มังกรภูธรเปิดเกมล่าเจ้าพ่อนครบาล

**ฝากไว้เป็นเครื่องเตือนใจแก่ท่านผู้อ่านว่าเส้นทางของการเป็นนักเลงอันธพาลนั้นไม่เคยทำให้ใครได้ดี**

ความเดิมตอนที่เเล้ว…เต็งโก๋มังกรร้ายแห่งที่ราบสูงบุรุษผู้มีจุดมุ่งหมายในตำแหน่งเจ้าพ่อนครบาลซึ่งตำแหน่งนี้ได้ถูกบุรุษนามเหลาสวนมะลิฯยึดครองดำรงตำแหน่งไว้ ทำให้เต็งโก๋ต้องปลีกตัวออกจากถิ่นนครบาลเพื่อไปสร้างฐานอำนาจยังถิ่นที่ราบสูงเพื่อหมายกลับมาทวงตำแหน่งเจ้าพ่อนครบาลจากเหลาสวนมะลิฯ ด้วยเหตุนี้เองเจ้าพ่อนครบาลนามเหลาสวนมะลิฯจึงได้แต่เก็บตัวเงียบ และไม่ยอมเปิดตัวในที่สาธารณะ หากว่าไม่มีเหตุอันจำเป็นจริงๆ เหลาจะขังตัวเองไว้กับเหล่าบริวารคุ้มกัน ด้วยความรอบคอบ ระมัดระวังอย่างเต็มอัตราเสมอ เป็นระยะเวลานานหลายๆเดือน

พ.ศ.๒๕๒๐ เหลาสวนมะลิฯ ได้จัดตั้งค่ายมวยส.ธนิกุลขึ้นยังบริเวณ ซอยสุขุมวิท93 ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากเฮียกวงหรือ สมชาย ดวงประเสริฐ นับเป็นก้าวแรกของเหลาสวนมะลิฯที่ย่างก้าวเข้าสู่วงการมวยไทย อีกทั้งยังสามารถผลักดันตัวเอง ให้ยิ่งใหญ่และทรงอิทธิพลอย่างสูงสุดในวงการมวยระดับชาติ ในเวลาต่อมา

เวลาผ่านไป ข่าวคราวที่เต็งโก้ส่งนักรบฝีมือฉกาจจากภาคอีสานสะกดรอยไล่ล่าหมายชีวิตเหลาซึ่งเหมือนว่าเป็นข่าวลือ เพราะไม่มีเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงแม้แต่ครั้งเดียว ทำให้เจ้าพ่อบครบาลนามเหลาสวนมะลิฯ ปรากฏโฉมออกมาอีกครั้งขณะนั้น ในเขตพื้นที่นครบาลมีบ่อน น้อยใหญ่เกิดขึ้นมาราวกับดอกเห็ด ในจำนวนบ่อนที่ได้ผุดขึ้น ทั้งใหม่เก่าว่ากันว่าล้วนอยู่ภายใต้การปกครองของเจ้าพ่อทั้งหมดสำหรับบ่อน มีชื่อที่ใหญ่ติดอันดับ ได้แก่ บ่อน ปอ ประตูน้ำ, ชัช เตาปูน, ถวิล สุขุมวิท101,เปาะเลิศ ซอยพญานาค, เล้ง ขอนแก่น, ฮั่วเต๊ก,เวกัส ย่านประชาชื่น,เม้ง ท่าดินแดง, เจ๊นวล,เจ๊แดง, ตี๋ ปลาหมึก, บางพลัด,ฮองเฮา, โหงว ห้าพลัง เชิงสะพานปิ่นเกล้า ฯลฯ

วันที่๒๒ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๒๓ ตรงกับวันศุกร์ได้มีรายการมวยเกิดขึ้น ณ ที่เวทีราชดำเนิน ซึ่งเจ้าพ่อนครบาลนามเหลาสวนมะลิฯก็ได้ไปดูมวยรายการนี้ด้วย อันเพราะได้มีนักมวยของค่าย สังกัดส.ธนิกุล นั้นได้ขึ้นเวทีชกหลายคู่และหลังรายการมวยเลิก เหลาสวนมะลิฯซึ่งแวดล้อมด้วยเหล่าบริวารคุ้มกันได้ปลีกตัวเพื่อที่จะออกจากสนามมวย มุ่งตรงไปยังรถเก๋งส่วนตัว ซึ่งได้มี จ่าสิบตรีคำนึง เกิดอนันต์ ตำรวจสังกัดกองบังคับการเหนือเป็นมือปืนคุ้มกันและทำหน้าที่คนขับรถ ได้กำลังติดเครื่องรอคอยอยู่ และพร้อมจะออกรถทันที เมื่อเหลาฯเข้ามาในรถเรียบร้อยแล้ว

เหลาฯ เดินคู่ออกมากับมือปืนคุ้มกัน นามเล็ก อดีตทหารสารวัตร ขณะมาถึงรถ จ่าสิบตรี คำนึง เอื้อมตัวเพื่อไปเปิดประตูรถให้เหลาฯ พลันพริบตานั้นได้มี ลูกน้อยหน่า ลูกหนึ่งถูกขว้างเข้าไปยังภายในตัวรถ จากใครคนใดคนนึงซึ่งได้แฝงปะปนอยู่ในกลุ่มคนที่เดินพลูกันออกมาจากสนามมวย เล็ก อดีตสารวัตรทหาร มีความเชี่ยวชาญชำนาญในเรื่อง ระเบิด มาพอตัว ได้ยินเสียง “วี๊ด” ก็รู้ได้ทันทีว่าเป็น ระเบิด จึงรีบผลักเหลาล้มคว่ำลง แล้วได้โถมตัวเองไปทับร่างของเจ้าพ่อภายในพริบตาที่ระเบิดมือแผดกัมปนาทขึ้นภายในรถ

เหล่าบรรดานักเลงคุ้มกันที่วางไว้ยังทุกจุด ต่างก็รีบมุ่งเข้าไปหาเจ้าพ่อเป็นจุดเดียว เหลาถูกช่วยกันตัวให้ออกจากจุดนั้นทันที โดยมีนักเลงคุ้มกันล้อมรอบตัว เหลาเปลี่ยนเสื้อกับสมุนคุ้มกันอย่างรวดเร็วในทันที แล้วรีบผละตัวหายไปอย่างปลอดภัยไร้รอยขีดข่วน แต่สำหรับจ่าสิบตรีคำนึง แล้วหาเป็นเช่นนั้นไม่ต้องไหม้เกรียมอยู่ภายในรถเก๋งคันงามของเจ้าพ่อที่ไม่เหลือสภาพที่จะนำไปใช้งานได้อีกต่อไป บรรดาสื่อต่างประโคมข่าวเหตุการณ์ที่มีผู้ตามล้างบางเจ้าพ่อกระหึ่มไปทั้งยุทธจักรวงการนักเลงและย่อมเป็นที่รู้กันว่า ในใบสั่งของผู้ที่บงการให้ลงมือในเหตุการณ์คราวนี้ ย่อมต้องมีลายเซ็นของมังกรที่ราบสูงเต็งโก้ ลงประทับเอาไว้อย่างแน่นอน

ภายหลังจากที่รอดชีวิตอย่างหวุดหวิด เหลาฯได้ให้ข่าวแก่บรรดาหนังสือพิมพ์ว่า เขาเองก็ไม่รู้ว่าใครหมายปองชีวิต และไม่ได้ระบุว่าผู้ต้องสงสัยเป็นใครในเหตุการณ์ที่มีผู้หมายล้างชีวิตของเขา ทั้งๆที่เหลาฯ รู้ดียิ่งกว่าใครๆอีกว่าเพื่อนนักเลงเก่าร่วมรุ่นของเขาได้เปิดเกมแบบไม่คิดเลิกเสียแล้ว ทางด้านของมังกรที่ราบสูงเต็งโก๋ก็ได้หลีกตัวเข้ายังรังของตนซึ่งเป็นฐานทัพอยู่ที่ขอนแก่นอย่างเงียบเชียบก่อนที่จะเกิดแผนเหตุการณ์ลงมือพิฆาตเจ้าพ่อที่ทำไม่สำเร็จอยู่ก่อนแล้ว ทำให้มังกรที่ราบสูงเต็งโก๋ต้องเตรียมเป็นฝ่ายรับศึกบ้าง ซึ่งเขาเองก็พร้อมจะเเลกหมัดด้วยทุกหมัดอย่างไม่หวั่นเกรงใด

แต่ท้ายที่สุดแล้วก็ไม่ปรากฏเหตุการณ์ปะทะแลกหมัดกันของเหล่านักเลงนครบาลกับบรรดานักเลงภูธรขึ้นดังที่ชาวยุทธจักรวงการนักเลงได้คาดการณ์เอาไว้อย่างใด  เจ้าพ่อนามเหลาสวนมะลิฯ ได้แต่วางตัวสงบนิ่งเฉย แต่ในขณะที่มังกรที่ราบสูงเต็งโก้เองนั้นแทบจะไม่ย่างก้าวออกจากพื้นที่ขอนแก่นอันเป็นเขตอิทธิพลของเขาเช่นกัน เจ้าพ่อยุทธจักรวงการนักเลงทั้งสองต่างรู้ดีว่า ผู้ครอบครองอาณาจักรนี้ต้องมีคนอยู่อย่างมีลมหายใจได้เพียงคนเดียวส่วนอีกคนควรอยู่ในยมโลกอย่างเดียวเท่านั้น

“เหลาสวนมะลิฯหรือเจ้าพ่อนครบาล” ยังคงดำรงชีวิตบนเส้นทางของเขา ดังที่ได้วาดหวังวางแผนเอาไว้ทีละขั้นตอนทีละตอน นั่นก็คือ การเร่งเดินหน้าเข้าไปเติบโตในวงการมวยไทยอย่างมีบทบาทเพิ่มมากขึ้น จัดงานการกุศลมากขึ้นและขณะเดียวกันนั้น ก็ได้รุกเข้าหา”วงการสี” ระดับบิ๊กของวงการ จนเป็นที่ยอมรับได้ในวงการว่า…. เหลาฯ มีความกว้างขวางอีกทั้งยังมีความสนิทสนมกับบุคคลระดับบิ๊กๆในวงราชการ ทั้งในวงการ “สีกากี” และวงการ “สีเขียวพราง” อย่างมีความล้ำลึกยิ่งดังนั้นรากฐานบัลลังก์ตำแหน่งเจ้าพ่อนครบาลของเขาจึงเสมือนถูกฉาบด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก ตามเวลาล่วงผ่านไปอย่างเถลตรงและแน่นอน ในเวลาที่จะมีชีวิตเหลืออยู่เท่าเทียมกันทุกคน

ต่อมาในวันที่๒ เมษายน พ.ศ.๒๕๒๕  ณ ที่เวทีมวยลุมพินี ซึ่งได้มีการจัดรายการชก นัดพิเศษขึ้น เป็นรายการมวยที่จัดขึ้นเพื่อการกุศลมีชื่อว่า ศึกดังทะลุฟ้ามหากุศล เพื่อหารายได้สมทบทุนให้แก่โรงพยาบาลพระมงกุฏเกล้า โดยมีวัฒน์ เกียรติสมภพหรือ เซียนฮ้อทำหน้าที่เป็นโปรโมเตอร์ และเฮียเหลาฯหรือ แคล้ว ธนิกุล ทำหน้าที่เป็นโปรโมเตอร์กิตติมศักดิ์

ในรายการมวยการกุศลนัดยิ่งใหญ่ครั้งนี้ นอกจากจะมีบรรดาเหล่าแฟนมวยระดับวีไอพีเข้ามาชมกันอย่างเนืองเเน่นเเล้ว ทั้งยังได้มีบุคคลสำคัญต่างๆเข้ามาชมยังชั้นริงไซด์กันอีกจำนวนมาก เช่น นายชวน หลีกภัย ผู้ดำรงดำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ,นายวีระ มุสิกพงศ์ ผู้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ,พ.ท.สนั่น ขจรประศาสน์(ยศที่ท่านดำรงสมัยนั้น) ,พล.ต.อัศนี สมุทรเสน เจ้ากรมสวัสดิการทหารบก อดีตนายกสมาคมมวยลุมพินี ,พล.ต.สิงหา เสาวภาพ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพระมงกุฏเกล้า ,พ.ต.ต.สุรศักดิ์ โลหะชาละ ,ลูกชายของ พล.ต.อ.ชุมพล โลหะชาละ อดีตรองอธิบดีตำรวจและอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และนายแคล้ว ธนิกุล หรือ เฮียเหลาสวนมะลิฯเจ้าพ่อนครบาล

ในรายการชกนัดพิเศษที่มีแฟนมวยแน่นขนัด และมีบุคคลสำคัญระดับประเทศเข้ามานั่งรับชมมากมายเช่นนี้ ใครเล่าจะคิดว่าจะมีบรรดานักเลง ใจหินรายใดกล้าอาจหาญเข้าไปทำการล่าล้างบางอริชนิดอหังการ์อย่างไม่พรั่นพรึงหวั่นเกรงต่อบารมีของบรรดาเหล่าบุคคลสำคัญของเมืองไทยที่กล่าวมาเลยแม้เเต่น้อย เมื่อเหล่าคู่มวยที่ขึ้นชกในรายการ ได้ขึ้นชกไปจนถึง คู่ของ หนองคายส.ประภัสสร ขึ้นชกกับ เริงศักดิ์เพชรยินดี นักชกทั้งสองได้เข้าแลกหมัดกันบนเวที ตั้งแต่ยกที่๑ จนถึงยกที่๕ อย่างถึงใจเหล่าแฟนมวยผู้เข้ามาชม รอบเวลกชกเหลือเพียงสามสิบวินาทีก่อนจะหมดยก๕ ซึ่งเป็นยกสุดท้าย

ทันใดนั้นเองจู่ๆก็มี ลูกน้อยหน่าลูกหนึ่งได้ลอยละลิ่วเข้ามาตกตรงมุมของระฆัง ซึ่งเป็นที่ๆเหลาสวนมะลิฯนั่งดูมวยอยู่เสียงระเบิดแผดกัมปนาทสนั่นหวั่นไหวความโกลาหลอลหม่านแตกฮือในพริบตาสุดที่จะบรรยายได้ เหล่าแฟนมวยที่แออัดอยู่รอบเวที ต่างรีบพากันเผ่นหนีอุตลุด เสียงคนแตกตื่น เสียงโต๊ะเก้าอี้ล้มระเนระนาดจนฟังไม่ได้สรรพ  พลันวินาทีที่เสียงคำรณ ของลูกน้อยหน่าได้ดังขึ้น เหลาฯจึงถูกเหล่าบรรดาสมุนคุ้มกันที่คอยระวังอยู่ด้านหลัง พุ่งเข้ากระทกจนล้มคว่ำ แล้วบริวารคุ้มกันผู้จงรักภักดี ก็รีบโถมตัวเข้าทับร่างของเขา ชนิดที่ยอมแลกชีวิตแทนได้

แสงของสปอร์ตไลท์ที่สาดแสงสว่างจ้ารอบเวทีดังพรึ่บ พร้อมๆกับน้อยหน่าลูกที่สอง ถูกเขวี้ยงตามลงไปยังจุดเดิมอีกครั้งได้คำรณเสียงกัมปนาทครั้งที่สองนี้ทำให้ภายในพื้นที่บริเวณเวทีลุมพินีไม่ผิดราวกับนรกแตก เจ้าพ่อนครบาลนามเหลาสวนมะลิฯ ไม่มีแม้แต่รอยข่วนให้ปรากฏอีกเช่นเคน อันเนื่องเพราะได้ถูกเหล่าบรรดาบริวารนักเลงคุ้มกันพาตัวแหวกฝูงชนออกไปยังช่องทางออก โดยมีมือปืนคุ้มกันห้อมล้อม ไม่ต่ำกว่าครึ่งโหล และทุกคนต่างกระชับเขี้ยวเล็บของตนถือไว้ในมือ พร้อมที่จะลั่นไกออกไปสังหารทุกคนที่แสดงเจตนาหมายจะเข้ามาล้างชีวิตของ”เจ้าพ่อ” อีกทั้งตรงทางออก เหลาฯเองได้เปลี่ยนเสื้อกับสมุนเพื่อใช้อำพรางตัว ก่อนลุยผ่าออกไปสู่ภายนอกเวที แล้วหลบรอดไปได้อีกครั้งราวกับปาฏิหารย์

เมื่อแสงของสปอร์ตไลท์ภายในเวทีถูกเปิดสว่างจ้าขึ้นอีกครั้งสภาพรอบๆเวทีของนักชกได้มีผู้เคราะห์ร้ายได้รับบาดเจ็บจากสะเก็ดลูกน้อยหน่าดังกล่าวนอนเลือด อาบ ร้องครวญครางกว่ายี่สิบกว่าคนในจำนวนผู้บาดเจ็บ ทั้งสาหัสและไม่สาหัส มีร่างของพ.ต.ต.สุรศักดิ์ โลหะชาละ นอนนิ่งสนิทไม่ไหวติง มีเลือดแดงฉาน ออกมาจากบาดแผลฉกรรจ์หลายจุดและปราศจากลมหายใจไปเสียเเล้ว

ผลของเหตุการณ์การตามล่าล้างชีวิตเจ้าพ่อ อย่างอุกอาจสะท้านกรุงในครั้งนี้ มีผู้เคราะห์ร้าย ถึงขั้นต้องนำส่งโรงพยาบาล รวมทั้งหมด๒๖คน ที่เสียชีวิต๔คน ในจำนวนนั้นคือ พ.ต.ต.สุรศักดิ์ โลหะชาละ รวมอยู่ด้วย แคล้ว ธนิกุล ได้กล่าวกับผู้สื่อข่าวด้วยความสะเทือนใจว่า….

“ไม่น่าทำกันถึงขนาดนี้เลย จะล้างชีวิตผมน่ะผมไม่ว่าหรอก แต่ทำไมต้องให้คนอื่นได้รับความเดือดร้อนไปด้วย เป็นการกระทำที่โหดร้ายอย่างมาก เลือดและชีวิตของผู้บริสุทธิ์กี่ชีวิตที่ต้องมาเเปดเปื้อนเพราะตัวผม”

ไพ่มรณะที่เล่นกันถึงชีวิตเลือดเนื้อเพียงนี้ ในเกมนี้ ไต๋ของฝ่ายที่เกทับสู้อย่างใจถึง แม้ไม่แบออกมาให้เห็นก็รู้กันว่านักเลงใจหินผู้ถือไพ่คือ เต็งโก้ “มังกรร้ายแห่งที่ราบสูงเจ้าพ่อภูธรแห่งแดนภาคอีสาน!!!”

เฮียเหลาหรือ แคล้ว ธนิกุล ก็คลาดแคล้วสมชื่อจริงๆ เขารอดตายอย่างปาฏิหาริย์เป็นหนที่สอง และคราวนี้เหล่าชาวยุทธจักรวงการนักเลงต่างก็ลงความเห็นเป็นอย่างเดียวกันว่า โอกาสที่จะล้างชีวิต เจ้าพ่อเป็นอีกครั้งสามนั้นต้องไม่วันเกิดขึ้นแน่นอนไม่มีใครรู้ว่ามังกรเต็งโก้แทบคลั่งมากปานใด ที่เปิดเกมล่าชีวิตเจ้าพ่อ ของเขาล้มเหลวอีกครั้ง และคราวนี้มีผู้เคราะห์ร้ายได้รับบาดเจ็บและถึงแก่ชีวิตเป็นจำนวนมาก

และที่สำคัญก็คือ ลูกชายอดีตรองอธิบดีกรมตำรวจและอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยคือ พ.ต.ต.สุรศักดิ์ โลหะชาละ ต้องมารับเคราะห์ถึงขึ้นเสียไปด้วยเช่นนี้ ทำให้มังกรเต็งโก้อดสะท้านใจไม่ได้เกมล่าระหว่างเขากับเจ้าพ่อนั้นมันเห็นชัดๆอยู่แล้วว่าต้องเล่นกันไม่เลิกจนกว่าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะจบเกม แต่ชีวิตของ พ.ต.ต.สุรศักดิ์ โลหะชาละ ซึ่งเป็นผู้บริสุทธิ์ และยังอยู่นอกเกมของพวกเขากลับพ่วงเข้ามาด้วยเช่นนี้ เท่ากับว่าเต็งโก้ต้องเป็นผู้รับผิดชอบการกระทำของตน อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้แน่นอน

“มังกรดีร้ายแห่งขอนแก่น” มองเห็นจุดอับของตนทันใด ถึงแม้จะมั่นใจได้ว่านักล่าผู้ทำการลงมือในเหตุการณ์ล่าดังกล่าวจะถูกจับตัวได้ เหล่าบริวารผู้จงรักภักดีย่อมไม่ซัดทอดความผิดให้สาวมาถึงตัวแน่ แต่การที่ลงมืออย่างอุกอาจในครั้งนี้ ย่อมมีการเปิด “ไฟเขียว” จากหลายฝ่ายอย่างไม่ต้องสงสัยใดๆ แต่กระนั้นมังกรเต็งโก้ก็พร้อมจะรับศึกชนิดไม่หวั่นเกรงใดๆ

เพียงแต่เหล่าบรรดาระดับบิ๊กของเขาที่สยายปีกอำนาจคุ้มครอง ได้เดาสถานะการณ์ออกว่า พายุร้ายในครั้งนี้รุนแรงนัก สมควรที่เต็งโก้ต้องหลบฉากไปก่อน มิเช่นนั้นแล้ว คงต้านกระแสพายุคลั่งไม่ไหวเหตุนี้จึงมีข่าวว่าเต็งโก้บินไปพักผ่อนยังที่ไต้หวันและ เป็นระยะเวลานานที่เดียวพายุร้ายที่ได้คาดเดากันว่าจะบังเกิด กลับสงบตัวอย่างเงียบเชียบ ไม่มีวี่แววของการล้างหนี้ชีวิตกัน เช่นที่หลายฝ่ายได้คาดเดาสถานการณ์ไว้ “เจ้าพ่อนครบาล”เองปิดปากไม่เอ่ยถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมาอีกเลย ราวกับอโหสิกรรมต่อคู่อริที่หมายปองล้างชีวิตตน

ถึงกระนั้นเหล่าชาวยุทธจักรต่างก็รู้ว่าความแค้นครั้งนี้ ๑๐ ปีล้างก็ยังไม่สาย ยังคงลุกโชนอย่างไม่มีวันมอดดับ ขึ้นอยู่กับว่าใครเป็นฝ่ายพลาดพลั่งก่อนเท่านั้นและวันที่จะเก็บหนี้ชำระแค้นชนิดทบต้นทบดอก จะต้องเกิดขึ้นอย่างแน่นอน ในที่สุดวันนั้นก็ได้มาถึง เมื่อหลังจากเวลาผ่านไปราวๆ๑ปี ในจังหวัดขอนแก่นแดนอีสานอาณาจักรของมังกรแห่งที่ราบสูง ในวันจันทร์ที่๑๖  พฤษภาคม ๒๕๒๖ เวลานั้นราวๆสองทุ่ม มังกรเต็งโก้ พร้อมด้วยบริวารคุ้มกันสองคนก็ได้ปรากฏตัวออกมาจากฐานทัพของเขาเองนั้นคืออาคารสี่ชั้น อยู่ในฝั่งถนนร่วมจิตรตรงข้ามโรงภาพยนต์เจ้าพระยา(ชื่อเดิม) เพื่อไปกินข้าวที่ตลาดโต้รุ่งในตัวเมือง จังหวัดขอนแก่น ซึ่งตั้งอยู่ห่างออกไปราว๗๐เมตร

ภายในตึก๔ชั้นเเห่งนี้ เปรียบได้เสหมือนกองบัญชาการของเต็งโก้ และเป็นที่ใช้พำนักเป็นฐานทัพที่เรียกได้ว่าปลอดภัยที่สุด ภายในแต่ละชั้นมีเหล่าบริวารคุ้มกันผู้จงรักภักดีเข้าประจำอยู่อย่างครบครัน หากผู้ใดคิดจะหาญกล้าบุกทะลวงฝ่าขึ้นไปแล้วละก็ นั้นก็ย่อมหมายถึง ชีวิตของผู้นั้นจะต้องเป็นอันไร้ลมหายใจนับตั้งแต่ก้าวผ่านประตูชั้นล่างสุดที่จะเข้าไป แต่แล้วในยามราตรีของวันนี้เอง มังกรร้ายเต็งโก้กลับเลือกที่จะก้าวเท้าออกมาจากฐานทัพบัญชาการ ที่ซึ่งเปรียบเสมือนป้อมปราการอันแข็งเเกร่งมีความปลอดภัยยิ่งกว่าร้อยเปอร์เซ็นต์ของเขา ราวกับว่าไม่มีความหวาดหวั่นพรั่นพรึ่งจากผู้หมายล้างชำระหนี้ชีวิตตนแต่อย่างใด ถึงแม้จะมีศัตรูชนิดว่าสามารถเอ่ยชื่อได้คอยจ้องจะผลาญชีวิตของเขาอยู่ทุกวินาทีก็ตาม

มังกรเต็งโก้ กับบริวารคุ้มกันสองคนคือ พีรพันธ์ อายุ๒๕ปีกับนักเลงอีกนามคือวีระ หรือ ไอ้ระ วัยไล่เลี่ยกัน เดินติดออกไปเพื่อที่จะรับประทานอาหารกันยังตลาดโต้รุ่งอย่างไม่หวั่นสิ่งใดโดยไม่สังหรณ์ใจแม้แต่น้อยว่า การเดินทางของพวกเขานั้นได้อยู่ในสายตาของเหล่าศัตรูคู่เเค้นที่คอยจ้องมองอยู่ทุกขณะ เมื่อรัปประทานอาหารกันเป็นที่เรียบร้อยเเล้ว  มังกรเต็งโก้พร้อมด้วยสองบริวารคุ้มกัน ที่เดินขนาบซ้ายขวา ได้พากันเดินออกมาจากตลาดโต้รุ่ง เพื่อหมายกลับไปยังฐานบัญชาการของตน อันเป็นที่พำนัก สองบริวารคุ้มกันตามด้วยมังกรเต็งโก้ ได้กวาดสายตามองออกไปรอบทิศปราศจากผู้คน ก็ทำให้รู้สึกปลอดโปร่งโล่งใจ

พลันทันใดนั้นเอง ก็มีนายสารถีซึ่งกำลังขี่สามล้อคันหนึ่ง ค่อยๆแล่น สวนมาตามทาง ภายในที่นั่งด้านหลังประทุนได้มีบุรุษผู้หนึ่งนั่งอยู่มังกรเต็งโก้พร้อมด้วยบริวารทั้งสองต่างก็ชะล่าใจไม่สงสัยคิดระเเวงสามล้อคันดังกล่าวแม้เเต่น้อย คงเป็นเพราะเห็นว่าสามล้อนั้นเป็นพาหนะระดับล่างสุด ที่เหล่าชาวบ้านนั้นนิยมว่าจ้างให้ไปไหนมาไหน ในระยะทางสั้นๆ เมื่อสามล้อคันดังกล่าวได้แล่นสวนกับเต็งโก้และสมุนไปแล้วพอคล้อยหลังได้เพียงนิดเดียวเท่านั้น บุรุษผู้โดยสารมากับสามล้อคันดังกล่าว ก็ได้ยื่นมือออกไปพร้อมกับกระชับ 11 มม. ก้าวพรวดออกไป เป้าหมายคือการดับลมหายใจ ของมังกรร้ายเต็งโก้!!!

เหตุการณ์จะเป็นอย่างไรต้องติดตามกันต่อไปครับและสำหรับท่านใดที่ได้ติดตามอ่านเป็นครั้งเเรกเเนะนำให้กลับไปอ่านตอน

เก๊า ม้าเก็งผู้เคยยืนอยู่บนจุดสูงสุดแห่งวงการนักเลง ตอน๑

ปิดตำนานเจ้าพ่อผู้วางแผนเก็บเก๊า ม้าเก็ง ฯ ตอนที่๒

ปิดตำนานล้อวงเวียนฯเหลาฯขึ้นเป็นเจ้าพ่อ ตอนที่๓

มังกรภูธรรวมผลวัยรุ่นปะลัยกัลป์เตรียมล้างเจ้านครบาลตอนที่ ๔   เป็นลำดับจะสนุกมากครับ

(ฝากเตือนสติวัยรุ่นยุคใหม่ที่กำลังคิดจะเป็นนักเลง เส้นทางชีวิตนักเลงมีอยู่สองทางเท่านั้นคือ ไม่ตาม ก็ติดคุก  )

ขอขอบคุณบทความของคุณAngkan Soontornkamolwat  ได้รับการเอื้อเฟื้อข้อมูลโดยเพจ: เรื่องเล่าชาวสยาม

ขอขอบคุณเครดิตรูปภาพประกอบ: หนังเรื่องอันธพาล,2499 อันธพาลครองเมืองและที่มาอื่นๆไว้ ณ ที่นี้ 

จุดประสงค์การเผยเเพร่เพื่อการศึกษาเรืองราวในอดีตและให้ข้อคิดเตือนสติแก่วัยรุ่นยุคใหม่ถึงผลลัพของการเป็นนักเลงอันธพาล

ใส่ความเห็น