ตำนานแห่งว่านโลดทรนง#ฤทธิ์ว่านอยู่ยงคงกระพันห้าวหาญ

◎ตำนานว่านโลดทรนงหรือว่านพญาพิชัยดาบหัก◎

ประวัติเดิมของว่านพระยาพิชัยดาบหัก ว่านทุกชนิดที่เกิดขึ้นบนแผ่นดินไทยเกิดมาเพื่ออนุกูลช่วยเหลือแห่งนักรบไทยไปสู่จุดมุ่งหมายแห่งความมีชัย เป็นเครื่องป้องกันนำหลักชัยมาสู่ประเทศมาตุภูมิแผ่นดินแหลมทองตั้งแต่ครั้งโบราณกาลทั้งนี้เพราะตามบรรดาหลวงปู่ หลวงพ่อและเกจิอาจารย์ต่างๆแค่ละสำนัก ได้นำเอาพวกพญาว่านต่างๆนำมาทำพิธีปลุกเสก นำมาสร้างเป็นพระเครื่องรางชนิดผงมีชื่อต่างๆกันมาตลอดจนกระทั่งพระกริ่งก็มีว่านที่ผสมแล้วอย่างดี เหล่าปรมาจารย์ผสมเอาไว้ข้างในมีอิทธิฤทธิ์อภินิหารเป็นเครื่องรางของขลังที่เชิดหน้าชูตาเป็นเพชรแท้นำเข้าพิธีปลุกเสก

ว่านทุกชนิดใช่ว่าจะพึ่งเกิดเเต่เกิดมานานแล้วชาวบ้านและข้าราชการทั้งหลายตลอดจนทหารพลตำรวจได้เสาะแสวงหากำแพงแก้วกำแพงเพชรป้องกันตัว ทั้งแม่ทัพนายกองมีประจำตัวทุกคนก่อนจะเข้าศึกสงคราม ทหารเอก โท ตรี ทั้งหลายบ้างก็กินว่าน บ้างก็อาบว่าน บ้างก็มีเครื่องรางของขลัง เข้าสู่สงครามเป็นนับเป็นสิบๆปีจนเกียรติยศกระเดื่องดังไปทั่วทุกประเทศ อาทิเช่น เขมรพม่า มอญ ครั้นครามเข็ดขยาดอภินิหารของทหารไทยประเทศเพื่อนบ้านนอกจากประเทศไทยแล้ว ประเทศอื่นที่มีพันธะผูกพันดัง เช่นเขมรเป็นต้น ซื่อตรงต่อหน้าและลับหลังก็คิดกบฏทรยศต่อชาติไทย

สมัยโน้นแม้แต่คนไทยชาติเดียวกันก็ยังไม่ซื่อคิดทรยศ ชักน้ำเข้าลึกชักศึกเข้าบ้านตามประวัติศาสตร์ปรากฏอย่างมีหลักฐานมาแล้วหลายขุนหลายพระยาที่คิดทรยศต่อประเทศชาติตายไปแล้ววิญญาณอันเลวร้ายไม่มีโอกาสได้ผุดได้เกิด ตรงห้วงดิ่งลงสู่ก้นอเวจีแต่ก็ยังมีคนไทยที่ซื่อสัตย์จงรักภักดีต่อประเทศชาติซึ่งเป็นมาตุภูมิเป็นที่อยู่ของคนไทยอำมาตย์ขุนนางผู้ซื่อสัตย์ก็ช่วยกันประกอบกู้ชาติประเทศชาติ ปราบอริราชคนทรยศย่อยยับเป็นผุยผง ทหารไทยเลือดสีแดงเข้มข้น ทหารไทยมีมากพอดู แต่เข้าสงครามแต่ละครั้งก็สิ้นเปลืองชีวิตจนเหลือน้อยเข้าน้อยเข้าก็อาศัยเครื่องรางของขลังเข้าโรมรันต่อสู้กับศัตรูทำให้กำลังใจมั่นคงโดยอาศัยคุณพระศรีรัตนตรัยและเครื่องรางของขลังที่ติดกายอยู่คุ้มครองป้องกันอันตรายจากศัตรูทั้งอาวุธมีดและอาวุธปืนแม้ว่ากำลังคนจะน้อยแต่ก็ไล่ฆ่าศัตรูฝ่ายเดียว ศัตรูจะฆ่าแทงฟันอย่างไรก็ไม่เป็นอันตรายย่อมเป็นหลักธรรมดาไทยจะต้องชนะในที่สุด

พูดถึงว่านพระยาพิชัยดาบหักเป็นว่านที่มีอำนาจแปรจิตใจกินเข้าไปแล้วออกฤทธิ์ซาบซ่าจะทำให้ผู้กินมีน้ำใจฮึกเหิม อยากจะเข้าบุกตะลุยทำลายล้างศัตรูให้เป็นผุยผงไปแต่จิตใจไม่อารมณ์ร้อนจนถึงกับลืมตัวว่าตัวเองเป็นทหารเอก มีสติปัญญาคิดกลอุบายอันสึกซึ้งๆ แม้รู้ว่าทางฝ่ายศัตรูมีมากกว่าไม่ทำให้ขยาดหวาดกลัวเพราะเชื่อกำลังใจเชื่อในฝีมือทหารข้าศึกเป็นพันๆหมื่นหลับตาคาดคะเนด้วยฝีมือแล้วจะต้องฆ่าให้หมดความประมาทเป็นหนนำมาแห่งความตาย ”กล้านัก มักบิ่น”เป็นคติอันหนึ่งที่เหล่าทหารเอกจะต้องจารึกและจดจำไว้ด้วยกำลังพลรบเท่ากันไม่มีชาติไหนที่จะสู้ประเทศไทยได้เพราะอาศัยสิ่งต่างๆที่ข้าพเจ้าได้กล่าวมาแล้ว

เมื่อราว พ.ศ. 2400 ข้าพเจ้าได้หลบหนีคดีอาญาเป็นฆาตกรที่ตำรวจติดตามจับตัวเพื่อนำมาลงโทษตามกฎหมายข้าพเจ้าได้หลบหนีอยู่ในที่ปลอดภัยข้าพเจ้าได้ถือโอกาสไปทางตากถึงสุโขทัย เมืองตรอน เมืองอุตรดิตถ์ครั้งนี้ข้าพเจ้าไปเที่ยวอุตรดิตถ์ไปดูความแปลกความพิสดารความมหัศจรรย์ของเมืองลับแลจนได้รู้สิ่งที่ซ่อนเร้นในเมืองลับแล

เมื่อข้าพเจ้าไปเที่ยวพักรอนแรมอยู่ตามวัดที่มีหลวงปู่ หลวงพ่อ ที่มีความเชี่ยวชาญทางพระเวท ก็รู้แหล่งที่สำคัญว่า วัดหนองน้ำใส มีหลวงพ่อที่มีพระเวทย์อาถรรพ์ต่างๆ หลวงปู่บุญ อุตโม เป็นพระภิกษุชราชอบสร้างเครื่องรางของขลังข้าพเจ้าจึงได้จัดการนำอาหารคาวหวานมาถวายหลวงพ่อจนเป็นที่อิ่มหนำสำราญแล้วข้าพเจ้าก็ได้คุยกับหลวงพ่อถึงเรื่องว่านและเครื่องรางของขลังท่านก็คุยให้ข้าพเจ้าฟัง

วันนี้ข้าพเจ้ายังไม่ได้ขออะไรจากท่านหลังจากข้าพเจ้ามา 3-4 ครั้งข้าพเจ้าจึงได้เอ๋ยปากขอต้นว่านท่านก็หยิบว่านมาให้ข้าพเจ้าหนึ่งต้นและบอกว่าเป็นว่านที่มีอํานาจศักดิ์สิทธิ์เคยพาทหารไทยบุกเข้าทำสงครามกับต่างชาติมีอภินิหารอำนาจในทางอยู่ยงคงกระพันชาตรี มีฤทธิ์ทั้งอาบและกิน ช่วยเหลือแผ่นดินไทยให้อยู่เป็นเอกราชจนทุกวันนี้ว่านที่หลวงปู่บุญ อุตโมท่านให้ข้าพเจ้ามานี้มีชื่อเรียกกันอยู่สองชื่อชื่อแรกมีชื่อว่าว่านพิชัยโลดทรนง มาตอนหลังได้ถูกเปลี่ยนจากชื่อเดิมเป็นชื่อว่านพระยาพิชัยดาบหักในเมืองพิชัยในอดีตชาวประชาต่างอยู่อาศัยทำมาหากินกันโดยสุจริตแต่ก็ได้รับการรบกวนจากพวกศัตรูต่างๆ มีพม่า เขมร มอญและลาวซึ่งบ้านเมืองของไทยเราในตอนนั้นต่างแบ่งกันปกครองโดยมีอำนาจกันคนละภาค(การปกครองโดยเจ้าเมือง)พวกข้าสึกมันได้เข้ามาข่มเหงรังแกชาติไทยเราอยู่เสมอ ซึ่งบรรพบุรุษนักรบปกป้องชาติของเราก็ได้เข้าต่อสู้ห่ำหั่นจนตัวตายกันมาเป็นจำนวนมาก

แต่ไม่ว่าบรรพบุรุษนักรบผู้กล้าที่เข้าต่อสู้กับข้าสึกเพื่อปกป้องบ้านเมืองของเรานั้นจะได้สิ้นชีพในสงครามไปสักเพียงใด  แต่ชาติไทยของเราก็จะมีคนดีคนเก่งมาเกิดแทนที่บรรดานักรบเหล่านั้นอยู่เสมอในอดีตบ้านเมืองของเราหากว่าผู้ใดเกิดมาเป็นเด็กผู้ชายเเล้วละก็เมื่อมีอายุครบ 5ขวบขึ้นไปจนถึงอายุ 20ปีส่วนใหญ่แล้วบรรดาเด็กเหล่านี้เมื่อมีเวลาว่างจากการงานแล้วต่างก็มักจะพากันไปฝึกซ้อมวิชาเพลงอาวุธและฝึกหัดวิชามวยกันอยู่เสมอโดยครูผู้ทำการฝึกให้ส่วนใหญ่เเล้วจะเป็น  ปู่ฝึกให้หลาน พ่อฝึกให้ลูก บางคนก็ฝึกจากพระภิกษุสงฆ์ที่มีวิชาตามวัดเพื่อเตรียมตัวไว้ต่อสู้กับข้าศึกศรัตรูวิชามวยเป็นวิชาที่ขึ้นหน้าขึ้นตาที่สุดของไทย (มวยไทย) พระเวทต่างๆ มีธนูมือ ธนูเท้า พรหมสี่หน้า วิชาคงกระพันชาตรี มีหนุมานคลุกฝุ่น วิชาปัทมืด ต่างก็แสวงหาร่ำเรียนจนมีความรู้ความสามารถ

เมื่อก่อนวัดหนองน้ำใสนี้เป็นวัดหลวงปู่มงคลเป็นผู้สร้างโดยอาศัยเงินชาวบ้านที่มีใจบุญช่วยเหลือกันสร้างหลวงปู่มงคลท่านเองก็ชอบปลูกต้นว่านต้นสมุนไพรเอาไว้แจกจ่ายชาวบ้านและท่านก็มักจะทำพิธีสร้างของขลังเพื่อแจกจ่ายให้แก่ผู้มีจิตศรัทธาไว้ใช้เพื่อปกป้องคมหอก คมดาบภยันอันตรายทั้งหลายต่างๆนาๆนายทองดีฟันขาวหรือนายจ้อย สมัยก่อนโน้นเป็นลูกศิษย์วัดอยู่กับหลวงปู่จนมีโอกาศได้เข้ารับราชการทหารรับใช้ชาติและได้ใช้ว่านโลดทรนงนี้เพื่อทำให้จิตใจฮึกเหิมเข้าต่อสู้กับพวกพม่าจนดาบหัก ภายหลังเมื่อท่านได้รับชัยชนะเหล่าข้าสึกศัตรูแล้วต่อมาจึงได้รับการแต่งตั้งจากสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชให้เป็นพระยาพิชัยปกครองเมืองพิชัยอันเป็นบ้านเกิดเมืองนอนของท่าน ว่านโลกทรนงนี้จึงได้ขนานนามตามยศของท่านตามชื่อว่าว่านพระยาพิชัยดาบหัก

เมื่อก่อนในอดีตนายทองดี เป็นนักมวยที่ไปชกต่างจังหวัดหลวงปู่มงคลท่านจึงได้ให้เครื่องรางของขลังอีกทั้งประสิทธิ์วิชาธนูมือ วิชาพรหมสีหน้าจนได้รับชัยชนะมาโดยตลอด เรียกได้ว่าในทั่ว 4-5 จังหวัดไม่มีนักมวยคนไหนเก่งเกินท่านได้เลยนายทองดีอยู่กับหลวงปู่เวลาว่างก็มักจะช่วยเหลือปรนนิบัติหลวงปู่เสมอ ตลอดจนได้ฝึกฝนวิชาเพลงอาวุธจนมีความชำนาญยอดเยี่ยมนายทองดีมีวิชาเพลงอาวุธเเละวิชามวยที่เก่งกาจอีกทั้งมีเพื่อนฝูงที่มีใจคอเดียวกันหลายคนซึ่งแต่ละคนก็ล้วนเป็นสานุศิษย์หลวงปู่เวลาไปไหนก็ไปด้วยกันเสมอ

เย็นวันหนึ่งนายทองดีถูกหลวงปู่ใช้ให้ไปหาสารนกแก้ว(ต้นไม้ชนิดหนึ่ง) หลวงปู่มงคลเองท่านเป็นคนชอบเล่นแร่แปรธาตุ นายทองดีก็ไปหากินว่านและนำอาวุธติดตัวไปด้วยเพื่อป้องกันอันตรายจากสัตว์ร้ายในป่า   เมื่อนายทองดีมาถึงกลางป่าก็เสาะแสวงหาสารนกแก้วที่หลวงปู่สั่งหาป่าตื่นจนกระทั่งเข้าถึงป่าลึกไปถึงพุ่มไม้เห็นหมีกับลูก 2 ตัวกำลังใช้เคี้ยวกุดกินหัวกลอยมัน  นายทองดีเดินมาเห็นพอดีหมีได้ยินเสียงก็เหลียวหน้ามาเห็นนายทองดี ก็ทิ้งจากการกินหัวมันโดยพลัน ตรงเข้าใช้เขี้ยวและอุ้งเท้าข้างหน้าตบนายทองดี นายทองดีแทงสวนด้วยหอกใส่หมีเเต่ไม่เข้า หมีเข้าฟัดต่อสู้กับนายทองดีจนหอกหักก็ไม่สามารถที่จะฝังหอกเข้าไปในร่างของหมีได้อีกทั้งตามร่างกายของนายทองดีมีรอยเล็บหมี  เมื่อจวนตัวก็นึกถึงพระเวทพรหมสี่หน้าและพระเวทธนูมือธนูเท้าต่อสู้กับหมีใช้กำปั้นชกต่อยหน้าหมีอภินิหารพระเวทย์ทำให้หมีเจ็บปวดจนมึนเห็นนายทองดีเป็นคนหลายหน้าและหลายคนมันจึงได้กระโดดกัดแต่ร่างลวงซึ่งเป็นเพราะอำนาจพระเวทย์ แม้นายทองดีจะเป็นผู้มีฝีมืออีกทั้งวิชาอาคมเครื่องรางของขลังไว้ป้องกันตัวก็ไม่อาจที่จะสู้หมีได้จึงล่าถอยกลับวัด

นายทองดีก็มาเล่าเรื่องให้หลวงปู่มงคลฟังหลวงปู่ท่านจึงได้สงสัยว่าทำไมหอกถึงแทงหมีไม่เข้าจึงสั่งให้นายทองดีไปขุดหัวมันกลอยหัวมันและต้นไม้ทุกชนิดที่ขึ้นบริเวณนั้นมาให้หลวงปู่เพื่อตรวจสอบดูนายทองดีก็เอามาให้ หลวงปู่ได้ทดลองทุกชนิดตั้งแต่หัวกลอยขาวหัวกลอยเหลืองและหัวต้นไม้ที่ไม่รู้จักชื่อทดลอง พอทดลองหัวที่ไม่รู้จักชื่อเอามาให้เด็กวัดหลายคนกิน   เด็กวัดกินแล้วก็กระโดดโลดเต้นต่างพากันวิ่งไปหามีดพร้าหรือมาท้าทายเพื่อนฝูงหลวงปู่ท่านเห็นฤทธิ์แปลกมหัศจรรย์เอาหินขว้างหัวเด็กดูก็ไม่มีบาดแผล หลวงปู่จึงเอาหัวต้นไม้ที่ไม่รู้จักชื่อนั้นมาปลูกและตั้งชื่อว่าว่านพิชัยโลดทรนง เพราะกินเข้าไปแล้วกล้าหาญกำแหงทระนงไม่รู้จักกลัวตาย ใครไม่ฟันเเทงก็ฟันเเทงตัวเองเล่นทั้งนี้เป็นเพราะฤทธิ์ว่านนายทองดีเป็นผู้พบหลวงปู่จึงให้นายทองดีนำว่านพิชัยโลดทรนงนี้ติดตัวประจำไปชกมวยต่างจังหวัดและต่อสู้กับศัตรูจนเป็นที่เกริกก้องกระเดื่องดังถึงฤทธิ์และอำนาจของว่านดังกล่าว

นายทองดีก็เอามาแจกจ่ายให้กับมิตรสหายเพื่อนฝูงจนนายทองดีเข้ารับราชการทหารก็นำหัวว่านไปให้พวกทหารพวกด้วยกันไปปลูกและแบ่งกันกินจึงเป็นว่านพิเศษถูกเปลี่ยนชื่อจากพิชัยโลดทรนงเป็นว่านพระยาพิชัยดาบหัก โดยยึดเอาชื่อที่พระยาพิชัยได้ขนานนามไว้โดยได้รับบำเหน็จความดีความชอบจนได้เป็นพระยา และได้รับพระราชทานนามสกุลในวงศ์ตระกูลของนายทองดีว่า (ขัตคะ)   หลวงพ่อได้เล่าให้ข้าพเจ้าฟังเป็นที่ทราบซึ้งและหลังจากข้าพเจ้ากราบนมัสการหลวงพ่อแล้วข้าพเจ้าได้นำผ้าป่ามาทอดที่วัดนี้หลายครั้งและทุกครั้งได้ของดีครั้งละอย่างสองอย่างและได้ร่วมสร้างศาลาธรรม ศาลาธรรมนั้นจารึกชื่อข้าพเจ้าเป็นผู้สร้างและต่อมาอีกหลายปีจนได้มีโอกาส พบท่าน บ.ก.ราช เลอสลวง บ.ก.แปลกมหัศจรรย์คู่ฝาแฝด

ได้มีโอกาสมาเขียนเรื่องจริงที่มีทั้งสารคดีที่มีประโยชน์ถึงเรื่องว่านที่มีกี่ชนิดและอำนาจพุทธคุณต่างๆและเครื่องรางของขลัง หลังลงในนิตยสารมหัศจรรย์ท่านผู้อ่านอยากทราบเรื่องว่าน ข้าพเจ้าเขียนมอบให้ท่าน บ.ก.ว่านพญาเสือดำ ว่านสบู่เลือด ว่านไอ้เฒ่าหนังแห้ง ว่านแล้งทองคำ ว่านกระชายดำ ว่านเปราะดำ ว่านผีกองกอย ว่านผีปอบ ว่านดังกล่าวยกเว้นว่าผีกองกอยและว่านผีปอบนอกนั้นเป็นว่านที่มีอิทธิฤทธิ์อานุภาพอยู่ยงคงกระพันชาตรีเพราะข้าพเจ้าได้รู้จักและได้ทดลองมาแล้วด้วยตนเองจำพวกว่ามีถึงร้อยแปดชนิดส่วนว่านทางมหาเสน่ห์ทางพละกำลังทางสมุนไพรข้าพเจ้าจะเขียนหลังจากได้เขียนเรื่องว่านที่มีอานุภาพอยู่ยงคงกระพันชาตรีแล้ว

เรื่องนี้เป็นเรื่องราวที่อาจารย์ไพฑูรย์ พันธุ์เชื้องามท่านเขียนไว้ในอดีตในหนังสือจอมอาชญากรหมายเลข1

นักเลง โบราณ ตำนานหนังเหนียว นำมาเรียบเรียงเพื่อเผยแพร่ กิตติคุณของอาจารย์ไพฑูรย์ พันธุ์เชื้องาม(ด้วยความเคารพและรักท่านเป็นอย่างสูง)

ขอขอบคุณเครดิตที่มารูปภาพประกอบบทความจาก:ภาพยนต์เรื่องบางระจัน,http://www.tairomdham.net/index.php?topic=11353.0และแหล่งอื่นๆที่นำมาไว้ ณ ที่นี้

สำหรับตอนนี้ขอมอบ◎พระคาถากันสัตว์ร้าย◎

(ขัตฉะ อมุมฺหิ โอกาเส ติตฺถาหิ) บริกรรม ช้าง ควาย ตะเข้ สารพัดสัตว์ ได้หมด (ไม่ทำร้าย) ได้เชื่อมาแล้วอย่ากลัวเลยฯ

กายยะภันทนํ จิตทะภันทนํ คาถานี้ผูกปากตะเข้ (จระเข้)

โอม จิตมะพิสมัย นโมจิตฺตํ สารพัดจิต ฺ ตํ ส . วาหะฯ เสกขี้ผึ้ง ขมิ้น หมากก็ได้ฯ

ใส่ความเห็น