หลวงพ่อเดิมถูกลองดีและตอนแสดงวิชาคชศาสตร์

มีคำกล่าว อยู่คำหนึ่งว่า“ยากดีมีจนก็ไม่พ้นหลวงพ่อเดิม” ซึ่งคำกล่าวนี้แสดงให้เห็นถึงความเสมอภาคที่หลวงพ่อให้แก่ศิษย์ทุกคนไม่ว่าจะเป็นยาจก ยากเย็นเข็ญใจหรือคนรวยยศศักดิ์อัครฐานเมื่อมานมัสการหลวงพ่อสายตาของท่านจะมองเห็นเพียงสิ่งเดียวนั่นก็คือความเป็นคนอันเสมอภาคกันใครมาก่อนก็พบก่อนมาทีหลังก็นั่งรอหลวงพ่อท่านจะเรียกเข้าไป

หลวงพ่อท่านมีเมตตาต่อทุกคนพูดน้อยแต่ได้สาระใครจะยกยอปอปั้นสรรเสริญท่านก็เฉยเสียรุกเร้าหนักเข้าท่านก็ว่า

” ครูบาอาจารย์ของท่านดีตัวท่านเองนั้นก็อาศัยน้ำลายไอ ปากของครูบาอาจารย์”

(หลวงพ่อน้อยก็เช่นเดียวกันท่านมักจะพูดเสมอว่าหลวงพ่อเดิมท่านดีท่านเก่งจึงได้อาศัย บารมีของท่านในการสร้างเสนาสนะวัตถุ ถาวรทั้งหลายให้สำเร็จได้ ถ้าหลวงพ่อเดิมไม่สร้างบารมีไว้แล้วไซร้ ใครเขาจะรู้จักวัดบ้านป่าขาดอยการคมนาคมก็ลำบากน้ำท่าก็กันดานในบางครั้งคนที่เขาจะมาเป็นว่านเครือเนื้อหน่อเขาก็ติว่าเป็นบ้านป่ากันดาร)

หลวงพ่อเดิมนั้นท่านศึกษาปริยัติน้อยมาก แต่ความรู้ทางด้านปริยัติของท่านมหาเปรียญยังกินท่านไม่ลงมาซักถามข้อธรรมะกับท่านก็เยินกลับไปทุกทีทั้งนี้เพราะหลวงพ่อเทศนาและใฝ่หาความรู้ไม่น้อยเลยทั้งยังเป็นนักปฏิบัติที่ถึงขั้นได้ฌาน จึงทำให้ปัญญาของท่าน เป็นที่ยอมรับกันในหมู่สงฆ์ทั่วๆไปเจ้า คณะจังหวัดและพระสังฆาธิการทั้งหลาย ก็เกรงบารมีหลวงพ่อทั้งๆที่หลวงพ่อไปไหนก็ไปแบบธรรมดาเพราะว่าลักษณะของท่านเป็นที่น่าเกรงขามของคนทั่วไปตะบะของท่านแรงกล้ามากเวลาท่านมองใครตรงๆอย่างชนิดจ้องละก็จะรู้สึกได้ว่ามีพลังประหลาดมาทำให้เกิดความประหวั่น

บางครั้งเขากุมกันขึ้นมาให้หลวงพ่อตัดสินหลวงพ่อก็จ้องหน้าคนผิดแล้วถามด้วยเสียงอันกลางออกไป พอขาดคำถ้าผิดจริงเหมือนมีอำนาจวิเศษมาบังคับให้พูดบอกความจริงออกมาหมดไม่มีปิดบังหลวงพ่อ มักจะขออโหสิให้เสมอ ท่านว่า

“มันเป็นกรรมเก่าตามกันมาผูกเวรต่อไปก็ไม่สิ้นสุดท่านให้อโหสิกรรมต่อกันเลิกแล้วกันไป”

เรื่องความเสมอภาคนั้นหลวงพ่อได้เคยเล่าเรื่องจริงในชีวิตของท่านให้ กับศิษย์ของท่านรายหนึ่งฟัง ว่ามนุษย์เรานั้นหน้าตาเป็นอย่างไร มีตำหนิอย่างไร ก็เรื่องของบุญธรรมกรรมแต่ง ตามองแล้วอย่าไปยึดติดว่าเขาว่าเรา ให้มองแต่ว่า เขาเป็นคนอย่างเราซึ่งมีเกิด แก่ เจ็บ ตายด้วยกันอย่าไปตำหนิติเตียนหรือถากถางแล้วท่านก็เล่าว่า

ท่านเดินธุดงค์ไปในท้องถิ่นอันห่างไกลจากความเจริญพอเห็นพระธุดงค์มาก็พากันมาขอให้ทำโน่นทำนี่แล้วแต่จะนึกขึ้นได้ ที่บ่อยที่สุดก็คือการโกนจุก การโกนจุกนั้นพ่อแม่ก็จะโกนศีรษะโดยรอบแล้วเหลือแต่จุก ทว่าบางรายก็ไม่โกนปล่อยให้ผมขึ้นรกแล้วนำมาให้หลวงพ่อโกนตั้งแต่ต้นจนจบ ซึ่งเสียเวลาไปบ้าง และมีดโกนบางครั้งก็ไม่ค่อยคมต้องคอยรับบ่อยๆ

ท่านก็มีเมตตาทำให้ไม่รังเกียจ แต่ครั้งหนึ่งจิตของท่านไปเพ่งรูปเด็กเข้าแล้วประหวัดคิดแว่บหนึ่งว่า

“กะไรเลยทรมานพระสงฆ์องค์เจ้าไม่เข้าเรื่อง อีแค่จะโกนผมรอบนอกมาให้เหลือแต่จุกหน่อยก็ไม่ทำขี้เกียจสิ้นดีพวกบ้านป่านี่”

เมื่อสิ้นภารกิจแล้วก็ถอนกลดมุ่งเข้าป่าไปปักกลดในคืนนั้นเอง ตกตึกกำลังจำวัดก็ได้ยินเสียงฝีเท้าย่ำดังแกรกๆ อยู่ที่หัวนอนของท่านกลิ่นสาบโชยมาเข้าจมูกทำให้ท่านระลึกได้ว่าเสือ จึงนอนนิ่งแล้วแผ่เมตตาออกมาท่านว่า  เสียงฟืดๆๆ เจ้าเสือร้ายนั้นดมกลางศรีษะท่านพอดีก็ ตรงตำแหน่งที่ท่านตำหนิว่าเขาน่าจะโกนหัวเด็กมาให้หมดนั่นเอง

ท่านสรุปว่าจิตนั้นสำคัญมากในการเจริญภาวนา หากจิตแน่วแน่ภาวนาก็มั่นคง ไม่หลงไม่พะวงไม่ยึดติดจนกลายเป็นการเกี่ยวกัน ดังท่านที่เผลอไปมองคนให้เกิดเป็นรูปเป็นนาม เป็นตัวตนแล้วก็เลยเผลอไปตำหนิเขา จึงถูกเสือดมศีรษะเอาถ้าโลภหรือปฏิบัติผิดไปจากที่ครูบาอาจารย์แนะนำ ก็จะกลายเป็นศพทอดอยู่ในป่าเหลือแต่โครงกระดูกกับผ้าเหลืองที่ผุพังเท่านั้นเอง

หลวงพ่อเดิมนั้นท่านเก่งหลายด้านในด้าน การช่างไม้ ช่าง ปูน ก่ออิฐ เลื่อยไม้ ถากไม้และคุมการก่อสร้าง แม้จีนผู้รับเหมาซึ่งเคยโกงมาร้อยเอ็ดเจ็ดย่านน้ำก็ไม่กล้าโกงท่านเพราะท่านรู้ทันหมด ท่านทักทีไรอาเถ้าแก่หน้าซีดคิดในใจว่าหลวงพ่อช่างรู้ไปหมดอย่างนี้กินท่านลำบาก

เรื่องช้างหลวงพ่อก็เป็นเลิศช้างที่ใดตกมันเอาไว้ไม่อยู่ ได้หลวงพ่อไปกำราบตัวไหนตัวนั้นพอ หลวงพ่อเอามือตบหัวของมันดุแสนดุร้ายแสนร้ายหยุดนิ่งยืนคอตกตาลอยกลายเป็นคนละตัวไปในพริบตา จะคุ้นเคยมือหรือไม่นั้นไม่สำคัญหลวงพ่อจับได้ทุกตัว

ดังในงานสร้างพระอุโบสถที่สะพานหินคราวหนึ่ง ทางเจ้าภาพนิมนต์พระอาจารย์มาหลายรูปแต่ละรูปมีลูกศิษย์ลูกหากันมากันมากันเพียบ คอยดูอาจารย์ ส่วนใหญ่จะมาจากพิจิตร บางมูลนาค ตะพานหิน และจากพิษณุโลกส่วนหนึ่ง

แต่ละองค์ก็คอยดูว่าเทพเจ้าแห่งหนองโพจะเก่งสักขนาดไหนได้ยินแต่ชื่อไม่รู้ว่าราคาคุยหรือเปล่า  และแล้วเมื่อเวลาสำคัญมาถึงนั่นก็คือการทำขวัญช้างแต่ละตัวมาจากที่ต่างกัน บางเชือกเคยแทงคนตายคางามาแล้วหรือบางตัวก็ดุแสนเข็ญถ้าไม่มีควาญคุมเป็นแหลกยิ่งเห็นผ้าเหลืองแล้วยิ่งไปกันใหญ่

พระอาจารย์ที่มาอยู่ในที่นั้นไม่มีใครออกไปทำขวัญช้างเพราะเมื่อรดน้ำมนต์แล้วจะต้องเอามือตบหัวช้างสามทีเป็นการทำขวัญ ช้างประมาณ 30เชือกรออยู่กระทั่งที่สุดเจ้าภาพก็ร้องบอกเจ้าของช้างว่า

“นิมนต์หลวงพ่อเดิมท่านซี”

เขาก็มากราบนิมนต์หลวงพ่อ ก็ลุกออกไปรับกระแป๋งน้ำมนต์ที่เขาถวายให้เสกน้ำมนต์หลวงพ่อ เสกน้ำมนต์แล้วหยดเทียนลงไป ติดต่อกันจนเสร็จพิธีจึงเอาปัดน้ำมนต์ประพรมช้าง ทุกตัวและควาญ

เมื่อ พรมน้ำมนต์ครบแล้วก็เดินเอาฝ่ามือ ของท่านตบลง ไปบนหัวช้างแรงๆ ตัวละ 3 ทีจนครบ 30 เชือกจึงเสร็จพิธี บางตัวที่ว่าดุกลับกลายเป็นเชื่อง หลวงพ่อเอามือตบหัวมันก็เอางวงเคลียเท้าหลวงพ่อแสดงความเคารพเล่นเอาหลวงพ่อที่ได้รับนิมนต์มานั่งตาปริบๆลูกศิษย์นั่งเงียบกริบ

หลวงพ่อจึงพูดขึ้นว่า” ไม่ได้เก่งกาจอะไรหรอก ที่วัดหนองโพมีช้างอยู่หลายตัว ฉันเลี้ยงเอาไว้กลิ่นของพวกมันก็เลยติดมา ตอนมานี่ก็ขี่มาตัวหนึ่งมันได้กลิ่นก็จึงไม่ทำอันตราย”

แต่คนที่ รู้จริงนั้น บอกว่าเมตตาและมหาอำนาจของหลวงพ่อเดิมนั้นมีความเช้ม ขลัง ยิ่งนัก และ วิชา คชศาสตร์ ของหลวงพ่อก็นับว่า สูงส่งจึงสามารถปราบช้างพยศให้อ่อนลงได้เหมือนกวางเชื่องๆ บางครั้งท่านพูด กันมันเหมือนพูดกับคน ปรากฏว่าช้างรู้เรื่องและทำตามได้เหมือนคน มีคนถามท่านว่าทำได้อย่างไร ท่านบอกว่า

” ก็พูดกับเขาดีๆ เขาก็มีน้ำใจทำตามก็ โคนันทวิศาล ไหนล่ะเอาปฏักตี จนเลือด ไหลโทรมก็ไม่ลากเกวียนซะงั้นแหละ ท่านเศรษฐีต้องคุกเข่าลงอ้อนวอนแทบเบื้องหน้า พูดจาดีๆจึงได้ลากเกวียนให้ ถึง 100 เล่มเกวียน

ช้างบางตัวหลวงพ่อลงอักขระพุดซ้อนไว้ที่เล็บเท้าหน้าและหลังเพราะท่านเห็นแล้วว่าช้างนี้เป็นช้างดื้อห้ามไม่ให้ไปเบียดเบียนพืชไร่ก็ไม่ฟัง มันเป็นสันดานที่เปรียบยาก ท่านจึงต้องป้องกันมันจากคมอาวุธ และปืนผาหน้าไม้ ท่านว่าวิชานี้เขาสอนกันมาตั้งแต่กรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี เอาไว้ให้ช้างออกศึกหาไม่ แล้วช้างม้าจะตายในสนามรบเพราะลูกหลงหมด.

เนื้อหาข้อมูลได้่รับการ © สงวนลิขสิทธิ์ จากทางเจ้าของ  อนุญาตให้ใช้เผยเเพร่และทำการแชร์เนื้อหาได้จากทางเพจ นักเลง โบราณ ตำนานหนังเหนียว ผู้เช่าลิขสิทธิ์ปัจจุบันได้เพียงเท่านั้น  

ผู้เขียนและเรียบเรียง สุรเวท เสนภูษา  จากหนังสือใต้รอยบาทหลวงพ่อเดิม

เเฟนเพจท่านใดชอบหรือศรัทธาอยากจะศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับหลวงพ่อเดิมเพิ่มเติมก็สามารถเข้าไปกดติดตามกันได้จากทางเพจ ใต้รอยบาทหลวงพ่อเดิม๛ กันได้เลยนะครับ

แฟนเพจท่านใดต้องการที่จะศึกษาหาข้อมูลเกี่ยวกับมีดหมอและเครื่องรางของหลวงพ่อเดิมนั้น สามารถกดเข้าไปติดตามได้ที่  กลุ่มบารมีหลวงพ่อเดิม วัดหนองโพ ได้เลยครับ รับรองว่าไม่มีผิดหวัง 

ขอขอบพระคุณเครดิตที่มารูปภาพประกอบโดย คุณ ทินกร ชำนาญ  แอดมินกลุ่มบารมีหลวงพ่อเดิม วัดหนองโพเป็นอย่างสูงไว้ ณ ที่นี้

ใส่ความเห็น