ตำนานเสือมเหศวร

เสือมเหศวร มีชื่อจริงว่า ศวร เภรีวงษ์ เป็นชาวจังหวัดสุพรรณบุรี เป็นจอมโจรชื่อดังในแถบภาคกลางหลังยุคสงครามโลกครั้งที่สองร่วมสมัยกับ เสือดำ เสือฝ้าย และเสือใบ โดยเสือมเหศวรแต่เดิมเป็นเพียงชาวบ้านธรรมดา ๆ ที่ถูกอำนาจรัฐรังแกและถูกใส่ความว่าฆ่าพ่อตัวเอง จึงจับปืนขึ้นต่อสู้และกลายมาเป็นจอมโจรชื่อดังในที่สุด โดยได้ชื่อว่า (มเหศวร) จากการแขวนพระเครื่องมเหศวรไว้ที่คอ ซึ่งได้ชื่อว่าช่วยให้แคล้วคลาดปลอดภัย และเมื่อเวลาออกปล้นจะปล้นด้วยความโหดเหี้ยมจนได้รับฉายาว่า จอมโจรมเหศวร เคยโดนตำรวจยิงที่ลำตัวและศีรษะหลายนัดแต่ไม่เข้า

เสือมเหศวร ถูกปราบโดยขุนพันธรักษ์ราชเดช ซึ่งขุนพันธ์ ฯ เป็นผู้เกลี้ยกล่อมให้เสือมเหศวรมอบตัว หลังจากได้รับโทษในเรือนจำแล้ว เสือมเหศวรก็ได้บวชเป็นพระและบวชเป็นพราหมณ์ถือศีลมาจนถึงปัจจุบัน

มเหศวร หรือ ศวร เภรีวงษ์ เกิดที่เขตติดต่อระหว่าง อ่างทอง-สุพรรณบุรี ใน ตำบลสีบัวทอง อำเภอแสวงหา จังหวัดอ่างทอง อันประวัติก่อนจะเป็นเสือของท่านนั้น ท่านเป็นชาวบ้านธรรมดาคนหนึ่ง ครั้นอายุ ๒๐ ปี ก็โดนไล่ทหารไปเป็นทหารเกณฑ์ หลังจากกลับจากปลดประจำการ ท่านก็ได้กลับบ้าน เพื่อมาหาพ่อ แม่ แต่วันนั้นเองพ่อของท่านได้ถูกยิง ต่อหน้าต่อตา โดยคู่อริที่หมายตำแหน่งกำนัน แล้วจะยิงมเหศวรต่อ แต่มเหศวรทำเป็นไม่สู้ เพื่อยอมแพ้ (ท่านบอกว่าสู้ไปก็ตายแน่เพราะมันมากันหลายคน) ด้วยความคับแค้นใจจึงรวบรวมพรรคพวกที่เคยเป็นทหารด้วยกัน เข้ากลุ่มกับเสือฝ้าย ที่จังหวัดอ่างทอง

รอยสักบนหลังปู่มเหศวร สมัยนั้นมีการกดขี่ข่มเหงกันมาก คนรวยข่มเหงคนจน ขณะที่รัฐบาลก็เข้าพื้นที่ไม่ทั้งถึง และทางการหลายคนก็เป็นคนไม่ดีซะมาก ชุมโจรของเสือฝ้ายนั้นได้ปล้นคนรวยมาเพื่อช่วยเหลือคนจน มเหศวรท่านก็เป็นหนึ่งในตัวอย่างที่ดี ท่านได้ป้องกันคนไม่ดีออกจากหมู่บ้านต่างๆ ครั้งมีพรรคพวกและวิชาพอตัวแล้ว มเหศวร จึงได้กลับไปแก้แค้นให้กับพ่อ ซึ่งคนที่ฆ่าพ่อก็ได้ตั้งตนเป็นกำนัน รังแกชาวบ้าน โดยมีชื่อว่ากำนันพันแสง

มเหศวรกล่าวว่า ตอนนั้นเข้ากันไป ประมาณ ๑๐ คน รุมยิงกำนันที่อยู่บนบ้าน ซึ่งใช้เวลานานในการยิงกัน “กำนันแกเหนียวมาก” กว่ากำนันจะตายก็เกือบชั่วโมง นานวันเข้าพรรคพวกของมเหศวรเริ่มมากขึ้นประกอบกับมีวิชาที่เข้มขลังขึ้น จากที่ได้เรียนวิชามาหลายสำนัก โดยอาจารย์หลักที่มเหศวรนับถือมากคือหลวงพ่อหล่ำ วัดวังจิก จังหวัด สุพรรณบุรี ด้วยเหตุนี้เองเสือมเหศวรจึงได้มาตั้งชุมโจรของตนเอง โดยมีลูกน้องอยู่ ๔๐ ถึง ๕๐ คน โดยปล้นไปทั่วในเขตภาคกลาง และหลายๆภาคที่ใกล้เคียง โดยเฉพาะ อ่างทอง สุพรรณ ชัยนาท กาญจนบุรี และสิงห์บุรี

ทำให้ชื่อเสียงของมเหศวรโด่งดังมาก และเป็นที่นับถือกับชาวบ้านมากในหลายๆ พื้นที่เนื่องจากเป็นโจรคุณธรรม ช่วยเหลือคนจน และคนที่ถูกรังแก ปู่มเหศวรกล่าวว่าจะปล้นประมาณเดือนละ ๔ ถึง ๕ ครั้ง และจะปล้นในเวลากลางวัน พอชื่อของท่านดังมากขึ้นทางการจึงส่งตำรวจมาจับแต่ก็ไม่สามารถจับได้ ปู่มเหศวรกล่าวว่าเมื่อก่อนวิชาแก่กล้า ลูกปืนไม่ได้กินหรอก

เมื่อถามถึงขุนพันธ์แล้ว ปู่มเหศวรกล่าวว่าเมื่อก่อนเคยโดนขุนพันธ์ไล่ล่าที่ จังหวัดชัยนาทแต่ก็หลบหนีได้ตลอด ไม่เคยปะทะกันตรงๆ ด้วยความมีวิชามากจนได้ชื่อว่าจอมโจร ๕ ตำรา ทางการทำอย่างไรก็ไม่สามารถเข้าจับกุมได้ จึงได้จับแม่มเหศวรเป็นตัวประกัน โดยประกาศว่าหากไม่ยอมมอบด้วยจะฆ่าแม่ตนเสีย ด้วยความรักแม่ และห่วงใยจึงยอมมอบตัว มเหศวรติดคุกได้ ๔ ปี แต่ด้วยความเป็นเสือที่ดี มีคุณธรรม จึงไม่มีใครมาฟ้องร้อง ทางการจึงต้องปล่อยตัวมา และท่านได้ไปหาหลวงพ่อหล่ำ วัดวังจิกเพื่อกราบอาจารย์

หลวงพ่อหล่ำจึงให้บวช ๔ พรรษา สมัยบวชนั้นมเหศวรได้ จำวัดอยู่หลายวัดตาม จังหวัดสุพรรณบุรี อ่างทอง สิงห์บุรี และชัยนาท เนื่องจากมีพวกตามมารบกวนอยู่เนื่องๆ ครั้นสึกออกมาแล้วจึงกลับมาประกอบ อาชีพทำนา ทำสวน จนถึงทุกวันนี้ แต่ก็ยังมีคนไปหาเพื่อเคารพท่านเป็นประจำ ปัจจุบันนี้ปู่มเหศวรใช้ชีวิตอย่างสงบ โดยพักอยู่ที่หมู่บ้านไพรนกยูง ตำบลไพรนกยูง อำเภอหันคา จังหวัดชัยนาท กับลูกสาวและลูกชาย โดยมีหลาน ๔ คน ประกอบอาชีพเกษตร เลี้ยงวัว และมีรถรับส่งนักเรียน

ชื่อของโจรมเหศวรค่อยๆ ลดลง ซึ่งชื่อเสียงนี้โด่งดังมากในยุคนั้นถึงกับเคยมีการถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง “จอมโจรมเหศวร” โดยมีมิตร ชัยบัญชา แสดงเป็นจอมโจรมเหศวร เข้ามาถึงยุคจตุคาม พระครูประภัศร์ธรรมานุกูล (พระอาจารย์เสมอ) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดแสวงหา อำเภอแสวงหา จังหวัดอ่างทอง ได้ไปเชิญ เสือมเหศวรมาปรกเสกจตุคามจนเป็นที่โด่งดังไปทั่ว ทั้งหนังสือพิมพ์ หนังสือพระ และรายการทีวี โดยส่วนมากนึกว่ามเหศวรเป็นเพียงตำนาน ซึ่งจตุคามรุ่นแรกในชีวิตเสือมเหศวรนั้น คือรุ่นยันต์ลายเซ็นปู่มเหศวร มีการจัดสร้าง ๕๐๐๐ องค์

ในวันที่ ๑๗ พ.ย. ๕๗ ได้มีรายงานว่า นายศวร เภรีวงษ์ หรือ เสือมเหศวร อายุ ๑๐๑ ปี จอมโจรชื่อดังในอดีตของเมืองไทย เสียชีวิตอย่างสงบ ที่บ้านของตนเอง บ้านเลขที่ ๒๐๔ หมู่ ๕ ตำบลไพรนกยูง อำเภอหันคา จังหวัดชัยนาท ตั้งแต่เมื่อวันที่ ๑๕ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๗ โดยหลวงพ่อทวีศักดิ์ ชุตินธโร หรืออดีต เสือดำ ปัจจุบันดำรงตำแหน่งเป็นเจ้าอาวาส วัดศรีนวลธรรมวิมล เขตหนองแขม กรุงเทพมหานคร มาร่วมในงานสวดอภิธรรมศพ พร้อมกับนายใบ สะอาดดี หรือเสือใบ เสือร้ายในอดีต

ทางด้าน นายสันติสุข เภรีวงษ์ อายุ ๕๐ ปี สมาชิก อบต.ไพรนกยูง อ.หันคา จ.ชัยนาท บุตรชายคนเล็กของ นายศวร เปิดเผยต่อผู้สื่อข่าวพร้อมทั้งน้ำตาว่า ก่อนที่นายศวรจะจากไปอย่างไม่มีวันกลับนั้น นายศวรตื่นขึ้นมาอาบน้ำ ทาแป้ง เป็นปกติ จากนั้นก็ขอเสื้อใส่ หลังจากใส่เสื้อเสร็จ นายศวรก็ฟุบลงไปกองกับพื้นทันที จึงรีบนำส่งโรงพยาบาลหันคา ขณะเดียวกันได้มีโรคประจำตัวทั้ง โรคหัวใจโตและโรคไต ต้องเข้า-ออกโรงพยาบาลเป็นประจำ แต่มาช่วงพักหลังๆ ด้วยความที่แก่ตัวลงเรื่อยๆ ทำให้อาการต่างๆ แย่ขึ้น กระทั่งเสียชีวิตในที่สุด หลังจากเก็บศพไว้ 100 วัน ปรากฎว่าศพไม่เน่าเปื่อย เป็นปาฎิหาริย์มากมาย ทำให้บรรดาผู้ที่มาร่วมงานต่างโจษขานถึงความเข้มขลังของปู่มเหศวร!!

ขอขอบพระคุณเครดิตที่มาเนื้อหาข้อมูลจาก: เพจสํานักตักศิลาไสยเวทย์ , th.wikipedia.org,tnews

ได้รับการเอื้อเฟื้อข้อมูลโดยเพจ: เรื่องเล่าชาวสยาม

ขอขอบคุณเครดิตที่มารูปภาพประกอบบทความเพื่อการศึกษาไว้ ณ ที่นี้

นักเลง โบราณ ตำนานหนังเหนียว

ใส่ความเห็น