ความหมายของการ จุดธูปแต่ละดอก

การบูชาทางพระพุทธศาสนานิยมใช้เครื่องสักการะบูชาสามอย่าง ธูป เทียน และดอกไม้สด และบางทีมีอาหารคาวหวานมาสักการะด้วย แต่การทำให้ถูกวิธีการสักการะบูชาจะได้ผลสมปราถนาอย่างรวดเร็วทันตาเห็น ไปชมกันเลย

*จุดธูป* ในทางพุทธศาสนาเชื่อว่าจุดเพื่อบูชาพระพุทธเจ้า หรือบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เราเคารพนับถือ โดยส่วนใหญ่นิยมใช้ธูปที่มีกลิ่นหอม เพราะกลิ่นของธูปเป็นกลิ่นที่มีความอัศจรรย์ บุคคลใดได้สูดกลิ่นหอมเข้าไปจะช่วยทำให้กิเลสที่มีอยู่ในใจสงบลง ไม่รู้สึกฟุ้งซ่าน แม้กระทั่งธูปไหม้ไฟจนหมดแต่กลิ่นหอมของควันธูปก็ยังฟุ้งกระจาย เมื่อเป็นเช่นนี้ มนุษย์จึงเห็นว่า พระพุทธเจ้าหรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์นั้นมีพระคุณต่อเราอย่างหาที่เปรียบมิได้จึงทำให้มนุษย์เกิดความซาบซึ้งใจ ให้ความสำคัญและกราบไหว้บูชาตลอดมาอย่างยาวนาน

*เคล็ดลับของธูปกับตัวเลข*

ธูป 1 ดอก = เป็นเรื่องของการเน้น เจาะจง จะเกี่ยวกับผีบ้านผีเรือน วิญญาณที่อยู่ภาคพื้น เช่นการจุดสำหรับไหว้เจ้าที่ หรือไหว้ผีบ้านผีเรือน

ธูป 2 ดอก = เป็นเรื่องเกี่ยวกับวิญญาณ และใช้สำหรับปักธูปบนอาหาร

ธูป 3 ดอก = เป็นเรื่องเกี่ยวข้องกับการบูชาพระรัตนตรัย พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์

ธูป 4 ดอก = เป็นเรื่องเกี่ยวข้องกับธาตุ ใช้สำหรับการสวดเพื่อเสริมดวงชะตา

ธูป 5 ดอก = เป็นเรื่องเกี่ยวกับการบูชาพระรัตนตรัย พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ และ คุณบิดามารดา รวมถึงครูบาอาจารย์

ธูป 6 ดอก = เป็นเรื่องเกี่ยวข้องกับธาตุกำลังไฟ (สำหรับคนที่เกิดวันอาทิตย์) ใช้สำหรับการสวด
เสริมดวงชะตา

ธูป 7 ดอก = เป็นเรื่องเกี่ยวกับจิตวิญญาณ (ใช้ไหว้ศาลเจ้าพ่อ-เจ้าแม่) รวมถึงครูบาอาจารย์ที่เสียชีวิตแล้ว

ธูป 8 ดอก = เป็นเรื่องเกี่ยวข้องกับการเสริมดวง (สำหรับคนที่เกิดวันอังคาร)

ธูป 9 ดอก = เป็นเรื่องเกี่ยวข้องกับการสักการบูชาเทพ เจ้าป่า เจ้าเขา รวมถึง รุกขเทวดาศาลพระภูมิ และศาลเทพ

ธูป 10 ดอก = เป็นเรื่องเกี่ยวข้องกับธาตุ ที่ใช้ในการเสริมดวงชะตา (สำหรับคนที่เกิดวันเสาร์)

ธูป 11 ดอก = เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการบูชา เทพ เทวดาชั้นสูง

ธูป 12 ดอก = เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการบูชาไหว้พระราหู ใช้ในการสวดเสริมดวงชะตา(สำหรับคนที่เกิดวันพุธกลางคืน)

ธูป 13 ดอก = ไม่นิยมจุดเด็ดขาด

ธูป 14 ดอก = เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการบูชาคุณพระสงฆ์ เช่น การจุดบูชารูปปั้นพระสงฆ์

ธูป 15 ดอก = เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับธาตุ ใช้ในการสวดเสริมดวง (สำหรับคนที่เกิดวันจันทร์)

ธูป 16 ดอก = เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการบูชาเทพชั้นสูง เช่น การบูชาบูชาพรหม ฯลฯ (ใช้ในการจุดกลางแจ้ง จุดบูชาธูปเทพเทวดาทั้งสิบหกชั้นฟ้าด้วย)

ธูป 17 ดอก = เป็นเรื่องเกี่ยวข้องกับธาตุ ใช้ธูปจำนวนนี้ในการสวดเสริมดวง (สำหรับคนที่เกิดวันพุธ)

ธูป 18 ดอก = ไม่นิยมจุดเด็ดขาด

ธูป 19 ดอก = เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการจุดบูชาครูบาอาจารย์ และใช้ในการสวดเสริมดวง(สำหรับคนที่เกิดวันพฤหัสบดี)

ธูป 20 ดอก = เป็นเรื่องเกี่ยวข้องกับการสวดเสริมดวงชะตา

ธูป 21 ดอก = เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการบูชาพระแม่ธรณี (ใช้สำหรับพิธีเบิกพระแม่ธรณี) และการสวดเพื่อเสริมดวงชะตา (สำหรับคนที่เกิดวันศุกร์)

ธูป 32 ดอก = ใช้สำหรับสวดชุมนุมเทวดาทั้ง 4 ทิศ (คือการไหว้ 16 ชั้นฟ้า 15 ชั้นดิน และ 1โลกมนุษย์)

ธูป 38 ดอก = เป็นเรื่องเกี่ยวข้องกับการบูชาพระธรรม

ธูป 39 ดอก = เป็นเรื่องเกี่ยวข้องกับการบูชาพระแม่โพสพ

ธูป 56 ดอก = เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับคุณพระพุทธเจ้า

ธูป 108 ดอก = เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการประกอบพิธีกรรม เพื่อสวดเสริมดวงชะตา และบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์สูงสุดทั่วโลกทุกชั้นฟ้า

สำหรับการจุดธูปเพื่อกราบไหว้สิ่งศักดิสิทธิ์คนไทยนิยมเลขคี่ เนื่องจากเลขคี่มีความเป็นมงคล จำนวนธูปจึงเป็น 1 – 3 – 5 – 7 – 9 แต่จำนวนจะลดหลั่นตามสถานภาพของสิ่งศักดิ์สิทธิ์นั้นๆ สำหรับธูป108 ดอก ซึ่งน่าจะมากที่สุด เป็นเลขมงคลซึ่งตอนหลังมีการเพิ่มจำนวนขึ้นมา จะกี่ดอกก็ขึ้นอยู่กับตำนานของ

*เคล็ดลับการจุดเทียนเพื่อความสำเร็จ สมหวัง* ในทางพุทธศาสนาเชื่อว่าจุดเพื่อบูชาพระธรรม หรือจุดเพื่อให้แสงสว่างแก่ชีวิตนั่นเอง ส่วนใหญ่จะนิยมจุดพร้อมกัน 2 เล่ม โดยมีความหมายว่า เทียนทั้ง 2 เล่ม เปรียบได้ดั่งพระวินัยและพระธรรมซึ่งหมายความ ให้ตัวเรานี้ได้ฝึก กาย วาจา และใจ ให้รู้จักสำรวม เทียนแต่ละประเภทจะมีความหมายและความเหมาะสมแบบใดบ้างนั้น ต้องดูตามคำแนะนำเหล่านี้

* เทียนขาว คือ เทียนใช้สำหรับบูชาพระรัตนตรัย สีขาวเป็นสีของความบริสุทธิ์ จิตใจจึงสะอาดผ่องใส บริสุทธิ์ไปด้วย

* เทียนดำ คือ เทียนใช้สำหรับทำ ทำคุณไสย มนต์ดำ

* เทียนแดง คือ เทียนใช้ในการเล่นฤทธิ์ อำนาจ

* เทียนเหลือง คือ เทียนใช้สำหรับบูชาพระรัตนตรัย

*ความลับของดอกไม้ ความหมายและการเสริมอำนาจสิ่งศักดิสิทธิ์* ในทางพุทธศาสนา ดอกไม้มีไว้เพื่อบูชาพระสงฆ์ หรือหมายถึงตัวแทนแห่งความดีงามและความเจริญดอกไม้ที่นิยมบูชาต้องเป็นดอกไม้ที่เพียบพร้อมด้วยลักษณะ 3 ประการ คือ มีกลิ่นหอม สีสวย สด ที่สำคัญควรหมั่นเปลี่ยนอยู่ทุกวันเพื่อความสดชื่น ไม่ควรปล่อยให้ดอกไม้เหี่ยวแห้งคาแจกันเด็ดขาดเพราะความเหี่ยวแห้งเปรียบดั่งความหดหู่ หรือความเสื่อมถอยลงของชีวิต สำหรับการได้รับอานิสงส์จากการบูชาก็ขึ้นอยู่กับตัวผู้บูชาเอง เช่น

*ใครที่นำดอกไม้มีกลิ่นหอม สวย และสด มาสักการบูชา โดยจัดแต่งเป็นช่อ หรือจัดใส่แจกันอย่างสวยงาม แสดงว่าผู้นั้นเป็นคนที่มีความศรัทธา เลื่อมใสอย่างจริงจัง ต่อไปบุคคลผู้นี้จะมีกินมีใช้ตลอดไป และจะได้รับแต่ของใช้ที่ใหม่ เป็นมือหนึ่งอยู่เสมอ

* ใครก็ตามที่นำดอกไม้พลาสติกมาบูชา หรือนำดอกไม้แห้งที่ไม่มีกลิ่นหอม ต่อไปในภายหน้าผู้นั้นจะมีรูปร่างดี หน้าตาดีสะสวย แต่เป็นผู้ที่ไม่มีความอ่อนน้อม จะเป็นคนสวยแบบแข็งกระด้าง

* ใครก็ตามที่นำดอกไม้ที่เหี่ยว แห้ง หรือดอกไม้สดแต่ซ้ำ ที่ไม่มีความสดชื่นมาบูชา ต่อไปในภายหน้าผู้นั้นจะได้รับแต่ของเหลือเดนของคนอื่น เป็นของเก่า หรือของทิ้งขว้าง ใช้แล้วจากคนอื่น

* ใครก็ตามที่นำดอกไม้ที่มีกลิ่นหอม สด แต่ไม่สวย มีสีซ้ำเลือดซ้ำหนอง หรือสีหม่นนำมาบูชา ต่อไปภายหน้าจะเป็นคนที่มีนิสัยใจคอดี มีความอ่อนน้อมถ่อมตน แต่มีรูปร่างหน้าตาที่ไม่ดี ไม่สะสวย

*ความหมายของดอกไม้แต่ละชนิดกับการสักการบูชา*

* ไหว้ด้วยดอกมะลิหอม : ความร่มเย็นเป็นสุข  * ไหว้ด้วยดอกพุด : พบแต่สิ่งที่ดีๆ สิ่งที่บริสุทธิ์  * ไหว้ด้วยเขี้ยวกระแต : มองเห็นแต่สิ่งที่ดี * ไหว้ด้วยดอกบัวหลวง : ความสุข และความสำเร็จ * ไหว้กุหลาบแดง : ความรักที่สดชื่น * ไหว้ด้วยกล้วยไม้ : ทำอะไรราบรื่น * ไหว้ด้วยไผ่กวนอิม : เป็นมิ่งขวัญแก่ตนเอง * ไหว้ด้วยดาวเรื่อง: พบแต่ความรุ่งเรื่อง * ไหว้ด้วยใบมะตูม : มีชื่อเสียง * ไหว้ด้วยดอกชบา : พบความสำเร็จ * ไหว้ด้วยหญ้าแพรก : มีความฉลาด * ไหว้ด้วยดอกลำโพง : มีความโด่งดังทั่วฟ้า * ไหว้ด้วยบานไม่รู้โรย : รักไม่รู้โรย

เมื่อทราบเคล็ดลับเหล่านี้แล้ว คุณอยากเป็นคนเช่นไร ส่งผลอย่างไร ก็จงเลือกเอาตามความศรัทธาเพราะความเชื่อเป็นเรื่องที่อยู่คู่มากับสังคมไทยอย่างยาวนาน ไม่ว่าจะประกอบการงานอาชีพใดๆ ก็ตาม ย่อมต้องมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์สักการะควบคู่กันไปด้วย แต่การสักการบูชา จุด ธูปเทียน ดอกไม้ ให้ถูกต้อง ก็เป็นอีกหนึ่งเคล็ดลับที่ช่วยดลบันดาลให้สิ่งที่ขอสมหวัง รวดเร็ว ทันใจปรารถนา เรื่องแบบนี้ถ้าไม่ลองกับตัวเองก็ไม่มีทางรู้นะคะ

ที่มารูปภาพ : www.myhappyoffice.com เรียบเรียงโดย saradd.com

ใส่ความเห็น