ตำนานวิชานะขิกของหลวงปู่ศุข

นะขิกเป็นวิชาหนึ่งที่นายเหล็ง สมบุญธรรม ลูกศิษย์หลวงพ่อศุข ที่ท่านเมตตารักษาแผลไฟไหม้ที่เท้า ตั้งแต่ยังเปนเด็กอ่อน เรียนมาจากหลวงพ่อศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่าใช้ได้ดีหลายอย่าง เช่น พวกลิเกใช้ผงชนิดนี้ผัดหน้า พอออกจากโรงจะมีเสียงคนฮา (เหมือนคนทำตลก) จึงนับเป็นเมตตามหานิยมอย่างหนึ่ง นอกจากนี้ยังมีทางแคล้วคลาดและอยู่ยงคงกระพันด้วย

คาถาว่าดังนี้ นะเฮนะเหาะ นักขิกหัวเราะ นำจำเพาะนะฮา ประสกที่มา สีกาที่นั่ง หัวเราะให้ดัง สวาโหมติด

คาถานะขิก นี้ถ้าเชื่อมั่นในตัวหลวงพ่อศุข อย่างจับจิตจับใจ ภาวนาคาถานี้เสกแป้ง ทาหน้าทาตัว ถ้าเวลาเสกแป้งทำใจให้กลุ้มกริ่ม ตัวกูนี้หล่อ ก็จะเป็นเมตตามหานิยม ถ้าทำใจให้เข้มแข็งไม่กลัวสิ่งใดก็จะเป็นคงกะพันชาตรี ถ้าทำใจนึกอยากจะหนีเพราะศัตรูเขามากันเยอะขอให้แหกรอดด่านไป ก็จะเป็นแคล้วคลาด เวลาจะเสกแป้งระลึกถึงพระคุณมารดา – บิดา และท่านพระครูวิมลคุณากร หรือหลวงพ่อศุขมาช่วยลูกด้วย

หลวงพ่อยัง และ การทำตะกรุดใต้น้ำ

หลวงพ่อยังหรือพระใบฎีกายังเป็นลูกศิษย์ใกล้ชิดผู้หนึ่งของหลวงพ่อศุขวัดปากคลองมะขามเฒ่า และเป็นพระฐานานุกรมของท่านอีกด้วย อดีตเป็นเจ้าอาวาสวัดหนองพญา ได้ศึกษาวิชาความรู้จากหลวงพ่อศุขไว้ได้มาพอสมควรคู่กับพระสมุห์กลับ แสงเขียว ทุกท่านคงยอมรับแล้วว่า กรมหลวงชุมพรเขตต์อุดมศักดิ์ท่านเป็นศิษย์เอก ลูกศิษย์ชั้นถัดมาควรจะเรียกลูกศิษย์ซ้ายขวาน่าจะได้แก่พระใบฎีกายัง และพระสมุห์กลับ เพราะทั้งสองท่านมีความสามารถพอตัวทีเดียว แต่ไม่ค่อยปรากฏแก่สาธารณชน เพราะท่านทั้งสองไม่ค่อยยอมแสดงให้ใครดูหรือพูดให้ใครฟัง ข้าพเจ้าเองเคยถามอาจารย์กลับหลายครั้งถึงความสามารถของท่าน ท่านมักเฉยหรือคอยเลี่ยงไปอย่างอื่นเสีย ข้าพเจ้าเพิ่งทราบว่าท่านทำต่อแตนได้ หลังจากท่านถึงแก่กรรมไปแล้วหลายปี โดยทราบจากคำบอกเล่าของเพื่อน ซึ่งเคยออกเดินป่ากับท่านแล้วท่านทำให้ดู

สำหรับพระใบฎีกานั้น คนทั่วไปทราบความสามารถของท่านน้อยเพราะท่านไม่ค่อยได้แสดงอะไรออกมาให้คนทั่วไปเห็น หรือพูดอีกอย่างหนึ่งก็คือ ท่านถูกรัศมีของหลวงพ่อศุขและหลวงพ่อปลื้มน้องชายบดบังไปหมด ข้าพเจ้าเองก็เพิ่งทราบว่าอาจารย์ยังสามารถทำตะกรุดใต้น้ำตามแบบหลวงพ่อศุขได้เมื่อวันที่ ๑๗ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๒๗ นี่เอง โดยข้าพเจ้าได้พบมหาโพธิ์ที่วัดคลองมอญมหาโพธิ์เป็นลูกศิษย์ใกล้ชิดของอาจารย์ยัง ท่านมหาได้เล่าว่า วันหนึ่งพ่อศุขเตรียมพิธีทำตะกรุดใต้น้ำไว้เรียบร้อยแล้ว สั่งให้พระไปตามอาจารย์ยัง ท่านมหาได้เล่าว่า วันหนึ่งหลวงพ่อศุขเตรียมพิธีทำตะกรุดไว้เรียบร้อย สั่งให้พระไปตามอาจารย์ยังมา สอนให้อาจารย์ยังรู้วิธีทำตะกรุดใต้น้ำ สิ่งใดที่ไม่เข้าใจท่านให้ถามเมื่อถามหมดแล้วท่านก็เดินเข้ากุฎิไปอาจารย์ยังได้ทำตะกรุดใต้น้ำตามที่หลวงพ่อศุขสอนไว้ ครั้งแรกลงไปทำได้เพียงดอกเดียวก็ต้องขึ้น พอคราวที่สามสามารถทำไดหมดพานเลย สำหรับรายละเอียดมากกว่านี้ไม่สามารถทราบได้ เพราะท่านเล่าให้มหาโพธิ์ฟังเพียงเท่านี้

ประวัติ หลวงพ่อบุญยัง คงฺคสโร อดีตเจ้าอาวาส(รูปที่ 6) ของ วัดหนองน้อย จ.ชัยนาท

หลวงพ่อบุญยัง เกิดเมื่อ พ.ศ.2431 ตรงกับปีชวด ที่อำเภอสรรค์บุรี จังหวัดชัยนาท ได้บรรพชาอุปสมบทที่วัดหนองพญา ตำบลมะขามเฒ่า อำเภอวัดสิงห์ จังหวัดชัยนาท เมื่อปี พ.ศ.2451 เป็นพระใบฎีกาตำแหน่งพระฐานานุกรมของหลวงปู่ศุข เจ้าคณะแขวงวัดสิงห์ในสมัยนั้น และได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสวัดหนองน้อยเป็นองค์ที่ 5
หลวงพ่อยัง ท่านเป็นพระระเบียบจัด การเดินบนพื้นกระดานจะเดินลงส้นให้เกิดเสียงแม้แต่น้อย ก็ไม่ได้ ท่านจะเรียกมาเคาะกระปอมด้วยหินมีดโกน เวลาจะฉันข้าวก็เช่นเดียวกันต้องเป็นระเบียบ การนุ่งห่มของท่านก็เป็นระเบียบเรียบร้อยโดยท่านจะห่มดองพาดผ้าสังฆาฏิแล้ว รัดอก การนั่ง การขบฉัน เจ้าระเบียบไม่ผิดจากหลวงพ่อเคลือบวัดบ่อแร่เลย และมีอุปนิสัยในทางมัธยัสถ์ เช่น อาหารประเภทน้ำพริก ไม่ว่าน้ำพริกชนิดใดก็ตาม หากเหลือท่านจะให้เทรวมลงในหม้อเดียวกัน แล้วท่านจะนำไปตั้งไฟคนให้เข้ากันแล้วเก็บไว้กินต่อไปได้ ในกุฏิของท่านจะมีควายธนูที่สานด้วยตอกอยู่เต็มไปหมด เวลากลางคืนท่านจะเอาวัวธนูมาเสกให้ชนกันให้เด็กวัดดู และท่านก็สามารถเสกผ้าอาบน้ำฝนได้เหมือนหลวงปู่ศุขอาจารย์ของท่าน

ส่วน เรื่องการสงเคราะห์ญาติโยมนั้น ท่านเก่งหลายด้าน คนขึ้นท่านมาก วันๆมาไม่ได้ขาด โดยเฉพาะช่วงฝีห่าระบาด เกวียนที่ใช้บรรทุกคนป่วยจอดกันแน่นลานวัดเกือบทุกวัน ถ้าใครเพิ่งเริ่มเป็นท่านจะลงอักขระที่เล็บของผู้ป่วยโดยที่ไม่ต้องใช้ยา รักษาแต่ประการใด แต่ถ้ามีอาการถึงขนาดที่ขึ้นเป็นตุ่มมากแล้ว หลวงพ่อท่านจะทำน้ำมนต์แล้วอาบให้ก็ปรากฏว่าหายทุกราย แต่สำหรับป้องกันท่านจะทำเป็นตะกรุดไม้ไผ่จารอักขระผูกข้อมือเด็กวัดผูกกัน ทุกคน และก็ไม่ปรากฏว่าเด็กวัดหนองน้อยจะเป็นโรคฝีดาษเลย วิชากระสุนคดของท่านก็ฉมังนักเด็กวัดเกรงลูกกระสุนท่านกันนักหนา

ตะกรุด ท่านบูชาดอกละ 10 บาท เป็นทองแดงยาวประมาณซักนิ้วชี้ได้ ไม่ถักเชือก ตะกรุดอีกอย่างเรียกกันว่าตะกรุดสังวาลย์ คือในเส้นเดียวกันนี้แต่มีแยกออกไปอีกหลายสาย เมื่อสวมลงไปแล้ว จะคล้องที่คอสายหนึ่ง พาดเฉวียงบ่าซ้ายเส้นหนึ่ง เฉวียงบ่าขวาเส้นหนึ่ง และสวมลงไปที่เอวอีกสายหนึ่ง ส่วนพระพิมพ์ผู้เฒ่าผู้แก่จำได้ว่าท่านเคยสร้างพระพิมพ์สี่เหลี่ยมประภามณฑล คล้ายๆกับของหลวงปู่ศุข โดยท่านจะเดินเลือกก้อนกรวดก้อนแร่บริเวณขอบสระภายในวัดนำมาหลอมเข้าด้วยกัน เป็นส่วนผสม นอกจากนั้นยังมีพระผงพิมพ์สมเด็จ 7 ชั้นอีกชนิดหนึ่ง แต่วัตถุมงคลทั้ง 2 อย่าง จะหามาถ่ายรูปก็หาไม่ได้แล้วในปัจจุบัน

ท่านมรณภาพ เพราะโรคริดสีดวงทวาร มีอาการถ่ายเป็นเลือดไม่หยุดหมออ่วมมาทำการรักษา ซึ่งยาที่จะให้ท่านกินนั้นต้องเข้ากระสายเหล้า ท่านได้กลิ่นจึงรู้ว่ามีเหล้าปน ด้วยความเคร่งครัดท่านไม่ยอมฉันยานั้นเลย และท่านก็มรณภาพเมื่อปี พ.ศ. 2489 อายุ 58 ปี หลังทำการฌาปนกิจศพคณะศิษยานุศิษย์จึงร่วมกันหล่อรูปเหมือนเท่าองค์จริงขึ้น เมื่อปี พ.ศ.2490

ผู้บันทึก นายแพทย์สำนวน ปาลวัฒน์วิไชย : จากหนังสือประวัติท่านพระครูวิมลคุณากร ( ศุข ) วัดปากคลองมะขามเฒ่า ตำบลมะขามเฒ่า อำเภอวัดสิงห์ จังหวัดชัยนาท

สโมสรไลอ้อนส์ ร่วมกับ ชมรมพระเครื่องชัยนาท จัดพิมพ์เพื่อเผยแพร่ พิมพ์ครั้งที่ ๑ พ.ศ. ๒๕๒๘ จำนวน ๕,๐๐๐ เล่ม ( สงวนลิขสิทธิ์ )

ขอขอบคุณ Ba Deang ที่เอื้อเฟื้อข้อมูลมา ณ ที่นี้ และเพจวัดหนองน้อย จ.ชัยนาท – หลงพ่อสมชาย เกสโร เป็นอย่างสูงไว้ ณ ที่นี้

เอื้อเฟื้อเรียบเรียงโดยเพจเล่าชาวสยาม จุดประสงค์เพื่อใช้ในการศึกษาและเผยเเพร่บารมีขององค์หลวงปู่ศุข

ใส่ความเห็น