คณาจารย์ผู้มีเคราเป็นเหล็กแห่งสำนักเขาอ้อ

ตำนาน พ่อท่านแปลก ปุสฺสเทโว หรือ พระครูสุเวชโกศล อดีตเจ้าอาวาสวัดปากปรน กิ่งอำเภอหาดสำราญ จ.ตรังช
พระเกจิอาจารย์ผู้สืบสานวิทยาคมสายเขาอ้อ ผู้มีเคราเป็นเหล็กแห่งวัดปากปรน จังหวัดตรัง ด้วยผลอันเนื่องมาจากพ่อท่านนั้นเป็นผู้มีวิชาอาคมอันแก่กล้าและเข้มขลัง ถึงขั้นที่แม้แต่มีดโกนที่คมกริบยังไม่สามารถตัดเอาเคราท่านให้ขาดได้ จนถูกเรียกขานนามจากบรรดาสาทุชนผู้เลื่อมใสศรัทธาท่านว่า  (พ่อท่านแปลก เคราเหล็ก)

พ่อท่านแปลกเกจิอาจารย์ผู้เข้มขลังและปฏิบัติดีปฏิบัติ ชอบ ท่านถือสันโดษและปฏิบัติธรรมด้วยการพิจารณาอสุภกรรมฐาน เป็นเนืองนิจมีกระแสจิตแก่กล้า แต่มีความเมตตาเป็นเลิศ นับเป็นเกจิอาจารย์อีกองค์หนึ่งของภาคใต้ ที่น่าเคารพและศรัทธายิ่ง

พ่อท่านแปลก วิชาที่ท่านได้เรียนมาจาก สำนักเขาอ้อ แล้ว วิชาบางส่วนท่านได้มาจากตำราที่ชาวบ้านพบในถ้ำแล้วเอามาถวายท่าน ด้วยใจที่สนใจไสยศาสตร์มาแต่เดิม จึงทำให้ท่านมุ่งมั่นฝึกฝนจนสามารถปฏิบัติได้จริง มีลูกศิษย์ของท่านหลายคนยืนยันว่า เคยเดินไปกับท่าน ฝนตกลงมา คนที่ร่วมเดินไปพร้อมกับท่านทุกคนเปียกฝนชุ่มโชก แต่ตัวท่านไม่มีฝนตกถูกจีวรเลยแม้แต่เม็ดเดียว

สร้างความประหลาดใจให้กับทุกคน เมื่อผู้เขียนถามท่านถึงเรื่องนี้ ท่านได้แต่หัวเราะ และเมื่อถามมาก ๆ ท่านก็ยอมรับว่า ท่านมีพุทธคุณปกป้องคุ้มครองอยู่ หลังจากนั้นไม่นาน พ่อท่านแปลก ได้เล่าถึงคาถาอิติปิโส หลายบท และได้เน้นที่บท ฝนแสนห่า ท่านว่าใช้ทางแคล้วคลาด พร้อมทั้งเปรยว่า ฝนแสนห่า ตกลงมาไม่ถูก อย่าง.. พระอาจารย์ศรีเงิน วัดดอนศาลา ศิษย์เขาอ้อ ซึ่งล่วงลับไปแล้วได้เคยเล่าว่า ตะกรุด ที่ท่านลงให้ในทางแคล้วคลาดนั้นชื่อ ตะกรุด ฝนแสนห่า ลงด้วยคาถา ฝนแสนห่า แบบฉบับของ สำนักเขาอ้อ ซึ่งมีเคล็ดพิธีกรรมอีกแบบหนึ่งไม่เหมือนใคร

พุทธคุณของคาถา ฝนแสนห่า นั้น เปรียบประดุจ ฝนแสนห่า ตกลงมาไม่ถูกกาย ใช้ทางแคล้วคลาดจากภัยอันตรายทั้งหลายทั้ง ในเรื่องนี้ปรากฏว่า วิชาที่ท่านเรียนมาเหมือนกับที่ อาจารย์ศรีเงิน ได้เล่าให้ฟัง เมื่อครั้งท่านมีชีวิตแสดงว่า พ่อท่านแปลก ได้สำเร็จวิชานี้ และสามารถทำได้ขลังมีผลให้เห็นเป็นที่น่าอัศจรรย์ยิ่ง

ท่านเล่าว่านอกจากจะได้วิชามาแล้ว หากไม่ฝึกปฏิบัติทางจิตจนเข้มแข็ง ก็ไม่สามารถทำได้ตามตำราที่เรียนมา…สายวิชาเขาอ้อมีเคล็ดลับสำคัญตั้งแต่ โบราณกาล ทรงความขลังอย่างอมตะตลอดกาลเช่นการ”หุงวิชชา” สำนักตักศิลา เขาอ้อ เป็นพิธีกรรมหนึ่งในศาสตร์ไสยเวทย์ของตักศิลา เขาอ้อเป็นกุญแจสำคัญ นำมาซึ่งความศักดิ์สิทธิ์มาตั้งแต่ครั้งโบราณจนตราบเท่าปัจจุบัน

ประวัติของพ่อท่านพอสังเขป

พ่อท่านแปลก เกิดในสกุล ชูเท้า ที่บ้านร่มเมือง อำเภอเมือง จังหวัดพัทลุง เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2478 บิดาชื่อ นายปาน ชูเท้า มารดาชื่อ นางคุ้ม ชูเท้า เมื่อวัยเยาว์ได้ช่วยบิดา-มารดาประกอบอาชีพทำนาอยู่ที่บ้านตำบลร่มเมือง จนมีอายุครบบวช จึงได้อุปสมบทที่ วัดกลาง อำเภอเมือง จังหวัดพัทลุง ศึกษาธรรมและได้เรียนรู้วิชาไสยศาสตร์ จึงเกิดความสนใจ วิชาเวทมนต์ คาถาอาคม และ ไสยศาสตร์ แขนงต่างๆ มาก พยายามเสาะหาครูบาอาจารย์ศึกษา จนไปพบ อาจารย์ปาน วัดเขาอ้อ ได้เรียนวิชาการต่างๆ มามากมาย เมื่อออกพรรษาบิดา-มารดาให้ลาสิกขามาช่วยงานทางบ้านทำนาต่อไป จึงต้องสละเพศบรรพชิตทั้งที่จิตใจฝักใฝ่จะอยู่ต่อ

เมื่อมาช่วยงานทางบ้านมีเวลาว่าง ๆ ก็หันไปแสวงหาอาจารย์เรียนรู้ วิชาทางไสยศาสตร์อยู่เสมอ จนได้พบกับพระอาจารย์นำ แก้วจันทร์ ที่บ้านควนขนุน ได้รับการชี้แนะแนวทางเวทมนต์วิทยาคมมากมาย ต่อมามีครอบครัวและเมื่ออายุได้ 33 ปี เกิดความเบื่อหน่ายชีวิตทางโลก เพราะมีจิตใจใคร่ทางธรรมอยู่ทุกลมหายใจเข้าออก จึงตัดสินใจลาครอบครัวออกอุปสมบทตามความตั้งใจอีกครั้งหนึ่ง เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ.2510 โดยมี พระครูมุทิตานุรักษ์ วัดท่าแค เป็นพระอุปัชฌาย์ และพระครูนิเทศน์ธรรมวินัย วัดท่าแค เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระมหาผัน วัดโคกโพธิ์ เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้รับฉายาว่า ปุสฺสเทโว ณ พัทธสีมา วัดควนขี้แรด แล้วจำพรรษา ณ วัดควนขี้แรด พัทลุง ได้หนึ่งพรรษา จึงไปอยู่ วัดดอนปรัง แล้วไปจำพรรษาที่ วัดควนโตนด จากนั้นไปอยู่ วัดบางขัน ต.ห้วยไทร อ.ควนขนุน จ.พัทลุง เพื่อค้นคว้าเรียนวิชา สายเขาอ้อ กับ หลวงพ่อปาน อีกครั้งหนึ่ง จนเรียนรู้ชำนาญสามารถปฏิบัติได้เห็นจริง จึงธุดงค์ข้ามจังหวัดจากพัทลุง หาความสงบวิเวกบนเขาพับผ้า อยู่ในป่าเพื่อฝึกจิตให้กล้าแข็ง

ปฏิบัติธรรมจนถึง พ.ศ.2512จึงธุดงค์มาถึง วัดปากปรน กิ่งอำเภอหาดสำราญ จังหวัดตรัง พบว่าเป็นวัดร้างไม่มีพระอยู่ มีกุฏิเก่าๆ และศาลาผุพังกับป่ารกทึบสงบวิเวก จึงได้จำพรรษาปฏิบัติธรรมอยู่ ณ วัดปากปรน เพียงองค์เดียว วัดปากปรน ครั้งนั้นเป็นป่าที่สงบตรงกับความต้องการของท่าน มีสัปปายะที่ดีในการบำเพ็ญภาวนา ระหว่างจำพรรษาอยู่ วัดปากปรน เริ่มมีชาวบ้านผ่านมาเข้าไปกราบนมัสการ และเริ่มรู้จักท่านมากขึ้น เพราะนอกจากวิชาคาถาอาคมและไสยศาสตร์แล้ว ท่านมีความชำนาญในตำรารักษาโรคด้วยสมุนไพรอีกด้วย ทั้งนี้เนื่องจากระหว่างที่ท่านธุดงค์อยู่บนเขาพับผ้านั้น มีชาวบ้านซึ่งพบตำรารักษาโรคและตำรับเวทมนต์ในถ้ำวัดในเขา นำเอาตำราทั้งหมดมาถวายท่านเอาไว้ เพราะเอาไว้ในบ้านแล้ว พบสิ่งอัศจรรย์มากมาย เอาไว้ไม่ได้จึงเอามาถวายท่าน ท่านได้ศึกษาตำรับตำราเหล่านั้นอยู่นานหลายปี จนมีความเข้าใจแจ่มแจ้งในวิชาอาคมจนแก่กล้าถึงขั้นเครากลายเป็นเหล็ก

ขอขอบพระคุณเครดิตที่มาเนื้อหาข้อมูลจาก tnews และ https://palungjit.orgเป็นอย่างสูง ไว้ ณ ที่นี้

จุดประสงค์เพื่อใช้ในการศึกษาและเผยเเพร่บารมีของพ่อท่าน

ใส่ความเห็น