#ตำนานนักมวยขมังเวทย์#ผู้ใช้วิชาอาคมทำอาถรรพ์ในการชก

 

“นักมวยขมังเวทย์”

“หลุย เดชศักดา”

เจ้าของฉายา “หมอผี”

หลุย เป็นมวยดังจากโคราช มีหมัดอันหนักหน่วง เคยน็อกนักมวยชั้นนำในรุ่นเฟเธอร์เวทมามากมาย และ ว่ากันว่า หลุยส์ ยังมีเวทมนต์คาถาอาคม ที่สามารถจะเสกสะกดให้คู่ต่อสู้งงงวยจนต้องตกเป็นเหยื่อกำปั้นไปในที่สุด

และก่อนชกทุกครั้ง หลุยจะเริ่มต้นพิธีทางไสยศาสตร์เสียก่อน โดยจะขึ้นไปนั่งบริกรรมร่ายคาถาปลุกตัวบนอัฒจันทร์ชั้นสาม จากนั้นจึงปีนข้ามอัฒจันทร์ลงมาบนเวทีชก โดยไม่ยอมเดินลอดอัฒจรรย์ขึ้นเวที เพราะกลัวว่าจะทำให้ของขลังเสื่อม 

ว่ากันว่าบ้างครั้งหลุยห์ ก่อนขึ้นต่อยเอาเตาอั้งโลจุดไฟใส่ถ่าน ไปไว้ใต้เวที ตอนหลังๆมีผู้พบเห็นเข็นรถเข็น ขายน้ำหวาน ที่สนามหลวงพฤติกรรมอันแปลกประหลาดสร้างความฮือฮาให้กับนักมวยยุคนั้นเป็นอย่างมาก จนถูกสวมสมญานามว่า “หมอผี” ในเวลาต่อมา

แม้จะเป็นหนึ่งในนักมวยหมัดหนัก (ชิปโผง) แต่ระยะหลัง หลุย เริ่มปล่อยตัวกินเหล้าหัวราน้ำ จนวันหนึ่งตกเป็นข่าวใหญ่ว่าคลุ้มคลั่งฆ่าเมียตาย ติดคุกอยู่ร่วมยี่สิบปี พ้นโทษมาก็ยังเลิกเหล้าไม่ได้อีก การงานไม่ทำ จนที่สุดวันหนึ่งก็เสียชีวิตนอนหัวใจวายตายอนาถอยู่ข้างสนาม

อีกคนที่เป็นนักมวยที่เกี่ยวข้องกับมนต์ขลังก็ไม่พ้น ปราบธรณี เมืองสุรินทร์ เจ้าของฉายา “หมัดผีพราย” ปราบธรณี เมืองสุรินทร์ สมัยที่ชกอยู่แถวอีสานใต้ ชกคู่ต่อสู้ไม่น็อกก็นับแทบทุกราย ซึ่งแต่

ละคนต่างเล่าตรงกันว่า ขณะที่อยู่บนเวทีตนรู้สึกงงๆ คล้ายตกอยู่ในกฤตยาคม หรืออำนาจลึกลับ บางทีเห็นปราบธรณีเป็นสองหน้าสามหน้า ไม่รู้หน้าไหนจริงหน้าไหนปลอม เลยชกไม่ถูกและบางทีก็เห็นมีคนแก่ๆ มาเสกคาถาเดินวนอยู่รอบๆ สังเวียนอีกด้วย เป็นเรื่องแปลกๆ พิลึกๆ ที่ไม่เคยพบเห็นมาก่อนเลยในชีวิต

หรืออย่างนักมวยฝีมือดีรุ่นเมื่อ 3-40 ปีจากพิษณุโลกอย่าง “ณรงค์ พิษณุราชันย์” เวลาก่อนขึ้นชกชอบสวมสร้อยเส้นโตห้อยพระเครื่องหลายองค์ ยังไม่นับเครื่องรางของขลังประเภทอื่นทั้งผ้ายันต์ ท่องคาถา สารพัดสารพัน ถือเป็นนักมวย “เล่นของ” คนหนึ่ง

แต่มีอยู่หนหนึ่ง ที่ณรงค์ ไปชกชิงแชมป์ภาคที่เกาหลี กับ โจ แด ยูห์ ซึ่งก่อนหน้านั้นไม่เคยมีใครแย่งแชมป์ภาคของนักชกโสมได้เลยในการชกในบ้านตัวเอง นับจำนวนดูแล้วเป็นจำนวนถึง 48 คนและยังไม่เคยปรากฎในประวัติศาสตร์ของวงการมวยเกาหลีที่นักชกต่างชาติเอาชนะ หรือ แม้แต่เสมอได้เลย เหตุผลหนึ่งเป็นเพราะว่า กรรมการผู้ตัดสินใช้กรรมการเกาหลีทั้งหมดนั่นเอง

ถึงวันชก ณรงค์ ไม่ยอมเอาสร้อยเงินห้อยพระ ผ้ายันต์ หรือ เครื่องรางของขลังใดๆ ติดไปที่สนามมวยเลย ผลปรากฎว่า ณรงค์ แพ้คะแนน แต่แบบไม่เจ็บตัวอะไรเลย

แพ้แต่ไม่ถึงกับเป็นผลเสีย แต่เป็นผลดีเสียมากกว่า

เพราะ ณรงค์ ยืนต่อสู้กับ โจ แด ยูห์ ได้ครบ 12 ยก เป็นคนแรกในรอบปี นักชกชาวไทยจึงได้รับเกียรติเลี้ยงอาหารค่ำอย่างโก้หรู ขนาดเหมาเรือนเกาหลีเลี้ยงกันเลยทีเดียว มีเกอิชา นั่งคอยป้อนเหล้ายาอาหารอย่างพร้อมพรั่ง

การไม่ยอมผ้ายันต์ใส่มือ ไม่ปลุกเสกของขลัง สู้ เลยกลายเป็นผลดีไปเสียฉิบอย่างนี้ก็มี

#เเฟนเพจท่านใดมีรูปนักมวยจอมขมังเวทย์ที่กล่าวมานี้รบกวนช่วยเเบ่งปันให้ได้ศึกษาด้วยนะครับขอบพระคุณครับ

ได้รับการเอื้อเฟื้อข้อมูลโดยเพจ: เรื่องเล่าชาวสยาม

ขอขอบคุณเครดิตที่มารูปภาพประกอบบทความเพื่อการศึกษาจากhttps://www.pinterest.com,https://ammatch.wordpress.com/tag/sak-yant/ และที่มาอื่นๆไว้ ณ ที่นี้

เรียบเรียงเพื่อการศึกษาโดยเพจ:นักเลง โบราณ ตำนานหนังเหนียว

*หากไม่ต้องการพลาดเรื่องราวดีๆจากทางเพจเเฟนเพจที่รักสามารถตั้งค่าการมองเห็นโพสได้ตามภาพ

ใส่ความเห็น