลบางคลาน อำเภอโพทะเล จังหวัดพิจิตร

และนี้ก็เป็นเรื่องราวอันอัศจรรย์เพียงส่วนหนึ่งของหลวงพ่อเงินที่แอดมินได้รวบรวมมาให้เเฟนเพจได้ศึกษากัน

บทความเขียนขึ้นเเละเรียบเรียงโดย:เพจนักเลง โบราณ ตำนานหนังเหนียว

อ้างอิงข้อมูลจากหนังสือหลวงพ่อเงินวัดบางคาลน

ขอขอบคุณเครดิตที่มารูปภาพประกอบบทความไว้ ณ ที่นี้

จุดประสงค์ในการเขียนบทความเพื่อเผยเเพร่กิตติคุณของหลวงพ่อเงินให้เเผ่ไพศาล

หากเพจเเฟนที่รักไม่อยากพลาดข่าวสารเรื่องราวดีๆ

ใส่ความเห็น