“หลวงพ่อจาด วัดบางกระเบา” วัตถุมงคลของท่านเหนียวและแน่น

ชื่อเสียง และกิตติศัพท์อันโด่งดังของ หลวงพ่อจาด นั้นคงเป็นที่ทราบกันดีและรู้จักไปทั่วทั้งประเทศไทยก็จากข่าวใน หนังสือพิมพ์ “สุภาพสตรี” ฉบับวันที่ ๒๐ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๔๘๔ ในสมัยนั้น มีใจความว่า

หลังจากวันสัญญาหยุดรบระหว่างกองทัพประเทศไทย กับกองทัพฝรั่งเศส ได้สิ้นสุดลงแล้วคณะนายทหารของญี่ปุ่น ผู้ซึ่งมีหน้าที่ตรวจแนวรบและสังเกตการกระทำของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งที่จะละเมิดสัญญา พักรบระหว่างไทยกับฝรั่งเศสซึ่งอยู่ห่างกัน ๒๐ กิโลเมตรนั้น

คณะผู้ตรวจแนวรบด้านบรูพานี้เคยได้ยินกิตติศัพท์อยู่เนืองๆ ว่า ทหารของไทยเรานั้นบางคนมีเครื่องคุ้มครองป้องกันภัยต่างๆ เช่น เสื้อยันต์ , พระห้อยคอ และ สวดมนต์คาถา อันเป็นที่ป้องกันกระสุนปืนได้ แต่ทางด้านทหารญี่ปุ่น ซึ่งมีหน้าที่สำรวจแนวรบด้านนี้ ไม่มีใครเชื่อในทางเวทมนต์จึงอยากจะลองดีกับทางด้านทหารไทยว่า ใครบ้างที่มีเครื่องคุ้มครอง และเชื่อตนเองว่าเหนียวก็จะลองดู โดยตนยืนเป็น เป้าให้ โดนภายหลังจากได้ตกลงกัน และมีประจักษ์พยานว่า จะไม่ถือเป็นเจตจำนงที่จะล้างชีวิต นอกจากจะลองความเหนียวแน่นคงกระพันชาตรีเท่านั้น

แล้วพลทหารของเราก็เลือกยืนในที่แจ้งและเป็นการยืนอย่างองอาจ ยิ้มรับกระสุนปืนในระยะเผาขนนั้นอย่างเชื่อมั่นศรัทธา ในระหว่างนั้นเอง พลทหารไทยได้พยายามสำรวมสมาธิจิต พอทหารญี่ปุ่นบรรจุและเปิดเซพปืนสนามแล้วก็ยกขึ้นประทับบ่าหมายไปยังร่างของทหารไทย เมื่อผู้ให้อาณัติสัญญาทิ้งผ้าลงทหารญี่ปุ่น ก็ลั่นไกดัง แชะ แชะ ไปยังร่างพลทหารสองนัด แต่ผลปรากฎว่า กระสุนทั้งสองนัดขัดลำกล้องหมด ทหารไทยยิ้มอย่างภาคภูมิใจ แทนที่จะตกอกตกใจในการยิงด้วยระยะเผาขนเท่านั้น

แต่ทหารญี่ปุ่นยังไม่เชื่อว่า นั้นเป็นอิทธิฤทธิ์ของวิทยามนต์ จึงเบนปากกระบอกปืนขึ้นสู่ท้องฟ้า และลั่นไกก็ปรากฎเสียงดังเปรี่ยงสนั่นขึ้น พอขาดเสียงปืนผู้ยิงก็โยนปืนสนามทิ้งด้วยความตื่นเต้น และร้อง บันไซ บันไซ พร้อมกับกระโดดกอดคอทหารไทยผู้นั้น และพากันอุ้มโห่ร้องด้วยความยินดี และเลื่อมใสในพระเครื่องที่คุ้มครอง ตลอดจนบันดาลให้เห็นประจักษ์สายตา ปรากฎว่า ทหารไทย ผู้นั้นเป็นศานุศิษย์ ซึ่งยึดมั่นในวัตถุมงคลที่ หลวงพ่อจาด วัดบางกะเบา จังหวัดปราจีนบุรี เป็นผู้มอบให้

ข้อความดังกล่าวข้างต้น มาจาก หนังสือพิมพ์ “สุภาพสตรี” เป็นการรายงานข่าวของผู้สื่อข่าวที่ประจำอยู่ขายแดนอรัญประเทศสะท้อนให้เห็นถึงคุณวิเศษใน วัตถุมงคลของ หลวงพ่อจาด และยังผลให้ชื่อเสียง ได้โด่งดังขจรขจายไปทั่วประเทศด้วยครับ

โดยเฉพาะ “เสื้อยันต์แดง” หลวงพ่อจาดที่ทหารสวมใส่สู่สมรภูมิในสงครามอินโดจีน และมหาเอเซียบูรพาด้วยแล้ว
ก็ได้รับสมญานามว่า “ทหารผี” หมายถึงว่ายิงเท่าไหร่ก็ไม่รู้จักตาย กระสุนถูกอย่างจังหกคะเมนตีลังกาล้มลง ก็ยังลุกขึ้นมาต่อสู้ได้อีกอย่างน่าอัศจรรย์ยิ่งนัก

นอกจากนี้นะครับยังมีเรื่องเล่ากันอีกว่า หลวงพ่อจาด ได้รับนิมันต์จากทางราชการให้ขึ้นเครื่องบินโปรยข้าวตอกดอกไม้ บริเวณจุดหยุดศาสตร์และสถานที่สำคัญต่างๆร่วมกับอีกหลายๆเกจิคณาจารย์ ชื่อดังในยุคนั้นด้วยครับ
เนื่องด้วยเหตุนี้เอง ชื่อเสียงของ หลวงพ่อจาด วัดบางกะเบา จึงได้โด่งดังมาจนถึงทุกวันนี้โดยมีนักสะสมพระเครื่องร้อยเรียงนามเกจิยุคนั้นความว่า “จาด จง คง อี๋ จันทร์”

โดยหมายถึง ห้าเกจิผู้เรืองเวทวิทยาคมในยุคของสงครามอินโดจีน และสงครามมหาเอเซียบูรพา (สงครามโลกครั้งที่ ๒)

ได้รับการเอื้อเฟื้อข้อมูลโดยเพจ: เรื่องเล่าชาวสยาม

จุดประสงค์เพื่อเผยเเพร่ความรู้ดีๆเกี่ยวกับครูบาเกจิอาจารย์ให้ผู้อ่านทุกท่านได้ศึกษา

ขอขอบคุณเครดิตที่มารูปภาพประกอบบทความเพื่อการศึกษาไว้ ณ ที่นี้

*หากไม่ต้องการพลาดเรื่องราวดีๆจากทางเพจเเฟนเพจที่รักสามารถตั้งค่าการมองเห็นโพสได้ตามภาพ

ใส่ความเห็น