ธรรมะที่หลวงพ่อเดิมมอบให้แก่ผู้บูชาเครื่องรางของท่านให้เข้มขลัง๛

ใต้รอยบาทหลวงพ่อเดิม ;(ท่านพระครูนิวาสธรรมขันธ์) วัดหนองโพ จังหวัดนครสวรรค์

หลวงพ่อเดิม วัดหนองโพ (ท่านพระครูนิวาสธรรมขันธ์) อ.ตาคลี จ.นครสวรรค์ เป็นพระผู้เปี่ยมล้นไปด้วยบารมีอันสูงส่ง ได้รับการถวายนามจากศิษยานุศิษย์ว่าคือ “เทพเจ้าแห่งเมืองสี่แคว”

โดยแท้จริง อภินิหารของหลวงพ่อเดิมทั้งจากตัวของหลวงพ่อเองและจากวัตถุมงคลเป็นที่โจทย์ขานกันมานานแสนนานจนถึงปัจจุบันนี้ หนึ่งในนั้นคือ รอยเท้าของหลวงพ่อเดิม

หลวงพ่อจรัญ ฐิตธัมโม วัดอัมพวันเจติยาราม อ.พรหมบุรี จ.สิงห์บุรี ศิษย์ผู้สืบทอดวิชาคชศาสตร์จากหลวงพ่อเดิม ได้เล่าเรื่องราวสมัยที่หลวงพ่อเดิมท่านยังมีชีวิตอยู่ว่า ในสมัยนั้นนิยมมาขอให้หลวงพ่อเดิมประทับรอยเท้าบนผ้าขาว สีที่ใช้ก็คือครามผงผสมน้ำนี่เอง เอามาทาฝ่าเท้าหลวงพ่อให้ท่านเหยียบ และการเหยียบตอนแรกเหยียบกระดานเปล่าติดขัดบ้าง ไม่ขัดบ้าง ก็ว่ากันไปตามสะดวก ต่อมามีผู้คนไปเกิดประสบการณ์ต่างๆ เช่น ยิงไม่ออก ฟันไม่เข้า ตีไม่แตก บางทีก็เอาโบกไล่เครื่องบินให้วนไปที่อื่นหรือโบกปัดระเบิดบ้าง บางบ้านรอบๆ บ้านพินาศยับเยินด้วยแรงระเบิดทำลาย แต่บ้านที่มีรอยเท้าหลวงพ่อเดิมกลับปลอดภัยไม่มีกระเบื้องแตกสักแผ่น เล่าลือกันหนักเข้าหลวงพ่อก็ต้องนั่งประทับรอยเท้าจนขาเมื่อย

หลวงพ่อจรัญได้ถามหลวงพ่อเดิมตรงๆ ว่า

หลวงพ่อจรัญ : “ที่หลวงพ่อเหยียบรอยเท้าให้เขาไปนั้นมันคืออย่างไรครับ บอกให้กระผมได้ตาสว่างสักครั้งหนึ่งเถิด”

หลวงพ่อเดิม : เทพเจ้าแห่งวัดหนองโพมองดูหน้าหลวงพ่อจรัญก่อนจะกล่าวตอบด้วยน้ำเสียงอันดังกังวานว่า “เฮ้อ ตาดีก็ได้ ตาร้ายก็เสีย หูดีก็ได้ หูร้ายก็เสีย”

หลวงพ่อจรัญ : ถึงกับงงเป็นไก่ตาแตก เพราะหลวงพ่อเดิมท่านตอบไม่ตรงคำถามจึงรุกเข้าถามไปว่า “ไม่ใช่อย่างนั้นหลวงพ่อ กระผมต้องการรู้ว่าที่เขาเอาไปใช้กันนะ ดีทางไหนกันแน่ ถึงได้มาขอกันจนเหยียบไม่ได้หยุด”

หลวงพ่อเดิม : “เอ้องั้นเรอะ ฟังน่ะ เขาว่าดีเอาไปโพกหัวแล้วยิงไม่ออก โพกหัวแล้วตีไม่แตก นั่นเขาว่ากันอย่างนั้น ฉันไม่ได้ว่าน่ะ เขาว่ากันไปเองแหละ

หลวงพ่อจรัญ : “อ้าวแล้วงั้นหลวงพ่อให้เขาเอาไปทำไมกันล่ะ ถ้าหลวงพ่อไม่ได้ว่าดี เขาว่ากันเองล่ะก็”

หลวงพ่อเดิม : “เรื่องนั้นไม่เกี่ยวกับฉัน ที่คุณธรรมะของฉันที่ฉันฝากไว้ในรอยเท้ามันไม่ใช่อย่างที่เขาเล่าลือกัน”

หลวงพ่อจรัญ : ธรรมะอะไรกันครับหลวงพ่อ ช่วยอธิบายให้ผมเข้าใจหน่อย ผมงงไปหมดแล้ว

หลวงพ่อเดิม : “รอยเท้าของฉันเหยียบไว้เป็นที่ระลึกว่า ฉันคือหลวงพ่อเดิมที่ในหลวงท่านพระราชทานสมณศักดิ์ให้เป็นครูนิวาสธรรมขันธ์ หมายถึงว่า เป็นที่ตั้งแห่งธรรมทั้งปวง ฉันปฏิบัติในกรอบแห่งความดี ฉันไม่เบียดเบียน ฉันสร้างความเจริญในถิ่นกันดาร ฉันทำดีเพื่อให้พระศาสนารุ่งเรือง เมื่อได้รอยเท้าของฉันไปแล้ว ก็จะระลึกว่าหลวงพ่อเดิมท่านทำดี เราควรทำความดีความเจริญตามรอยเท้าของท่านไป เป็นคนดี คิดดี ทำดี อยู่แต่ในศีลธรรมอันดีงาม นั้นแหละรอยเท้าของฉันจึงจะขลัง ไม่ใช่เอาไปโพกหัวแล้วยิงไม่ออกแต่ไม่เคยมีใครถามฉันสักราย เห็นแต่เอารอยเท้าไปติดตัวแล้วหายเงียบ”

หลวงพ่อเดิม : “เอารอยเท้าฉันไปนะ ฉันเป็นอุปัชฌาย์ของเธอ ฉันเป็นพระที่เธอนับถือ ฉันไม่เก่งอะไรหรอก แต่ฉันสร้างความดี เธอจงเอารอยเท้าฉันไปดูให้ติดตาม แล้วทำความดีตามรอยเท้าของฉัน แล้วเธอจะประสบความสุขความเจริญทั่วหน้า มีหลายรายเอารอยเท้าฉันไป แล้วเอาไปประกอบกรรมชั่ว ไปปล้นเขาไปจี้เขาไปลักวัวควายเขา ถูกยิงตายคาที่ตายโหง รอยเท้าฉันอยู่กับตัวช่วยอะไรไม่ได้ เพราะเขาไม่เดินตามรอยเท้าฉันไปในทางดีกลับแหกคอกไปในทางชั่วแล้วจะมาหวังพึ่งอะไรได้เล่า”

นี่คือปรัชญาชีวิตในรอยเท้าของหลวงพ่อเดิมที่ท่านฝากเอาไว้กับบรรดาศิษยานุศิษย์ทั้งหลายให้ได้คิดกันต่อมา

ได้รับการอนุญาติให้เผยเเพร่บทความโดยอาจารย์ผู้เขียนนามปากกาสุรเวทย์ เสนภูษา,ประเจียด คงศาสตรา

เรียบเรียงเผยเเพร่โดยเพจ:นักเลง โบราณ ตำนานหนังเหนียว

ขอขอบพระคุณเครดิตที่มารูปภาพประกอบบทความเพื่อเผยเเพร่ธรรมมะดีๆจากกลุ่มFB:กลุ่มบารมีหลวงพ่อเดิม วัดหนองโพ

จุดประสงค์เพื่อเผยเเพร่บารมีของหลวงพ่อเดิมและธรรมมะดีๆจากหลวงพ่อให้ผู้อ่านทุกท่านได้ศึกษา

กุศลที่ข้าพเจ้าได้รับจากการเผยเเพร่บทความธรรมมะนี้แก่ผู้อ่านทุกท่านข้าพเจ้าขออุทิศให้แก่ อาจารย์ไพฑูรย์ พันธุ์เชื้องาม

(ใต้รอยบาทหลวงพ่อเดิม,เทพเจ้าแห่งเมืองสี่เควที่อาจารย์สุรเวทย์ท่านได้เขียนเป็นการเเนะนำจากอาจารย์ไพฑูรย์ในสมัยที่ท่านยังมีชีวิตอยู่ซึ่งท่านได้เดินทางมาพบกับอาจารย์ผู้เขียน)

ใส่ความเห็น