สุภาพบุรุษเสือใบตำนานขุนโจรเมืองสุพรรณฯ

อำเภอเดิมบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรีในอดีตที่ผ่านมาช่วงสงครามโลกครั้งที่ ๒ ก่อให้เกิดตำนานเสือเมืองสุพรรณที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเขตภาคกลาง จนถูกขนานนามว่า ๔ เสือสุพรรณกับเรื่องราวเหล่านี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ท้องถิ่นที่มีคุณค่าคู่ควรต่อการบันทึกให้กับอนุชนรุ่นหลังได้รับรู้และจดจำว่า ครั้งหนึ่งบนผืนแผ่นดินเดิมบางนี้ ได้ก่อเกิดตำนานเล่าขานที่ไม่มีวันลืมไปจากความทรงจำของคนเดิมบางและนี่คืออีกเรื่องราวหนึ่งของขุนโจรคู่บารมีผู้รู้ใจของเสือฝ้าย..ในนามว่าเสือใบ

เสือใบชื่อจริงว่า นายใบ สะอาดดี เป็นคนตำบลเดิมบาง สุพรรณบุรี มีอาชีพ ทำนา เมื่อเติบใหญ่เป็นคนรูปหล่อ ผิวขาว หลังจากบวชเรียนและผ่านการเป็นทหารรับใช้ชาติก็กลับมาช่วยพ่อแม่ทำไร่ ไถนา ช่วงเวลานั้นเกิดสงครามโลก ทุกที่มีพันธมิตรและทหารญี่ปุ่นไปทั่วบ้านทั่วเมือง เกิดความเดือดร้อนต่างคนต่างแสวงหาผลประโยชน์เข้าตัว แต่ชีวิตของใบก็ยังดำเนินต่อไปเรื่อยๆ

แต่แล้วเขาก็ตกเป็นเหยื่อของความไม่ยุติธรรม เมื่อมีนักเลงดีมาขโมยควายใบไป สืบข่าวอยู่สามวันก็รู้ว่าเป็นลูกน้องของกำนันหมู่บ้านถัดไป จึงปรึกษากับพ่อแม่ แต่ถูกทัดทาน นายใบเก็บความแค้นอยู่สองคืน ในที่สุดก็คิดว่ายอมไม่ได้ จึงตัดสินใจไปหานักเลงรุ่นพี่ เพื่อขอควายคืน แต่ถูกปฏิเสธ หลายวันต่อมานายใบบุกไปที่นักเลงขโมยควายอีกครั้ง คราวนี้ไม่พูดพล่ามทำเพลงกระชากปืนยิงกระหน่ำดับดิ้นตายไปต่อหน้า ประจวบกับตอนนั้นมีคนร้ายมาฉุดน้องสาวของคนรัก นายใบติดตามไปและยิงจนตาย

เหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้ชีวิตวัยหนุ่มเปลี่ยนไป นายใบกลายเป็นคนร้ายฆ่าคนต้องหนีหัวซุกหัวซุนไปหลายจังหวัด เพื่อหลบหนีการตามล่าของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ขณะเดียวกันสงครามมหาเอเชียโหมกระหน่ำประเทศไทยประชาชนเดือดร้อน นายใบต้องการหาแหล่งพักพิง แต่สภาพขัดสนเต็มทีเหมือนชะตาชีวิตลิขิตเอาไว้ ครั้นนั้นนายใบตัดสินใจเป็นเสือปล้นทันที ครั้งแรกที่ออกปล้นเป็นโรงสีแถวกำแพงแสนได้เงินมาหลายหมื่น จากนั้นก็ออกปล้นเรื่อยมาจนถูกตำรวจพลิกแผ่นดินล่า

นายใบหนีการตามล่ากลับมาแผ่นดินบ้านเกิดที่เดิมบางอีกครั้ง เพราะได้ข่าวว่าที่เดิมบางได้มีชุมเสือใหญ่ของเสือฝ้ายก่อตั้งขึ้นและพอเป็นเกราะคุ้มครองให้กับนายใบได้ ตั้งแต่นั้นมาชีวิตของนายใบเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เสือฝ้ายกลายเป็นครูสอนวิชาการปล้น จนกลายเป็นขุนโจรคู่บารมีและรู้ใจเสือฝ้ายเป็นที่สุด การปล้นทุกครั้งของเสือใบจะไม่ทำให้เสือฝ้ายต้องผิดหวัง เพราะเสือใบเป็นคนมีกฎระเบียบ การปล้นทุกครั้งจะปล้นแต่คนรวย ไม่จำเป็นก็จะไม่ฆ่าคน หากใครไม่เชื่อฟังเสือใบจะยิงทิ้งทันที ซึ่งเรื่องนี้เสือฝ้ายก็ไม่กล้าว่าเสือใบ เพราะนี่คือกติกาของเสือฝ้ายเป็นผู้กำหนดมาเอง

การปล้นของเสือใบจะไม่ปล้นในท้องที่สุพรรณ แต่จะไปปล้นในจังหวัดใกล้เคียง เขากลายเป็นเสือใบผู้ยิ่งใหญ่ไม่น้อยหน้าใครในจำนวนสี่เสือ การปล้นทุกครั้งเสือใบจะแบ่งสันปันส่วนและส่วนหนึ่งจะให้กับชาวบ้านผู้ยากไร้ ด้วยเหตุนี้ชื่อเสียงของเสือใบจึงโด่งดังเป็นที่รู้จักและถูกกล่าวขานถึงชนิดปากต่อปากในเวลาอันรวดเร็ว

ปลายสงครามกองทัพญี่ปุ่นอ่อนกำลัง ขบวนการเสรีไทยเกิดขึ้นชุมโจรเสือฝ้ายและเสือใบได้มีโอกาสเข้าร่วมออกปล้นกองทัพญี่ปุ่นจนได้รับความเสียหาย กองทัพญี่ปุ่นก็รู้และพยายามให้ตำรวจไทยดำเนินการกวาดล้าง แต่ทางตำรวจไม่ได้ทำอะไร เพราะถือว่าเป็นการกระทำที่ช่วยชาติอีกทางหนึ่ง ไม่นานต่อมาสงครามยุติ ญี่ปุ่นประกาศยอมแพ้

เสือใบอยู่กับเสือฝ้ายไม่ถึงปีก็แยกตัวไปตั้งชุมโจรของตัวเอง โดยแยกมาตั้งชุมโจรที่บ้านสามเอกหลังเขาใหญ่ ซึ่งในขณะนั้นบริเวณตีนเขาใหญ่ถือว่าเป็นแดนประหารของชุมโจร หลายปีต่อมาชุมโจรถูกทางการกวาดล้างอย่างหนัก จนค่ายเสือแตก เสือใบได้หลบหนีเข้ามาในกรุงเทพฯและสร้างชื่ออีกครั้ง โดยทำการปล้นอย่างอุกอาจท้าทายมือกฎหมายในเมืองหลวง นั่นคือการปล้นสถานีรถไฟหัวลำโพง หลังจากการปล้นครั้งนั้นแล้ว ชีวิตของเสือใบเริ่มไม่มั่นคง จึงหนีออกต่างจังหวัดพลาดท่าโดนจับที่จังหวัดกาฬสินธุ์ ถือได้ว่าตำนานเสือใบปิดลงไปอย่างสิ้นเชิง

ถึงแม้เสือใบจะปล้นคนรวยช่วยคนจน แต่เขาก็ได้รับผลกรรม เมื่อถูกศาลลงโทษให้ประหารชีวิต แต่เสือใหญ่อย่างเสือใบกลับพลิกผันอย่างไม่น่าเชื่อ เขารอดตายจากการถูกยิงเป้า โดยเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อช่วยผู้คุมในเรือนจำ จนเสือใบได้รับบาดเจ็บ เสือใบถูกตัดสินจำคุกสิบหกปี เมื่อพ้นโทษออกมา และชีวิตอย่างลูกผู้ชายสำนักผิดและเหตุการณ์ที่ถือเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างสูงสุดในชีวิตของเสือใบก็คือการได้เข้าเฝ้าสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมงกุฎราชกุมาร

นับตั้งแต่นั้นมาเสือร้ายเมืองสุพรรณจึงเหลือเพียงแต่ตำนานที่ถ่ายทอดผ่านความทรงจำให้คนรุ่นหลังได้รับทราบ วันที่เหลือของเสือใบอยู่กับการเข้าวัดทำบุญทำทานและมีความสุขที่บ้านพันตำลึง ตำบลดอนกำยาน สุพรรณบุรี(ประเสริฐ กัณหสินวัฒนา….ผู้บันทึก ท่าช้างซุปเปอร์ ๗๐๑/๘ ตำบลเขาพระ อำเภอเดิมบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี)

ในวันจันทร์ที่ ๒๕ พฤษภาคม ๒๕๕๘ เวลา ๐.๑๘ น.  ตำนานแห่งเสือสุพรรณฯนามเสือใบก็ได้ปิดลงต่อจากเสือมเหศวร รองผู้ว่าฯเมืองสุพรรณบุรี ด้วยอาการติดเชื้อในกระแสเลือดได้เข้ารักษาอยู่เกือบเดือนจึงได้จากไปอย่างสงบ ด้วยวัย ๙๔ ปี  และมีการทำพิธีบำเพ็ญกุศล ณ ที่วัดพันตำลึง

สำหรับประวัติของเสือใบ หรือนายใบ สะอาดดี ก่อนจะเป็นโจร เป็นชาวนาอยู่ที่ จ.สุพรรณบุรี พอช่วงปี ๒๔๘๗ ตอนนั้นอายุประมาณ ๓๐ ปี ที่บ้านถูกโจรวัยรุ่นกลุ่มหนึ่งเข้ามาขโมยควาย ตอนนั้นไม่คิดแค้นอะไร เพราะไม่มีการเสียเลือดเนื้อ แต่อีก ๕ เดือนต่อมา โจรกลุ่มเดิมกลับมาปล้นที่บ้านอีกครั้ง คราวนี้ฉุดน้องเมียไปด้วยจึงแค้นมาก คว้าปืนลูกซองออกตามล่าโจร และตามน้องเมียกลับคืนมา สุดท้ายฆ่าโจรตายไป ๒ ศพถูกตำรวจตามจับ จึงหนีออกจากบ้านเข้าสู่เส้นทางสายโจรมาอาศัยในป่าแถบอำเภอเดิมบางนางบวช สังกัดเสือฝ้าย ต่อมาเสือใบ แยกตัวเป็นอิสละ จนมีชื่อเสียงในวงการโจร มีลูกน้องถึง ๔๐ คน เสือใบจะออกปล้นอยู่ในเขต จ.อ่างทอง สิงห์บุรี และชัยนาท ส่วน จ.สุพรรณบุรี จะไม่ปล้นเพราะเป็นเขตอิทธิพลของเสือฝ้าย ถือว่าเป็นเขตเดียวกันจะไม่เข้าไปรบกวน โดยเลือกปล้นเฉพาะคนรวยหน้าเลือด ได้เงินจากการโกงคนจน คนรวยที่มีคุณธรรมช่วยเหลือชาวบ้านจะไม่ปล้น และการปล้นแต่ละครั้งจะไม่เอาทรัพย์สินหมดเอาเพียงครึ่งเดียว ใช้วิธีการปล้นแบบขอเจ้าทรัพย์ สิ่งไหนเจ้าทรัพย์ไม่ให้ก็ไม่เอา และห้ามทำร้ายเจ้าทรัพย์เด็ดขาด ยกเว้นจะขัดขืนหรือต่อสู้ เมื่อปล้นมาได้จะนำทรัพย์สินบางส่วนมาช่วยคนจน กระทั่งถูกตำรวจจับ ซึ่งตำรวจผู้ปราบเสือใบก็คือ “ผู้กองยอดยิ่ง สุวรรณากร” โดยศาลตัดสินประหารชีวิต แต่ให้การรับสารภาพ จึงลดโทษเหลือจำคุกตลอดชีวิต

ต่อมาได้รับการอภัยโทษเหลือจำคุก ๒๐ ปี เมื่อขณะถูกจำคุกมีพฤติกรรมหนึ่งที่น่ายกย่องคือ การช่วยเหลือผู้คุมให้รอดพ้นจากการถูกทำร้ายจากนักโทษ เหตุการณ์ครั้งนั้นเลยได้ลดโทษให้ออกจากคุก โดยเสือใบได้ให้ข้อคิดถึงเยาวชนรุ่นหลังว่า

“ให้ลูกหลานที่เกเรรู้ว่าการเป็นโจร เป็นเสือ มันไม่ดีเพราะต้องอยู่อย่างหลบซ่อนตัว ตลอดเวลาและทรัพย์สินที่ปล้นมาอยู่ได้ไม่นาน จึงอยากให้ทุกคนตั้งใจทำงาน ขยันหมั่นเพียรเข้าไว้ อยากได้อะไรก็เก็บหอมรอมริบเอา เดี๋ยววันหนึ่งเราจะได้ในสิ่งที่ต้องการ”

ช่วงสุดท้ายของชีวิตเสือใบ ได้ตั้งมั่นแห่งชีวิต ในการดำรงตนตามพระราชปณิธานเศรษฐกิจพอเพียง ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยยึดถือเป็นแนวทางดำเนินชีวิตของครอบครัว“สะอาดดี” ที่บ้านพันตำลึง ต.ดอนกำยาน อ.เมือง จ.สุพรรณบุรีจนถึงวาระสุดท้ายของชีวิต การจากไปของเสียใบในครั้งนี้ถือเป็นการปิดตำนานเสือเมืองสุพรรณฯคนสุดท้ายที่คงหลงเหลืออยู่ ต่อจากเสือมเหศวร ที่เสียชีวิตลงเมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมา

ขอขอบพระคุณเครดิตที่มาจาก อ.เจริญ ตันมหาพราน,เดลินิวส์ เป็นอย่างสูง ไว้ ณ ที่นี้

จุดประสงค์เพื่อใช้ในการศึกษาและเผยเเพร่ข้อคิดและคติเตือนใจ 

ใส่ความเห็น